จางเฟยอีสตรีผู้พลิกชะตา (มี E-book)

    ข่าวดีของชาวบ้าน

            “โอ..พวกท่านคงเป็นคนสกุลจางจากหมู่บ้านน่าหลางล่ะสิ คุณชายสามกำชับข้าไว้หลายวันแล้ว  ว่าพวกท่านจะมาเวลานี้คุณชายไม่อยู่ จึงให้ข้าคอยอยู่ต้อนรับ ข้าผู้แซ่ถงคนส่วนใหญ่เรียกข้าว่าหลงจู๊ถง ให้ข้าเรียกท่านว่ากระไรเล่า"


            “ข้าจางต้าฉวน ส่วนนี่บุตรชายข้าจางจื่อฉี เป็นหลานสาวของพวกเราที่ได้พบกับคุณชายสามเยี่ยโดยบังเอิญ  นางบอกให้เรานำผักพวกนี้มาเสนอขายให้กับภัตตาคารจินหลงน่ะขอรับ หลงจู๊ถงลองดูก่อนว่าพอจะรับไว้ได้เท่าใด”


            “เพ่ย..น้องชายบ้านจางเจ้ากล่าวอะไรกัน ผักเวลานี้มีเท่าใดข้าก็รับหมดนั่นล่ะ ภัตตาคารจินหลงของข้าแม้จะเพาะปลูกไว้เองบ้าง แต่ก็ขาดแคลนไม่พอขายมาโดยตลอดอยู่แล้ว อาหารจานผักของพวกเราต้องสั่งจองไว้ล่วงหน้าเชียวนากว่าจะได้กินสักจาน ไปๆ   ไปดูผักเหล่านั้นกันก่อนเจ้าตั้งราคามาเช่นไรเล่า”



            จางต้าฉวนนำเอาคะน้า กะหล่ำปลี ผักกาดขาวและต้นหอม มา 4 ชนิดเท่านั้น หัวไชเท้านั้นคาดว่าคนในเมืองยังไม่รู้จัก พวกเขายังเก็บเอาไว้กินเองภายในหมู่บ้านก่อนและราคาของพวกมันก็ถูกกว่าผักชนิดอื่น คาดว่าชาวบ้านคงจะซื้อเก็บเอาไว้กันเองทั้งหมด



            “ข้า..ข้าคิดจะขายคะน้า กะหล่ำปลีและผักกาดขาว ต้นละ 8 อีแปะ ส่วนต้นหอมคิดจิน (ราวครึ่งกิโลกรัม) ละ 30 อีแปะ ท่านคิดว่าอย่างไรเล่าหลงจู๊ถง” 


            จางต้าฉวนเสนอราคาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะขายผักเหล่านี้ในราคาเท่าใด ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีใครเอาผักออกมาขายเช่นนี้มาก่อน มีแต่จะเพาะไว้กินเอง   แต่จางเฟยอีขายให้เขาในราคาต้นละ 5 อีแปะเท่านั้น หลานสาวซื้อต้นกล้ามา 3 อีแปะ ยังต้องมารดน้ำดูแลอีก 40 กว่าวัน    นางบอกว่าครั้งต่อไปนางเพาะเมล็ดเองราคาต้นทุนก็จะถูกลงมารอบนี้จึงต้องยอมขายออกไปในราคาถูก ตัวเขาไม่กล้าเอากำไรมากนัก จึงตั้งราคาต้นละ 8 อีแปะออกไป


            

            "น้องชายจาง ราคาผักเวลานี้ก็ไม่แน่ชัดจริงๆ แต่ข้ารู้ว่าการเพาะปลูกพวกมันขึ้นมาเวลาที่ไม่มีน้ำนี่ก็ไม่ง่ายเลย ข้าคิดว่าพวกเจ้าขายราคาเป็นธรรมและยังถูกกว่าที่คิดด้วยซ้ำ แต่หากจะให้แพงมากไปกว่านี้ก็อาจจะไม่มีใครฝืนใจซื้อมากินได้ลง  เอาเป็นว่าข้ารับราคาที่เจ้าเสนอมา แต่ต่อไปหากเจ้ามีผักอีกก็ส่งคนมาแจ้งที่ภัตตาคารได้เลย ข้าจะส่งเกวียนไปรับผักมาเอง เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบาก" หลงจู๊ถงกล่าว คุณชายสามของเขาสั่งไว้แล้วให้ผูกมิตรกับคนบ้านจางให้ดี พวกเขายังมีผักที่เพาะปลูกไว้จำนวนมากอีก

     


            คิดเงินเสร็จสรรพ สองพ่อลูกก็ร่ำลาหลงจู๊ถงออกมาด้วยจิตใจที่เบิกบาน ซื้อแป้งและเครื่องปรุงเร่งกลับหมู่บ้านไป


            ทางด้านจางต้าหลางแม้ว่าชาวบ้านจะมีเงินไม่มาก แต่ก็ทนมองผักใบเขียวสดใหม่ แถมนางไป๋ซื่อยังมานั่งละเลียดกัดผักกาดขาวสดกรอบให้คนดูอยู่หน้าบ้านอีกไม่ไหว บางคนก็รวมเงินกันซื้อแล้วแบ่งกันคนละครึ่ง


            บางคนที่รู้อยู่แล้วว่าบ้านจางมีผัก ต่างก็บอกกล่าวกับญาติพี่น้องหมู่บ้านข้างเคียงเอาไว้ ก็มีคนฝากซื้อบ้าง ผักส่วนของจางต้าหลางนอกจากที่เก็บไว้กินก็ขายหมดภายในวันเดียวเช่นกัน

     

            จางอู่เกินนำความเรื่องการขายผักให้ทุกสกุลในหมู่บ้านไปแจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้าน ครั้งต่อไปผักจะถูกส่งขายให้ทุกคนผ่านทางหัวหน้าหมู่บ้าน โดยบ้านจางจะเป็นผู้ขนส่งออกมาให้เอง


            ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่ออาศัยอำนาจของหัวหน้าหมู่บ้านจัดการกับบางสกุลที่จะมาร้องขอให้คนบ้านตนได้ผักมากกว่าผู้อื่น เวลานั้นคงจะวุ่นวายน่าดู  แต่หากให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนจัดการก็จะไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายกับคนสกุลจางได้

     


            "พวกเจ้ามีน้ำใจจริงๆ ทั้งยังจะขายให้ชาวบ้านในราคาถูกอีกด้วย ฤดูหนาวปีนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านน่าหลางจะได้มีเสบียงเพียงพอให้ผ่านความหนาวเย็นไปได้เป็นอย่างดีแน่" 


            หัวหน้าหมู่บ้านชุ่ยยินดีรับหน้าที่นี้ไว้อย่างเต็มใจ ให้เขาจัดการแบ่งผักให้ชาวบ้านตัวเขาเองก็จะได้หน้า ยังจะมีชาวบ้านคนไหนไม่เกรงใจเขาอีกหรือ ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านของเขาก็จะยังมั่นคงดีต่อไปอีกนาน


            เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านประกาศข่าวออกไป ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็มารวมตัวกันหน้าบ้านของเขาเพื่อพูดคุยซักถามกันอย่างมีความสุข นางฮุ่ยซื่อภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเห็นชาวบ้านมากมายให้ความสำคัญกับคนบ้านตนก็หน้าบาน รีบชงชามาต้อนรับผู้คน พูดคุยส่งเสียงเจื้อยแจ้วจนข่าวกระจายไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

     


            หลายคนในหมู่บ้านย่อมมีความสุข แต่ก็มีคนที่กำลังเดือดเนื้อร้อนใจอยู่เช่นกัน    บ้านสามีของนางเจียวซื่อสตรีร้ายกาจประจำหมู่บ้านน่าหลาง เวลานี้กำลังด่าทอหญิงหม้ายที่ออกไข่ไม่ได้ผู้นี้อย่างรุนแรง



            “นางคนอัปมงคล บุตรชายข้าก็ตายไปหลายปีแล้ว เจ้าอยู่กินบ้านเรามานานนมยังมาแว้งกัดพวกเราจนได้ เวลานี้เป็นอย่างไรเล่าไม่ใช่เพราะปากเน่าๆ ของเจ้าหรอกหรือที่ยื่นยาวออกไปหาเรื่องคนบ้านจางเขาอยู่ร่ำไป  หากพวกเขาไม่ยอมขายส่งผักให้บ้านเรา ข้าจะทำเช่นไร” มารดาของสามีนางเจียวซื่อที่เสียชีวิตไปแล้วโอดครวญ


            “ท่านแม่ เรารีบขับไล่หญิงหม้ายผู้นี้ออกไปจากบ้านเราเถิด เวลานี้ทางนั้นยังไม่ได้กล่าวอะไร เกิดนางตัวดีนี่ปากยื่นปากยาวอะไรเข้าอีก คราวนี้พวกเราคงจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เป็นแน่” บุตรสาวรีบแนะ นางรำคาญสตรีร้ายกาจผู้นี้มานานแล้ว


            นางเจียวซื่อรู้สึกขมฝืดไปทั้งลำคอ  ตั้งแต่สามีนางตายไป นางก็ทำงานในไร่นาแทนสามีมาโดยตลอด งานบ้านทุกอย่างนางก็หยิบจับโดยที่ไม่ต้องมีใครมาสั่ง  ไม่ว่าจะถูกดูถูกด่าทอเท่าไรนางก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว  เหตุเพราะนางก็ไม่มีที่ไปเช่นกัน ครอบครัวทางนางล้วนเสียชีวิตไปจนหมดแล้ว หากออกจากบ้านสามีไปนางก็จะกลายเป็นคนไร้บ้านโดยสิ้นเชิง  ความเครียดที่สะสมทำให้นางออกไปอาละวาดเอากับชาวบ้านเพื่อระบายอารมณ์บ้างเท่านั้นเอง   


            เมื่อก่อนนางเคยคิด ว่าวันหนึ่งหากพวกเขาไล่นางออกจากบ้านไปนางจะทำเช่นไร แต่หลายปีที่ผ่านมาจากการที่นางใช้แรงงานเข้าแลก พวกเขาก็ยังคงให้ข้าวให้น้ำให้ที่พักพิงแก่นางจนนางลืมตัวไป  ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงจนได้ 


            ทางด้านแม่สามีของนางเจียวซื่อ ฟังความจากบุตรสาวของตนที่พูดถึงความเลวร้ายต่าง ๆ ของนางเจียวซื่ออยู่นานสองนาน ในที่สุดก็โยนผ้าผ่อนของนางเจียวซื่อขับไล่นางออกจากบ้านทันที



            “จากนี้เจ้าไม่ใช่คนบ้านเราอีกแล้ว ความร้ายกาจของเจ้ามันมากนัก หาเรื่องทำให้บ้านข้าเสื่อมเสียมาไม่เว้นแต่ละวันจนเป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้าน  เดี๋ยวข้าจะนำความไปแจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้าน เจ้ายังเพิ่งจะสามสิบกว่าๆ หาสามีใหม่ไปเสีย  ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคนสกุลข้าอีกต่อไป”

     


            นางเจียวซื่อไม่ร้องไห้ คร่ำครวญใดๆ ออกมาสักแอะ ขอมีดพร้าจากแม่สามีมาหนึ่งเล่ม เดินเชิดหน้าออกมาจากบ้านแม่สามีอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ 


            “ยายหนู นางจะไปฆ่าตัวตายหรือเปล่าเล่านั่น” สตรีสูงวัยมองตามร่างของนางเจียวซื่อที่เดินถือมีดดุ่มๆ ออกไป


            “ช่างประไรเล่าท่านแม่ ท่านก็รีบไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านไว้เสียก่อน เกิดอะไรกับนางต่อจากนี้ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้ว”

     


            อย่าได้คิดว่านางเจียวซื่อจะคิดสั้นโดยเด็ดขาดเลยเชียว  นางอดทนเป็นวัวเป็นควายรับใช้บ้านสามีมายาวนาน ใช้ฝีปากปกป้องตนเองให้รอดพ้นจากความอดสูมาได้ตลอดจนถึงทุกวันนี้ นางแข็งแกร่งพอ     นางเดินไปฟันต้นไม้ที่ชายป่า แบกพวกมันมาก่อเพิงเล็กๆ ด้วยตัวเอง เอาใบไม้มานั่งมัดเป็นกลุ่มๆ ทำฝาบ้านและหลังคา   หาหินมาเตรียมทำเป็นเตา  ให้มันรู้กันไป ว่านางมีสองมือสองขา กับมีดพร้าอีกหนึ่งเล่มจะเอาตัวรอดไปได้หรือไม่

     



    คล้ายกับเรื่องจางเฟยอีสตรีผู้พลิกชะตา (มี E-book) ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390