"ของขายดีมากเลยหรือถึงได้ส่วนแบ่งมากขนาดนี้ แล้วค่าของที่เราเอามาล่ะ เขาได้หักไปหรือยัง" ฟางไห่ไม่คิดเอ่ยช่วยบุตรชาย แต่เอ่ยถามถึงเื่การไปขายของแทน ก็ใครใช้ให้บุตรชายคนรองพูดจาดีเกินหน้าเกินตาคนอื่นล่ะ
"ขายของได้ 345 หยวน หักค่าของที่เอาไปขายกับส่วนแบ่งของทางนั่น และหักค่าของที่เราเอามาไปแล้วบางส่วน เศษพวกนี้คือส่วนแบ่งค่าแรงของฉัน" นางหวังซื่ออธิบายคร่าวๆ ให้ทุกคนฟัง
"แล้วมีปัญหาอะไรบ้างไหม" ฟางไห่ได้ฟังที่ภรรยาบอกก็รู้สึกสงสัยกับจำนวนเงินและค่าจ้างที่ภรรยาได้มา แต่เขารู้ดีว่าไม่ใช่เื่ที่ควรจะถามจึงไปเอ่ยถามในเื่ของความปลอดภัยแทน
"ไม่มีหรอก พวกฉันเรียกลูกค้ามาทีละคน ขายเสร็จถึงไปหาลูกค้าคนใหม่ ไม่อยากให้คนมามุงมันจะวุ่นวาย" นางหวังซื่อเอ่ยตอบสามี
"อืม เื่นี้คุณทำดีแล้ว แต่ถ้ามีอะไรไม่น่าไว้วางใจก็เก็บของกลับบ้านมาเลยนะ อย่าไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด" ฟางไห่พยักหน้าพอใจกับความรอบคอบของภรรยา แต่ก็ไม่ลืมกำชับในเื่ความปลอดภัยไปด้วย
"ฉันรู้หรอกน่า อีกอย่างก็มีคนออกมาขายของที่นั่นตั้งเยอะ และพวกฉันก็เลือกยืนแถวๆ ประตูทางออก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกว่าจะมาถึงพวกฉันก็หนีออกไปแล้วล่ะ เออ! ลืมไปเลยสะใภ้รองไปเอานมมาแจกทุกคนสิ แล้วจะได้ไปทำมื้อเย็น เดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน" นางหวังซื่อเอ่ยบอกลูกสะใภ้ เพราะนางเรียกทุกคนมาประชุมเลยยังไม่ได้เริ่มทำมื้อเย็น จึงบอกให้ไปเอานมที่จะดื่มก่อนนอนมาให้ทุกคนดื่มรองท้องไปก่อน
"ความจริงนมนี่ดื่มแค่วันละขวดก็พอแล้วล่ะ ไม่เห็นต้องให้ดื่มเช้าเย็นเลย" ฟางไห่เอ่ยบอกภรรยาเพราะน้ำนมในตอนนี้เป็ของหายาก แต่ครอบครัวเขากลับดื่มกันทุกคนวันละ 2 ขวด และไม่รู้ว่า ที่นั่น เอาของมาจากไหนเลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร
"พวกหลานๆ กำลังโต หมอบอกว่าดื่มนมจะทำให้ตัวสูง ถ้าคุณไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่ม เอามานี่" นางหวังซื่อมองสามีตาขวาง ของมีให้กินก็ยังจะพูดนู้นพูดนี่ให้มากความ จึงคิดจะหยิบเอาขวดนมของสามีกลับคืนมา
"ดื่มๆ ผมก็อยากจะตัวสูงกว่านี้เหมือนกัน" ฟางไห่เห็นภรรยามองเขาตาขวางก็รีบคว้าขวดนมขึ้นมาเปิดดื่ม เพราะรู้ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่พอใจเขาคงถูกยึดของคืนแน่นอน
"ปู่แก่แล้วไม่สูงไปกว่านี้แล้วล่ะครับ มีแต่จะเตี้ยลงมากกว่า" ฟางตงชิงเอ่ยบอกผู้เป็ปู่ด้วยท่าทางทะเล้น
"เฮ้ย งั้นแบบนี้ปู่ก็ยิ่งต้องดื่มนมมากๆ สิ จะได้ไม่เตี้ยลง ฮ่าๆ" ฟางไห่ได้ฟังที่หลานชายคนที่สี่พูดก็ไม่ได้ไม่พอใจ แต่ตอบกลับไปพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
"ฮ่าๆ" เสียงหัวเราะของทุกคนในบ้านดังขึ้น หงอ้ายที่นั่งฟังทุกคนพูดคุยกันก็ได้แต่ยิ้มด้วยความสุข พร้อมกับนึกขอบคุณอะไรหรือใครก็ตามที่ทำให้เธอได้มาอยู่ในครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้
และในคืนนั้นเอง ขณะที่หงอ้ายกำลังนอนหลับอยู่ก็เหมือนได้ยินเสียงของใครเรียกชื่อเก่าของเธอ ซึ่งพอลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าตอนนี้ตนเองกำลังยืนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมว่างเปล่าห้องหนึ่ง และในห้องยังมีคนอยู่อีกสามคน เพียงแต่หมอกค่อนข้างหนาทำให้มองไม่เห็นว่าทั้งสามคนมีหน้าตาอย่างไร แต่ที่เห็นคือทั้งสามคนใส่ชุดสูทสีดำเหมือนกัน
"ิญญานางสาวต้นหอมได้ยินเราหรือไม่" เสียงผู้ชายที่ฟังดูมีอำนาจดังขึ้นในห้วงความคิดของหงอ้าย
"ได้ยินค่ะ" หงอ้ายหรือดวงิญญาต้นหอมเอ่ยตอบกลับไปด้วยความใกลัว
"ไม่ต้องกลัวพวกเราเพียงแค่อยากจะมาขอโทษเ้าเท่านั้น" เสียงเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ขอโทษอย่างงั้นเหรอคะ?" หงอ้ายเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย
"การที่เ้าได้มาอยู่นี่เกิดจากความผิดพลาดของยมทูตที่ต้องไปรับดวงิญญาของนางต้นหอมที่สิ้นอายุขัย เพียงแต่อีกฝ่ายกลับทำผิดพลาดไปรับดวงิญญาของเ้ามาแทน ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เ้าล้มก็แค่จะสลบไปสองถึงสามชั่วโมงเท่านั้นก็จะฟื้นเป็ปกติ แต่แทนที่อีกฝ่ายทำผิดพลาดแล้วจะมาสารภาพความจริง กลับปกปิดด้วยการส่งเ้ามาที่นี่แทน เราจึงต้องพาพวกเขามาขอโทษเ้าด้วยตนเอง" เสียงที่ฟังดูมีอำนาจเอ่ยบอกเื่ราวให้เธอฟัง ซึ่งพอได้ฟังหงอ้ายก็ได้เข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เธอได้มาอยู่ที่นี่
จากนั้นอีกสองคนก็เอ่ยขอโทษเธอ พร้อมบอกถึงสิ่งที่พวกเขาลงไปทั้งหมดจนทำให้เธอได้มาอยู่ที่นี่ และเื่ของระบบเกมฟาร์มก็เป็การมอบเพื่อชดเชยให้กับเธอ
"แล้วฉันจะต้องกลับไปหรือคะ" หลังจากได้ฟังทั้งสองเล่าเื่ราวทั้งหมดจนจบ หงอ้ายก็เอ่ยถามกลับไปด้วยความไม่กังวลใจ เพราะเธอชื่นชอบที่นี่มากจนไม่คิดอยากกลับไปที่โลกเดิมอีก
"เื่นั่นคงเป็ไปไม่ได้ เพราะระยะเวลามันผ่านมานานเกินไป ตอนนี้ร่างของเ้าก็ได้รับการจัดการทางพิธีไปเรียบร้อยแล้ว" เสียงทรงอำนาจเอ่ยตอบกลับมา
"ถ้าอย่างนั้นฉันต้องทำยังไงคะ" หงอ้ายเอ่ยถามอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าเธอจะสามารถเลือกที่จะขออยู่ที่นี่ต่อไปได้
"ในเมื่อเ้ารู้สึกพอใจกับชีวิตในตอนนี้เราก็จะให้เ้าได้ใช้ชีวิตที่นี่ต่อไป ส่วนระบบเกมฟาร์มที่ยมทูตสุวรรณได้มอบให้ก็ถือว่าเป็การชดเชยให้แก่เ้า เป็อย่างไรพอใจหรือไม่ หรือว่าเ้าอยากจะไปเกิดใหม่" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เหมือนกับอ่านใจของเธอได้
"ไม่ค่ะ ฉันพอใจกับการชดเชยนี้แล้ว" หงอ้ายรีบเอ่ยตอบพร้อมกับส่ายหน้ารัวๆ เธอพอใจกับทุกอย่างในตอนนี้มากแล้ว ไม่อยากไปเกิดใหม่ที่ไหนในอีกในตอนนี้
"เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างก็ให้เป็ไปตามนี้ เราต้องขอโทษเ้าอีกครั้ง ต่อไปก็ใช้ชีวิตที่ได้มาใหม่นี้ให้ดี และตัวเราขอชดเชยให้ในฐานะหัวหน้าของยมทูตทั้งสอง ด้วยการอวยพรขอให้เ้าในชาตินี้ได้พบเจอกับคู่ครองที่ดี เหมาะสมและคู่ควรกัน" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น และยังอวยพรเพิ่มให้เธออีกด้วย ซึ่งคำอวยพรนี้ก็รู้สึกถูกใจเธอมากทีเดียว
"ขอบคุณท่านมากค่ะ" หงอ้ายเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ ถึงแม้เธอต้องมาอยู่ที่นี่เพราะความผิดพลาดจากลูกน้องของอีกฝ่าย แต่เธอกลับรู้สึกขอบคุณมากกว่าที่ทำให้เธอได้มาอยู่ที่นี่ ไม่ต้องใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเพียงลำพังในโลกที่ไร้จุดมุ่งหมายอีกต่อไป
"ขอให้โชคดี ฟางหงอ้าย" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แล้วร่างทั้งสามคนก็หายไป หงอ้ายก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของวันใหม่พอดี และเห็นมารดากำลังจะอุ้มน้องชายออกไปจากห้อง
"อ้าว ตื่นแล้วหรือลูก ไม่นอนต่ออีกหน่อยเหรอ ยังเช้าอยู่เลย" อินซื่อที่กำลังจะอุ้มลูกชายคนเล็กไปไว้ที่ห้องของสะใภ้ใหญ่ เห็นบุตรสาวตื่นขึ้นมาเลยเอ่ยบอกออกไป
"ฮาว~ อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่" หงอ้ายอ้าปากกว้างพร้อมกับห้าวเสียงดังและยังบิดตัวไปมาคลายเมื่อย ส่วนทำไมเธอถึงยังนอนรวมอยู่กับพ่อแม่ เป็เพราะห้องของอาฟางม่านเธอยกให้พี่ใหญ่ พี่รอง และพี่สามไปอยู่แทน พวกเขาเริ่มโตเป็หนุ่มกันแล้วควรจะต้องแยกห้องมากกว่าเธอ ส่วนพี่สี่เพราะบ้านสามมีกันแค่สองคนจึงยังอยู่ห้องกับอาสะใภ้สาม และเธอยังขอให้พ่อทำม่านไม้ไผ่มาใช้กั้นแบ่งในห้องให้เป็สัดส่วนมากขึ้นด้วย
"ดูทำเข้า ไม่ระมัดระวังตัวเลย ตอนนี้ลูกโตแล้วนะ" อินซื่อเห็นท่าทางที่บุตรสาวทำก็ได้แต่ส่ายหัวด้วยความจนใจ บุตรสาวก่อนป่วยอาจจะไม่ได้เรียบร้อยมาก แต่ก็เป็คนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยแสดงอารมณ์ความรู้สึกสักเท่าไร แต่หลังจากหายป่วยก็กลายเป็ตรงกันข้ามไปเลย แต่ไม่ว่าจะเป็แบบไหนเธอก็รัก เพียงแต่แบบหลังคนในบ้านดูจะชื่นชอบกันมากกว่า
"พอหนูโตแล้ว แม่ก็จะไม่รักหรือคะ" หงอ้ายเอ่ยถามพร้อมกับมองมารดาตาใส
"ถามอะไรแบบนั้น โตไม่โตหนูเป็ลูกของแม่ ยังไงแม่ก็ต้องรักอยู่แล้ว" อินซื่อเห็นท่าทางของบุตรสาวก็ใจอ่อน จากที่ว่าจะดุเื่แสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมก็กลายเป็ต้องมากอดปลอบบุตรสาวแทน
"ไหนใครไม่รักลูกสาวของพ่อ ฮึ!" ฟางไป่เดินมาตามภรรยาเพราะสะใภ้คนอื่นๆ เริ่มเข้าครัวทำอาหารเช้ากันแล้ว ก็มาได้ยินที่บุตรสาวพูดเข้าพอดี
"ไม่มีค่ะ ทุกคนในบ้านรักหนูหมดเลย" หงอ้ายส่งยิ้มกว้างให้บิดาและเอ่ยตอบกลับไป
"ฮ่าๆ ใช่ๆ ใครๆ ก็รักหงอ้ายของพ่อ ไปตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตา วันนี้ไม่รู้ย่าของลูกทำอาหารเช้าอะไร กลิ่นงี้หอมฟุ้งเลย" ฟางไป่ได้ยินคำตอบของบุตรสาวก็หัวเราะร่วนด้วยความถูกใจ
"ค่ะ" หงอ้ายพยักหน้ารับ หันไปพับผ้าห่มของตนเองให้เรียบร้อย แล้วก็คว้าตะกร้าของใช้วิ่งไปห้องน้ำที่อยู่หลังบ้านในทันที
อาหารเช้าวันนี้เป็ข้าวต้มกระดูกหมูที่ย่าซื้อมาเมื่อวาน ถึงแม้จะเป็แค่กระดูกท่อนใหญ่ที่มีเนื้อติดอยู่นิดหน่อย แต่ย่าฟางต้มเอาไว้ั้แ่เมื่อคืน น้ำแกงจึงมีสีขาวเหมือนน้ำนม และกลิ่นก็หอมมาก ทุกคนซดน้ำแกงกันเสียงดังไปทั่วโต๊ะ ตอนแรกเธอจะเอาเนื้อหมูออกมาให้ย่าฟางใช้ทำอาหารด้วย แต่ย่าห้ามไว้บอกว่ายังไม่เหมาะในตอนนี้ให้รอไปก่อน
"แล้ววันนี้คุณจะเข้าอำเภออีกหรือเปล่า" ฟางไห่เอ่ยถามภรรยาหลังจากทุกคนกินอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว และกำลังนั่งดื่มนมกันอยู่ โดยตอนเช้าจะเป็นมแพะซึ่งน่าแปลกที่ไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด ส่วนตอนค่ำจะเป็นมวัว เห็นหลานสาวบอกกับเหล่าพี่ชายว่าเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนอะไรนี่แหละ
"ไปสิ ่นี้อากาศยังไม่เย็นมาก แต่ถ้าอากาศเริ่มหนาวมากขึ้นก็อาจจะต้องหยุดไป" นางหวังซื่อเอ่ยตอบกลับสามี
"อืม ก็น่าจะอีกสักเดือนนั่นแหละกว่าอากาศจะเย็นมากขึ้นกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีหิมะตกไหม" ฟางไห่เอ่ยบอกภรรยา เพราะหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในมณฑลที่อยู่ตรงกลางของประเทศค่อนไปทางตะวันออกฝั่งทะเล อากาศจึงค่อนข้างอบอุ่นกว่าตอนเหนือที่เป็บ้านเกิดของเขามาก
หลังจากนั่งพูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง สัญญาณเรียกลงงานก็ดังขึ้น พวกผู้ใหญ่ต่างก็พากันลุกขึ้นแล้วเดินไปทำงาน ส่วนพวกพี่ชายก็ไปโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งพอถึงเที่ยงวันโรงเรียนก็เลิก และวันนี้เป็อาสะใภ้สามที่ต้องอยู่เฝ้าบ้าน
เมื่อทุกคนออกจากบ้านหงอ้ายก็นั่งซ้อนท้ายจักรยานของย่าฟางเข้าอำเภอเช่นกัน ท่ามกลางสายตาสงสัยและอิจฉาของคนในหมู่บ้าน เพียงแต่ทั้งเธอและย่าฟางไม่มีใครสนใจหรือคิดจะหยุดพูดคุยทักทายกับใคร เพราะคิดเหมือนกันว่าถ้ายิ่งไปเช้ามากขึ้นก็อาจจะมีโอกาสขายของได้เยอะขึ้น
เมื่อมาถึงอำเภอ ย่าฟางยังพาเธอเดินดูราคาของก่อน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า เพราะถ้าพวกเธอขายของที่ราคาต่างกับราคาของรัฐมากเกินไปอาจจะเกิดปัญหาได้ ซึ่งราคาของทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม พวกเธอก็ทำเหมือนกับเมื่อวาน เอาเสื้ออีกตัวมาสวมทับเสื้อที่ใส่อยู่ สวมหมวก สวมผ้าปิดปาก บอกรหัสผ่าน แล้วก็ไปหยุดยืนรอลูกค้าอยู่ที่จุดเดิม
และการมาเช้าขึ้นก็ทำให้ได้รู้ว่ามีคนมาหาซื้อของมากกว่าเมื่อวานเสียอีก แต่คนมาขายของกลับยังมีไม่มากเท่าไร จึงทำให้เธอได้ลูกค้ามาหลายรายในเช้าวันนี้ จากเดิมที่ย่าฟางเคยพาลูกค้ามาทีละคนก็ต้องเปลี่ยนเป็พามาทีละ 2-3 คนแทน เพราะมีพวกแม่บ้านออกมาหาซื้อของกันมากในตอนเช้า ยุ่งกันจนสิบโมงกว่าย่าฟางก็พาเธอออกจากตลาดมืด
********
ไรต์ : มีผู้อ่านทักท้วงเื่ราคาสินค้าเข้ามา เราจึงได้กลับไปแก้ไขให้เป็ราคาแพงกว่าแล้ว คือเราเองก็อ่านมาและเห็นว่าทุกเื่จะตั้งราคาแพงกว่าเลยคิดอยากแหวกแนว แต่ในความเป็จริงมันจะเกิดปัญหาเลยทำการแก้ไขแล้ว
และเื่ราคาสินค้าตรงนี้เราไม่รู้ราคาจริงๆ ซึ่งที่เคยอ่านนิยายแปลมาเนื้อหมูราคาต่อชั่งจะเป็เหมา จึงขออนุญาตใช้เป็ราคาสมมุติแทน ขอบคุณที่ช่วยแนะนำเข้ามาค่ะ