เกราะปราณแท้นั้นแข็งแกร่งเพียงใด?
แม้แต่ต้วนเอ้อร์ลงมือเองก็ใช่ว่าจะสามารถทำลายลงได้โดยง่าย
ทว่าต้วนจื่อกลับทลายมันด้วยหมัดเดียวไร้ซึ่งการป้องกัน ไร้ซึ่งสัญญาณบ่งบอก
หรือว่าคนผู้นี้จะมีพลังฝีมือขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์แล้ว?
"เ้ามิใช่หรือที่้าให้ข้ารับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเรา?"ต้วนจื่อมองไปยังโอวหยางซวง บนใบหน้ามิได้แสดงความเย่อหยิ่งจองหองมิได้มีความทะนงตน มีเพียงความสงบราบเรียบเท่านั้น
แต่ความสงบเช่นนี้กลับทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขุนเขามองลงมายังสิ่งที่ไม่คู่ควรแก่การใส่ใจ
เคล็ดวิชาระดับสุดยอด [ต่อยให้เจ็บ]สามารถเพิ่มพละกำลังของหมัดได้ถึงสามเท่าเกือบจะเทียบเท่าขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ระดับสามพลังป้องกันของเกราะปราณแท้ที่ปกป้องได้เพียงผู้ที่เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์แล้วคนผู้นี้จะทานทนการโจมตีครั้งนี้ได้อย่างไร?
สีหน้าของโอวหยางซวงยิ่งดูไม่ได้
นางพบว่าตนเองประเมินต้วนจื่อต่ำเกินไปการที่เขาสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างพลิกฟ้าคว่ำดินภายในเวลาเพียงไม่กี่วันก็บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของอีกฝ่ายในระดับหนึ่ง
หากนางสามารถให้ความสำคัญกับต้วนจื่อั้แ่แรกทุ่มกำลังทั้งหมดที่มี บางทีอาจจะไม่ต้องสูญเสียไพ่ตายอย่างเกราะปราณแท้ไป
ภายในที่นั่งชมโอวหยางลาเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
เกราะปราณแท้ของลูกบุญธรรมถูกต้วนจื่อทำลายลงอย่างง่ายดาย?
นี่ล้อเล่นกันใช่ไหม?
นั่นมันเกราะที่สามารถทานทนการโจมตีเต็มกำลังของขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ระดับหนึ่งได้เชียวนะ!
ต้วนจื่ออยู่เพียงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดต่อให้ใช้เคล็ดวิชาพลังที่ส่งออกมาก็คงสูงที่สุดเพียงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดจะสามารถใช้พละกำลังทำลายการป้องกันของเกราะปราณแท้จริงได้อย่างไร?
เมื่อคิดเช่นนั้นในใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะกังวล
เกราะปราณแท้เป็หนึ่งในไพ่ตายไม่กี่ใบของโอวหยางซวงแต่กลับถูกใช้ไปภายในสามนาทีแรกของการแข่งขัน
เห็นได้ชัดว่าเมื่อเผชิญหน้ากับต้วนจื่อโอวหยางซวงถูกกดดันเป็อย่างยิ่ง
"เด็กคนนี้ซ่อนกลอุบายอันใดถึงได้ทำถึงเพียงนี้?" ภายในที่นั่งชมผู้ติดตามลูบคางครุ่นคิดอย่างหนักแต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้
เมื่อครู่ตอนที่ต้วนจื่อปล่อยหมัดออกไปพลังที่แผ่ออกมาไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่เมื่อกระทบกับเกราะปราณแท้จริงอานุภาพที่หลงเหลือกลับเกินกว่าพลังหมัดเดิมไปหลายเท่า นับเป็เื่แปลกประหลาด
ตรงกันข้าม เยี่ยนชุยเสวี่ยที่นั่งอยู่ข้างๆกลับยิ้มอย่างมีเลศนัยราวกับมองออกถึงเบื้องลึกเื้ั
บนเวทีประลอง โอวหยางซวงเช็ดเืที่มุมปากพยายามข่มความเ็ปอย่างสาหัสในร่างกายไว้
"ต้วนจื่อดูเหมือนความทะนงตนของเ้าก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล การที่สามารถทำลายเกราะปราณแท้ได้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ความสามารถของเ้าแล้ว ในเมื่อเป็เช่นนั้นข้าก็จะไม่เก็บซ่อนพลังไว้อีก"
ระหว่างที่พูดพลังภายในที่แข็งแกร่งสายหนึ่งก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตกไหลออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ถ่ายเทเข้าไปในกระบี่คู่กาย
ในชั่วพริบตาเดียวพลังของโอวหยางซวงก็สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งเวทีประลองเต็มไปด้วยปราณกระบี่สั่นะเืไปทุกอณู
นางตวัดกระบี่ออกไปหนึ่งครา หมัดตามมาติดๆการเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินบรรยาย
ต้วนจื่อมิได้ตื่นตระหนกหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว
เพียงไม่กี่ลมหายใจเขาก็หลบกระบี่ของโอวหยางซวงไปได้ถึงสี่ครา
โอวหยางซวงไม่ยอมแพ้ง่ายๆการเคลื่อนไหวของกระบี่ยิ่งเร็วขึ้น ราวกับนกนางแอ่นที่โผบินอย่างอิสระโบกสะบัดอย่างพลิ้วไหวมาปรากฏอยู่ตรงหน้าต้วนจื่อ
ไอสังหารที่คมกริบสายหนึ่งถาโถมเข้ามาแม้แต่อากาศก็สั่นสะท้าน
ต้วนจื่อหมุนเวียนพลังเนื้อหนังปล่อยฝ่ามือออกไปจากระยะไกล เพียงได้ยินเสียง "เคร้ง"เสียงกระทบของกระบี่ก็ดังขึ้นอย่างฉับพลัน
กระบี่ของโอวหยางซวงถูกสกัดกั้นไว้ด้วยพลังฝ่ามือ
เมื่อพลาดท่า โอวหยางซวงก็ขมวดคิ้วะโขึ้นไปกลางอากาศ แล้วยกกระบี่ขึ้นอีกครั้ง
"กระบี่ผีเสื้อดารา!"
พร้อมกับเสียงะโที่ก้องดังแสงกระบี่ก็ผ่าอากาศราวกับดาวตก แหวกเป็เส้นโค้งดุจปีกผีเสื้อที่สวยงามอย่างยิ่ง
แม้จะดูบอบบางราวกับสายลมที่อ่อนโยนเหมือนหิมะที่โปรยปราย แต่ทุกกระบวนท่ากลับเฉียบคม พุ่งตรงไปยังจุดตาย
ต้วนจื่อรวบรวมสมาธิอย่างรวดเร็วร่างกายวูบไหว อาศัยแรงเฉื่อยหลบเลี่ยงกระบี่นี้ไปได้อย่างงดงาม
"น่ารำคาญนัก!" เมื่อท่าสังหารถูกหลบเลี่ยงได้อีกครั้งโอวหยางซวงก็กัดฟันหมุนคมกระบี่ไปตามร่างของต้วนจื่อ แทงออกไปอย่างรวดเร็ว
ไล่ตามเงา ดุจกระต่ายทะยาน
"จังหวะนี้แหละ!" ดวงตาของต้วนจื่อเป็ประกาย มิได้หลบหลีกอีกต่อไป เขายื่นมือขวาออกไปห่อหุ้มด้วยพลังเนื้อหนังกลับสกัดกั้นการโจมตีของโอวหยางซวงไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
จากนั้นเขาก้าวเท้าไปด้านข้างหนึ่งก้าวสะสมพลังแล้วผลักออกไป ส่งโอวหยางซวงกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
"บ้าจริงพลังของคนผู้นี้ทำไมถึงได้เหมือนสัตว์ร้ายเช่นนี้?" แขนของโอวหยางซวงชาไปทั้งแถบสีหน้าดูไม่ได้ นางไม่คาดคิดว่าจะถูกกดดันได้ถึงเพียงนี้
เพื่อพลิกสถานการณ์ นางก้าวเท้าอย่างแ่เบาทะยานมาอยู่ตรงหน้าต้วนจื่อ ฟาดฟันโจมตีไปยังใบหน้าของอีกฝ่าย
ต้วนจื่อมิได้ตื่นตระหนกหลบหลีกออกไปอย่างรวดเร็ว
"หึ ท่านติดกับแล้ว!" ในดวงตาของโอวหยางซวงผุดประกายวาบ พลันเปลี่ยนท่าทางร่างกายหมุนคว้างปลายกระบี่ตวัดไปยังท้องของต้วนจื่อ
ทว่าต้วนจื่อกลับยิ้มเล็กน้อยะโไปด้านหลัง แล้วเตะขาไปยังคอของโอวหยางซวง
"แย่แล้ว เขาจงใจงั้นหรือ!"โอวหยางซวงร้องในใจ ก่อนจะวางมือลงบนพื้น แล้วดีดตัวไปทางซ้าย
แม้ว่าขาของต้วนจื่อจะเพียงแค่กวาดผ่านอากาศแต่แรงมหาศาลก็ทำให้โอวหยางซวงเซถอยหลัง
"น่าโมโห!" โอวหยางซวงพยุงตัวด้วยกระบี่ มิได้หยุดพักแม้แต่น้อยไม่รอให้ฝุ่นควันจางหาย พุ่งเข้าหาต้วนจื่อ
กระบี่หนึ่งลง อีกหลายเงากระบี่ตามเงากระบี่พร่างพราวแหวกอากาศดุจสายฝนพรำ ทุกคมกระบี่โอบล้อมต้วนจื่อไว้
"ฉึก!"
คมกระบี่สายหนึ่งฟาดผ่านร่างของต้วนจื่อแต่กลับเพียงผ่าผ่านเงาที่หลงเหลือไว้
โอวหยางซวงใเมื่อหันหลังไปมองก็พบว่าต้วนจื่อกอดอกยืนอยู่ด้านหลังพลางยิ้มเยาะที่มุมปาก
"ลูกผู้ดีมีวิชา ก็แค่นี้เองแค่ผงคลีธุลี มิอาจเทียบข้าได้แม้เพียงเศษเสี้ยว"
[ติ๊ง! ยินดีด้วยผู้ใช้ทำการโอ้อวดตนเองอย่างโจ่งแจ้ง และดูถูกผู้อื่นสำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +222!]
"อย่าได้ใจเกินไปหน่อยเลย!"เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ โอวหยางซวงก็โกรธจัดพลังของนางก็ะเิออกมาในทันที
นางยอมรับว่าครานี้ตนเสียเปรียบแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้วนจื่อชนะ การถูกสบประมาทเช่นนี้แถมผู้ที่สบประมาทยังเคยเป็คนไร้ประโยชน์ เป็เื่ที่บาดหูอย่างยิ่ง
แสงสายหนึ่งวาบผ่านเวทีประลองทุกสายตาจับจ้องไปยังโอวหยางซวงที่กระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างบ้าคลั่งพุ่งเข้าหาต้วนจื่อด้วยแรงโทสะ
แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ห่างกันมากถึงสิบเมตรแต่ระยะทางแค่นี้สำหรับโอวหยางซวงแล้ว ก็แค่พริบตาเดียว
ครู่เดียวโอวหยางซวงก็ประชิดตัวต้วนจื่อกระบี่คู่กายกลายเป็อาวุธที่แหลมคมราวกับงูร้ายที่กำลังร่ายรำแฝงไว้ด้วยพลังอันน่าสะพรึง พุ่งแทงไปยังหน้าอกของต้วนจื่ออย่างเหี้ยมโหด
กระบี่ในสายตาของต้วนจื่อใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแต่เขาก็ยังคงสงบนิ่ง
เขากระทืบเท้าพลังภายในพลันปั่นป่วนพุ่งออกมาจากเส้นชีพจรพลังปราณกระแสหนึ่งห่อหุ้มร่างกายในชั่วพริบตา
ในขณะที่กระบี่กำลังจะัักับหน้าอกของเขาต้วนจื่อก็เคลื่อนไหวในที่สุด
เขาเพียงกะพริบตาพลังอันแข็งแกร่งของขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าก็ะเิออกโอวหยางซวงที่ถือกระบี่อยู่ในมือยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็ถูกพลังนี้กระแทกจนกระเด็นออกไป
"ตัดวนเวียน!"
โอวหยางซวงใช่ว่าจะยอมจำนนได้ง่ายๆนางทรงตัวกลับมาแล้วพุ่งเข้าหาอีกครั้ง ทุ่มสุดกำลัง กัดฟันฟาดฟันกระบี่ออกไป
"เคล็ดวิชาหมุนวนสายน้ำ"ในตอนนี้ก่อเกิดพลังหมุนวนที่แหลมคมราวสายน้ำ
"ทะลวง!"
เสียงะโค่อยๆ ดังขึ้นกระแสพลังหลุดออกจากกระบี่พุ่งออกไป เสียงสายน้ำแหวกอากาศดังขึ้นแ่เบาพุ่งเข้าหาต้วนจื่อ ในที่ที่มันพุ่งผ่านไป อากาศถึงกับแตกออกเป็เสี่ยงๆ
ต้วนจื่อกระตุ้นเคล็ดวิชา [ต่อยให้เจ็บ]อีกครั้ง เสริมความแข็งแกร่งให้กับพละกำลังยกมือขึ้นคว้าจับราวกับช่างทำเส้นหมี่ที่กำลังแขวนเส้นหมี่เส้นใหญ่จับพลังกระบี่ไว้ในมือ แล้วบีบทำลายลงอย่างง่ายดาย
"อะไรกัน?!!" ดวงตาของโอวหยางซวงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
เคล็ดวิชาหมุนวนสายน้ำที่นางปลดปล่อยออกมาด้วยพลังในตอนนี้มีอานุภาพที่แข็งแกร่งแม้แต่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้ายังต้องาเ็สาหัส หากรับมันไว้ตรงๆ
แต่ต้วนจื่อกลับใช้มือเปล่าเข้าต่อต้านบีบทำลายมันลงได้อย่างง่ายดาย...
"หรือว่าตอนทดสอบพลังเขาซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงเอาไว้ที่จริงแล้วพลังที่แท้จริงของเขาได้ก้าวไปสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าแล้ว?"
ในขณะที่โอวหยางซวงกำลังตกตะลึงต้วนจื่อที่อยู่ตรงหน้าก็กระทืบเท้าลงบนพื้นเสียงดังสนั่นร่างกายแปรเปลี่ยนเป็แสงสายหนึ่ง พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายในพริบตา
เขายันพื้นด้วยมือข้างเดียวสองเท้าที่กวาดออกไปแฝงไปด้วยพลังที่ดุดัน เสียงแหวกอากาศดังขึ้นต่อเนื่องนับว่าเหี้ยมโหดอย่างยิ่ง
สีหน้าของโอวหยางซวงแปรเปลี่ยนฉับพลันนางรีบบิดเอว หลบหลีกไปด้านข้างราวกับหิมะที่โปรยปราย
ถึงแม้จะแค่ถอยไปไม่กี่ก้าวแต่ก็สามารถหลบพ้นจากลูกเตะของต้วนจื่อได้อย่างหวุดหวิด
"โอกาสนี้แหละ!" หลังจากหลบพ้นจากการโจมตี โอวหยางซวงก็วาดกระบี่ แผ่ขยายไอสังหารพุ่งเข้าไปหมายจะตัดขาทั้งสองของต้วนจื่อ
ต้วนจื่อคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเป็เช่นนี้มือข้างหนึ่งแตะลงบนพื้น สองเท้าเตะสกัดกระบี่ที่ฟันลงอย่างแม่นยำ
ในขณะที่ลงสู่พื้น เขาพลันดีดตัวขึ้นด้วยแรงดีดครั้งนี้เขาใช้กำลังทั้งหมดะโออกมาส่งผลให้กระแสพลังปราณอันรุนแรงแผ่กระจายออกมาจากจุดที่เขายืนทำให้พื้นดินโดยรอบแตกร้าวเป็ทางยาว ในอากาศได้ยินเสียงะเิดังขึ้น
พลังปราณที่บ้าคลั่งะเิออกสั่นะเืไปยังศิลาทดสอบฝีมือที่อยู่ใกล้ๆปรากฏตัวอักษรขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้ารอการตื่นของตราเทพยุทธ์ ไม่มีการใช้โอสถ นับว่ายอดเยี่ยม!"
การที่ไม่ได้ััโดยตรงแต่กลับทำให้แผ่นหินแสดงระดับออกมาได้เป็การบ่งบอกถึงพลังภายในที่มากมายมหาศาลของต้วนจื่อได้เป็อย่างดี
"เขา...เขาอยู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าแล้ว?!"
ทั่วทั้งสนามประลองเกิดความโกลาหล
ทุกคนต่างขนลุกชันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
เพียงสัปดาห์เดียว พ้นจากชื่อคนไร้ประโยชน์ก้าวขึ้นสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้าแถมยังรอการตื่นขึ้นของตราเทพยุทธ์...
ต้วนจื่อ นี่ไม่ใช่แค่พลิกชีวิตแต่เป็การเหินฟ้าทะยานขึ้นสู่์!
[ติ๊ง! ยินดีด้วยผู้ใช้ทำการแสดงพลังอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ทุกคนตกตะลึงและอ้าปากค้างสำเร็จค่าเทียนซิ่ว +777!]
"บ้าจริงใครกันที่มอบโชคชะตาเช่นนี้ให้เขา?!" ภายในที่นั่งชมการประลองต้วนเฉวียนเซินกำหมัดแน่น ในใจเต็มไปด้วยความปั่นป่วนราวกับพายุ
ก่อนหน้านี้ ในเมืองจื่อหรานปีนี้นอกจากต้วนอี เยี่ยนชุยเสวี่ย และเชียนสวินหรูโม่แล้วคนที่เข้าใกล้ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้ามากที่สุดก็คือ ต้วนเอ้อร์
แต่ตอนนี้การปรากฏตัวของต้วนจื่อได้ทำลายการจัดอันดับนี้ไปโดยสิ้นเชิง
หรือแม้แต่หากนำเวลาในการฝึกฝนและระดับขอบเขตที่ไปถึงมาคำนวณรวมกันแม้แต่ต้วนอี ลูกชายที่มากด้วยพร์ของเขาก็ยังไม่อาจเทียบได้
คนไร้ประโยชน์ที่โง่เขลากลับไต่เต้าขึ้นมาอยู่เหนือผู้คนที่เขาเองยังต้องแหงนมอง?
ในวินาทีนั้นต้วนเฉวียนเซินยอมรับว่าตนเองพลาดท่า
หากเขาสามารถให้ความสำคัญกับต้วนจื่อมากกว่านี้กำจัดเขาเสียั้แ่ที่เขายังไม่เติบใหญ่ ก็คงจะไม่เหลือปัญหาในภายหลัง
"ซวงเอ๋อร์ ระวังตัว!" โอวหยางลาเฟิงร้อนใจ ะโเตือน
สำหรับโอวหยางซวงแล้วการเผชิญหน้ากับต้วนจื่อในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเก้านับเป็การท้าทายที่เกินตัวเป็อย่างยิ่ง
บนเวทีประลองเมื่อเห็นว่าอันตรายกำลังย่างกราย โอวหยางซวงก็ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้นทุ่มกำลังทั้งหมดกัดฟันเหวี่ยงกระบี่
" [เคล็ดกระบี่สายลม]กระบวนท่าที่หนึ่ง [สายลมพลิ้วไหว]!"