เมอาเดินเซื่องซึมเข้าห้องประชุมด้วยความรู้สึกผิดอัดแน่นในใจ
เธอเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถือไมโครโฟน พูดแนะนำหลักสูตร และรายละเอียดการอบรมอยู่ด้านหน้าห้อง
หญิงสาวเดินเข้ามาจากด้านหลังห้องประชุม สายตามองหาที่นั่งว่าง ไล่มองที่นั่งจากแถวหลังเรื่อยมาจนถึงแถวตรงกลางล้วนแล้วแต่ไม่มีที่นั่งว่างเลยสักตัวเดียว
อืม...ตามปกติแล้วส่วนมากที่นั่งว่าง คือ ที่นั่งแถวหน้าสุด!
ช่างไม่ผิดจากที่คาดเดาไว้แต่แรก เมอามองเก้าอี้ที่ว่างตัวหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกลางของแถวแรกสุด หรือที่เรียกกันว่า 'ตำแหน่งตรงยุทธศาสตร์ ถูกโฉลกตามหลักฮวงจุ้ยเป๊ะๆ ทีเดียว' หรือ คงเรียกว่าตำแหน่งทิศั ได้มั้ง
แม้จะเคยได้ยินมาว่า การนั่งแถวแรกสุดเป็สิ่งที่ดีมาก ทำให้เราได้รับ หรือซึมซับพลังงานจากผู้พูดอย่างเข้มข้น แต่ในสถานการณ์นี้เมอากลับคิดว่า...ตำแหน่งที่นั่งนี้ ส่งตรงพลังงานแบบถาโถมให้เธอท่วมท้นจนเกินไป ไหนจะได้เห็นภาพแบบคมชัดระดับ FULL HD แบบนี้อีก
คนที่จิตใจบอบบาง และอ่อนไหวง่ายอย่างเธออาจจะทนรับกระแสพลังงานนี้ไม่ไหว
หญิงสาวรู้สึกเซ็ง เดินตรงไปยังที่นั่งว่าง ก่อนนั่งก็หันมายิ้มเล็กน้อยตามมารยาทให้ชายหนุ่มคนข้างตัว
แต่...ชายหนุ่มมองหน้าเธอแล้วสะดุ้งและรีบเบือนหน้ากลับ ชั่วขณะเธอเห็นสีหน้าและท่าทางเขาแบบ...
เมอาขมวดคิ้ว ถ้าเธออ่านภาษากายไม่ผิดมันเหมือนกับอาการผงะ ใกลัว!
หญิงสาวรีบหยิบกระจกพกพาในกระเป๋าถือออกมาส่องดูใบหน้าตน
เธอช็อคกับสภาพที่เห็น ั้แ่ผมที่ไม่เป็ทรง หยาดเหงื่อบนหน้าผาก คราบขาวของแป้งพัฟที่เกลี่ยไม่เรียบ่หน้าผากและใต้ตา และที่ร้ายสุด คือ รอยลิปสติกที่เลอะเทอะตรงปากลามไปถึงข้างแก้ม!!
ในตอนนี้หญิงสาวกลับไม่นึกถือโทษโกรธเคืองชายหนุ่มที่หันหน้าหนีเลย เพราะแค่เห็นหน้าตัวเอง เธอก็แทบจะหวาดผวาด้วยความใแล้ว
...ต้องเป็ตอนล้มเมื่อกี้แน่เลย แสดงว่า แพทย์หนุ่มที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องเห็นใบหน้าเลอะเทอะของเธอแล้วแน่ๆ
โอ๊ย ตายแล้ว! ฉันคงไม่กล้าสู้หน้าเขาอีก
เดี๋ยวนะ! ถ้าลิปสติกเลอะบนใบหน้าซะขนาดนี้ แสดงว่า…เธอต้องทิ้งรอยเปื้อนลิปสติกไว้กับเสื้อชายหนุ่มแน่ๆ
ฮือ! ไม่อยากจะคิดต่อเลย คิดแล้วเมอาก็รู้สึกอับอาย และวิตกกังวลขึ้นมาอีกรอบ
หยิบทิชชูมาเช็ดรอบริมฝีปากและข้างแก้มหลายครั้ง จนผิวหน้าบริเวณนั้นขึ้นสีแดงจางๆ เสร็จแล้วส่องกระจกดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมา
หญิงสาวเห็นชายหนุ่มที่เธอฝากรอยจูบเอาไว้ ยืนตรงหน้าเธอ ตอนนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อกาวน์สีขาวแล้ว และเขากำลังยืนส่งยิ้มให้เธอ!!
นาทีนี้เธอรู้สึกสติหลุด ในหัวสมองขาวโพลนไปหมด คิดอะไรไม่ออก เขาจะจำเธอได้หรือเปล่า หรือว่าเขาจะมาเอาเื่เธอ ยิ่งมีชนักติดหลังหลายเื่อยู่ด้วย
เธอขมวดคิ้วมุ่นสงสัย ทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจที่จะพูดขอโทษอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไป กลับเห็นแพทย์หนุ่มเอื้อมมือไปรับไมโครโฟนจากวิทยากรอีกคน
"สวัสดีครับ ผมเป็หนึ่งในทีมวิทยากรที่จะมาให้ความรู้ในการอบรมครั้งนี้..."
เพล้ง...เพล้ง...
เมอารับรู้ได้ถึงรอยแตกร้าวที่แล่นลามทั่วทั้งใบหน้า เพียงแค่วันนี้วันเดียวรู้สึกถึงอาการหน้าแตกนับครั้งไม่ถ้วน
ตลอดทั้งวันสติของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนไม่สามารถรับรู้ถึงเื่ที่อบรมได้เลย
อย่างไรก็ตาม หญิงสาวพยายามปลอบใจตัวเองและคิดในแง่บวกว่า วันนี้ในฐานะคนแอบรัก แอบปลื้มถือว่าคุ้มค่าชีวิตแล้ว ได้ทั้งกอดหนุ่มและยังฝากรอยจูบทิ้งไว้เป็ที่ระลึกอีกต่างหาก!
การอบรมของวันนี้สิ้นสุดลงประมาณบ่ายสามกว่าๆ ผู้เข้าร่วมอบรมเกือบๆ ร้อยคน ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังจับกลุ่มสนทนากันต่อ
เมอาสังเกตจากหน้าตาและการแต่งกายของผู้ที่เข้าอบรมส่วนใหญ่น่าจะเป็คนวัยทำงานมากกว่าที่จะเป็นักศึกษาจบใหม่ เธอจึงไม่แปลกใจว่าหลังเลิกเรียนทุกคนจึงแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว คงจะกลับไปทำงานหรือทำภารกิจอื่นต่อ
ที่จริงแล้วหญิงสาวก็อยากรีบกลับบ้านเพื่อไปทำงานของตัวเองต่อให้เสร็จเช่นกัน แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกสองจิตสองใจว่าอยากที่จะอยู่ต่อเพื่อรอคุยกับเจเจก่อน
เมอายืนครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง...