นานาเซียน

    EP37 เทพบรรพกาลแห่งไฟ



    ....กลองหินดังระรัวถี่ขึ้น เสียงโห่ร้องแผดดังก้องสะท้อนหุบเขาราวกับเสียงสัตว์ร้ายคร่ำครวญ
    ร่างนักบวชเผ่าเพลิงแดงสวมผ้าคลุมแดงชุ่มเลือด เดินวนรอบแท่นหินพร้อมชูมีดบูชาที่เปื้อนคราบสนิม
    เสียงสวดโบราณดังต่ำจนพื้นหินสั่นสะท้าน

    ควันดำหนืดหนาทะลักจากร่องหิน ราวกับมีดวงวิญญาณนับพันกำลังถูกดูดออกมา
    เงาร่างบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นรอบลานพิธี เหมือนผู้ที่เคยถูกสังเวยยังคงตะโกนร่ำไห้อยู่

    บนรูปปั้นเทพบรรพกาลแห่งไฟ ดวงตากลวงโบ๋พลันลุกไหม้เป็นเปลวเพลิงสีดำ
    เปลวไฟนั้นไม่ให้ความร้อน หากแต่เย็นเยียบ…จนวิญญาณสั่นสะท้าน

    เสียงของหัวหน้าเผ่าดังก้องลาน


    “โลหิตของพวกมัน… จะปลุกให้ท่านเทพเสด็จ!

    เจ้าพวกคนนอก จงกลายเป็นเถ้าถ่านเพื่อเสริมพลังให้เผ่าเพลิงแดงนิรันดร์!”


    เหล่าชนเผ่าต่างกรีดร้อง คลุ้มคลั่งเหมือนวิญญาณสูญสติ
    เสียงโซ่เหล็กรัดแขนขาของอวี้เฟิงสั่นกราวเมื่อเขาขยับตัว
    แต่แทนที่จะหวาดกลัว เขากลับยกคางขึ้น ยิ้มกวนประสาท


    “โอ้โห… บรรยากาศอลังการนะนี่
    ถ้าไม่บอกว่าเป็นพิธีบูชาเทพ ข้าคงนึกว่าเป็นงานเลี้ยงสุราในหอร้อยบุปผา!(ซ่องโสเภณี)”


    เสียงชนเผ่าทั้งลานโห่ฮืออย่างเกรี้ยวกราด
    อวี้เฟิงยังไม่หยุด


    “ไหนๆก็ทำพิธีแล้ว… จะไม่มีอาหารเลี้ยงแขกเลยเหรอ?
    โจ๊กเห็ดหอมสักชามก็ยังดีนะเว้ย ข้าหิว!”


    อวี้ปิงที่ถูกมัดข้างๆ แทบจะกัดลิ้นตัวเองตาย
    “พี่! นี่มันไม่ใช่เวลามุกนะโว้ย!”


    หัวหน้าเผ่าชี้มีดบูชาใส่หน้าอวี้เฟิง เสียงคำรามต่ำดังออกมาจากในอก
    “ปากของเจ้า… จะเป็นชิ้นแรกที่ข้าสังเวยให้เทพ!”


    ทันใดนั้น แท่นหินใต้เท้าพลันเรืองแสงแผ่พลังมืด เสาเพลิงสีดำผุดขึ้นพันธนาการทั้งสามไว้
    เสียงครืนครั่นจากรูปปั้นดังสะเทือนราวกับสิ่งที่อยู่ข้างในกำลังจะตื่น

    แต่ท่ามกลางบรรยากาศสยอง อวี้เฟิงยังแค่นหัวเราะ


    “เหอะ… ไอ้เทพซุ่มซ่ามเนี่ยนะเป็นเทพแห่งไฟของพวกเจ้า ถ้ามีกล้าตื่นขึ้นมาจริง

    แล้วเห็นข้า ระวังมันจะเปลี่ยนใจ… ยกตำแหน่งเทพให้ข้าแทนก็ได้นะโว้ย! ฮ่าๆ”


    เสาเพลิงสีดำพุ่งสูงขึ้น ลมรอบลานบูชากระหน่ำจนเปลวคบเพลิงสั่นไหว
    ทุกสายตาจับจ้องแท่นหินที่ส่องสว่างยิ่งขึ้น…
    เสียงสวดมนต์ต่ำลึกดังลั่น แทบจะฉีกหูออกเป็นชิ้นๆ

    และทันใดนั้นเอง อวี้เฟิงเชิดหน้าขึ้น ตะโกนก้องสุดเสียง


    “ไอ้เทพซุ่มซ่าม เอ้ย ไอ้เทพบรรพกาลแห่งไฟ! ถ้ามันมีตัวตนจริงก็โผล่มาให้ข้าเห็นสิวะ!
    หรือว่ากลัวไอ้หล่อๆแบบข้าจะเผาเอ็งกลับไปเป็นถ่าน!!”


    เสียงก้องสะท้อนลานราวกับมีคนตะโกนซ้ำเป็นพันครั้ง
    เหล่าชนเผ่าต่างหันขวับไปมองรูปปั้นยักษ์ด้วยสายตาลุ้นระทึก
    บางคนถึงกับคุกเข่า มือสั่นเพราะเชื่อว่าทวยเทพจะลงโทษทันตา

    อวี้เฟิงไม่หยุดแค่นั้น


    “เอ้า! แน่จริงออกมาเลย!
    หรือเอ็งเป็นเทพไฟเก๊? มีแต่รูปร่างแต่ไม่มีน้ำยา?
    จะให้ข้าส่งไม้ขีดไฟไปให้ยืมมั้ยเฮ้ย!!”


    เสียงหัวเราะกวนๆของเขาก้องกังวานจนบรรยากาศที่ควรจะขึงขังกลับพลันบิดเบี้ยว
    อวี้ปิงกัดฟันแน่นแทบอยากเอาหัวโขกพี่ชาย

    “พี่! พูดบ้าอะไรออกไป”


    แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนชะงัก

    เปลวไฟในดวงตารูปปั้นที่เคยลุกโชน… ดับลงอย่างฉับพลัน
    รอยรูนบนแท่นหินค่อยๆ มืดมิดลง เหมือนพลังถูกดูดหายไปในพริบตา
    เสียงสวดโบราณของนักบวชแปรเปลี่ยนเป็นเสียงแตกพร่า ก่อนจะหยุดชะงักราวกับคอถูกบีบ

    ทั้งลานพิธีตกสู่ความเงียบงัน…
    เพียงเสียงลมหนาววูบผ่านราวกับดวงวิญญาณหนีหาย


    หัวหน้าเผ่าเบิกตาโพลง ใบหน้าซีดเผือด
    “ม-ไม่นะ… ทุกครั้ง… ทุกครั้งที่เราทำพิธี เทพจะต้องตอบสนอง…!
    ทำไมครั้งนี้… ไร้การตอบรับ!?”


    เหล่าสมาชิกเผ่าเพลิงแดงเริ่มสั่นสะท้าน บ้างก็โวยวาย บ้างก็ทรุดตัวคุกเข่าเหมือนสิ้นหวัง
    บางคนถึงกับตะโกนลั่นว่า “เทพทอดทิ้งพวกเราแล้ว!”


    อวี้เฟิงหัวเราะหึๆ ยกไหล่ขึ้นแม้จะถูกมัดอยู่
    “ฮะฮะ! เห็นมั้ยล่ะ? ข้าแค่ตะโกนไม่กี่คำ… เทพของพวกเอ็งยังไม่กล้าโผล่มาเลย
    สงสัยจะกลัวโดนข้าซัดจนกลายเป็น ‘ไฟจุดเตา’ มากกว่าเป็นบรรพกาลล่ะมั้ง ฮ่าๆๆๆๆ!”


    ท่ามกลางความโกลาหลของชนเผ่าเพลิงแดง พลังอาคมที่พันธนาการทั้งสามเริ่มสั่นไหวเลือนหายเพราะเหล่าหมอผีมัวแต่ตะลึงกับพิธีที่ล้มเหลว.
    หลี่หวานเหวินเพ่งสมาธิแผ่วเบา เรียกกระบี่เซียนที่ถูกยึดไว้ให้ลอยกลับมาหาด้วยแสงวูบหนึ่ง.
    กระบี่พุ่งฉวัดเฉวียนเฉือนโซ่และเงื่อนเชือกอย่างแม่นยำ เสียงเหล็กขาดดังกร๊อบสะท้อนกลางลาน.
    พันธนาการร่วงหล่นลงพื้น ขณะที่เปลวเพลิงสีดำรอบตัวดับวูบไปพร้อมกัน.
    อวี้เฟิงสะบัดแขน ยกยิ้มกวนๆ พลางตะโกนลั่น “ไงล่ะ! เทพก็ไม่มา เชือกก็ขาด… สรุปว่าข้าหล่อเกินไปใช่มะ ฮ่าๆๆ!”

    คล้ายกับเรื่องนานาเซียน ที่คุณอ่าน