หากต้องการได้ใจชาย ต้องคว้ากระเพาะเขาให้ได้ก่อน

    ตอนที่ 24 [ซุปไก่สับปะรดขิง]


            พันโทเลโอเนลโล่เดินกลับมาด้วยใบหน้าดำคร่ำเครียด เขาได้พบกับเรื่องราวที่ไม่ถูกต้องนี้แล้ว คิ้วเรียวเข้มขมวดแน่นเป็นปม ใบหน้าหล่อเหลานั้นพลันดุดันแข็งกร้าวขึ้นทันทีเมื่อได้เห็นน้องชายตัวน้อยที่ยังดีๆอยู่จู่ๆก็ใบหน้าซีดเซียวยกมือกุมขมับ


             ออมเล็ตกะพริบตาถี่หันกลับมา ใบหน้าของเขาขาวซีดอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากบางซีด ไม่รู้เพราะเหตุใดความรู้สึกภายในมันถึงได้เจ็บจี๊ดชาชินขึ้นมา ดวงตาเรียวรีนิ่งสงบไร้ความรู้สึกจึงกลับเข้าสู่โหมดคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินดังเดิมทันที 

            

            “ปวดหัว”

            

            “น้องตากลมมากไป กลับเข้าบ้านก่อนเถอะ” เลโอเนลโล่กล่าวเช่นนั้นทว่าทราบดีว่าอาการของน้องอังศ์ไม่ได้เกิดจากสาเหตุนั้น... ก่อนหน้านี้อาการเช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้น

            

            ดวงตาคมกริบดุดันของท่านพันโทเลโอเนลโล่มองหลุบลงต่ำซ่อนความรู้สึกและความคิดบางอย่าง... น้องชายคนที่สามมีร่างกายเล็กบอบบางและอ่อนแอมาก ฉะนั้นการอยู่ใกล้หรือเข้าใกล้กับคนในครอบครัวที่มีพลังแข็งแกร่งมากทำให้เด็กน้อยผู้บอบบางได้รับกระทบ


            ความแตกต่างกันมากเกินไปในเชิงนั้นทำให้ทุกอย่างแย่ลง กระแสพลังที่เอ่อล้นออกมาของคนในครอบครัวส่งผลกระทบต่อร่างแน่งน้อย เพียงแค่ไม่ระวังเล็กน้อยก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อน้องได้... นี่เป็นอีกสาเหตุที่เขาและคนอื่นๆในครอบครัวไม่กล้าเข้าใกล้น้อง เกรงว่าจะทำให้เด็กน้อยได้รับบาดเจ็บป่วยไข้อีก

            

            หลังจากนั้นจึงกลายเป็นว่าเราครอบครัวคล้ายยิ่งกว่าคนแปลกหน้าต่อกันยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หากไม่นับอุปนิสัยดังกล่าวนั้น หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยการตีตัวออกห่างของอังศุมาลิน ทุกอย่างย่ำแย่ลงเรื่อยๆจนไม่อาจอธิบายได้

            

            พันโทเลโอเนลโล่มีความคิดมากมายหลายอย่าง...

            


            ออมเล็ตปวดหัวหน่วงๆมึนๆเบลอ เขาคล้ายรู้สึกจะไม่สบายยังไงก็ไม่รู้จึงกลับมานอนที่ห้องนอนสีขาวอันเป็นเซฟโซนที่สุดของเขาคนเดียว ทั้งๆที่เมื่อเช้าก็ยังรู้สึกดีๆอยู่ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกไม่ดีเลย มันคล้ายควบคุมตัวเองควบคุมอารมณ์วุ่นวายภายในไม่ได้

            

            ออมเล็ตรู้สึกแย่ และเขาอยากอยู่คนเดียว


            เหล่าคุณพ่อบ้านเห็นอาการของคุณชายสามอังศุมาลินไม่ดีเอามากๆเลยพวกเขาไหนยังจะกล้าไปดื่มด่ำกับอาหารรสเลิศกันต่อ หลังทานอาหารกันรีบๆเรียบร้อยก็ตามดูคุณชายของตนอย่างใกล้ชิด นายแพทย์ลิลลี่อยากจะเข้าไปจู้จี้ตรวจดูอาการโดยตรงให้เลยทว่าเมื่อสบสายตาคมกริบดุดันน่ากลัวของคุณชายสามแล้วพวกเขาคงต้องถอยออกให้ห่างก่อนดีกว่า

            

            .....

            

            ออมเล็ตต้องการอยู่คนเดียว... เขานอนหลับยาวไปจรดช่วงค่ำซึ่งแม้กระทั่งตื่นขึ้นมาอีกก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้นเลย ร่างน้อยนอนขดตัวเล็กนิดเดียวบนเตียงใหญ่ มีเสียงไออยู่เนืองๆ คัดจมูก ปวดหัว สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดช้า อ่อนเพลียเมื่อยล้า จิตใจยุ่งเหยิง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงทั้งเจ็บคอด้วย นี่มันสัญญาณอาการของคนกำลังจะป่วยไข้เลยไม่ใช่หรือไง

            

            ท่านพี่ใหญ่เลโอเพิ่งออกไปเพราะงานด่วน ฉะนั้นวันนี้คงไม่มีใครกลับบ้านอีกแล้วมั้ง ออมเล็ตหันนอนหงายมองเพดานสีขาวพลางคิด... คิดว่าอยากทานอะไรที่มันเป็นซุปๆร้อนๆซดให้ลื่นคอคงรู้สึกดี


            ในเมื่อตัดสินใจแล้วจะทานซุปร้อนๆจึงลงมาที่ห้องครัวทันที ร่างเล็กเดินช้ากว่าปกติเพราะยังรู้สึกอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงอยู่ ใบหน้าของคุณชายสามอังศุมาลินบ่งบอกประสงค์อย่างยิ่งว่าเขาไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้คล้ายกับกลับไปเป็นคุณชายสามอังศุมาลินดังก่อน

            

            ใบหน้าหวานล้ำเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆเสมือนตายด้านไปแล้ว ดวงตาเรียวรีสีทองกวาดมองผ่านทุกอย่างเฉยชา มิได้เอ่ยพูดคุยกับใครมากนัก

            

            ลิลลี่เห็นคุณชายสามอังศุมาลินออกจากห้องนอนแล้วพลันโล่งอกจึงรีบเอ่ยถามทันที คุณชายสามควรได้รับโดสอาหารเหลวก่อนมากกว่าการเข้าครัวเอง แต่ยังไม่ทันพูดจบ “คุณชายรับเป็นอาหารเหลวสะ – สังคะ..”


            “อยากกินซุปร้อนๆ”

            

            น้ำเสียงเย็นยะเยียบของคุณชายสามอังศุมาลินเอ่ยแทรกมา เมื่อก่อนพวกเขาพ่อบ้านคิดว่าคุณชายสามก็มีน้ำเสียงเย็นชาเช่นนี้นะ ทว่าวันนี้กลับทราบแล้วว่าระดับความเย็นชาเย็นเหยียบของคุณชายสามมีหลายระดับเลเวลนี่เอง ทำไมวันนี้คุณชายสามอังศุมาลินนิ่งน่ากลัวจัง

            

            “เอ่อ ขอโทษครับคุณชาย... พวกเราทำอาหารประกอบไม่เป็นเลยครับ” ฌอนเอ่ยตอบคุณชายสามอังศุมาลินอย่างรู้สึกผิด พวกเขาทำอาหารประกอบไม่ได้เลย ก่อนหน้านี้พอทราบว่าคุณชายสามโปรดปรานการทานอาหารประกอบมากกว่าอาหารสังเคราะห์พวกเขาก็พยายามเรียนรู้ให้มากแล้วแต่ว่ายังต้องฝึกฝีมืออีกมากจริงๆ


            “อือ” ออมเล็ตพยักหน้าหงึกๆที่พูดก็แค่พูดเฉยๆรู้หรอกว่าทำไม่เป็น เขาไม่อยากสั่งมาร์เก็ตออนไลน์แล้วก็หิวไม่อยากรอแล้ว เขาไม่พูดมากพลางเดินไปที่ห้องเย็นเก็บวัตถุดิบเองเลย

            

            ร่างเล็กเข้าไปคุ้ยค้นหาวัตถุดิบว่ามีอะไรเหลือพอทำซุปง่ายๆซดร้อนๆได้บ้าง ส่วนใหญ่ในห้องเก็บวัตถุดิบจะมากไปด้วยส่วนผสมของพวกโดสอาหารเหลวอาหารสังเคราะห์ จะมีวัตถุดิบสดน้อยมากซึ่งมีจากที่ออมเล็ตสั่งมาเท่านั้น

            

            เอาล่ะมาดูกันว่ามีอะไรเหลือบ้าง ตอนนี้ก็คือให้อารมณ์ประมาณว่าหิวนะแต่ไม่อยากออกไปหาอะไรกินที่ตลาดอ่ะ งั้นดูดีกว่าในตู้เย็นห้องเรามีอะไรเหลือบ้าง แหะๆ ออมเล็ตคิดแล้วขำไอแห้งๆ

            

            มีไข่ไก่ มีมายองเนส มีกะหล่ำปลีเหลือจากแกงจืด มีซอสบาร์บีคิว มีสับปะรดเหลือจากการทำบาร์บีคิว เนื้อสัตว์ก็มี อ่า มีเหลือแค่ปีกไก่บนที่เมื่อเช้านี้ในจีเอสมาร์เก็ตลดราคาเลยซื้อมา มีกล้วยน้ำว้าเหลือนิดหน่อย

            

            ออมเล็ตเห็นสิ่งหนึ่งน่าสนใจมากจึงหยิบออกมามันคือเครื่องปรุงรสอย่างหนึ่ง ‘ดอกเกลือ’

            

            ดอกเกลือ คือเกลือที่ลอยอยู่บนผิวน้ำในนาเกลือและไม่เค็มจัดแบบเกลือ ทว่าออมเล็ตกำลังคิดว่าเพิ่งจะเห็นเจ้าสิ่งนี้แล้วเขาซื้อเจ้าสิ่งนี้มาตอนไหน?

            

            “คุณชายรองอติวิชญ์เป็นคนนำมาครับ”

            

            “อ่อ” ออมเล็ตได้คำตอบ เขาหยิบกระปุกดอกเกลือนั้นลงในตะกร้าวัตถุดิบที่พ่อบ้านถือเดินตามมา สายตากวาดมองพลางคิดพลาง มือเล็กหยิบนั่นหยิบนู้นหยิบนี้ไม่นานก็พอ

            

            ออมเล็ตดื่มนมรสจืดหมดแก้วรองท้องก่อนและเพื่อเติมพลังสักหน่อย เมนูซุปที่เลือกทำในค่ำนี้คือ ‘ซุปไก่สับปะรดขิง’ วิธีทำถือว่าไม่ยาก ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ ใช้เวลาไม่นานกำลังพอดี อร่อยกลมกล่อม กลิ่นหอม ซดน้ำซุปไก่ลื่นคอแน่นอน

            

            ซุปไก่สับปะรดขิง – เตรียมวัตถุดิบโดยมีสับปะรด ปีกไก่บน ปีกไก่กลาง ขิงแก่ซอย หอมแดง พริกไทยดำตำละเอียด ดอกเกลือ และน้ำตาลมะพร้าว

            ออมเล็ตนำวัตถุดิบทุกอย่างไปล้างน้ำสะอาด ปอกเปลือกสับปะรดแล้วเฉือนตาทิ้งค่อยหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หั่นซอยขิงแก่ หั่นหอมแดง ตำพริกไทยดำให้ละเอียด

            ต่อมาเริ่มตั้งหม้อเติมน้ำเปล่าต้มให้เดือดก่อนค่อยเติมดอกเกลือ หอมแดง และพริกไทยดำ แล้วตามด้วยใส่เนื้อไก่ที่เลือกไว้ลงไป จากนั้นรอจนเนื้อไก่เริ่มสุกแล้วเติมขิงซอยลงไป รอเดือดอีกครั้ง พอเดือดอีกครั้งเติมสับปะรดแล้วปิดฝาหม้อ ลดไฟอ่อน ต้มไปเรื่อยๆจนเนื้อไก่สุกเปื่อยนุ่มๆ ราวๆประมาณ 30-40 นาที ขณะต้มกลิ่นหอมๆนั้นก็กระจายทั่วบริเวณ

              

            แค่ได้กลิ่นขณะยังต้มรอเนื้อไก่เปื่อยก็...

            

            โครกคราก~

            

            อู้ฮูวววว ท้องน้องร้องเองแหละ ท้องน้องร้องแล้วครับ ไม่ต้องให้พูดคำว่าหิวก็รู้ว่าหิว กระเพาะของข้าไข่เจียวมันช่างซื่อสัตย์จริงๆ น่าอายนิดๆอ่า


            ออมเล็ตรอจนเมื่อเนื้อไก่สุกนุ่มดีแล้วจึงชิมรส เติมดอกเกลือกับน้ำตาลมะพร้าวตามรสที่เขาชอบ ต้มต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟได้


            ตอนท้องร้องออมเล็ตว่ายังดีนะที่เจ้าท้องนี่ยังร้องบอกหิวแบบเคร่งขรึมหน่อย ไม่ร้องโครกครากอย่างกระหึ่มกระหน่ำอะไรมากให้น่าอับอายจนเกินไป เป็นท้องร้องหิวที่มีมารยาทที่น่ารักมาก ฉะนั้นเมื่อหิวก็กินเถอะ!

            

            ซุปไก่สับปะรดขิง... หน้าตาดูน่าทานมากกับน้ำซุปสีเหลืองอ่อนก็น่าซดมากด้วยรวมทั้งกลิ่นหอมฟุ้งเพิ่มสัมผัสความอร่อยไม่ธรรมดาชวนให้ท้องร้องหิวอีกแล้ว กลิ่นน้ำซุปไก่จากดอกเกลือหอมแดงพริกไทยดำผนวกกับกลิ่นขิงแรงเคล้าสับปะรดกลิ่นออกรสหวานอมเปรี้ยวอ่อนๆจึงลงตัวกันมาก 

            รสชาติซุปไก่สับปะรดขิงพอดีกันอย่างไม่น่าเชื่อ ไก่กับสับปะรดกลมเกลียว สับปะรดรสชาติเปรี้ยวหวาน น้ำซุปไก่เค็มจางๆและขิงออกรสเผ็ดอมเปรี้ยวนิดๆปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำตาลมะพร้าวหวานพอดีกับดอกเกลือรสความเค็มไม่มากมีรสหวานแซม ยิ่งเพิ่มความอร่อยกลมกล่อมให้กับซุปไก่สับปะรดขิง ช่างไม่ปรานีต่อใครเลย กระเพาะของเหล่าชายหนุ่มต้องการสิ่งนี้!



            ภายในห้องอาหารกว้างใหญ่โต๊ะอาหารยาวเก้าอี้เยอะมีออมเล็ตนั่งทานคนเดียวเดี่ยวๆ เมื่อกี้เขาเพิ่งไล่ให้เหล่าพ่อบ้านที่น่ารำคาญนั้นไปทานซุปไก่สับปะรดขิงเสร็จใหม่ๆร้อนๆถึงจะอร่อย หากอิ่มแล้วไปนอนเลย เพราะเขาอยากอยู่คนเดียวและทานเสร็จแล้วก็จะไปนอนด้วยเหมือนกัน

            

            อารมณ์ความคิดของคุณชายสามอังศุมาลินคาดเดาไม่ได้หรือใครจะกล้าคาดเดาให้ขัดใจนายท่านน้อยกัน... เหล่าคุณพ่อบ้านได้แต่ลาไปอย่างอิดออดไม่ลืมฝากฝังคำพูดเกิดเหตุใดให้เรียกได้ตลอดเวลา การเป็นพ่อบ้านประจำตัวคุณชายสามอังศุมาลินแห่งบ้านพิชิตไชยศรีจะว่าง่ายดายก็ง่ายดายจะยากก็ยากนั่นแหละ

            

            ซุปไก่สับปะรดขิงร้อนๆอร่อย อร่อยอ่ะ อร่อยมากเลยแหละ... แต่ภายนอกคุณชายสามอังศุมาลินก็ทานไปอย่างเงียบๆซึมๆตามประสาคนมีอาการจะป่วยไข้


            ออมเล็ตซดน้ำซุปไก่สับปะรดขิงร้อนๆลื่นคอเชียว รสชาติก็อร่อยจนรู้สึกดีมากตาม เขาค่อยๆละเลียดซดละเลียดทานซุปไก่สับปะรดขิงอย่างช้าๆ ไม่หวงไม่ห่วงหรอกว่าหากอาหารค่ำนี้จะหายไปอีกเพราะแค่มีไข้อ่อนๆนี้เขาก็หมดแรงคิดเรื่องอื่นแล้วนอกจากอยากทานซุปร้อนๆตอนนี้น่ะ


            ร่างกายของคุณชายสามอังศุมาลินก็บอบบางอย่างแปลกๆ สำหรับเรื่องในวันนี้หากคิดว่าเขาจะลืมก็ไม่มีทางหรอก จดลงบัญชีดำหนังหมาไว้แล้ว!

            

            แต่ตอนนี้ออมเล็ตยังไม่มีแรงไปคิดจับโจรขโมยอาหารหรือฟ้องท่านพ่อที่ยังไม่กลับบ้านหรอก เขาคิดในแง่ดีว่าอาจจะเป็นหมาแมวกระรอกสัตว์ตัวน้อยในยุคนี้อะไรเทือกนั้น เพราะถ้าเป็นตัวร้ายจริงคงไม่ทำแค่ขโมยอาหารแน่ อีกอย่างนี่บ้านท่านจอมพลเลยนะจะมีอันตรายแฝงอยู่ได้ยังไง?


            ทำไมต้องมาขโมยอาหารกันด้วย?

            

            อืม อาจเป็นตัวน้อยๆ สัตว์ตัวน้อยๆอาจจะกำลังหิวโซ ตัวเล็ก ผอมกะร่องกะแร่งเหลือแต่กระดูกเหมือนเขาก็ได้ อาจจะเข้ากับสิ่งมีชีวิตอื่นๆไม่ได้เหมือนเขาอีก ฮื่อ คิดแล้วดูเศร้า น่าสงสารจัง

            เอ๋ แล้วถ้าเป็นสัตว์วิวัฒนาการมีพลังพิเศษล่ะ ไม่น่าใช่ ไม่น่าหลุดมาไกลถึงนี่มั้ง?



            จากโบราณกาล… มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า ‘เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน’ ออมเล็ตเข้าใจมาตลอดแหละขนาดตอนนี้หนังตาเขาก็หย่อนแทบจะปิดได้แล้วเนี่ย ความง่วงงุนผนวกกับร่างกายที่คล้ายจะป่วยไข้ พอได้ซดน้ำซุปไก่สับปะรดขิงจนคล่องคอจนท้องอิ่มหนำสำราญแล้วจึงควรแก่เวลานอนหลับพักผ่อนเสียที

            

            ชีวิตของคุณชายสามอังศุมาลินก็ผ่านไปวันๆอย่างสโลว์ไลฟ์กินอร่อยนอนอิ่มสุดเกษมสำราญเช่นนี้แล... ฝันดี สวัสดีราตรีสวัสดิ์ชาวโลก

            

            ค่ำคืนแห่งการหลับใหลของชาวมนุษย์ ภายในห้องนอนกว้างสีขาวสะอาดตาไร้ซึ่งสีอื่นใดประดับแซมด้วยเลยสักนิด ร่างแน่งน้อยนอนขดตัวเล็กในก้อนผ้าห่มหนา เจ้าตัวขยับกายซ้ายทีขวาทีบ้างเป็นครั้งคราว ใบหน้าหวานล้ำนิ่งสงบหลับพริ้มไร้พิษภัยเป็นที่สุดทว่าช่วงไรผมนั้นกลับมีเม็ดเหงื่อชื้นน้อยๆ คิ้วเรียวขมวดแน่นทั้งขณะหลับ สีหน้าซีดเซียวปนแดงระเรื่อไข้อ่อนๆ ริมฝีปากนุ่มแห้งผาก

            

            ร่างกายมนุษย์ที่เคยอบอุ่นนุ่มนิ่มสบายมีอุณหภูมิตัวร้อนรุมๆมีเหงื่อชื้น สีหน้าซีดปนแดงเรื่อแปลกๆ...

            

            เงาตะคุ่มๆที่หลบซ่อนอยู่ในความมืดเคลื่อนไหวอีกครั้ง

            

            เงาตัวน้อยเปล่งแสงวูบหนึ่ง กลายร่างอวตารเรือนกายบุรุษเพศนั้นค่อนข้างพิเศษด้วยลักษณะของเผ่าพันธุ์พิเศษแห่งจักรวาลที่ยังเรียกได้ว่าวิวัฒนาการไม่เต็มที่และยังไม่ปรากฏชัดเจน ดวงตาอัญมณีงดงามเหนือบรรยายเป็นเอกลักษณ์มองมนุษย์ตัวเล็กบนเตียง

            

            มนุษย์ไม่สบาย... ใครจะไปคิดว่ามนุษย์ตัวนิ่มนี่จะอ่อนแอขนาดนี้ อ่อนแอแบบบ้าๆเลย

            

            แค่ตากแดดตากลมนิดหน่อยก็ป่วยไข้แล้ว อื้อ มันไม่ใช่เพราะเขา(?)สักหน่อย

            

            ป่วยแบบนี้จะทำอาหารประกอบรสเลิศได้ยังไง เขาจะช่วยเหลือสักหน่อยก็ได้นะเพราะเขาไม่อ่อนแอ ไม่ใช่เพราะเขาทำให้มนุษย์ป่วยนะ ก็ถือว่าสมเพชหรอกนะ ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดจริงๆ(ห่วง?)อะไรหรอกนะ

            

            ทว่าก่อนได้ช่วยมนุษย์นั้น... ผู้มาใหม่กลับคงอยู่ในร่างอวตารนั้นได้ไม่นานก็ค่อยๆจางหายไปตัวเล็กลงเรื่อยๆจนกลายเป็นเจ้าสัตว์ตัวน้อยหน้าขนยาวมีลักษณะพิเศษ

            

            ดวงตาอัญมณีเปล่งประวูบหนึ่ง โมโห ท่านเก้าแปดโมโหแล้ว

            

            แต่กระนั้นเรื่องปากท้องก็สำคัญ เขาร่างตัวน้อยก้มใช้ปลายจมูกดุนดันใบหน้าเล็กขาวซีดของมนุษย์ ปลายลิ้นเล็กยื่นๆเลียแตะริมฝีปากของมนุษย์นั้นครั้งหนึ่ง

            

            .....

            

            ยามเมื่อปลายลิ้นเล็กได้แตะสัมผัสกับริมฝีปากแห้งนุ่มนั้นเสี้ยววินาที ก็รีบถอยออกทันที

            

            ร่างตัวน้อยหยุดชะงักเพราะรู้สึกแปลกๆ... ริมฝีปากนุ่ม มีรสชาติ กลิ่นหอมคล้ายอาหารรสเลิศเลย


            งะ – หงึหงึ ยะ – อยาก อยากกิน...

            

            ไม่สิ หงึ มนุษย์ร้ายกาจมาก มอมเมาเราด้วยริมฝีปากหรือ..

            

            หัวกลมๆเล็กส่ายไปมา สองหางยาวกลับกวัดแกว่งไปเอง ดวงตาเปล่งประกายคล้ายอัญมณีมองล่อกแล่กไปมา

            

            ลิ้นเล็กๆลองยื่นแตะที่ริมฝีปากนั้นอีกครั้ง หยุดชะงัก ก่อนจะกระโดดวิ่งหนีออกทางหน้าต่างไปอย่างรวดเร็ว... โดยไม่ทราบเลยว่าจะต้องหนีอะไร

            

            หงึ มนุษย์ร้ายกาจ มนุษย์หลอกลวงมนุษย์ไม่อ่อนแอ มนุษย์มีพลังบางอย่าง

            

            หงึ หน้า.. หน้าร้อนไปหมดเลย

            

            

            (//U.U\\)

            

            

            

            ยามนั้นหากว่าออมเล็ตได้สติอยู่เขาจะรู้ทันทีว่า... โลก กาลเวลา หยุดนิ่ง แล้วหมุนรอบตัวเขาได้จริงๆ และไหลย้อนกลับได้

            

            ร่างแน่งน้อยคลายความกระสับกระส่ายกลับมานอนในท่วงท่าเบาสบายเช่นเดิม ร่างกายอุณหภูมิร้อนรุมๆกลับสู่ภาวะปกติติดจะโล่งโปร่งสบายกว่าเดิมด้วยซ้ำ ใบหน้าแดงเปล่งปลั่งงดงามหลับพริ้มอ่อนเดียงสา คิ้วเรียวผ่อนคลาย ริมฝีปากบางชุ่มฉ่ำ...

            

            สัญญาณของอาการป่วยไข้หายไปเป็นปลิดทิ้ง

            

            เหลือไว้เพียงความอบอุ่นบนริมฝีปาก ออมเล็ตตื่นขึ้นมาพร้อมกับพบขนนกสีขาวข้างหมอน... ขนนกนุ่มสลวยงดงามสีขาวเรียวสวยงามราวกับเทพเจ้าสร้างสรรค์มีรัศมีพลังสถิตบางเบา




            -------------------------------

    ภาพประกอบ

    ซุปไก่สับปะรดขิง

            Talk

            ตอนแรกก็สงสารยัยน้องจับใจ มาตอนหลังนี่ก็อยากจับเจ้าบุรุษคนนี้เขย่าๆแล้วโยนอ่ะ...

            โอเค ก็โอเคแหละแก มาครั้งแรกก็มานอนห้องเขา มาครั้งที่สองก็ทำเขาป่วยก็ช่วยรักษา แต่ไม่รู้สึกผิดไม่ได้ห่วงนะแค่ตัวเองไม่อ่อนแอเฉยๆ อยู่ๆก็มาโปะๆปากลูกฉันละก็วิ่งหนีไป หน้าร้อนเองไปหมดเรยยย ฮรุกกก โอเค โอเค้ โอเค๊ แม๊!!!

            ใจหนึ่งก็อยากจะแจ้งจับนังคนนี้นะ แต่ใจหนึ่งก็บั่บ... ไก่ สับปะรด ขิงอ่ะขิงแรงมว้ากกก

            กัปตันมาเองก็ประมาณนี้แหละ มาแป๊บเดียวก็ได้โปะๆปากน้องแล้ว ครอบครัวชายหนุ่มพิชิตไชยศรีอยู่ด้วยกันมาตั้งนานยังไม่ได้อะไรเลย ละนักอ่านก็เต๊าะยัยน้องมาตั้งนานยังไม่ได้อะไรด้วย (5555) ลาล่ะนะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะ บ๊ายบาย

            ปล.พระเอกมีหลายร่าง ปัจจุบันที่ปรากฏร่างหลัวคือหลัว ร่างหงึก็คือหงึนั่นแหละ