รดีซ่านทรวง

    ตอนที่ 11 ยังไม่พร้อม

    ภาพที่เคลื่อนไหวอยู่บนหน้าจอทีวี ไม่ว่าจะเป็นละครหลังข่าวหรือว่าโฆษณา หญิงสาวให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะบรรยากาศรอบตัวของเธอตลบอบอวลไปด้วยความรู้สึกอึดอัด แต่วาบหวามระทึกใจ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เธอรู้สึกเคร่งเครียดมากขึ้นทั้งตัวและหัวใจ เพราะเวลาใกล้เข้านอนจะมาถึง คืนนี้เขาจะทำอะไรเธอหรือเปล่ามีลูกเลยหรือ…เธอคิดถึงการตัดสินใจของเขา ความรู้สึกอายปนกลัวเพราะไม่มีประสบการณ์มาก่อนทำให้สั่น ดวงหน้าร้อนผะผ่าว และสายตาก็คอยจะเบนไปทางอื่นจนเป็นลุกลี้ลุกลนแค่ร่างสูงกำยำของเขาลุกขึ้นยืน เธอสะดุ้งน้อยๆ พลันใจก็เต้นเร็วขึ้น พร้อมกันนั้นก็ก้มหน้างุด และเริ่มหายใจเร็วขึ้นปัณณวัตรจะไปกางมุ้งเสียหน่อย พอเห็นท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะทิ้งตัวนั่งลงยองๆ อยู่ข้างๆ ดวงตาคู่คมกริบจ้องอยู่ที่เธอ“มีวาสนาดีอยู่เหมือนกันนะ” เขาพูดเสียงเรียบ ในน้ำเสียงไม่มีแววหยอกล้อ“คะ?” เธอยังก้มหน้าขณะพูดถามอย่างไม่เข้าใจ“ก็เพราะได้เมียที่ไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน”แก้มคนฟังร้อนผ่าวจนเหมือนเหงื่อจะซึมขึ้นมาที่หน้าผาก เขารู้ได้ยังไง ทำไมถึงเดาแบบนั้น แต่ไม่กล้าถามออกไป“กลัวหรือ?”“เปล่าค่ะ”“สะดุ้งเป็นคนขวัญอ่อนไปได้”เขาต่อว่าเธออยู่ใช่ไหม พอเงยหน้าสบสายตาด้วย ตาประสานตา แววตาของเขาทำให้เธอลืมหายใจไปชั่วขณะ และใจเต้นเร็วจนได้ยินเสียงตึกๆ อยู่ที่ข้างหู“ขะ...ขอ...” เธอพูดเสียงตะกุกตะกัก“ขออะไร?” เขาเลิกคิ้วถาม“ขอเวลาหน่อย” เธอตอบแล้วลอบกลืนน้ำลายเขาไม่ตอบ อีกทั้งยันกายลุกขึ้นยืน ซึ่งทำให้เธอส่งเสียงเรียกรั้งเอาไว้ ก่อนที่เขาจะหายเข้าไปในห้องนอน“เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อน”ปัณณวัตรหันกลับไปมองดวงหน้าผุดผาด ภายใต้ท่าทางนิ่งเฉยของเขา เขากลัวตัวเองจะใจอ่อน เพราะหลังจากที่ได้จูบ เขาก็อยากกินหัวกินหางรวบกลางตลอดตัว“ฉันคิดว่า...ฉันยังไม่พร้อม” เธอพูดเสียงตะกุกตะกักออกมาอีก“ละครจบแล้ว เข้านอนกันเถอะ”“คะ?” ใจคนฟังหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มอนงค์นางเบนสายตากลับมา คืนนี้เธอเสร็จแน่ แค่คิดว่าจะถูกจูบเหมือนเมื่อเช้า ร่างทั้งร่างของเธอก็รวดร้าวไปหมด ใจเต้นเร็วกระทบโพรงอกเสียงดังตึกๆเธอไม่กล้าเข้าไปในห้องนอนเลย แต่จะนั่งไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ลุกขึ้นปิดโทรทัศน์ จากนั้นก็พาตัวเองค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องนอน ร่างสูงกำยำยืนอยู่ข้างมุ้ง ดวงตาคู่คมจ้องมองมาที่เธอ ทำให้รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาชอบกล ไหนบอกเองว่าจะทำหน้าที่เมียของเขา“ค่ะ ได้ค่ะ” เธอพูดออกไปขณะบีบมือตัวเอง“พรุ่งนี้จะเข้าเมือง จะไปด้วยกันหรือเปล่า” เขาเปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมาเฉย“ไปค่ะ” เธอตอบตกลงทันที เพราะมีข้าวของส่วนตัวหลายอย่างที่อยากจะซื้อ“อืม...”อนงค์นางยืนงง เมื่อจู่ๆ ร่างสูงก็เข้าไปในมุ้ง เขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่ ชักรู้สึกสับสนไปหมดแล้ว วันนี้จะไม่ใช่ไหม เธออยากรู้สึกมั่นใจ ช่วยตอบเธอหน่อยเถอะหลังจากปิดไฟ เธอก็ขยับเข้าไปในมุ้ง พอล้มตัวลงนอนโดยไม่ลืมคลี่ผ้าห่มคลุมตัว จากนั้นก็ตะแคงนอนหันหลังให้ภายใต้ความมืดสลัว อนงค์นางได้ยินเสียงแมลง เสียงการหายใจของตน และเสียงหัวใจกำลังเต้น คืนนี้เธอจะนอนหลับไหม ไม่น่าที่จะหลับ เพราะดันตื่นขึ้นมาในตอนหนึ่งทุ่ม แค่เธอได้ยินเสียงการพลิกตัวของเขา หัวใจกระตุกจนถอนหายใจแรงออกมา แล้วก็ภาวนาขึ้นมาอยู่ในใจว่า...อย่า ยังไม่ใช่คืนนี้ เธอยังไม่พร้อมปัณณวัตรทอดเวลายาวไปอีกนิด นิดเดียวพอ นิดเดียวจริงๆ แค่หนึ่งชั่วโมงกว่าเท่านั้น ร่างสูงกำยำก็พลิกกายขึ้นเหนือร่างบอบบางอนงค์นางไม่ร้องออกมาสักแอะ ใจเธอเต้นเร็วระรัวมากขึ้น และหายใจแรงไม่แพ้กัน ทันทีที่เขาเลื่อนริมฝีปากลงมา อาการเกร็งตัวของคนที่รอรับสถานการณ์อยู่ก็ผ่อนคลาย แถมแหงนใบหน้าขึ้น เพราะเขาสอดมือเข้ามาล็อกท้ายทอยจูบของชายหนุ่มรุกเร้าและเรียกร้อง เขาทนต่อสิ่งยั่วเย้าไม่ได้อีกแล้ว เพราะไม่ใช่ฤษี มีเมียหน้าตาสะสวยนอนอยู่ข้างๆ อีกทั้งเธอยังบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน เขาขอเป็นคนเห็นแก่ตัวสักนิด ขอเข้าหออย่างถูกต้อง จะได้กลายเป็นสามีของเธอทั้งพฤตินัยและนิตินัยอนงค์นางหายใจไม่ทัน จุมพิตของเขาทำให้หูอื้อ ตาพร่า ท้องไส้ปั่นป่วน แถมแขนและขาก็ไร้เรี่ยวแรงอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้เธอรู้สึกกลัวพอๆ กับความอยากรู้และอยากลอง เขาจะทำให้เธอพบกับความสุขใช่ไหม“เดี๋ยว...”เสียงใสแผ่วพร่าหลุดออกมา วินาทีนี้ใบหน้าแดงก่ำ แต่เขาคงมองไม่เห็น เพราะมีแค่แสงนีออนเล็กๆ จากด้านนอกลอดเข้ามาในห้องปัณณวัตรห้ามเธอไม่ให้พูด ด้วยการวางนิ้วชี้ลงบนริมฝีปาก จากนั้นก็ก้มหน้าลงจูบซอกคอ ไรเคราแข็งของเขาครูดไปกับผิวอ่อนนุ่ม จนทำให้เธอรู้สึกจั๊กจี้ระคนเสียวซ่าน เสียงถอนหายใจดังเฮือกหลุดออกมาอย่างไม่รู้ตัว“คุณไม่มีความรู้สึกรังเกียจผม”เสียงของเขาดังอยู่ที่ข้างหู มือยังยุ่มย่ามไปทั่วเนื้อตัวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียเขาอนงค์นางฟังอยู่ แต่ตอบไม่ได้ จะให้เธอตอบยังไงล่ะ ก็เธอไม่ใช่ผู้หญิงก๋ากั่น ไม่อย่างนั้นก็คงตกเป็นของชีวานนท์ไปแล้ว พอคิดถึงตรงจุดนี้ ความเศร้าวกกลับมาทำให้หัวใจร้าวระบมอีกแล้ว“ฉัน...ฉันจะพยายาม”“พยายาม?”“ใช่ค่ะ มันไม่น่ากลัวใช่ไหมคะ ตอนนี้ฉันกำลังกลัว”“ถ้าเต็มใจ มันก็ไม่น่ากลัว”“ฉันกลัวอยู่ค่ะ เพราะนี่เป็นครั้งแรก”“หลับตา”“คะ?”“หลับตา”“หลับตาทำไม?” เธอถามอย่างไม่เข้าใจ“โอนอ่อนตาม เปิดประสาทสัมผัสส่วนอื่นรับรู้”ใจของอนงค์นางเต้นเร็ว ดวงหน้าร้อนวูบวาบ นิ้วมือที่สั่นๆ ของเธอกำเข้าหากัน ท้องไส้ปั่นป่วนและเสียดเสียวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“หลับตาสิ”เสียงห้าวของเขาแฝงความหยอกเย้า จุดประกายแดงๆ ขึ้นที่แก้มทั้งสองข้าง แต่เขาคงไม่เห็นหรอก เพราะมืดสลัวออกอย่างนี้ เธอก็เห็นเขาอยู่ในระยะใกล้แค่นี้ แต่ไม่ชัด“หลับตา”“คุณจะทำอะไร”“นอนกับเมีย”มือหยาบกร้านของเขาลูบต้นแขนกลมกลึงผะแผ่วเท่านั้น ใจและกายสาวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที เธอกลั้นหายใจ แล้วก็ปล่อยพรูดออกมา เพราะยังไม่ใช่คนตาย เธอยังมีชีวิตอยู่ ร่างกายต้องการอากาศหายใจ