ข้าวของต่างๆถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบเพื่อเตรียมขนขึ้นรถม้าสำหรับการเดินทางของหลันหลันในวันรุ่งขึ้นทั้งไป๋จื่อและอนุหวังต่างช่วยกันเตรียมของอย่างขะมักเขม้นไม่ต่างจากถิงโม่หานและถิงอู่ที่หาตำราสนุกๆ ใส่หีบไว้ให้น้องสาวของตน เด็กหญิงในชุดสีม่วงอ่อนเดินนำหน้าจางจูไปยังเรือนตะวันออกอย่างไม่รีบร้อน
“หลันหลันเ้ามาแล้วหรือ”
แม้หลี่ฉางจะมิสามารถมองเห็นสิ่งใดเพราะใบหน้าที่ปูดบวมจากโรคที่นางเป็แต่ความไวทางการได้ยินของนางนั้นดีเยี่ยมเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาสตรีมากอายุรู้ได้ทันทีว่าเป็หลานสาวตัวน้อยของตนอย่างแน่นอนนางจึงยื่นมือออกไปหลันหลันที่เห็นย่าหลี่ยื่นมือออกมาจึงได้ยื่นมือของตนไปรับมือของย่าหลี่
“หลันหลันมาแล้วเ้าค่ะ”
เด็กหญิงพูดด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าหลันหลันมองย่าหลี่ของนางอย่างห่วงใยก่อนจะเอ่ยสิ่งใดเด็กหญิงกลับแปลกใจในคำถามที่ย่าหลี่เอ่ยกับนาง
“เ้าแปลกใจใช่หรือไม่ว่าทำไมย่าถึงไม่ให้ผู้ใดเข้ามาเรือนของย่าแม้แต่พ่อแม่ของเ้า”
“เดิมทีหลันหลันเคยคิดสงสัยเหมือนกันเ้าค่ะแต่เมื่อได้มาัักับท่านย่าแล้วหลานรู้สึกว่าที่ท่านย่ามิยอมพบปะผู้ใดก็เพราะไม่อยากให้ใครลือถึงคนตระกูลถิงในทางเสียๆ หาย ๆ และไม่อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ลำบากใจอีกทั้งที่ไม่อยากให้ท่านพ่อและท่านแม่มาพบก็เพราะไม่อยากให้พวกท่านเป็กังวลใจกับอาการของท่านย่าใช่หรือไม่เ้าคะ”
จี้หมัวมัวที่ยืนอยู่ด้านข้างพยักหน้าช้าๆ สายตาของนางแอบมองถิงหลันพิจารณา ‘ไม่น่าเชื่อว่าคุณหนูจะมีความคิดที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้’
“ที่เ้ากล่าวมานั้นถูกเกือบหมดแต่มีอีกหลายเื่ที่เ้ายังไม่รู้”
มือของหลี่ฉางค่อย ๆยกขึ้นมาลูบศีรษะหลันหลันอย่างเอ็นดู
“เมื่อถึงเวลาย่าจะบอกเ้านะ”
“เ้าค่ะ”
“ย่าได้ยินมาว่าเ้าจะเดินทางไปยังวัดไร้กังวลเพื่อขอพรให้ย่างั้นหรือ”
หลันหลันยิ้มอย่างมีเลศนัยจับมือของหลี่ฉางลูบเบาๆ
“ท่านย่าอย่าได้เป็ห่วงไปเื่ที่หลันหลันไปนั้นก็เพื่อขอพรให้ท่านย่าและเพื่อตัวเองด้วยเ้าค่ะ”
“เพื่อตัวเองงั้นหรือ”
น้ำเสียงของหลี่ฉางสูงขึ้นเล็กน้อย
“เ้าค่ะ ความจริงหลานมีเื่ที่ไม่สามารถบอกใครได้และจำเป็ที่ต้องไปวัดำชนั้นเ้าค่ะ”
“เื่จำเป็งั้นหรือ”
หลันหลันที่คิดเื่นี้ไว้อยู่ก่อนแล้วจึงได้บอกเล่าเื่ที่ตนคิดไว้ออกไปทันที
“ท่านย่าคงจะทราบมาบ้างว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนหลานแอบปีนต้นไม้และได้ตกลงมาตอนนั้นหลานได้สิ้นสติไป ยามสิ้นสตินั้นหลานได้รู้สึกเหมือนได้เดินทางไปในที่ ๆหลานมิเคยได้ไปมีสตรีในชุดขาวได้เข้ามาหาหลานและบอกหลานว่าให้หลานเดินทางไปยังวัดไร้กังวลนางจะรอหลานที่นั่น หลานคิดว่านางคงเป็เทพเซียนอย่างแน่นอนนี่เ้าค่ะนางยังให้ยาบรรเทาอาการปวดของท่านย่ามาด้วยเ้าค่ะ”
หลันหลันได้หยิบขวดยาออกมายื่นให้จี้หมัวมันขวดแก้วกระเบื้องที่ปิดฝาสนิทถูกยื่นจากมือเล็ก ๆ ส่งไปยังจี้หมัวมัวสตรีมากอายุหยิบยาขึ้นมาก่อนจะเปิดฝาและพิจารณาดูตัวยาด้านในขวดนั้น
“ฮูหยินใหญ่ยานี่แปลกประหลาดมากเ้าค่ะ รูปร่างก็แปลกตา เม็ดกลม ๆ สีขาว ไร้กลิ่นแต่ยังมีรสขมอยู่เ้าค่ะ”
“ยานี่ท่านเซียนบอกว่าให้ท่านย่ากินเฉพาะยามที่ปวดแต่ไม่ให้กินติดต่อกันเป็เวลานาน ๆ วิธีกินคือกินเมื่อมีอาการปวดห่างกัน 2-3ชั่วยาม อีกทั้งให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ นะเ้าคะ”
จี้หมัวหมัวแม้จะทำหน้าไม่เชื่อเท่าใดนักแต่ก็ได้นำขวดยาและตัวยายื่นให้หลี่ฉาง
“ขอบใจหลานมากนะที่ทำเพื่อย่าถึงเพียงนี้”
น้ำตาแห่งความตื้นตันใจไหลลงมาเป็ทาง
“เช่นนั้นย่าจะลองกินสักเม็ดนะ”
“ฮูหยิน”
จี้หมัวมัวทำเหมิอนจะห้ามแต่กลับถูกหลี่ฉางห้ามไว้นางจึงได้นำน้ำมาให้สตรีมากอายุดื่มกับยา หลี่ฉางที่ดื่มยาลงไปแล้วหันมายิ้มให้กับหลานสาวตัวน้อย
“ยานี้กินง่ายไม่ขมเท่ายาที่กินมาตลอด อีกทั้ง...”
“ฮูหยินเป็อะไรหรือเ้าคะ”
จี้หมัวมัวเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่แสดงความห่วงใย
“รู้สึกว่าปวดน้อยลงจริงๆ ด้วย ขอบใจเ้ามากนะหลันหลัน”
“ท่านย่าต้องขอบคุณเทพเซียนท่านนั้นถึงจะถูกเ้าค่ะ”
“หากย่าเดาไม่ผิดท่านเทพเซียนคงมีเื่ที่จะสอนสั่งหลันหลันของย่าอีกมากมายอย่างแน่นอน”
“หากเป็เช่นนั้นจริงหลันหลันจะตั้งใจและทำให้ท่านย่าหายให้ได้เ้าค่ะ”
“เด็กดี ๆ”
สตรีมากอายุทั้งสองต่างมองหลันหลันอย่างเอ็นดูจางจูที่แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคุณหนูของตนถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้แต่เด็กหญิงกลับรู้สึกชอบคุณหนูของนางในตอนนี้มากกว่าหลันหลันอยู่คุยกับหลี่ฉางเพียงไม่นานก่อนจะขอตัวกลับเรือนเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังวัดไร้ทุกข์
รถม้าจอดรอหลันหลันอยู่หน้าจวนพร้อมกับเกวียนขนของหลันหลันที่แต่งกายเรียบร้อยได้เข้าไปลาย่าหลี่ของนางก่อนจะเดินออกมา ถิงหลงไป๋จื่อ ถิงโม่หาน อนุหวังและถิงอู่ได้ออกมาส่งหญิงสาวอย่างพร้อมหน้า
“หลันหลันเดินการเดินทางค่อนข้างลำบากลูกต้องรักษาตัวด้วยนะ”
“เ้าค่ะท่านแม่”
ไป๋จื่อสวมกอดบุตรสาวก่อนจะเอ่ยกับนางอย่างอาลัยแม้จะมิอยากให้บุตรสาวจากอกไปแต่ก็ขัดใจของลูกสาวมิได้
“ข้าและน้องรองได้เตรียมหนังสือที่เ้าชอบไว้ให้แล้วนะไว้อ่านยามเดินทางหรืออ่านแก้เหงา”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
หลันหลันเอ่ยขอบคุณพี่ชายของนางทั้งสองอนุหวังที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้นำกล่องอาหารมาให้หญิงสาว
“นี่คือของกินเล่นระหว่างทาง”
“ขอบคุณเ้าค่ะอนุหวังลำบากท่านแล้ว”
เมื่อร่ำลากันจนพอใจแล้วหญิงสาวจึงขึ้นเหยียบบนเก้าอี้เพื่อขึ้นรถม้าของตนขณะที่รถม้ากำลังจะออกนั้นจู่ ๆก็ได้มีม้าวิ่งมาขวางทางรถม้าทำให้คนตระกูลถิงใไม่น้อยบุรุษบนหลังม้ารีบลงจากหลังม้าก่อนจะคำนับราชครูถิงอย่างนอบน้อม
“ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากองค์รัชทายาทและองค์ชายรองให้นำของมามอบให้คุณหนูถิงขอรับ”
บุรุษแปลกหน้าได้เดินไปยืนข้างรถม้าที่หลันหลันนั่งอยู่ก่อนจะมอบห่อผ้าให้แก่เด็กหญิงหลันหลันเปิดม่านออกมาเพื่อรับของก่อนจะยกยิ้มให้บุรุษแปลกหน้าผู้นั้นโดยมิได้เปิดดูของด้านใน
“ฝากขอบพระทับองค์รัชทายาทและองค์ชายรองด้วยนะ”
เมื่อทำหน้าที่ของตนลุล่วงแล้วชายหนุ่มได้ลาไปอย่างรวดเร็วหลันหลันเองก็ถึงเวลาเดินทางแล้วเช่นกัน นางจึงโบกมือลาบิดามารดาและพี่ ๆก่อนจะให้คนขับรถม้าเคลื่อนรถออกไป