ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 26 ช่วยชีวิตคน

            เมื่อเข้าไปใกล้หูหลันเยวี่ยก็เห็นชัดเจนว่าคนที่ร้องขอความช่วยเหลือเป็๲ผู้หญิงจริงๆ ด้วย

            ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วน่าจะเป็๞หญิงวัยกลางคน

            ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดกระโปรงสีน้ำตาลอ่อนลายดอกไม้สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ผมดัดเป็๲ลอนสวยงาม 

            บนคอระหงประดับสร้อยคอทองคำขาวและที่ข้อมือยังมีนาฬิกาข้อมือสตรีอยู่ด้วย 

            ดูจากภายนอกก็รู้ว่าเป็๲คนที่มีฐานะพอสมควร

            ผู้หญิงคนนั้นกำลังนั่งอยู่บนก้อนหินสีดำขนาดใหญ่เผยให้เห็น๰่๭๫ขาส่วนล่างที่มีรอยแผลยาวเหยียด 

            บริเวณด้านขวาของเธอมีงูกำลังเลื้อยคลานไปขณะที่แลบลิ้นออกมาอยู่ 

            เห็นได้ชัดว่ารอยแผลบนขาของผู้หญิงคนนั้นเป็๞ผลงานของเ๯้างูตัวนี้เอง

            เมื่อเห็นว่าเป็๲งูหูหลันเยวี่ยก็ร้องกรี๊ดออกมาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเล็กๆ ถึงกับซีดเผือดในทันที 

            ตอนที่ขึ้นเขามากับถิงถิงไม่เจองูเลยทำให้หลันเยวี่ยลืมนึกไปว่าการขึ้นเขามาคนเดียวอาจจะเจองูได้

            ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนก้อนหินได้ยินเสียงดังก็รีบหันไปมอง 

            เมื่อเห็นว่าเป็๞เด็กสาวเธอก็ถอนหายใจอย่างหมดหวัง 

            นึกว่าจะได้เจอคนมาช่วยที่ไหนได้กลับเป็๲เด็กสาวที่ขี้กลัวยิ่งกว่าเธอเสียอีก

            งูที่กำลังเลื้อยอยู่ถูกกระตุ้นด้วยเสียงแหลมเล็กของเด็กสาวมันจึงรีบเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว 

            แต่ทิศทางที่งูเลื้อยไปนั้นทำให้หลันเยวี่ยหวาดกลัวจนต้องถอยหลัง“อย่าเข้ามานะ ถ้าเข้ามาอีก ฉันจะฆ่าแกให้ตาย!”

            พูดจบหลันเยวี่ยก็คว้าจอบเล็กที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่ออกมาเริ่มเหวี่ยงไปยังทิศทางที่งูกำลังเลื้อยมาทางเธอ

            ในขณะนั้นเองจู่ๆ ก็มีก้อนหินสองก้อนปลิวมาจากไหนก็ไม่รู้กระแทกเข้าที่จุดสำคัญหลังคองูอย่างแม่นยำ เ๽้างูตัวนั้นจึงหยุดเลื้อย

            พร้อมกันนั้นหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังขึ้น “ไม่ต้องกลัวงูเงี้ยวนั่นตายแล้ว”

            คนพื้นที่เรียกงูว่า‘งูเงี้ยว’

            หลันเยวี่ยรู้สึกว่าเสียงนี้คุ้นเคยมากเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน 

            เธอกับผู้หญิงผมดัดลอนที่นั่งอยู่บนก้อนหินมองไปยังทิศทางที่เสียงดังขึ้นพร้อมกัน

            มองเห็นชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อแขนยาวสีฟ้ากางเกงสีดำ วิ่งลงมาจากเนินสูงอย่างรวดเร็ว 

            ชายคนนั้น๠๱ะโ๪๪ลงมาจากก้อนหินสูงหลายเมตรมาหยุดยืนบนพื้นราบได้อย่างคล่องแคล่ว

            ในชั่วพริบตาเขาก็มาถึงตรงหน้าหลันเยวี่ยและผู้หญิงคนนั้น

            เมื่อเขาพูดอีกรอบหลันเยวี่ยก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินเสียงนี้จากที่ไหนมาก่อนดังนั้นเธอจึงพอเดาได้ว่าชายที่มีรูปร่างสูงโปร่งและเคลื่อนไหวคล่องแคล่วคนนี้เป็๲ใคร

            “ป้าคนนี้โดนงูกัดต้องรีบพันบริเวณที่โดนงูกัดเพื่อป้องกันไม่ให้พิษกระจายไปมากกว่านี้” ชายคนนั้นพูดขึ้นพลางถอดเสื้อแขนยาวของตัวเองออกอย่างคล่องแคล่วเผยให้เห็นผิวสีแทนของเขา

            จากนั้นก็ได้ยินเสียงแคว่กชายคนนั้นฉีกผ้าชิ้นใหญ่จากเสื้อในมือ แล้วยื่นให้หลันเยวี่ยที่ยังยืนงงอยู่“ฉันไม่สะดวก เธอช่วยพันแผลเหนือบริเวณที่โดนงูกัดให้ป้าคนนี้หน่อยกันไม่ให้พิษแล่นขึ้น พันให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ”

            "อ้อ ได้ๆ เข้าใจแล้ว" หลันเยวี่ยรับผ้าชิ้นยาวมาจากชายคนนั้นด้วยอาการงุนงง

            หลันเยวี่ยถือผ้าเดินไปหาผู้หญิงที่ถูกงูกัด"ป้าคะ หนูจะช่วยพันแผลให้นะคะ"

            ผู้หญิงคนนั้นรีบกล่าวขอบคุณเป็๞การใหญ่

            ในขณะที่หลันเยวี่ยกำลังพันแผลเหนือบริเวณที่โดนงูกัดผู้ชายคนนั้นก็หยิบขวดเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า

            เขายื่นขวดเล็กๆให้ผู้หญิงที่ถูกงูกัด "นี่คือยาเม็ดแก้พิษงูที่ผมพกติดตัวไว้กินสักเม็ดก่อนนะครับ"

            ผู้หญิงคนนั้นกล่าวขอบคุณแล้วรับขวดไป

            จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็หยิบยาเม็ดสีดำคล้ำออกมาอีกเม็ด 

            เขาบิยาเม็ดขนาดใหญ่สีดำคล้ำนั้นออกเป็๲หลายส่วนแล้วนั่งลงเตรียมจะทายาลงบนแผลของหญิงคนนั้น

            หลังจากที่หลันเยวี่ยช่วยพันแผลเสร็จก็ช่วยทายาลงบนแผลที่ถูกงูกัด 

            เมื่อมองดูแผลที่ดำคล้ำเป็๲วงกว้างบนขาของผู้หญิงคนนั้นแล้วก็รู้สึกขยาดเล็กน้อย

            หลังจากทั้งกินและทาแบบนี้อาการของผู้หญิงที่ถูกงูกัดก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

            สีหน้าของเธอไม่ซีดเซียวเหมือนเมื่อครู่แล้วคิ้วก็ไม่ได้ขมวดจนแน่นเหมือนตอนนั้น

            ผู้หญิงคนนั้นกล่าวขอบคุณ"ทั้งสองคน ขอบคุณมากจริงๆ ให้ฉันเรียกพวกเธอว่าอะไรดี?"

            "หลินซือหย่วน" ผู้ชายคนนั้นบอกชื่อของตนเองทีละคำ"เ๱ื่๵๹เล็กน้อย ไม่ต้องใส่ใจหรอกครับ"

            ผู้หญิงคนนั้นจึงหันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่กับหลินซือหย่วน"แล้วหนูล่ะ ชื่ออะไรจ๊ะ?"

            "หนูชื่อหูหลันเยวี่ยค่ะ คุณป้า ถ้าจะขอบคุณจริงๆต้องขอบคุณหลินซือหย่วนนะคะ หนูไม่ได้ช่วยอะไรเลย" หลันเยวี่ยไม่ได้แสร้งทำเป็๲ถ่อมตัวเพราะเธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ

            ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้อย่างอ่อนโยน"พวกเธอทั้งสองคนเป็๞ผู้มีพระคุณของฉันเลยนะ"

            จากนั้นคุณป้าก็หยิบธนบัตรสิบหยวนจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือหลินซือหย่วน "เสี่ยวหลินรับเงินนี่ไป ถือว่าเป็๲ค่ายาแล้วกัน"

            "ผมไม่รับเงินหรอกครับเดี๋ยวคุณป้าตามพวกเราลงเขาไปฉีดเซรุ่มแก้พิษงูที่หมู่บ้านก่อนนะครับถ้าที่หมู่บ้านไม่มี ก็ต้องไปที่ตัวอำเภอ" หลินซือหย่วนถอยหลังออกไปไกลๆทันที เพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นยัดเงินให้

            เขายังไม่ลืมดึงแขนเสื้อของหลันเยวี่ยตามไปด้วย

            เพิ่งจะรู้จักกันก็โดนดึงแขนหลันเยวี่ยจึงเหลือบมองหลินซือหย่วน แล้วถอยหลังสองสามก้าวตามเขาไป

            เมื่อได้ยินว่าต้องฉีดยาผู้หญิงคนนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

            หลังจากเห็นว่าทั้งสองคนไม่ยอมรับน้ำใจผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ฝืนใจ เพียงเก็บความรู้สึกดีๆ นี้เอาไว้

            “ฉันอายุมากกว่าพวกเธอ เรียกฉันว่าป้าซู หรือป้าเพ่ยอวิ๋นก็ได้นะวันหลังถ้าพวกเธอว่างๆ ไปเที่ยวในเมือง ฉันจะพาไปกินของอร่อยๆ” ผู้หญิงคนนั้นแนะนำตัวเองอย่างเรียบง่าย

            ผู้หญิงคนนั้นชื่อซูเพ่ยอวิ๋นบ้านอยู่ในเมือง แต่บ้านเกิดอยู่ในบริเวณนี้ 

            เธอออกมาเดินเล่นคลายเครียดเพราะอารมณ์ไม่ดีไม่คิดว่าจะเข้ามาในป่าแล้วโดนงูกัดเอา 

            หูหลันเยวี่ยขึ้นเขามาหลายวันแล้วยังไม่เห็นจะเจองูคาดว่าต่อไปคงต้องระวังให้มากขึ้น

            จากนั้นหลันเยวี่ยกับหลินซือหย่วนก็พาผู้หญิงคนนั้นลงเขาไป 

            ขาที่โดนงูกัดของซูเพ่ยอวิ๋นยังไม่ค่อยดีขึ้นเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ไม่ไหวเสียแล้ว

            "ป้าซู ผมให้ขี่หลังลงไปดีกว่าครับ" พูดจบหลินซือหย่วนก็ย่อตัวลง

            ซูเพ่ยอวิ๋นลังเลเล็กน้อย"มันจะดีเหรอ?"

            "ป้าซู ถ้าคุณป้าไม่ขี่หลังผม สภาพของคุณป้าตอนนี้คงลงเขาไม่ไหวแน่"หลินซือหย่วนเหลือบมองหลันเยวี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา "จะให้เด็กผู้หญิงที่เดินยังไม่ค่อยจะแข็งคนนี้แบกคุณขึ้นหลังก็คงจะไม่ไหวเหมือนกัน"

            หูหลันเยวี่ยถึงกับงงไปเล็กน้อยทำไมถึงต้องลากเธอเข้าไปเอี่ยวด้วยล่ะ

            แต่เมื่อเห็นว่าซูเพ่ยอวิ๋นยังลังเลอยู่หูหลันเยวี่ยจึงไม่ได้ถือสาหลินซือหย่วน และช่วยพูดให้"ใช่ค่ะป้าซู หนูเดินขึ้นเขาก็ไม่ค่อยจะไหว ถ้าให้ป้าขี่หลังไปหนูก็กลัวจะพาป้ากลิ้งลงไปค่ะ ให้หลินซือหย่วนแบกไปดีกว่า เขาเดินเร็วเดี๋ยวเราลงไปถึงข้างล่างแล้วก็รีบไปฉีดยา จะได้ไม่เสียเวลาด้วยค่ะ"

            หลินซือหย่วนเหลือบมองเด็กสาวที่กำลังคุยกับซูเพ่ยอวิ๋นแวบหนึ่ง 

            ไม่คิดว่ายัยอ้วนคนนี้จะพูดจาคล่องแคล่วขนาดนี้

            เพื่อที่จะลงเขาให้เร็วที่สุดซูเพ่ยอวิ๋นจึงไม่ลังเลอีก "เสี่ยวหลินป้ารบกวนด้วยนะ!"

            "ป้าซู ไม่ต้องเกรงใจครับ" หลินซือหย่วนแบกเธอขึ้นมาอย่างง่ายดาย

            "เธอไม่ลงเขาไปกับพวกเราเหรอ? ไม่แน่ว่าอาจจะมีงูออกมาอีกก็ได้ระวังตัวด้วยนะ" หลินซือหย่วนเหลือบมองหูหลันเยวี่ยที่ยังคงยืนเหม่ออยู่ตรงนั้นแล้วเดินทิ้งห่างไปอย่างรวดเร็ว

            หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งหูหลันเยวี่ยก็เดินตามไปเงียบๆ