C h a p t e r 1
"นายครับ ผมวางเอกสารไว้ตรงนี้นะครับ" เควินเลขาส่วนตัวหรือเรียกได้ว่าเป็มือขวาของพอลสันกำลังจ้องมองเบาะหลังของเก้าอี้ที่เ้านายกำลังนั่งอยู่ เพียงแต่ทำไมเ้านายไม่หันมาแต่กลับนั่งหันหลังแทน
เมื่อเห็นว่าไม่มีการเคลื่อนไหว เขาจึงคิดจะเดินไปดูใกล้ๆ ด้วยความเป็ห่วง แต่เพิ่งขยับเท้าได้สองก้าวก็มีเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าทักขึ้นมา
"ไม่ต้องเข้ามา ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ"
"ครับ" เควินชะงักเท้า ตอบรับคำและยืนนิ่งอยู่กับที่ แต่สายตายังคงจ้องมองไปที่เบาะหลังของเก้าอี้
ผ่านไปประมาณสามนาทีเก้าอี้ตัวใหญ่ก็ถูกหมุนกลับมา ทำให้เห็นสภาพของเ้านายที่ดูอิดโรย จมูกแดงจากการตากลมหนาวข้างนอกแถมที่ใบหน้าและเนื้อตัวยังมีรอยตุ่ม ยุงกัดให้เห็นประปราย
แค่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เควินก็แทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เมื่อคืน ตอนที่เขาเดินไปเข้าห้องน้ำกลับมาอีกทีก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมงล้า จึงรีบมาเตือนเวลากับเ้านาย แต่เคาะประตูห้องอยู่หลายนาที ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเสียงใดเล็ดลอดออกมา ทำให้เขาตัดสินใจ ถือวิสาสะเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง เพื่อหาเ้านาย…
แต่ก็ต้องแปลกใจ ที่ในห้องไม่มีเงาของใครอยู่เลย เขารีบให้ลูกน้องค้นหาในห้องจนทั่ว โทรศัพท์ก็ถูกทิ้งไว้บนโซฟา คนทั้งคนจะหายไปได้ยังไง เควินกระจายคนค้นหาทั่วโรงแรมเพราะกลัวว่าจะมีคนลอบทำร้ายเ้านาย
จนท้ายที่สุด สามชั่วโมงผ่านไป เขากลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เพื่อครุ่นคิดว่าผู้หญิงคนนั้นอาจเป็สายลับที่ถูกใครจ้างมาก็ได้ ถ้าตามหาเจอเมื่อไหร่ จะยิงหัวให้พรุนเลย
ขณะที่ลูกน้องกำลังค้นหาอีกครั้ง เขาเดินไปรูดผ้าม่านที่ริมระเบียงออกเพื่อเปิดประตู ก็แทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่ เมื่อเ้านายที่ขึ้นชื่อว่าเป็มาเฟียที่แสนน่ากลัวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่มุมหนึ่ง มีเพียงผ้าขนหนูคลุมท่อนล่างเท่านั้น
ดวงตาคมกริบแฝงไปด้วยไอสังหารของพอลสัน ที่ขึ้นชื่อเื่เ้าคิดเ้าแค้นที่หนึ่ง ไม่มีทางที่สาวน้อยคนนั้นจะหนีรอดแน่
"หาได้หรือยัง"
"ครับ? " เควินเอียงคอ งุนงงกับคำถาม จนกระทั่งเจอสายตาของเ้านายที่จ้องมองมาอย่างดุดัน ก็เข้าใจความหมายอย่างรวดเร็ว "อ่อ...เธอชื่อเรียว อิงกาญจน์ ภัทรนิธิโภคิน เป็ลูกสาวคนเดียวของคุณริว เ้าของโรงแรมห้าดาว 100 กว่าแห่งทั่วโลกครับ"
"อิงกาญจน์...คนที่...ฮัดชิ่ว!! ...ที่เคยมาคุยเื่ขอเงินทุนนั่นนะเหรอ"
"ครับ ครั้งนั้นเธอมากับคุณริวด้วย"
"ตอนนั้นก็ดูเรียบร้อยดี...ฮัดชิ่ว!! ..แต่เมื่อคืนกลับแสบ..ฮัดชิ่ว!! ...ใช่ย่อย" พอลสันขมวดคิ้วหงุดหงิดกับอาการคัดจมูกพลางนึกถึงเื่เมื่อคืน
เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว เสียดายที่เขาดันพลาดท่าเสียก่อน แถมยังโดนขังไว้หน้าระเบียงตั้งสามชั่วโมง ทำให้เป็ไข้หวัดใหญ่แล้วยังมีร่องรอยการถูกทารุณโดยยุงอีกหลายสิบตัว
ยัยตัวแสบ!! ครั้งหน้าจะเอาคืนให้เป็ร้อยเท่าเลยคอยดู
"ฮัดชิ่ว!! "
"คุณเรียว เป็หวัดเหรอคะ"
"เปล่าค่ะ..ฮัดชิ่ว!! "
"หรือว่า มีคนกำลังคิดถึงคุณเรียวอยู่” เรียวใช้มือถูจมูกไปมาด้วยความคัน ก่อนจะหันไปยิ้มแห้งๆ ใส่เลขาที่กำลังนั่งดูเอกสารการเงินของโรงแรมอยู่ในห้องทำงานของเธอ
“ถ้ามีคนด่า ก็ไม่แน่นะคะ”
“ใครจะกล้าด่าคุณเรียวกัน” เรียวหัวเราะในลำคอ
"วันนี้ในตาราง มีนัดกับคุณสมรใช่ไหมคะ"
"ค่ะ นัดไว้ตอนเที่ยงค่ะ"
"หวังว่าแผนการบริหารจะเข้าตาคุณสมรให้ร่วมลงทุนด้วยนะ…" เรียวพึมพำ
"แล้วคุณพอลสันล่ะคะ คุณเรียวจะไม่นัดแล้วเหรอ"
พอได้ยินเลขาพูดถึงคุณพอลสัน รอยยิ้มบางก็ชะงักค้างทันที ก็เมื่อคืนเธอดันไปสร้างไว้กับเขา แล้วจะให้ไปคุยเื่ธุรกิจอีกครั้ง คงไม่ได้แล้วแหละ อีกอย่าง ป่านนี้คงจะโดนไข้เืออกกินไปแล้วมั้ง
คิดไปพลางหัวเราะไปจนเลขาสาวข้างกายได้แต่มองยิ้มๆ อย่างสงสัย
"มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ"
"ไม่มีๆ กับรายนั้นแบล๊กลิสต์ไปเลยแล้วกันค่ะ"
"อ้าว ทำไมล่ะคะ"
"เรียวว่าคงจะยาก" ยากขึ้นแน่ๆ ถ้ายิ่งสิ่งที่เธอทำลงไปอาจทำให้เขาแค้นฝังหุ่นก็ได้ คิดถึงภาพสุดท้ายที่เขาโมโหจนเส้นเืปูดบริเวณหน้าผากและลำคอแล้วละก็…ได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่
ถ้าตอนนั้นเขาเปิดประตูเข้ามาได้ เธอคงกลายเป็เหยื่อที่เจอกับราชสีห์ตัวใหญ่และโดนขย้ำจนตายแน่ๆ แค่คิดก็เสียวสันหลังวาบแล้ว
ย้อนกลับไปไม่นาน เรียวกับพอลสันเคยเจอกันเมื่อสัปดาห์ก่อน พ่อของเธอสามารถนัดเจอเขาได้ก็นับว่าเป็บุญแล้ว เพราะเวลาของเขาเป็เงินเป็ทอง ไม่มีใครสามารถนัดเจอได้นอกจากจะถูกใจเขาจริงๆ และพ่อของเธอก็ดันเป็คนที่เขาถูกใจ เธอจึงได้มีโอกาสมาคุยงานด้วย
ตอนที่เจอกันครั้งแรก ถึงกับต้องตกตะลึงกับความหล่อเหลาที่แทบจะสะท้อนแสงออกมา กลายเป็จุดเด่นที่ไม่สามารถมองข้ามได้จริงๆ เขาแทบจะไม่ได้ชายตามองเธอด้วยซ้ำ สายตาคมเข้มจับจ้องมองแต่แผนงานอย่างจริงจัง ทำให้เธออดนับถือเขาไม่ได้
ข่าวลือที่บอกว่าเขาอันตราย น่ากลัว โหดร้าย เ้าชู้ สงสัยจะเป็แค่ข่าวลือล่ะมั้ง...
จนกระทั่ง มีผู้หญิงร่างเล็ก หน้าอกบึกบึ้มเดินเข้ามาในห้องวีไอพี ผู้หญิงคนนั้นเดินยิ้มระริกระรี้เข้ามาเทน้ำชาและนั่งข้างๆ พอลสัน เธอมารู้ทีหลังว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่พ่อของเธอพามาให้เขา แถมเขายังยกยิ้มอย่างพึงพอใจอีกต่างหาก ตอนที่เธอจ้องมองริมฝีปากบาง กำลังยิ้มอยู่นั้น เขาก็เหลือบตาขึ้นมาปะทะกับเธอพอดี ทำให้หญิงสาวหลุบสายตาลงแทบไม่ทัน จากนั้นก็ได้แต่ดื่มน้ำชาแก้เก้อเขิน
การพูดคุยถึงเื่เงินลงทุน ผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าเกือบสองชั่วโมง ก็ถึงเวลาที่พอลสันเตรียมตัวจะกลับ ซึ่งเขาขอเวลาในการตัดสินใจอีกสักสองสามวัน ซึ่งพ่อเธอก็ยินดีรอ เพราะการที่เขาไม่ได้ปฏิเสธแสดงว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จไปแล้ว 80% เป็เื่น่ายินดีอีกเื่ที่พ่อเธอสามารถทำให้นักลงทุนรายใหญ่ยอมรับในโรงแรมที่กำลังปิดตัวลงได้
ขณะที่เรียวเดินปลีกตัวออกมา หลังจากคุยธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ยินเสียงผู้ชายคุยกัน มันจะไม่มีอะไร ถ้าเื่ที่คุยไม่ใช่เื่ของเธอ
'ผู้หญิงที่มากับคุณริวคือใคร'
'ลูกสาวของคุณริวครับ ชื่ออิงกาญจน์ครับ'
'อะไรกัน ลูกสาวเฉิ่มกว่าผู้หญิงที่หามาให้ฉันซะอีก ถึงจะสวย ก้นงอน นมใหญ่ก็เถอะ เสียดายของจริงๆ ' ว่าพลางส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา
อะไรคือเฉิ่ม?
เธอยืนฟังด้วยความโมโหจนหน้าแดง ั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีใครว่าเธอเฉิ่มเลยสักคน แค่เธอแต่งตัวเรียบร้อยเพราะต้องมาคุยงาน ก็ตัดสินว่าเธอเฉิ่มแล้วงั้นเหรอ แถมยังมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างกายเธออีก
ให้ตายสิ!!
'แล้วเื่ลงทุน…'
'ดูไปก่อนว่าคุ้มจะเสี่ยงหรือเปล่า'
'ครับ แล้วผู้หญิงคนนั้นที่คุณริวให้มา…'
'คิดว่าไงล่ะ'
'ครับ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้ครับ'
เรียวแทบไม่ได้ฟังบทสนทนาที่เหลืออยู่ เพราะสมองกำลังประมวลผลว่าเธอจะจัดการเขายังไงดี
ด้วยความที่อารมณ์มาก่อนความคิดเสมอ เธอเลยจัดการจ้างคนเจาะยางรถของเขาให้แตกทั้งสี่ล้อมันเสียเลย
นั่นคือครั้งแรกที่พวกเขาเจอกัน
เธอหวังว่าหลังจากนี้คงจะไม่ต้องเจอกันอีกตลอดไป…
สามวันผ่านไป
โรงแรมอีเจ้น
หญิงสาวกำลังนั่งอมยิ้มด้วยความสบายใจอยู่ในห้องทำงาน เพราะเมื่อสามวันก่อนระหว่างพูดคุยแผนงานกับคุณสมร ทุกอย่างเต็มไปด้วยความราบรื่นและดูเหมือนคุณสมรจะชื่นชอบแผนงานครั้งนี้ของเธอมาก
เพราะอย่างนั้น วันนี้ก็คือวันที่เลขาของคุณสมร จะโทรศัพท์มาคอนเฟิร์มเื่การร่วมลงทุนกับโรงแรมอีเจ้น
กริ๊ง กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์โต๊ะเลขาดังขึ้น เรียวจ้องมองเลขาผ่านกระจกม่านบานเกล็ดอย่างรอคอย เมื่อเรียวพยักหน้าให้ เลขาก็ต่อสายเข้ามาในห้องทันที
"สวัสดีค่ะ สรุปคุณสมรว่ายังไงบ้างคะ…ว่าไงนะ!! ...ทำไมล่ะคะ!! วันนั้นดูเหมือนคุณสมรจะสนใจแผนงานด้วยซ้ำ หรือว่าเรียวทำอะไรให้คุณสมรไม่พอใจ...อะไรนะ...เดี๋ยวสิคะ…"
เรียวได้แต่นั่งอึ้งอยู่กับที่ สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้เลขาของคุณสมรเพิ่งบอกว่าแผนงานของเธอดีมาก แต่ไม่สามารถร่วมลงทุนได้จริงๆ เหตุผลอะไรก็ไม่ยอมบอก
หมดกัน นักลงทุนรายล่าสุดของฉัน
แกร๊ก
"คุณเรียว คุณสมรว่ายังไงบ้างคะ"
"พัง พังหมดแล้วค่ะ" เรียวเบ้ปากก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้า ส่งเสียงพึมพำในลำคอออกมา พลางพยายามคิดหาความเสียหายที่เธออาจทำลงไปโดยไม่ทันรู้ตัว แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก…
เมื่อวานเธอทำตัวเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย ไม่ได้แสดงกิริยาอะไรที่ไม่เหมาะสมเลยสักนิด แล้วมันเพราะอะไรกัน
พอลสันนั่งยิ้มเยาะอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน มือขวาลูบคางอย่างครุ่นคิด พลางฟังเควินรายงานเื่ราวของหญิงสาวที่ทำให้เขาไม่สบายไปหลายวัน
"ผมโทรบอกให้บริษัทในเครือแคนเซิลการร่วมลงทุนกับโรงแรมอีเจ้นแล้วครับ"
"ดี"
"อีกไม่นานเธอน่าจะมาหาเราครับ"
"กระตุ้นเธอสักหน่อยสิ" พอลสันยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
สองสามวันมานี้ เขาสั่งให้เควินไปขัดขวางการร่วมลงทุนของยัยตัวแสบ เพื่อให้เธอหมดตัวเลือกกับนักลงทุนทั้งหลายแล้วก็จะเหลือทางเลือกสุดท้าย นั่นจะทำให้เธอต้องมาเพื่อกอดเข่าขอร้องเขาเอง
แค่คิด ก็อดใจรอจนถึงวันนั้นไม่ไหวแล้ว
เขาหัวเราะในลำคอพลางนึกถึงตอนที่หญิงสาวมาคุกเข่าต่อหน้าเพื่อขอโทษและขอร้องอ้อนวอน นั่นคือวันที่เธอจะกลายเป็ลูกไก่ในกำมือ เขาจะทำให้เธอต้องชดใช้เืในร่างกายที่เสียไปให้ได้
เรียวขับรถสปอร์ตสีดำเข้าลานจอดรถ ก้าวเท้าเดินลงจากรถก่อนจะถอดแว่นกันแดดสีดำออก ยกมือเสยผมที่ปกคลุมใบหน้าขึ้นและเดินเข้าบ้านหลังใหญ่
"กลับเร็วจัง"
“…” เสียงทักไม่ได้ทำให้เรียวหยุดเดิน กลับกันยิ่งทำให้เธอเดินเร็ว นั่นยิ่งทำให้สาวน้อยที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านรู้สึกแย่ที่ถูกเมิน
"สงสัยยังหานักลงทุนไม่ได้สินะ ก็แค่ปล่อยทิ้งไป จะดันทุรังไปทำไม"
“…” ประโยคนี้ทำให้เรียวหยุดเดิน ถอนหายใจยาวๆ หันไปเผชิญหน้ากับน้องสาวต่างพ่อต่างแม่ที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูบ้านอยู่
"ทำไม สงสัยจะพูดถูกสินะ"
“…” เรียวมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเอือมระอา ใบหน้าแสดงอารมณ์ไม่ดีอย่างที่สุด ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ทำให้สาวน้อยใหน้าถอดสีและเริ่มเดินถอยหลังด้วยความหวาดระแวง
“จะ…จะทำอะไร…ฉันจะฟ้อง…”
"ดีจริงๆ ที่เธอไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของฉัน"
"อะ..อะไร"
"มันน่าอายนะ ที่มีน้องแบบสมองไม่ค่อยได้ใช้งานน่ะ วันๆ คอยแต่หาเื่คนอื่น ทำตัวเหมือนไม่มีคนเล่นด้วย ถ้าเหงามากนักก็ไปเล่นกับพุดดิ้งสิ ฉันว่าน่าจะเข้ากับเธอได้" พูดจบเรียวแค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะเดินขึ้นห้อง ทิ้งให้สาวน้อยยืนงงงวยกับประโยคที่เพิ่งถูกพูดใส่
เมื่อสมองได้ทำงานอย่างหนักหน่วงแล้วถึงได้เบิกตาโตกว้างเมื่อรู้ว่าประโยคที่เรียวพูดเมื่อกี้กำลังด่าเธออยู่
แต่กว่าจะรู้ตัวเรียวก็ขึ้นบันไดไปข้างบนแล้วเข้า ทำให้สาวน้อยได้แต่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆ กระทืบเท้าอยู่หน้าประตูบ้านด้วยความโกรธ
เรียวนั่งมองอีเมลที่ถูกส่งเข้ามาเป็รายชื่อของนักลงทุนทั้งหมดที่สามารถช่วยเธอได้ด้วยอาการเหม่อลอย ที่ต้องพยายามขนาดนี้เพราะสาขาที่ขาดทุนคือสาขาที่แม่ของเธอเป็คนสร้างขึ้นมาก่อนที่ท่านจะเสีย ถ้าไม่มีสาขานี้ครอบครัวของเธอก็จะมาไม่ถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ปัจจุบันจะขาดทุนจนแทบจะปิดตัวลง แต่เธอจะทำให้โรงแรมอีเจ้นกลับมาผงาดอีกครั้งในชื่อของเธอ
ว่าแล้วก็ไปให้พ่อช่วยดีกว่า
_________________
"หนูว่าอะไรนะ"
"พ่อช่วยนัดคุณนิรันดร์ให้เรียวหน่อยได้ไหมคะ"
"แล้วคุณพอลสันยังไม่ติดต่อมาอีกเหรอ"
"คงไม่แล้วล่ะค่ะ เขาคงไม่สนใจแล้วล่ะ"
"ทำไมคิดแบบนั้น พ่อว่าวันนั้นเขาดูสนใจนะ อาจจะต้องให้เวลาเขาคิดสักอาทิตย์"
“ตอนแรกเขาบอกสักสองสามวันไม่ใช่เหรอคะ”
“ความเสี่ยงมันเยอะ เป็ธรรมดาที่นักลงทุนอย่างเขาต้องคิดถึงเื่อะไรหลายๆ อย่าง”
"เชื่อเรียวเถอะค่ะ เขาคงไม่สนใจแล้วแหละ"
"งั้น คุณสมรล่ะ"
"คุณสมรบอกว่าแผนงานน่าสนใจ แต่ลงทุนให้ไม่ได้ เหตุผลก็ไม่ยอมบอก"
"อะไรกัน คุณสมรคือรายใหญ่รองจากคุณพอลสันแล้วนะ แล้วรายอื่นๆล่ะ"
"ไม่มีใครแล้วค่ะ เพราะเงินมันสูงด้วย เขาเลยกลัวว่าจะไม่คุ้ม"
ชายวัยกลางคนจ้องมองลูกสาวที่กำลังก้มหน้างุดด้วยความผิดหวัง ก็อดเป็ห่วงไม่ได้
"หนูไม่เห็นจำเป็ต้องทำแบบนี้เลยนะ พ่อส่งหนูไปบริหารสาขาอื่นก็ได้"
"แต่เรียวอยากทำด้วยตัวเอง เรียวอยากทำให้พ่อเห็นว่าเรียวก็ทำได้ ไม่ใช่คอยแต่ใช้เงินพ่ออย่างเดียว อีกอย่าง พ่อจะได้ไม่ต้องเอาจัสมินมาเปรียบเทียบกับเรียวอีก"
"ที่พ่อเคยพูดแบบนั้น ไม่ได้้าให้ลูกกดดันอะไรสักหน่อย แค่จะบอกว่าถึงหนูไม่ทำอะไรเลยพ่อก็เลี้ยงหนูได้ ไม่ต้องไปลำบากแบบจัสมินหรอก"
"ก็เพราะแบบนี้ไง เรียวถึงอยากจะทำให้เห็น พ่อคะ พ่อช่วยนัดคุณนิรันดร์ให้เรียวหน่อยนะ"
"เห้อ” ริวส่ายหน้าไปมา ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากต้องตามใจลูกสาวสุดที่รักคนนี้ “ก็ได้ ไว้พ่อจะลองติดต่อให้นะ"
เรียวเดินไปจับมือของริวแล้วมองด้วยดวงตาที่บ่งบอกถึงความจริงจัง
“พ่อคะ เรียวจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่ายังไงโรงแรมอีเจ้นก็จะต้องอยู่ต่อไปในชื่อของเรียว นั่นคือสิ่งเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้ พ่อไว้ใจเรียวนะคะ”
“…เราพูดขนาดนี้ จะให้พ่อปฏิเสธความตั้งใจของเราหรือไง”
“ใครก็ไม่น่ารักเท่าพ่อของเรียวแล้ว รู้ไหมคะ”
“ไม่ต้องมาปากหวาน…”
“งั้น เื่คุณนิรันดร์ พ่อส่งมาให้เรียวทางอีเมลก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเรียวจัดการเอง”
“มั่นใจว่าไหวนะ”
“อื้อ เชื่อมือลูกสาวคนเก่งคนนี้ได้เลย!”
"พ่อนัดให้หนูไม่ง่ายกว่าเหรอ…คุณนิรันดร์เขา…"
"นัดแค่คุณพอลสันคนเดียวก็พอแล้วค่ะ พ่อต้องไว้ใจให้เรียวลองทำด้วยตัวเองบ้าง วางใจนะคะ คนอื่นเดี๋ยวเรียวดีลเอง"
"เอางั้นก็ได้ พรุ่งนี้พ่อจะให้เลขาส่งเบอร์เข้าอีเมลให้"
"ขอบคุณค่ะ" เรียวยิ้มเห็นฟันอย่างมีความสุขก่อนจะเดินเข้าไปหอมแก้มผู้เป็พ่อ จากนั้นก็หันหลังเดินออกไปจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่มือจะถึงลูกบิดประตู…
"เดี๋ยว"
"คะ" เรียวหันไปมองตามเสียง ก็เห็นสีหน้าของริวที่แสดงออกถึงความใ ก็อดสงสัยไม่ได้ "พ่อเป็อะไรไปคะ"
มือสั่นเทาของริวยื่นโทรศัพท์ออกไปให้ลูกสาวดู
เรียวรับโทรศัพท์มาดูหน้าจอก่อนที่คิ้วจะขมวดเป็ปมใหญ่
นี่มันอะไรกัน ต้องขนาดนี้เลยเหรอ
"ลูก ไปทำอะไรไว้หรือเปล่า" คำถามของพ่อทำให้เธอหลุบสายตาลงด้วยความหวาดกลัว
หรือนี่ คือการแก้แค้นของเขา
เรียวมองข้อความในโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ว่าไม่ได้อ่านผิดเพี้ยนไป…
คงไม่…
'บริษัทในเครือ Red Blood ขอปฏิเสธการเข้าร่วมลงทุนโรงแรมอีเจ้นทุกกรณี'
ชัดเจน บริษัทในเครือที่ว่า ก็คงเกือบทั่วโลกเลยมั้ง เพราะเขาคือนักลงทุนรายใหญ่ ที่มีอำนาจมากที่สุด แล้วเธอจะทำยังไงต่อล่ะทีนี้
ไอ้บ้าเอ๊ย!!!!
EBOOK นิยายเื่ พอลสัน : รักให้จำ ทั้ง 2 เล่ม เสร็จสมบูรณ์แล้วนะคะ
เล่ม 1 จำนวน 737 หน้า ราคา 279 บาท
เล่ม 2 จำนวน 878 หน้า ราคา 395 บาท
#เนื้อหาใน EBOOK จะแตกต่างจากในเว็บเยอะพอสมควร เพราะเพิ่มบทหลายบทเข้ามาให้เนื้อเื่มันมีละเอียดมากขึ้น
มีตอนพิเศษที่จะทำให้คุณพบกับความน่ารักของพระเอกและนางเอก รวมถึงเ้าตัวแสบอีก 1 คน

"