ตอนที่ 11 แรกเข้าสู่เขาต้าชิง (2)
จิ้งจอกขาวน้อยเห็นทั้งสามหยุดเดิน พลันส่งเสียงร้องอย่างกังวล หลี่ซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยังคงเอ่ย “พวกท่านอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน ข้าจะเข้าไปดูสักหน่อย หากมีเื่อะไร พวกท่านก็รีบหนีไปเสีย”
หลี่ซินคิดว่าตนมีมิติอยู่ด้วย หากมีอันตรายใดๆ อย่างมากก็แค่ซ่อนตัว หากพาพวกเขาสองพี่น้องมาด้วย ก็คงจัดการยากแล้ว
“จะทำแบบนั้นได้อย่างไรกัน” หลี่เฉินเอ่ยปฏิเสธทันทีโดยไม่คิด “ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็จะไม่ยอมให้เ้าเข้าไปคนเดียว เอาแบบนี้เถอะ เสี่ยวสือโถว เ้ารอพวกพี่อยู่ที่นี่ ข้า…”
“ข้าไม่เอาด้วยหรอก หากจะไปก็ไปด้วยกัน!” หลี่เฉินยังไม่ทันเอ่ยจบ สือโถวก็พูดขัดขึ้นอย่างไม่ลังเล แววตาหนักแน่นกว่าในยามปกติ
หลี่ซินคิดดูแล้วก็ยังผงกศีรษะตกลงไป ไม่พบเจออันตรายนั้นดีที่สุด หากพบเจออันตราย อย่างมากถ้าตนเห็นท่าไม่ดีก็ร่วมมือกับอาชิว ทำให้ทั้งสองคนหมดสติแล้วค่อยพาเข้าไปในมิติ
ข้างหน้าต่อจากนี้ ในป่าทึบที่ไม่มีคนเคยย่างกรายเข้ามา กลับมีสัตว์ไม่น้อยเลยจริงๆ ระหว่างทางยังพบกับสิ่งที่คล้ายหมูป่าอยู่ตัวหนึ่ง แต่หลี่ซินไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำร้ายสองพี่น้องข้างหน้าตน
หลี่เฉินและสือโถวเห็นสัตว์ป่าปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าบ่อยครั้ง สองตาพลันเปล่งประกาย หากสามารถล่าสัตว์เหล่านี้แล้วนำกลับไปด้วยได้ก็คงดี
แต่พวกเขารู้ความสามารถของตัวเองดี หากล่าสัตว์ป่าตัวอื่นไม่ได้ หรือหลงทาง หรือพบกับสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ก็ได้ไม่คุ้มเสียแล้ว ดังนั้นระหว่างทางนี้จึงเงียบสงบ
ขณะที่สามพี่น้องลังเลว่าจะเดินต่อไปดีหรือไม่นั้น ในที่สุดจิ้งจอกขาวน้อยก็หยุดอยู่ข้างหลุมพรางขนาดใหญ่ แล้วส่งเสียงร้องใส่ข้างในไม่หยุด
หลี่ซินได้ยินเสียงลมหายใจหนักดังมาจากในหลุมพรางก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ พลางเอ่ยกับหลี่เฉิน “พวกท่านอยู่ตรงนี้อย่าไปไหน ข้าจะเข้าไปดู”
“ไม่ ซินเอ๋อร์ เ้าอยู่ที่นี่ ข้าไปเอง” หลี่ซินไม่ทันจะก้าวเท้าก็ถูกหลี่เฉินที่ตามมาข้างหลังหยุดไว้แล้ว เขาวางตะกร้าไม้ไผ่ไว้ข้างตัวพลางหยิบขวานขึ้นมา สูดลมหายใจลึกคำหนึ่ง ก่อนจะเดินไปข้างหน้า
หลี่ซินให้อาชิวดูก่อนแล้ว รู้ว่าด้านหน้าไม่มีอันตรายใดๆ เลยไม่ได้ขัดห้าม และเดินเข้าไปด้วยกัน
“มีคนอยู่ในหลุมด้วย!” เสียงของหลี่เฉินเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจิ้งจอกขาวจะเรียกพวกตนให้มาช่วยคน
หลี่ซินรู้เื่นี้นานแล้ว จึงไม่แปลกใจ ด้านหน้าคือหลุมพรางขนาดใหญ่ที่มีความกว้างประมาณสองหมี่ และลึกประมาณสามหมี่ รอบผนังดินทั้งสี่ด้านถูกจัดการจนเรียบ น่าจะเป็หลุมที่นายพรานขุดไว้ ผืนหญ้าที่ปกคลุมบนหลุมพรางถูกคนทำลาย ดูก็รู้ว่ามีบางสิ่งตกลงไปแล้ว
หลี่ซินเดินไปที่ปากหลุมพราง ยืนอยู่ข้างหลี่เฉินและจิ้งจอกขาวตัวน้อยพลางชะเง้อมองเข้าไปข้างใน เห็นเพียงคนผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำขดตัวอยู่ในมุมหลุมพราง มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน ทว่าเส้นผมที่ยื่นออกมาจากขอบของเสื้อคลุมนั้นเป็สีขาวเงิน
“นี่ เ้ายังมีชีวิตอยู่ไหม” หลี่ซินยืนเอามือกอดอก มองคนข้างในหลุมจากที่สูง เหมือนรู้แต่ก็ยังถาม
คนในหลุมพรางไม่ขยับเขยื้อน ก็ไม่รู้ว่าตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ หลี่ซินขมวดคิ้ว ชำเลืองมองจิ้งจอกขาวน้อยที่วิตกกังวลอยู่ข้างๆ คิดแล้วก็เอ่ยต่อหลี่เฉินว่า “พี่ใหญ่ สือโถว พวกท่านไปตัดเถาวัลย์ที่แข็งแรงมาหน่อย”
หลี่เฉินผงกศีรษะ พลันหยิบขวานไปหาเถาวัลย์
หลี่ซินเดินวนหลุมพรางรอบหนึ่ง หลังจากเห็นว่าทั้งสี่ด้านไม่มีอะไรผิดปกติก็ไถลตัวลงไป
มีผู้ชายขดตัวเป็ก้อนกลมอยู่ตรงมุม กำลังสั่นงันงกไปทั้งตัว
หลี่ซินไม่ได้มองให้ถี่ถ้วน นางเอื้อมมือหมายจะผลักเรียกสติอีกฝ่ายเบาๆ ดูว่าคนเป็อย่างไรบ้าง ชายที่อยู่ในอาการหมดสติพลันจับข้อมือของนางไว้ก่อนที่นางจะแตะถึงตัวเขา
ชายคนนั้นไม่ได้ลืมตาขึ้นมอง อาจจะเพราะมาจากการป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ และปฏิกิริยาต่อต้านต่อกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย
หลี่ซินขมวดคิ้ว นางคิดไม่ถึงว่าคนที่ดูเหมือนเจียนตายอยู่รอมร่อจะรวดเร็วปานนี้ และมีพละกำลังมากเช่นนี้ ข้อมือถูกบีบจนปวดร้าวราวกับกระดูกแทบจะหักแล้ว
“หากเ้าไม่อยากตาย ทางที่ดีปล่อยมือข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่สนใจเ้าแล้ว!”
หลี่ซินเอื้อมมือออกไปตบแก้มหล่อเหลาของชายคนนั้นอย่างโมโห เห็นได้ว่านางขุ่นเคืองไม่น้อย
ไม่รู้ว่าชายคนนั้นได้ยินคำพูดของหลี่ซินแล้วหรือว่าถูกหลี่ซินตบจนได้สติขึ้นมาหน่อย ถึงแม้จะไม่ได้ตื่นขึ้นมา แต่กลับยังคงคลายมือออกช้าๆ
หลี่ซินนวดคลึงข้อมือพลันขมวดคิ้วมุ่น นางไม่สนใจว่าเขาตกลงไปในหลุมพรางนี้ได้อย่างไร ทว่า การช่วยชีวิตคนได้บุญยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น นางที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งอยากจะทำความดีให้มากหน่อย อย่างน้อยก็ต้องไม่ให้์ผิดหวังที่มอบโอกาสในการกลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้แก่นาง
น้ำเสียงประหลาดใจของอาชิวดังขึ้น “เ้าหมอนี่มีพิษร้ายหลายชนิดในร่างกาย มีบางส่วนที่ดูเหมือนจะติดมาั้แ่ในครรภ์ ไม่รู้ว่าเขาที่เป็แค่คนธรรมดามีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร”
หลี่ซินตะลึงในพลัน มองดวงหน้าอันซีดขาวแต่ความหล่อเหลาไม่จางหายตรงหน้า เกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมาทันที ดูเหมือนว่านี่จะเป็เด็กน่าสงสารจากในละครโทรทัศน์ที่ไม่มีใครรักและมักถูกคนข่มเหงรังแก ทว่าเขาจะมีชีวิตอยู่จนถึงตอนท้ายหรือไม่นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับว่าคนผู้นี้เป็ตัวเอกที่เฉิดฉายและแข็งแกร่ง หรือจะเป็ตัวรับะุที่มีชะตากรรมอันน่าอนาถเสียแล้ว
หลี่ซินคิดดูแล้ว ยังคงนำน้ำพุิญญาออกมาจากในมิติ และป้อนเข้าไปในปากของฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ แต่ดื่มแล้วไม่มีอันตรายใดๆ ก็พอ
เสิ่นฉางเฮ่ารู้สึกเพียงมีกระแสอุ่นสายหนึ่งไหลเข้ามาจากลำคอ หล่อเลี้ยงอวัยวะภายในร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นไม่น้อย และดื่มกินอย่างหิวกระหายโดยไม่รู้ตัว
หลี่ซินเห็นว่าเขาดูกระหายน้ำมาก ก็ปล่อยให้เขาดื่มจนกว่าอีกฝ่ายจะหยุดกลืน แล้วถึงได้หยุดมือ