ตอนที่27 ผู้ซื้ออีลอน
รอบตัวของกัสถูกรุมล้อมอย่างน้อยก็เกือบ 20คน แน่นอนว่าไม่ใช่กัสคนเดียวที่ถูกรุมล้อมแบบนี้ แต่ว่ากัสมีคนรุมล้อมมากที่สุดจากบรรดากล่องสมบัติที่เอาออกมา
ทว่าไม่นานหลังจากนั้นพอเห็นว่ากัสไม่สนใจข้อเสนอก็พากันหายไปทีละคนสุดท้ายก็มีคนะโแข่งกันอยู่ 5-6 คนที่พยายามจะเพิ่มราคาของตัวเองอย่างเต็มที่
กัสเองก็มีเป้าหมายในใจอยู่แล้ว
ในชีวิตที่แล้วของเขา กัสเคยขายสินค้าหลายอย่างและถูกโกงอยู่ไม่น้อยคนหน้าซื่อใจคดพวกนี้มีวิธีสารพัดอย่างในการกดราคาและขูดรีดภายใต้คำว่าโปรโมชั่น
อย่างเช่นแก่นพลังงานของที่มีการซื้อขายอันดับต้น ๆ เลยก็ยังถูกโกงไปได้
พวกคนซื้อเสนอเพิ่มให้ 5เปอร์เซ็นต์จากราคาซื้อท้องตลาดก็จริง แต่ใครจะไปคิดว่าคนพวกนี้กลับหักเปอร์เซ็นอื่นๆ เพิ่ม ทั้งการประเมิน ตรวจสอบ การรั่วไหลของพลังงาน หรือแม้แต่การพยายามค้นหาตำหนิของมัน
กัสเด็กหนุ่มจากครอบครัวยากจนที่ไม่เคยััของเหล่านี้กว่าจะพบว่าหลายๆ ค่าธรรมเนียมมันไม่มีการเรียกเก็บจริง ๆ หรือสามารถปฏิเสธได้ก็สายไปแล้ว
เช่นการขอให้ประเมินวัตถุ ที่จริงแล้วถ้าเราไม่ร้องผู้ซื้อก็ต้องประเมินเองโดยที่เขาไม่ต้องเสียเงินอยู่ดี แต่เขากลับโดนเล่ห์เหลี่ยมเหล่านี้จนสุดท้ายต้องเสียเงินไปไม่น้อย
ซึ่งราคาสุทธิจริง ๆ นั้นแทบจะต่ำกว่าท้องตลาดด้วยซ้ำ
มันถือเป็การต้อนรับน้องใหม่ และเห็นชัด ๆ ว่าผู้ซื้อหลายคนกำลังจะเชือดเขาอีกรอบในชีวิตใหม่นี้ยิ่งไปกว่านั้นกัสยังเห็นบางคนในกลุ่มผู้ซื้อที่เคยหลอกเขาในชีวิตก่อนมาแล้ว
‘เอาเถอะถือว่าพวกแกสอนมวยฉันแล้วกันแต่ว่าคงไม่มีครั้งที่สองแล้วล่ะ’
แน่นอนว่าก็ไม่ใช่ผู้ซื้อทุกคนที่จะเป็แบบนี้แต่เรียกว่าเป็ส่วนใหญ่ก็แล้วกัน
ตอนนั้นที่โดนแล้วรู้ตัวกัสก็พอจะมีผู้ซื้อที่ไว้ใจได้แม้จะบวกเพิ่มมาแค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ในราคาตลาด ไม่ได้ให้ราคาที่หวือหวาอย่างพวกนี้ะโแข่งกันก็ตาม
“ขอทางหน่อย” กัสกล่าวและพยายามลากกล่องสมบัติด้านหลังไป
“น้องชายใจเย็น ๆพี่ให้ราคาสูงกว่านี้อีกเป็ไง”
“ใช่ ๆ เอาแบบนี้ เราบวกให้อีก 0.2เปอร์เซ็น เงินไม่น้อยเลยนะ”
“อย่าพึ่งไปสิ”
พวกคนซื้อเข้ามาขวางทางกัสไว้ไม่ย่อมปล่อยให้เขาไปง่ายๆ มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าซื้อของจากกัสได้ พวกเขาย่อมได้ค่าคอมมิชชั่นเยอะแน่
ผู้เล่นที่เอาของออกมาด้านนอกมีมาตลอดแต่ใช่ว่าจะมามากมายจนไม่หมดไม่สิ้น
อย่างแรกคือผู้เล่นมักจะเอาของที่ไม่จำเป็ต้องใช้ออกมาขายซึ่งมันก็มีทั้งสิ่งของที่มีราคาและไม่มีราคา ส่วนของที่มีคุณค่ามากกว่านั้นก็มักจะมีคนข้างบนแย่งไปโดยตรง
อย่างเช่นในหอคอยชั้นสองขึ้นไปผู้เล่นมักจะมีผู้ซื้อที่ติดต่อส่วนตัวกันอยู่แล้ว
ดังนั้นพวกเขาจะปล่อยกัสไปง่าย ๆ ได้อย่างไงอย่างไรซะกล่องสมบัติทั้ง 12 กล่องมันต้องมีของดีอยู่แน่
สายตาคนซื้อพวกนี้เฉียบแหลมมาก โดยเฉพาะตอนที่กัสลากออกมาทั้งรอยเท้าที่จมลึก ท่าทางการลาก รอยล้อที่กดลงกับพื้น มันหนักกว่าที่จะเป็แค่กล่องเปล่า
พวกเขาจะยอมปล่อยอาหารที่อยู่ใกล้ปากไปได้ง่ายๆ ได้อย่างไร
“ผมไม่้าขายกับพวกคุณ ขอตัว”กัสกล่าวตรง ๆ
พวกผู้ซื้อที่ตามตื้อคือสิ่งที่น่ารำคานที่สุดโดยเฉพาะพวกผู้ซื้อแบบนี้ การปฏิเสธให้ชัดเจน เป็วิธีที่ดีที่สุด
แต่ดูเหมือนกัสจะลืมไปว่าเขาอยู่ในร่างของเด็กม.ปลายเท่านั้น ผู้ใหญ่เหล่านี้กลับรู้สึกว่ากัสกำลังทำเื่โง่ ๆอยู่และพากันขมวดคิ้ว
“เฮ้ หนุ่มน้อย ฉันขอเตือนนะถ้าเธอลากของพวกนี้ออกไปด้านนอก อาจจะโดนปล้นเอาได้นะ”
“ขายให้พวกเราก็จบแล้ว จะลากไปทำไมถ้าหายขึ้นมาจะทำยังไง”
“แถวนี้มีพวกโจรอยู่เยอะ ต่อให้มีพวกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหอคอยก็ไม่มีทางคุ้มครองได้ตลอดหรอก”
พวกนั้นเริ่มข่มขู่กัสอย่างเปิดเผย
กัสขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจในทันทีสายตาเขาเริ่มเปลี่ยนเป็ความเ็า
พวกผู้ซื้อไม่รู้ทำไมอยู่ ๆก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา แม้ตอนนี้จะเป็เวลาเย็นแล้ว แต่ที่นี่คือเมืองใหญ่ อุณหภูมิจึงไม่ได้ลดลงจนถึงกับหนาวโดยเฉพาะตอนนี้ที่ผู้คนเยอะมากแสงไฟในเมืองก็เปิดกันจนทั่วจนไม่มีที่ให้ความหนาวแทรกมาด้วยซ้ำ
ตอนนั้นพวกเขาก็เห็นสายตาของกัสก็เข้าใจทันทีที่แท้ความรู้สึกหนาวสั่นนั้นไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจากเด็กหนุ่มตรงหน้าที่พวกเขามองว่าเป็เด็กม.ปลายธรรมดาเท่านั้น
กัสแม้จะย้อนกลับมาอยู่ในวัยรุ่น ม.ปลายแต่เขาก็ไม่ใช่นักเรียน ม.ปลายที่พึ่งจบมาจริง ๆเขาคือทหารที่อยู่ในสนามรบมานับสิบปี
ผ่านสนามรบในาต่างเผ่าพันธุ์มานับไม่ถ้วนศพที่เขาฆ่าย่อมมากกว่าพวกผู้ซื้อเหล่านี้แน่นอน
“หลบไป” กัสพูดด้วยเสียงเ็าจิตสังหารเผยออกมาเล็กน้อยก็ทำให้ทุกคนถอยหนีไปอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่เขาจะลากรถเข็นด้านหลังเดินผ่านคนพวกนี้ไปในทันที
ผู้ซื้อที่พึ่งตั้งสติได้พลันรู้สึกเสียหน้าโดยเฉพาะคำพูดสุดท้ายของกัสที่บอกให้พวกเขาหลบไปและก็เดินจากไป
มีผู้ซื้อจำนวนมากกำลังยิ้มเยาะพวกเขาอยู่พวกนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวผู้ซื้อที่อยู่ตรงนี้ก็เหมือนกัน
แต่ว่าการที่เสียหน้ามันส่งผลต่อหน้าตาพวกเขาโดยเฉพาะอาชีพนี้ที่ต้องอาศัยหน้าตาในการกดดันฝ่ายตรงข้าม
“ดี แล้วจะได้เห็นดีกัน”ผู้ซื้อบางคนมีแผนการสั่งสอนกัสในใจแล้วก่อนจะออกไปโทรศัพท์ทันทีซึ่งเป็ผู้ซื้อที่เสนอให้กัสมากที่สุดและขวางหน้ากัสเป็คนแรก
แต่กัสที่ตกเป็เป้าหมายกลับไม่รู้เลยหรืออันที่จริงเขาไม่คิดจะสนใจคนพวกนี้ั้แ่แรกอยู่แล้ว
เขาไม่ได้คิดจะออกจากหอคอยไปพร้อมกับรถเข็นซึ่งพอเข็นไปได้ไม่กี่ร้อยเมตร เขาก็ไปเจอกับกลุ่มผู้ซื้ออีกกลุ่มที่มีระดับลดลงมาคนพวกนี้เข้าไปแข่งขันไม่ได้มากนักและนิยมดักพวกลูกค้าที่หลุดรอดมามากกว่า
ซึ่งส่วนใหญ่เป็ลูกค้าประจำที่ซื้อขายเล็กๆ น้อย ๆ เท่านั้น
กัสตรงไปหาผู้ซื้อประจำของเขาแน่นอนว่าอีกฝ่ายยังไม่เคยซื้อขายหรือรู้จักเขามาก่อน
“สวัสดี คุณใช่อีลอนไหม”
“สวัสดีครับ เอ่อ คุณรู้จักผมด้วยหรอ ไม่สิยินดีที่ได้รู้จักผมอีลอนเอง”
ตอนแรกอีลอนก็ทำสีหน้างง ๆ แต่พอเห็นว่ากัสลากกล่องสมบัติมาด้วยแถมไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ก็รีบตั้งสติแสดงความเป็มืออาชีพออกมาทันที
อีลอนคือหนึ่งในคนที่กัสซื้อขายมากที่สุดแม้ตอนที่ไปประจำการทางทหารแล้ว ถ้าได้ลาพักกลับมากัสก็จะแวะมาขายของกับอีกฝ่ายบ่อยๆ
อันที่จริงถึงจะบอกว่าบ่อยแต่หากนับดูดี ๆแล้วอาจจะมีการซื้อขายกันแค่หลักสิบครั้งเท่านั้น
เนื่องจากทหารที่ขึ้นไปบนอวกาศจะต้องประจำการทีละหลายปี่สิบปีที่ผ่านมากัสได้กลับมาพักอยู่ไม่กี่ครั้งเป็เวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นอีลอนก็นับเป็ผู้ซื้อที่ยุติธรรมคนหนึ่งที่กัสเจอหลังจากโดนหลอกมา
อีลอนแสดงความเป็มืออาชีพชัดเจนกัสก็ตรงไปตรงมา สุดท้ายก็เลือกจะขนสินค้าขึ้นรถและไปที่บริษัทที่อีลอนทำงานอยู่ด้วย
บริษัทของอีลอนไม่ได้ตั้งอยู่ติดกับหอคอย และอยู่ถัดออกไปพอสมควรจัดได้ว่าเป็บริษัทขนาดกลางมีห้าง แพลตฟอร์มซื้อขายวัตถุ และสินค้าจากหอคอยโลกาวินาศเป็ของตัวเอง
อีลอนเป็ผู้ซื้อที่มีตำแหน่งกลาง ๆ เช่นกันไม่ใช่ระดับแนวหน้าที่ซื้อของในชั้นสองขึ้นไปหรือสูงกว่านั้นแต่อีลอนก็ทำยอดขายในการซื้อขายกับผู้เล่นในหอคอยชั้นแรกได้ดี
ด้วยผลมาจากการซื้อขายที่ยุติธรรม ทำให้มีคู่ค้าประจำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งของที่กัสเอามาขายและมีราคาสูงอันดับต้นๆ ก็คือ ดอกไม้ศพ เถาวัลย์เืและไข่กิ้งก่าั นอกนั้นก็ของทั่วไปจนถึงขนาดไม่มีราคาก็มี ซึ่งกัสก็ขายทิ้งไปดีกว่าเก็บไว้
แต่ที่มีราคามากที่สุดนั้นก็คือของที่อยู่ในกล่องซึ่งได้มาใน่ไม่กี่วันก่อนจากแอรีสที่ยอมเสียอันตราย
อีลอนนั่งอยู่พร้อมกับผู้ประเมินอีก 2 คนทั้งสามต่างช่วยกันตรวจสอบสินค้าและของที่สำคัญ แต่พวกเขากลับไม่คิดว่าสิ่งที่กัสให้ดูจะสำคัญมากจนต้องรีบวิ่งไปตามผู้จัดการ
“เดี๋ยวผมรีบมาครับ ขออภัยด้วย” อีลอนรีบวิ่งออกไปไม่ถึงห้านาทีก็กลับมาพร้อมกับผู้จัดการสาวสวมแว่นตาคนหนึ่งอายุราว ๆ 40 ปี แต่ก็ยังสวยมาก แถมยังมีภาพลักษณ์ของหญิงแกร่งอย่างชัดเจน
“ฉันผู้จัดการแผนกซื้อวัตถุพิเศษ เจนน่า ขออภัยด้วยคุณกัสที่ไม่ได้มาต้อนรับ”ผู้จัดการเจนน่าไม่ได้รีบดูสินค้า แต่เลือกจะทักทายกัสก่อน
ถือเป็การให้เกียรติและทำให้กัสรู้สึกดีไปได้อย่างแเี
กัสจับมือทักทายและยิ้ม
“สิ่งที่คุณนำมามีมูลค่าสูงมาก เราจะต้องใช้เครื่องมือในการตรวจสอบคุณอาจจะต้องรอสักครู่ คุณกัสสะดวกใช่ไหมคะ”ผู้จัดการเจนน่าคิดว่ากัสอาจจะไม่ไว้ใจพวกเธอเพราะของมีมูลค่าและนี่เป็การซื้อขายครั้งแรก
เธอจึงเตรียมจะอธิบายเพิ่มเติมถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทแต่ทว่ากัสกลับไม่ได้เล่นตามเกมของอีกฝ่าย
“แน่นอนครับ เชิญตามสบาย”กัสยิ้มและตอบกลับอย่างสบาย ๆ
“บริษัทอย่างเรา...เอ่อ แน่นอนค่ะฉันจะรีบให้คนไปจัดการ ระหว่างนี้เรามาคุยเื่วัตถุพิเศษที่ซื้อมาก่อนหน้านั้นและฉันยินดีเสนอราคาให้ใหม่ด้วย”ผู้จัดการเจนน่าจัดการได้อย่างมืออาชีพและเริ่มสร้างความประทับใจให้กับกัส
ต้องบอกว่าของที่กัสเอามาครั้งนี้ค่อนข้างมีมูลค่าและเป็การซื้อขายก้อนใหญ่ให้กับพวกเธอมาก
มันอาจจะไม่ได้มากมายเหมือนกับวัตถุพิเศษจากหอคอยโลกาวินาศชั้นสองหรือสูงกว่าแต่ในบรรดาวัตถุพิเศษจากหอคอยโลกาวินาศชั้นแรกนั้น นับว่าสูงที่สุดแล้ว