“นายน่ะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันแน่?”จีพูดออกไปใส่อากาศด้านหน้า
“ฮะ?”
ท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นส่องแสงสะท้อนระยิบระยับเมื่อไฟของรถยนต์จำนวนมากซึ่งจอดนิ่งสนิทอยู่บนท้องถนนนั้นฉาบลงบนสายฝนที่ยังคงโปรยต่อเนื่องติดกันมาหลายวันการจราจรที่ติดขัดกำลังสร้างทิวทัศน์น่าประทับใจ และน่าหงุดหงิดใจไปพร้อมๆ กัน
จีขยี้ผมซึ่งย้อมเป็สีเงินบนหัวของเขาเป็ครั้งที่507 ทำให้เส้นผมที่ชี้โด่เด่อยู่แล้วนั้นยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิมเขาขยับขายืดยาวเหยียดเพื่อผ่อนคลายจากการจองจำของการจราจรติดขัดเป็เวลานานนิ้วมือขวาปลายลำแขนของชายหนุ่มอายุ 19 ปีเคาะไปบนพวงมาลัยเป็จังหวะเขานั่งมองที่ปัดน้ำฝนรถยนต์ของตัวเองซึ่งกำลังปัดขึ้นลงอย่างอ่อนแรงขยับเข็มขัดนิรภัยที่บาดกับเสื้อนอกราคาแพงของตนให้เขาที่แต่สุดท้ายมันก็ดีดกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม
“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ?”เสียงเหมือนคุณป้าวัยทองของลิงก์ดังขึ้นอีกครั้งทำให้จีต้องหันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับลิงก์เป็คนที่ยังอยู่ในสภาพเดิมมาหลายปีไม่เคยเปลี่ยนต่อให้น้ำเสียงเขาจะเหมือนมนุษย์ป้าขนาดไหนแต่รูปร่างหน้าตานั้นราวกับว่าอายุของเขาถูกสตัฟฟ์ไว้ที่18 ปี เขายังคงสวมหมวกไหมพรมใบเดิมที่จีเห็นประจำ เสื้อแจ็กเกตแขนยาวและดวงตาเ้ากี้เ้าการหรี่เล็กที่มองผ่านแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมนั้นทำให้จีรู้สึกเหมือนโดนตำหนิตลอดเวลา
“ฉัน...พูดอะไรด้วยเหรอ?”จีถามกลับด้วยเสียงซื่อๆ
“นายพูดว่าอะไรๆ...มีชีวิต สักอย่างเนี่ยแหละ?” ลิงก์ตอบ
“อ๋อ...พูดออกไปด้วยเนี่ย”เหมือนจีจะพูดพึมพำกับตัวเองมากกว่ากับเพื่อนของเขา
นึกว่าแค่คิดในใจซะอีก
“เื่ของหมอนั่นน่ะ”ผ่านไปสักพัก จีก็ตอบที่มาที่ไปด้วยเสียงหนักแน่น
“งั้นเหรอ”
“วันที่ทีมเราได้แชมป์น่ะ...วันที่หมอนั่นลาออกจากทีมฉันได้ไปคุยกับมันมา”
“.....”
“สังเกตไหมว่าตลอดเวลาที่อยู่ทีมเดียวกันหมอนั่นไม่เคยยิ้มเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“อืม”ลิงก์คิดตาม... ดูเหมือนจะจริงอย่างที่จีว่า ในความทรงจำของเขาไม่มีภาพไหนเลยที่คนคนนั้นจะยิ้ม
“ต่อให้เราจะชนะแมตช์ใหญ่แค่ไหนฉันก็ไม่เคยเห็นหมอนั่นดีใจเลย”
“ก็พอเห็นอยู่”ครั้งนี้เขาแย้ง ในฐานะเพื่อนร่วมทีม แม้จะไม่ค่อยยิ้มแต่ลิงก์คิดว่าอีกฝ่ายดีใจอยู่ อย่างน้อยก็ชั่วขณะหนึ่งที่ชนะเกมหรือในจังหวะที่กลยุทธ์ใช้ได้ผลดี
จีเงียบไปพักหนึ่งค่อยพูดต่อ“สำหรับฉันแล้วการได้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ E-sport พร้อมกับพวกพ้องถือเป็เป้าหมายสูงสุดในชีวิต”
“...”
“แต่พอเห็นหมอนั่นไม่เคยแสดงออกถึงความดีใจอะไรเลยทั้งที่ไปได้ไกลกว่าฉันวันนั้นฉันก็เลยถามมันไปว่า...นายน่ะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันแน่?”
ความเงียบปกคลุมชายหนุ่มทั้งสองคนในรถอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ลิงก์จะทำลายมันลง
“ไม่รู้ว่านายสังเกตเห็นรึเปล่านะ?”
จีละสายตาจากไฟท้ายของรถคันหน้ามาหาเพื่อนของตน
“ทุกครั้งที่แข่งจบหมอนั่นน่ะ จะมองไปในฝูงคนดู” ลิงก์พูดต่อ
จีเงียบฟังเขาอย่างตั้งใจ
“แต่สุดท้ายก็จะจบด้วยการถอนหายใจแล้วก็เดินลงเวทีไปเงียบๆ เสมอเลย”
“ทำไมล่ะ?”
“เหมือนว่าสาเหตุที่หมอนั่นยังเล่นเกมอาจจะเพื่อตามหาอะไรบางอย่างหรือไม่ก็... ‘ใครบางคน’ ฉันรู้สึกแบบนั้นน่ะนะ”ลิงก์ตอบ
“ใครบางคน...เหรอ?”
ปึ้ง!!
หญิงสาวผมสีดำสั้นถึงต้นคอเธอสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาล ฝ่ามือซ้ายของเธอกดลงตรงฝากระโปรงหน้ารถของจีเพื่อดันตัวเองให้ลอยขึ้นเท้าเปล่าสีขาวสองข้างนั้นอยู่กลางอากาศส่วนในมือขวาของเธอนั้นกุมเสาห้อยน้ำเกลือที่ต่อตรงกับแขนของตัวเองแน่นราวกับว่ามันเป็อาวุธาชิ้นหนึ่ง และในเวลาไม่ถึงวินาทีหญิงสาวก็กระโจนข้ามรถของชายหนุ่มทั้งสองไป
“อะไรน่ะ?”ลิงก์ถามเสียงเรียบ เพราะไม่รู้จะรับมือสถานการณ์นี้ด้วยอารมณ์แบบไหนเมื่อภาพที่เห็นมันราวกับว่าหลุดมาจากฉากในละครหลังข่าวที่นางเอกวิ่งหนีจากคุณแม่ใจร้ายผู้จับลูกตัวเองขังไว้ในโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้เจอพระเอก
“ผู้หญิงน่ะ...คิดว่านะ”จีตอบ
“แล้วเธอเป็อะไรกัน?”ลิงก์ถามโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบที่ดีจากจี
“นางฟ้าละมั้งบน์คงจะน้ำท่วม...ก็เลยลื่นตกลงมาน่ะ” จีตอบคำถามได้ตามความคาดหวังของเพื่อน
ลิงก์มองไล่หลังเด็กสาวชุดคนป่วยกับเสาน้ำเกลือของเธอะโฝ่ารถที่ติดขัดบนท้องถนนจนค่อยๆห่างออกไปแล้วตรงเข้าไปในสถานที่หนึ่งที่นางฟ้า...หรือแม้แต่คนที่หิ้วสายน้ำเกลืออยู่ไม่สมควรจะเข้าไป
เกมเซนเตอร์เนี่ยนะ!?
.......................................................................
เท้าทั้งสองข้างของคะนิ้งย่ำรัวจนลืมไปว่าเธอไม่ได้ใส่รองเท้าหรือถุงเท้าป้องกันอะไรไว้เลยและไม่ว่าจะเป็พื้นผิวเรียบๆ ของทางเดินโรงพยาบาล พื้นหยาบๆของคอนกรีตในอาคารจอดรถ พื้นอิฐบล็อกที่ปูไม่ดีจนเกิดเป็น้ำขังพื้นถนนยางมะตอยที่แทบไม่เคยัักับเท้าของมนุษย์หน้าไหน หรือแม้แต่สายฝนที่ตกติดต่อกันมาหลายวันก็หยุดเธอไม่ได้
เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้ฉันเพิ่งะโข้ามรถยนต์เหรอ?
คะนิ้งหันกลับไปมองด้านหลังด้วยหางตา
มือปีศาจที่มีรอยแผลเป็รูปกากบาทที่ข้อมือยังลอยตามเธอมาติดๆ ด้วยความกลัวคะนิ้งจึงเร่งความเร็วให้มากขึ้นโดยไม่ใส่ใจว่าการวิ่งด้วยความเร็วขนาดนี้อาจจะทำให้ขาเธอหักไปตลอดชีวิตก็ตาม
โครม!!!
คะนิ้งที่หลับหูหลับตาวิ่งนั้นชนเข้ากับผู้ชายกลุ่มใหญ่ที่แม้จะอยู่ตรงหน้าเธอแต่ก็ไม่ได้อยู่ในสมาธิของเธอแม้แต่น้อย ทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลิ้งล้มลงไปกองบนพื้นราวกับพินโบว์ลิ่งแต่คะนิ้งไม่ใช่เด็กสาวยอดมนุษย์ดังนั้นการพุ่งชนราวกับลูกโบว์ลิ่งของเธอได้หยุดฝีเท้าของตัวเองลง
กว่าสมองคะนิ้งจะเริ่มทำงานอีกครั้งเธอก็เข้ามาอยู่ในดินแดนที่ไม่รู้จักซะแล้ว เสียงที่ดังอื้ออึงเหมือนมีคนร้องะโใส่แก้วหูตลอดเวลาแสงไฟติดประดับหลากสีนั้นเปิดและปิดสลับกันไม่เป็จังหวะผนวกเข้ากับแสงไฟจากหน้าจอตู้เกมหยอดเหรียญจำนวนมากซึ่งควรจะมีผู้คนเอาใบหน้าจุ่มลงไปในหน้าจอนั้นตอนนี้ทุกคนต่างหันมามองที่มาของเสียงครึกโครม
เกมเซนเตอร์...เหรอ?
“เฮ้ย!! เดี๋ยวๆๆๆๆ”
ผู้ชายร่างท้วมที่คะนิ้งพุ่งชนเมื่อครู่รีบกระเสือกกระสนขึ้นจากพื้นเขารีบคว้าปืนพลาสติกที่มีสายเชื่อมต่อกับพานท้ายโยงไปหาตู้เกมหยอดเหรียญขนาดใหญ่แต่กว่าจะประคองตัวลุกขึ้นยืนในท่าเล็งปืนไปที่หน้าจอของตู้เกมได้สำเร็จแววตาที่ร้อนรนของเขาก็เปลี่ยนเป็แววตาของความสิ้นหวังแทบจะทันทีเมื่อได้เห็นข้อความบนหน้าจอ
‘GAMEOVER’
“ทะ...ทำ...ทำบ้าอะไรของเธอหา?”
ผู้ชายร่างท้วมหันมาะโใส่คะนิ้งด้วยความหัวเสียจนแม้แต่ตัวเธอที่แทบจะหมดเรี่ยวแรงก็ยังต้องผงะถอย
เป็โอกาสแรกที่คะนิ้งได้สังเกตผู้ชายคนนั้นชัดๆส่วนสูงที่ไม่ได้มากไปกว่าเธอนัก แต่ด้วยความกว้างด้านข้างทำให้เขาดูตัวใหญ่ดวงตารูปสระอินั้นขมวดยับย่น จมูกทรงชมพู่ขนาดใหญ่สูดลมเข้าออกอย่างรุนแรงและส่วนที่เด่นที่สุดคือทรงผมไถเกรียนสองข้างส่วนผมที่เหลือ้านั้นถูกย้อมเป็สีชมพู
อะไรคือสิ่งดลใจให้เขาแต่งตัวแบบนี้นะ?แต่มันก็ทำให้คะนิ้งรู้สึกคุ้นตาเหมือนเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน...
“ขะ...ขอโทษค่ะ”เป็คำพูดที่ดีที่สุดเท่าที่คะนิ้งจะนึกได้ในสถานการณ์นี้แต่เหมือนมันจะยังดีไม่พอ
“ขอโทษแล้วมันรับผิดชอบได้เหรอ?รู้บ้างรึเปล่าว่าฉันเสียเงินไปกี่ร้อยเพื่อมาถึงบอสตัวสุดท้ายเนี่ย? คนที่จะเล่น ‘Rising of theUndead VI’ มาจนถึงตรงนี้ได้น่ะมีไม่มากหรอกนะเฟ้ยแล้วฉันก็เกือบจะเคลียร์เกมได้อยู่แล้ว ถ้าเธอไม่วิ่งมาชนฉันซะก่อน”ชายหัวชมพูพูดด้วยเสียงคุกรุ่น
คะนิ้งไม่เข้าใจความตั้งใจของผู้ชายคนนี้เลยเธอจึงตอบสนองออกไปแบบอัตโนมัติ “งั้น...ก็เล่นใหม่สิคะ”
คะนิ้งนึกเสียใจกับคำพูดของตัวเองในทันทีที่พูดจบเพราะใบหน้าของผู้ชายคนนั้นดูจะโกรธขึ้นจนทำให้ผมสีชมพูของเขากลายเป็สีแดง
“นี่เธอ...พูดจาหมาๆ แบบนี้ได้ไงกัน?เงินที่ฉันใช้ไปตั้งหลายร้อยตอนนี้เหลือแค่ 10 บาทจะให้เริ่มเล่นั้แ่ต้นกลับมาจนถึงที่เดิมใครมันจะไปทำได้ฟะ!?”
เขาะโเสียงดังจนคราวนี้ไม่ใช่แค่บางคนในร้านที่หันมามองแต่ตอนนี้คะนิ้งนั้นตกเป็เป้าสายตาของทุกคนไปเสียแล้ว
“อะไรน่ะ?”
“มีเื่เหรอ?”
“ใครจะต่อยกันน่ะ?”
“ผู้หญิงเหรอ?”
“ทำไมใส่ชุดคนป่วยล่ะ?”
“เอ่อ....คือ...”ราวกับมีก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่จุกอยู่ในลำคอของคะนิ้งทำให้คำพูดของเธอผ่านออกมาไม่ได้สายตาเธอล่อกแล่กซ้ายขวามองหาความช่วยเหลือ แต่สิ่งเดียวที่เธอได้พบคือ ‘มือขวาที่มีนิ้วเรียวยาว’ ลอยคว้างอยู่กลางอากาศด้านหลังหัวของชายร่างท้วม
มันยังตามมาอยู่!?