ตอนที่ 20
คะแนนจริยธรรมหนึ่งพันแต้ม ! ! !
หลี่ฉางเกิงรู้สึกว่าในวันนี้ตนนั่นได้เสียหน้าไปเสียยับเยิน หวังผิงเด็กน้อยอย่างเ้าตามปกติมิใช่เป็คนที่เก่งกาจมากความสามารถหรือไร? เหตุใดวันนี้ถึงได้กลายเป็ผีน้อยขลาดเขลาไปเสียแล้ว ! !
เฉินิหันไปมองหลี่ฉางเกิง ยิ้มแล้วกล่าว : “รับศิษย์ ต้องรับผู้เครพในคำสอนของครูบาอาจารย์ ชิงเหยาของข้าแม้ยังไร้เดียงสานัก แต่ถึงอย่างไรท่านก็ควรหัดรับศิษย์ให้ได้เช่นอย่างชิงเหยาเถิด จงศึกษาเอาไว้ให้ดี”
หลี่ฉางเกิงทอใบหน้าแดงก่ำ หัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน : “มิได้ มิได้”
จ้าวชิงเหยาหันไปมองผู้ตัดสิน เอ่ยถาม : “ตอนนี้ ข้าสามารถที่จะท้าดวลกับศิษย์สายตรงได้แล้วหรือไม่? ”
ผู้ตัดสินยื่นมือตบเข้าที่ศีรษะ ข้าเป็ผู้ดำเนินงานการประลองศิษย์เข้าสำนักของสำนักหมื่นกระบี่มาตั้งหลายปี นี่เป็ครั้งแรกที่จบได้เร็วถึงเพียงนี้ : “ย่อมต้องได้แน่นอน”
จ้าวชิงเหยาหันปลายกระบี่ชี้ไปทางหลี่ชิงเอ๋อทันที : “ศิษย์พี่หลี่ชิงเอ๋อ โปรดขึ้นสู่เวทีประลอง ช่วยชี้แนะข้าสักรอบได้หรือไม่?”
หลี่ชิงเอ๋อหาได้เกรงกลัวจ้าวชิงเหยาเหมือนกับศิษย์ที่พึ่งเข้าสำนักเ่าั้กันไม่ เพียงแต่ขยับร่างโผบิน เหยียบย่างลงสู่้าเวทีประลองพลางยิ้มแล้วกล่าว : “ในเมื่อเ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะ ‘สอนสั่ง’ ให้เอง ! ”
จ้าวชิงเหยาผสานมือเข้าหากันเล็กน้อย : “เช่นนั้นก็ขอให้ศิษย์พี่หญิง หลี่ชิงเอ๋อ ‘สอนสั่ง’ ด้วย”
ผู้ตัดสินกลอกดวงตาไปมาวูบหนึ่ง นี่มันยังมีอะไรให้ชมอีกงั้นหรือ ?
ความจริงผู้ตัดสินก็เป็ศิษย์สายตรงผู้หนึ่ง การรับหน้าที่ดำเนินการประลองศิษย์เข้าสำนักของสำนักหมื่นกระบี่จึงถือเป็เื่ง่ายดาย แต่ว่าตอนนี้ได้เกิดเหตุการณ์ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจจะหยุดลงได้!
หลี่ชิงเอ๋อหัวเราะแล้วกล่าว : “การประลองอะไรกันเล่า ช่างไม่มีความหมายเอาเสียเลย นี่ก็เหมือนกับการทะเลาะตบตีกันเล็กๆน้อยๆเท่านั้น หาได้มีเป้าประสงค์ที่จะสอนสั่งเ้าไม่ เช่นนี้แล้วเ้าจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการฝึกปรือได้อย่างไรกัน? มิสู้ข้ากับเ้ามาเปิดศึกกัน ไม่สนว่าจะเป็หรือตาย ดีหรือไม่ ? ”
จ้าวชิงเหยาในตอนนี้หาได้กลัวว่าจะต่อกรกับนางไม่ได้ ในเมื่อ้าที่จะชี้เป็ชี้ตาย เช่นนั้นก็ยิ่งดีเข้าไปอีก : “ย่อมได้ เช่นนั้นก็ขอให้ศิษย์พี่หญิงสอนสั่งด้วย!”
ผู้ตัดสินคิดในใจ เอางี้เลยหรือ ถ้าเช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องเป็ห่วงเื่เข้าควบคุมสถานการณ์อีกต่อไปแล้ว
บัดนี้เฉินิหาได้มีความสนใจในเื่เหล่านี้ไม่ เพราะในหัวเขามีเสียงดัง “ติ่ง” ขึ้น
“ติ่ง สำเร็จการสนับสนุนจ้าวชิงเหยาจนได้อันดับหนึ่งในการประลองศิษย์เข้าสำนัก ได้รับรางวัลคะแนนจริยธรรมหนึ่งพันแต้ม! และได้รับสิทธิ์ในการรับศิษย์คนที่สอง!”
ว่านอนสอนง่ายจริงๆ รางวัลในครั้งนี้ก็ช่างอุดมสมบูรณ์เลยทีเดียว ทั้งยังสามารถรับศิษย์เพิ่มได้อีกหนึ่งคน!
ในสายตาของเขาศิษย์ที่มีพร์ชั้นเลิศผู้หนึ่ง เป็เพียงแค่ผักกุยช่ายที่โตได้ไวเท่านั้นเอง ก็เหมือนกับจ้าวชิงเหยาที่ในสายตาของเฉินิเห็นเป็เพียงผักกุยช่ายที่เติบโตได้เร็วต้นหนึ่งเท่านั้น!
และผักกุยช่ายก็เป็สิ่งที่พอจะทำให้ภายในจิตใจของผู้คนมีความสุขได้ในอีกแบบหนึ่ง
ทว่าตอนนี้เฉินิกลับหาได้สนใจสิ่งเหล่านี้ไม่ ที่เขาเป็ห่วงก็คือแท้จริงแล้วตนเองจะสามารถฝึกปรือได้จนถึงขอบเขตอะไรกันแน่ เพราะเมื่อระดับเคล็ดวิชายิ่งสูงขึ้น ความเร็วในการฝึกปรือก็จะยิ่งเร็วขึ้น บัดนี้เขามีคะแนนจริยธรรมอยู่ถึงหนึ่งพันหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าแต้ม ปราณรู้แจ้งเองก็มีมากถึงสี่พันหนึ่งร้อยกว่าแต้ม
ปราณรู้แจ้งของตัวเขาเองในตอนนี้ ย่อมสามารถทำให้เคล็ดอีกาเพลิงทะลวงขอบเขตสู่วิถีไปถึงขั้นที่สี่ได้แล้ว แต่เมื่อคำนวณตามความเป็จริงให้ถูกต้องตามขั้นตอน มีแต่มารที่ผนึกผสานเคล็ดวิชาเข้าสู่ขอบเขตประเภทวิถี จึงจะสามารถจำแลงสู่ร่างมนุษย์ได้ หากเป็เพียงมารร้ายที่ยังเป็ผู้ฝึกตนขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สี่ ที่สามารถแปลงกายเป็มนุษย์ผู้หนึ่งได้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูประหลาดขัดกันอยู่ดี
เฉินิเลิกคิดถึงตรรกะที่รบกวนจิตใจ แล้วเอ่ยขึ้นในใจทันที : “บรรลุเคล็ดอีกาเพลิง ! ”
“ติ่ง บรรลุเคล็ดอีกาเพลิงจำเป็ที่จะต้องใช้คะแนนจริยธรรม1080แต้ม ้าที่จะบรรลุหรือไม่?”
“บรรลุ บรรลุทันที!”
ภายในพริบตานั้นเอง ตลอดทั่วทั้งร่างก็คล้ายกับถูกรายล้อมเอาไว้ด้วยเพลิงไฟ เต้ากงที่อยู่ภายในร่างของเฉินิ ได้เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากขึ้น ด้วยเคล็ดอีกาเพลิงที่อยู่ภายใจกลางเต้ากง เพลิงไฟทั้งหมดยังได้ผนึกตัวจนกลายเป็รูปลักษณ์ของไข่ หากว่าเป็สถานการณ์ตามปกติมีความเป็ไปได้ที่จะใช้เวลาในการฟักตัวที่ยาวนานเป็อย่างยิ่ง แต่ว่าด้วยวิธีการการบรรลุของเฉินิในตอนนี้ ทำให้เพลิงไฟผนึกรวมจนกลายเป็ไข่แผ่กระจายไปทั่วภายในพริบตา ภายใจกลางได้เกิดเป็รูปร่างของอีกาเพลิงสามขาที่ลุกเป็ไฟขึ้นตนหนึ่ง มีเพลิงไฟม้วนกันเป็เกลียว ดวงตาของมันเป็ประกายสีทอง มีขาทั้งสามข้างที่แหลมคมอย่างไร้ที่เปรียบ ปีกทั้งคู่คล้ายกับเป็เมฆาเพลิงขนาดใหญ่สองสาย
นี่ถือว่าเป็ประเภทวิถีชนิดแรกของเฉินิ แม้กระทั่งเฉินิเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าประเภทวิถีชนิดแรกของตนเอง จะเป็ประเภทวิถีของเผ่าปีศาจ
เมื่อมองไปยังแนวทางการบำเพ็ญของตนเองในขณะนี้ จึงทราบได้ว่ามูลเหตุที่ต้องผนึกผสานจนเป็ประเภทวิถี จึงจำเป็ที่จะต้องผึกปรือเคล็ดอีกาเพลิงให้ถึงขอบเขตสู่วิถีเสียก่อนเฉินิเอ่ยถามขึ้นในใจ : “หากจะเลื่อนขั้นเคล็ดอีกาเพลิงเข้าถึงขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สี่จำเป็ที่จะต้องใช้ปราณรู้แจ้งมากเท่าไหร่?”
“จำเป็ที่จะต้องใช้คะแนนปราณรู้แจ้ง 3108 แต้ม”
“จัดการให้เคล็ดอีกาเพลิงเลื่อนขั้นไปถึงขอบเขตสู่วิถีขั้นที่สี่!”
เฉินิตัดสินใจใช้แต้มปราณรู้แจ้งที่เหลืออยู่อีกพันกว่าแต้ม เพื่อจะได้มีพลังหลีกเลี่ยงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ในอนาคต เฉินิััถึงพลังมนตร์ตราที่พรั่งพรูอยู่ภายในกาย ในที่สุดเขาก็ใช้รางวัลจากการทำภารกิจก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น บัดนี้พลังฝีมือของเขาเพิ่มพูนขึ้นเป็อย่างมาก!
“ติ่ง ตรวจพบว่าผู้อุปถัมภ์ได้ประเภทวิถีและมีการฝึกเคล็ดวิชาสองชนิด เพื่อที่จะสะดวกต่อการวัดค่าพลังรบ จะมีค่าดัชนีความเสี่ยงเพิ่มอยู่ในหน้าต่างสถานะ”
เฉินิจึงเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง แล้วได้พบกับความเปลี่ยนแปลงที่มีมากโข :
เฉินิ :
ชื่อเสียง : 355
สถานะ : ตัวตายตัวแทนระดับกลาง
ขอบเขต : ขอบเขตสู่วิถี (ขอบเขตและพลังฝีมือของคุณเหมือนกับว่าไม่ได้มีความสอดคล้องกัน)
คุณสมบัติ : วิถีกายาไร้จำกัด
เคล็ดวิชา : เคล็ดอีกาเพลิงระดับครบรอบ เคล็ดัคชสารขั้นที่หก(มีทั้งหมดเก้าขั้น เมื่อฝึกจนถึงขั้นที่เก้าจะสมารถผนึกผสานสู่วิถีได้) เคล็ดสามภพเร้นลับขั้นที่ยี่สิบสี่(ฝึกปรือได้สูงสุดขั้นที่เจ็ดสิบสองผนึกผสานสู่วิถี) อัสนีฟ้าเก้าแปรผันขั้นที่หนึ่ง(มีทั้งหมดเก้าขั้น) วิถีคัมภีร์ขั้นที่หนึ่ง(มีทั้งหมดสิบแปดขั้น)
เวทมนตร์อภินิหาร : กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ผนึกหลอมจิตกระบี่วิถีราชันย์ เข้าถึงแก่นกระบี่ดรุณีหยกขั้นต้น
ประเภทวิถี : เคล็ดอีกาเพลิง
ศิษย์ : จ้าวชิงเหยา
จริยธรรม : 91
ปราณรู้แจ้ง : 1000
ประกายวงแหวน : 【กลิ่นอายฆ่าฟัน】
ค่าดัชนีความเสี่ยง : 180 (ในค่าตัวเลขจะไม่ถูกคำนวณรวมกับคุณสมบัติพิเศษ)
ระดับความเสี่ยง : อันตราย
ดวงชะตา : จากนี้อีกหนึ่งปีจะมีการประชุมพิฆาตมาร จะต้องตายด้วยเงื้อมมือศิษย์คนโตวิถีมารของหย่าม่อ
เมื่อดูค่าสถานะของตัวเองจนเสร็จสิ้น เฉินิจึงหันกลับไปมองทางจ้าวชิงเหยาและ หลี่ชิงเอ๋ออีกครั้ง ค่าดัชนีความเสี่ยงของจ้าวชิงเหยาคือ 54 และค่าดัชนีความเสี่ยงของหลี่ชิงเอ๋อคือ 48 ดูเหมือนว่าขอเพียงไม่เกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย การได้รับชัยชนะจากหลี่ชิงเอ๋อไม่ถือว่าอยู่ในระดับที่ยากจนเกินไป
ใจกลางสนามประลองจ้าวชิงเหยาและหลี่ชิงเอ๋อที่ฟาดฟันพลังใส่กันราวกับมิใช่เพียงการประลอง แต่เป็การห่ำหั่นกัน โดยแต่ละกระบวนท่าที่เลือกใช้ล้วนแต่อันตราย ทว่าจ้าวชิงเหยาที่บัดนี้ใช้เคล็ดวิชากระบี่ดรุณีหยก เงากระบี่กระตุ้นออกมา หาได้มีความแข็งแกร่งเหมือนอย่างที่กระตุ้นพลังจ้าววิถีใต้หล้าไม่
เหล่าศิษย์ที่พึ่งเข้าสำนักหมื่นกระบี่ที่มีธุระกันเ่าั้ ต่างพากันย้อนกลับมาอีกครั้ง ถึงอย่างไรผู้ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับจ้าวชิงเหยาก็หาใช่พวกเขาไม่ : “ยังดีที่พวกเราไหลกันได้เร็ว จ้าวชิงเหยาผู้นี้ถือได้ว่ามีความสามารถที่เทียบเคียงกับศิษย์สายตรง หากว่าเป็พวกเราที่ได้ต่อกรกับนาง ผลลัพธ์ที่ได้คงเป็เื่ที่ไม่น่าคาดคิดเชียว! ”
“ผู้าุโเฉินก็ช่างน่ากลัวเสียจริง ใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือน ก็ทำให้ศิษย์พี่หญิงจ้าวชิงเหยามีความร้ายกาจได้จนถึงระดับเช่นนี้!”
“อาจารย์ขึ้นชื่อย่อมมีศิษย์ที่ล้ำเลิศ ทว่าศิษย์พี่หญิงจ้าวชิงเหยาย่อมมีพร์ที่มหัศจรรย์ มิเช่นนั้น ถึงแม้ว่าจะได้รับการถ่ายทอดจากผู้าุโเฉิน ก็คงจะไม่เลื่อนระดับพลังได้รวดเร็วถึงเพียงนี้”
“หากว่าข้าได้เรียนรู้จากผู้าุโเฉินสักหนึ่งกระบวนครึ่งกลยุทธ์ ก็คงจะสามารถสยบศัตรูทั้งมวลเช่นเดียวกันได้!”
“กล่าวกันว่าหากผู้ใดถูกผู้าุโเฉินรับไว้เป็ศิษย์ ได้ติดตามผู้าุโเฉินสัก่เวลาหนึ่ง ย่อมต้องมีพลังฝีมือที่รุดหน้าเป็อย่างมาก!”
ในยามนี้กลับทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งสองที่จะปะทะกัน ถึงกับทำให้ศิษย์ที่พึ่งเข้าสำนักต้องแตกตื่นจนถอยหลังไปตามๆ กัน เกรงว่าคงจะถูกเงากระบี่แผ่กระจายออกมา จ้าวชิงเหยาทราบอยู่แก่ใจว่าไม่สามารถที่จะยื้อต่อไปได้ จึงหันกระบี่ขึ้นฟ้า กระตุ้นพลังกระบี่จ้าววิถีใต้หล้าขึ้น !
ในเวลานี้เอง แม้ว่าจะยังกระตุ้นพลังออกมาได้อย่างไม่ครบถ้วน ศิษย์ที่พึ่งเข้าสำนักต่างก็ััได้ถึงพลังอำนาจจากกระบี่นี้ : “นี่ เป็ไปไม่ได้ ? ”
“กระบวนท่านี้ของศิษย์พี่หญิงจ้าวชิงเหยา ช่างคล้ายกับทักษะที่สร้างชื่อให้กับผู้าุโเฉิน”
“นั่นมัน.......จ้าววิถีใต้หล้า!”
กระทั่งเหล่าผู้าุโที่นั่งอยู่เหนือเวทีสูงต่างพากันนั่งไม่ติดกับที่ ล้วนแต่พากันหันไปมองที่จ้าวชิงเหยา : “ความรู้สึกเช่นนี้ ย่อมต้องไม่ผิดอย่างแน่นอน นั่นจะต้องเป็พลังจ้าววิถีใต้หล้าของผู้าุโเฉินอย่างแน่นอน ! ”
“พร์ของเด็กสาวผู้นี้ แทบจะเรียกได้ว่าไม่อาจมีสิ่งใดฉุดรั้งได้แล้ว มีแต่จะรุดหน้าราวกับติดปีกเท่านั้น!”
“ก่อนหน้ามีผู้าุโเฉิน ในยามนี้ก็มีจ้าวชิงเหยา สำนักหมื่นกระบี่ของพวกเราจะต้องยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นอีกอย่างแน่นอน!”
“เพียงเดือนเดียว ใช้เวลาเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ก็สามารถร่ำเรียนพลังจ้าววิถีใต้หล้าของผู้าุโเฉินได้!”
“พร์เช่นนี้ หาได้พบได้เจอมาก่อนไม่ ซ้ำร้ายข้ายังไม่เคยได้ยินมาก่อน!”
ตูม !
จ้าวชิงเหยาปลดปล่อยเงากระบี่ยาวหนึ่งจั้งพุ่งออกไป ทำให้กระบี่ยาวในมือของหลี่ชิงเอ๋อหักสะบั้นไปในทันที หลี่ชิงเอ๋อลอยกระเด็ดดุจว่าวสายป่านขาด พร้อมกับถูกจ้าวชิงเหยาใช้กระบี่กระแทกจนต้องกระอักเื จ้าวชิงเหยาย่อมไม่มีทางที่จะปล่อยหลี่ชิงเอ๋อรอดไปได้ในเวลานี้อย่างแน่นอน จึงก้าวทะยานออกไปหนึ่งก้าว ขยับเคลื่อนไหวกระบี่ดรุณีหยกในมือ อัดแน่นไปด้วยจิตสังหาร !
เ้าซัดข้าจนตกหน้าผา ข้าจะฆ่าเ้า เพื่อทวงความยุติธรรมจากฟ้า !
ในเวลาที่กระบี่ดรุณีหยกของจ้าวชิงเหยาจะกระทบใส่ร่างของหลี่ชิงเอ๋อ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงะโดังขึ้นมาว่า : “หยุดมือ ! ”
เงากระบี่สายหนึ่งก็ได้ลอยไปทางจ้าวชิงเหยา ทำให้จ้าวชิงเหยาต้องกระอักเืในทันที ที่้าแผ่นหลังได้เกิดรอยาแจากกระบี่ยาวถึงหนึ่งฉื่อ หากว่าจ้าวชิงเหยาไม่เคยฝึกปรือเคล็ดสามภพเร้นลับมาก่อน ที่ทำให้มีกายเนื้อแข็งแกร่งเหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนกลิ่นอายวิถีที่อยู่ในระดับเดียวกัน เงากระบี่สายนี้ ย่อมเอาชีวิตของนางไปแล้ว!
เฉินิบังเกิดโทสะล้นทะลักขึ้นในใจ 【กลิ่นอายฆ่าฟัน】ถูกกระตุ้นขึ้นภายในพริบตา สสารของกลิ่นอายฆ่าฟันแผ่กระจายไปรอบด้าน ทำให้ทุกผู้คนจิตใจเหม่อลอยกันขึ้นมา พลังมนตร์ตราทั่วร่างของเฉินิได้ะเิขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับหันไปมองยังผู้ที่ลงมือ : “กงซุนจื่อ เ้ามันรนหาที่ตาย!”
.
.
.
.