“ประกวดวันนี้สนุกไหมลูก”
“สนุกครับคุณแม่ ได้เพื่อนใหม่เยอะทีเดียว”
“ลูกสนุกแม่ก็ดีใจ แล้วเหนื่อยรึเปล่าหื้มมม”
“เหนื่อยนิดหน่อยครับ แต่สนุกมากกว่า”
“อาทิตย์หน้ากลับบ้านไหมครับ คุณปู่ท่านคิดถึง บ่นหาหลานรักตลอดเชียว”
“คงไม่ได้กลับครับ ่นี้กิจกรรมในคณะอัดแน่นไม่มีตารางว่างเลยครับ”
“แล้วจะได้กลับเมื่อไหร่กันละ แม่คิดถึงอุ่นทุกวัน แวะมาสักประเดี๋ยวไม่ได้เหรอจ๊ะ เดี๋ยวแม่ให้คนไปรับ พรุ่งนี้เลยดีไหม วันอาทิตย์คงไม่มีกิจกรรมหรอกใช่ไหม”
“ไม่มีครับ แต่ว่าอุ่นมีนัดทำความสะอาดห้องกับรูมเมทครับ เราจะออกไปซื้อของใช้ข้างนอกกันด้วย”
อุ่นจำเป็ต้องโกหกมารดา เนื่องด้วยตนยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าครอบครัวตอนนี้ ถ้ากลับไปบ้านคร่าวนี้คงไม่พ้นคุณปู่โน้มน้าวให้กลับไปอยู่บ้านอีกตามเคย หรือไม่ก็หิ้วไปบริษัทไปดูงานกับพี่ไออุ่น นั่นเป็เื่ที่โอบอุ่นไม่อยากทำ และอึดอัดใจทุกครั้ง
นกที่บินออกจากรงแล้ว มันไม่คิดที่จะบินกลับเข้าไปอีกครั้งหรอกนะ อิสระมันหอมหวานจะตายไป
“จริงเหรอ แม่ว่าจะถามหลายทีแล้ว คิดยังไงถึงอยากมีรูมเมทกันละ ไหนตอนแรกอยากอยู่คนเดียว”
“อยู่คนเดียวมันเหงาครับ มีรูมเมทเป็เพื่อนคุย เพื่อนเล่น สนุกกว่าเดิมเยอะเลยครับ คุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วง”
อยากจะบอกคุณแม่เหลือเกินว่านี่เป็รูมเมทจำเป็ ได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจ ได้มาเพราะความสงสาร ตอนแรกก็แอบหนักใจกลัวเข้ากันไม่ได้ ทว่าอีกคนกลับปรับตัวให้เข้ากับผม
ส่วนผมแทบไม่ได้ปรับตัวอะไรเลย ใช้ชีวิตตามปกติสุขที่เคยเป็มา แถมยังได้คนคอยดูแล ชี้นำแนวทาง การฝึกชั่วโมงบินของนกปีกทองอย่างเขาด้วยซ้ำ คล้ายกับว่ากำลังอยู่ร่วมห้องกับพี่ชาย แต่บ้างครั้งก็เหมือนอยู่กับเพื่อนที่รู้ใจ ตามใจผมไปเสียทุกอย่าง
“ลูกอยู่ร่วมกันได้ใช่ไหม ถ้าไม่ได้ แม่แจ้งย้ายออกให้ได้นะลูก”
“เราเข้ากันได้ดีครับ ไม่เคยทะเลาะหรือขัดใจกันเลย”
“แล้วรูมเมทคนนี้นิสัยใจคอเป็อย่างไรบ้างละ เขาเป็คนดีรึเปล่า แล้วเขาชื่ออะไร เป็ลูกเต้าเหล่าใคร”
“ผมจะตอบคำถามไหนก่อนดีครับคุณแม่ ถามจนผมงงไปหมด”
“เขาชื่ออะไรจ๊ะ”
“ชื่อเปรมครับ อยู่คณะเดียวกันกับอุ่น เปรมเป็คนดีมีน้ำใจมากครับ ปัญหาบางเื่ก็ได้เปรมช่วยแก้ไขอยู่เหมือนกัน แต่เวลาเราไม่ค่อยตรงกันหรอกครับ เปรมทำงานพาร์ทไทม์่กลางคืน ผมตื่น เปรมนอน ผมนอนเปรมไปทำงาน”
“ตายจริง ทำไมเป็อย่างนั่นละ แบบนี้เวลาเรียนไม่มีปัญหาหรอกเหรอ”
“ตอนนี้ยังไม่เปิดเรียนคงยังไม่มีปัญหา แต่ไม่รู้ว่าเปิดเรียนแล้วจะเป็ยังไง เปรมต้องหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูตัวเองนะครับ ครอบครัวเปรมมีปัญหานิดหน่อย”
“โถ่ววว น่าสงสารจริงพ่อคุณ เป็รูมเมทกันก็ช่วยเหลือกันนะลูก”
“ครับคุณแม่”
“เดี๋ยวยังไงรอบหน้าแม่จะซื้อขนมไปฝากนะจ๊ะ รักลูกนะ”
“รักคุณแม่เหมือนกันครับ”
“รักแต่แม่แกรึไง”
เสียงทุ้มลึกทรงอำนาจจากปลายสายเอ่ยแทรกขึ้นมาจาก คุณอนันต์ อนันต์ทรัพย์ บุคคลที่โอบอุ่นเคารพและเกรงกลัวที่สุดในบ้าน
“อุ้ย! คุณพ่อก็อยู่ด้วยเหรอครับ”
“ถ้าแม่แกไม่เปิดลำโพง ฉันคงไม่ได้ยินเสียงลูกชายฉันหรอก ใช่ได้ที่ไหน ไม่คิดจะโทรหากันบ้างเลย ติดปีกแล้วบินล่อนไม่เกาะกิ่งไม้เลยนะ”
“โถ่ววววว คุณพ่อคร้าบบบ กิจกรรมอุ่นเยอะมากเลยนะครับ ขึ้นปีหนึ่งแค่ครั้งเดียวอุ่นก็อยากจะเต็มที่กับมัน คุณพ่อไม่โกรธอุ่นะครับ ่วันหยุดหลังจบกิจกรรมอุ่นกลับไปนอนกอดที่บ้านดีไหมครับ”
“ตามใจสิ โตแล้วคิดเอาเอง”
“คุณก็อย่าฟอร์มให้มันมากนัก คิดถึงลูกก็บอกว่าคิดถึงสิคะ เล่นตัวเป็คนแก่ไปได้”
“คุณก็ดูลูกชายตัวดีคุณสิ หายออกจากบ้านนานสองนานไม่คิดจะกลับมาเหยียบบ้าน สงสัยคงลืมทางกลับบ้านไปแล้วมั้ง”
นานของคุณพ่อเท่ากับหนึ่งเดือนถ้วน เขาออกมาจากบ้านเตียงยังไม่ทันหายอุ่น ก็บ่นคิดถึงกันยกใหญ่เสียแล้ว ขนาดคุณพ่อกับคุณแม่ยังเป็ขนาดนี้ แล้วคุณปู่จะขนาดไหน
“ไม่ลืมครับคุณพ่อ อุ่นไม่ว่างจริงๆ ครับ อีกอย่างอุ่นก็ขับรถไม่เป็ด้วย เดินทางลำบาก”
“ลูกก็หันขับเสียสิอุ่น คุณพ่ออนุญาตแล้ว ใช่ไหมคะคุณ”
“จะขับทำไม คนขับรถเราก็มี”
“มันไม่เหมือนกันนิคะคุณ ลูกเราก็้าเวลาส่วนตัว อีกอย่างขับรถเป็เดินทางไปไหนมาไหนเองก็สะดวก ให้ลูกเรียนเถอะค่ะ ลูกเราก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เลิกกังวลได้แล้วค่ะ”
“ผมมีลูกชายคนเดียว”
กึก! อุ่นชะงักกับคำของผู้เป็พ่อ คำนี้สำหรับลูกคนจีนอย่างเขามันมีความหมายมากจริงๆ ลูกชายคนเดียวที่เป็ความหวังของตระกูล ความหวังที่โอบอุ่นไม่อยากแบกรับหน้าที่ลูกชายคนเดียว
ถึงใจโอบอุ่นจะไม่ใช่ผู้หญิง ทว่าโอบอุ่นก็ไม่สามารถมีทายาสืบทอดให้วงศ์ตระกูลอนันต์ทรัพย์ได้ นี่คือสิ่งที่อุ่นหวาดกลัว และปิดบังครอบครัวมาโดยตลอด
“คุณไม่ต้องเป็ห่วงเื่นั้นหรอก โอบอุ่นเป็เด็กดี ใช่ไหมลูก”
“ครับคุณแม่” อุ่นเอ่ยตอบผู้เป็แม่ด้วยความลำบากใจ
“เอาละ ปล่อยให้ลูกไปพักผ่อนเถอะ แค่นี้ก่อนนะลูก แม่กับพ่อจะเข้านอนแล้ว อุ่นดูแลตัวเองด้วยนะครับ อยากได้อะไรก็โทรมานะลูก”
“ครับคุณแม่ ฝันดีนะครับคุณพ่อคุณแม่”
โอบอุ่นกดวางสายด้วยใจห่อเหี่ยว จากที่คุยเื่สนุกทั่วไปอยู่ดีๆ กลับวนมาเื่ภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้เสียได้ คำว่าโอบอุ่นเป็เด็กดี เป็ลูกชายคนเดียว เป็ความหวังของตระกูล บางครั้งมันเป็เหมือนเข็มที่ทิ่งแทงใจโอบอุ่นมาตลอด
เฮ้อออ ~ ช่างมันเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากพอแล้ว นอนหลับพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาสู้กันใหม่
.
.
“อื้อออ”
เปรมหันตามเสียงเล็กบนเตียง ที่นอนเหยียดบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยล้า ปากเล็กอ้าหาวรับลมเข้าปอดั้แ่ยังไม่ทันลืมตา เสื้อผ้าหน้าผมยับยุ่งเหยิง ไม่ต่างจากหน้าเ้าของที่สวมใส่
เมื่อคืนอุ่นมันนอนดึกเหรอว่ะ วันนี้ตื่นเกือบเที่ยงเชียว ปกติเด็กนี่ตื่นเร็วกว่าไก่โฮ่เสียอีก ทุกครั้งที่ผมกลับห้องก็จะเห็นโอบอุ่นนั่งหน้าสล่อนอยู่ปลายเตียงแล้ว ไม่รู้มันจะรีบตื่นมาทำไม ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้มีธุระกงการอะไรต้องไปทำ พอตกสายก็หลับหัวพับ ตื่นมาอีกทีบ่ายโมงพร้อมเขานั่นแหละ แปลกคนจริง
“ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมา วันนี้มีข้าวต้มหมูไข่เค็ม”
“อยากกินน้ำเต้าหู้”
“เื่มากจริงๆ มีนั่นอยากกินนี่ ปลาท่องโก๋เอาไว้พรุ่งนี้”
“อื้อ ทำไมวันนี้ตื่นเร็ว ยังไม่บ่ายเลย”
“เมื่อคืนเลิกงานเร็ว ลุกขึ้นมากินข้าวกินปลาได้แล้ว”
“ขออาบน้ำก่อนได้ไหม”
“ทุกวันไม่เห็นจะอาบ”
“วันนี้อยากอาบ”
“เดาทางแต่ละวันไม่ถูกจริงๆ งั้นก็รีบไปอาบ เดี๋ยวอุ่นข้าวต้มรอ”
“เคๆ”
ปากตอบแต่หน้ายังงัวเงีย เมาขี้ตาอยู่เลย ไหนจะท่าเดินสะเปะสะปะเบี้ยวไปเบี้ยวมานั่นอีก ชาตินี้มันจะเปิดถึงไหมห้องน้ำ
“ไม่ชอบไข่เค็ม”
อุ่นตักไข่เค็มเต็มใบในถ้วยตัวเองวางให้อีกคน อุ่นในตอนนี้มีท่าทีสดใสขึ้นกว่าเดิม หลังจากได้รับน้ำเย็นปลุกพลังงานชีวิตเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ชอบอะไรครั้งก่อนยังเห็นกินอยู่เลย”
“แต่วันนี้ไม่ชอบ มันคนละวันกัน”
“มึงประสาทเหรอโอบอุ่น งั้นกินนี่แลกกัน”
ก้อนหมูหมักในช้อนคำโตถูกยื่นจ่อปากโอบอุ่น โดยมีเปรมเป็เ้าของทั้งช้อนทั้งหมู
อุ่นมองหน้าเปรมอย่างชั่งใจ อุ่นไม่เคยกินช้อนเดียวกันกับใครยกเว้นในครอบครัว แม้แต่ปีย์ก็ไม่เคย ช้อนตรงหน้ายังเป็ช้อนเดียวกับที่เปรมตักเข้าปากไปแล้วหลายครั้ง
“โทษที ลืมนึกไปว่ามึงอาจจะรังเกียจ”
“ไม่ใช่!”
ไม่ได้รังเกียจ กินช้อนเดียวกันแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเป็การจูบแบบทางอ้อมหรอกเหรอ แถมยังเป็การจูบแบบแลกน้ำลายด้วย
ยิ่งคิดเืฝาดบนหน้าโอบอุ่นยิ่งทำงาน ขึ้นแดงั้แ่ใบหน้าไปใบหูลามไปถึงต้นคอขาว สายตาประหม่าเลิ่กลั่กอยู่ไม่เป็สุข จนอีกคนจับสังเกตได้
“ร้อนเหรอ หน้าแดงเชียว หรือรังเกียจจนหน้าแดง ถ้าไม่กินกูจะกินแล้วนะ”
“กิน”
โอบอุ่นรั้งมือหน้าที่กำลังจะชักมือกลับ ก่อนรีบอ้าปากรับร้อนเข้าปากเต็มคำ ก้มหน้าก้มตาเคี้ยวตุ้ย โดยไม่หันมองเ้าของหมูในปาก ที่ยกยิ้มขำปนพอใจอยู่ในที
“กินของกูอร่อยไหม” อุ่นพยักหน้าขึ้นลงหงึกหงัก
“อื้ม คำนี้มันอร่อยจริงด้วยว่ะ”
ช็อตฟิลเช้านี้ เปรมกลืนกินข้าวต้มเหลือในช้อนเข้าไปทั้งคันอย่างไม่ลังเล!
“ละ…แล้วทำไมไม่ตักกินใหม่ดีๆ ละ”
“แล้วมึงจะกินเหลือไว้ทำไม”
“มันคำใหญ่”
“เป็เปรตรึไง ปากถึงได้เล็ก”
“นี่! ว่าเราเหรอ ไม่ต้องกินแล้วหมูอ่ะ เอามานี่เรากินเอง”
โอบอุ่นตักหมูก้อนในช้ามเปรมมาจนหมด โทษฐานพูดจาไม่เข้าหู มีอย่างที่ไหนมาว่าเขาเป็เปรต ตัวเองต่างหากที่ปากใหญ่เอง ทว่าเปรมกลับไม่สะทกสะท้านยอมให้อุ่นตักแย่งชิงหมูในชามตนไปแต่โดยดี ทั้งยังยิ้มขำให้โอบอุ่นที่ดึงหน้ามุ้ยหัวฟัดหัวเหวี่ยง จ้วงตักข้าวต้มหมูกินอย่างรวดเร็ว
“ตื่นเร็วแบบนี้ เปรมจะไปทำอะไรต่อไหม หรือออกไปทำงานเลย”
“นอนอยู่ห้องนี่แหละ ไม่ได้ออกไปไหน หรือมึงจะไปไหนไหมละ เดี๋ยวกูพาไป”
“ไม่ไป วันนี้เรามีกิจกรรมแล้ว”
“วาดรูป?”
“เยป”
“อุปกรณ์เยอะดีเนอะ ”
“ไม่เยอะหรอก มีแค่กระดาษกับดินสอก็วาดได้แล้ว ที่เยอะมันเป็ออฟชั่นเสริม ที่ทำให้เราวาดภาพได้สนุกขึ้น อีกอย่างการวาดแต่ละประเภทก็ไม่เหมือนกันด้วย อุปกรณ์ที่ใช้ก็ต่างกัน แต่แบบนี้แหละยิ่งทำให้การวาดภาพสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม”
“มึงดูมีความสุขดีนะ ที่พูดถึงเื่วาดรูป ชอบมากเลยเหรอ”
ในตาเล็กฉายแววมีความสุข ในขณะที่โอบอุ่นพูดถึงงานวาดรูป คงจะชอบจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งใจเล่าขนาดนี้
“มีความสุขสิ นี่คือสิ่งที่เราชอบ”
“แล้วทำไมไม่เรียนเกี่ยวกับพวกนี้เลยละ มาเรียนวิศวะทำไม”
ชายหนุ่มสีหน้าฉายแววเศร้าลงทันที เมื่อเปรมพูดสะกิตปมในใจของโอบอุ่น เป็ฝันที่ไม่มีทางเป็ไปได้
“เรามีหน้าที่ ที่จะต้องทำเพื่อครอบครัว”
“มึงถูกที่บ้านบังคับ?”
“เดี๋ยวเราล้างจานตรงนี้เอง เปรมกลับเข้าไปข้างในเถอะ”
โอบอุ่นตอบปัดเฉไฉเปลี่ยนเื่ เมื่อถูกถามเื่ครอบครัว ให้มันเป็แค่ความฝันต่อไปเถอะ
“อื้ม เดี๋ยวกูจะเอาขยะลงไปทิ้ง อยากได้อะไรในร้านค้าใต้หอไหม”
อุ่นสายหน้า ก่อนหันไปสนใจจัดการภาชนะตรงหน้า
เื่นี้เปรมพอเข้าใจได้ ไม่ได้ถือสา หาความที่อีกคนเมินคำถามของตน อีกอย่างเราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นเล่าเื่ภายในครอบครัวให้คนอื่นฟัง ยังไงเสียเปรมก็คือคนนอก
.
.
“วาดนกเหรอ”
เปรมยืนซ้อนหลังอุ่นขณะกำลังนั่งวาดภาพ บนกระดานวาดที่ อยู่บนขาตั้งไม้ พรางยื่นหน้ามองภาพสีน้ำตรงหน้า
อุ่นชะงักมือ กับเสียงทุ้มต่ำข้างหูด้านซ้าย บวกกับลมร้อนของเสียงลมหายใจเป็จังหวะใกล้หู ก่อนหันไปตามเสียง ทว่าเ้าของเสียงดันยื่นหน้ามาใกล้ จนจมูกเล็กชนเข้ากับสันกรามเรียวคมอย่างจัง
“อ้ะ!”
เปรมรีบเด้งตัวหนีััร้อนทันที ไม่ได้รังเกียจแค่หนีความกระอักกระอ่วนในใจตัวเอง เขาไม่ได้ตั้งใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้เ้าของภาพมากขนาดนั้น หากไม่ใช่ว่ากลิ่นหอมเฉพาะตัวของโอบอุ่น มันดึงดูดจนห้ามใจโน้มหน้าเข้าใกล้ เพื่อสูดดมกลิ่นกาย
“โทษที กูยื่นหน้าเข้ามาใกล้ไปหน่อย เจ็บรึเปล่า”
“อ๋ออ ไม่เจ็บ”
“วาดนกอะไร ไม่เคยเห็นสีแบบนี้มาก่อน”
ภาพที่อุ่นวาดเป็นกขนาดเล็กสีสันสดใสสะดุดตา ตรงขนสีชมพูกุหลาบตลอดทั้งอกและท้อง ส่วนหัว ปีก และหางเป็สีเทาอมน้ำเงิน ดวงตาสีแดง ทั้งหมดถูกระบายด้วยสีน้ำ สวยงามอย่างลงตัว
“นกกระตั้วกาล่า ไม่แปลกที่เปรมจะไม่เคยเห็น”
“หื้มม ทำไม? หรือไม่ใช่นกที่ไทย”
“ช่ายยย ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ออสเตรเลีย สีสันสดใสโดดเด่นสะดุดตา เป็นกที่สุภาพเรียบร้อย อ่อนโยน เป็มิตรกับคน ”
“เหมือนมึงเลย”
“เหมือนเรา? อาจจะใช่ส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่อีกส่วนหนึ่ง”
“ยังไง”
“ถึงน้องจะสุภาพเรียบร้อย เป็มิตร ทว่ามันแตกต่างจากกระตั้วสายพันธ์ุอื่น ไม่ชอบให้เ้าให้ััถูไถ ไม่ได้ร่าเริงหรือออดอ้อนกับเ้าของ และรักอิสระ แต่ความสุภาพว่าง่ายของพวกมัน นำไปสู่การกักขังของเ้าของ ที่คอยชี้นำแนวทางให้บินไปตามที่เ้าของวางไว้ อย่างไร้อิสระ”
“จริงอย่างที่ว่า มึงเป็ผู้ชายจะมาออดอ้อนน่ารักเหมือนกับผู้หญิงได้ยังไง ส่วนนกก็ต้องทำตามเ้าของอยู่แล้ว จะให้บินอิสระก็คงไม่ได้”
“ไม่มีนกตัวไหนที่อยากถูกขัง ตัดขาดไร้อิสระหรอกนะเปรม ทุกตัวต่างอยากมีชีวิตเป็ของตัวเอง โบยบินอิสระในโลกกว้าง”
“แต่อย่าลืมนะ ว่านกทุกตัวมีหน้าที่ เมื่อเกิดมาเป็นกที่ถูกจับใส่กรงแล้ว ไม่มีทางที่เ้าของจะปล่อยให้เป็อิสระได้หรอก”
“คงต้องใช้ชีวิตด้วยความหดหู่ แล้วตายอยู่ในกรงไปสินะ”
“ใช่ นกตาย แต่กรงยังอยู่ ไม่นานเ้าของก็หานกตัวใหม่มาเลี้ยง เอาละ ถึงเวลาไปทำงานแล้ว”
“เร็วจัง เปรมหิวรึเปล่า”
“หิว แต่เดี๋ยวไปกินที่ร้าน ข้าวฟรีอิ่มประหยัด”
“อย่าลืมปลาท่องโก๋เรานะ”
“มึงนี่เห็นแก่กินจริงๆ”
“อย่าลืมนะ”
“เออๆ กูเห็นแก่มิตรภาพรูมเมทลูกผู้ชายหรอก ถึงได้ยอมไปต่อแถวซื้อให้ทุกเช้า”
“คร้าบบบบ รู้แล้วคร้าบบบบ”