ภายหลังจากเดินดูคฤหาสน์ครบทั้งสามหลัง หวังเหว่ยได้สรุปจุดเด่นของคฤหาสน์ทั้งสามหลัง ในแบบที่ตนเองชอบจากนั้นได้นำมาปรึกษากับจินฟางว่า “พี่สาวจินฟางคฤหาสน์หลังแรก ที่เราไปดูตกแต่งพื้นที่บริเวณโดยรอบได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดูสะอาดตา แต่คฤหาสน์หลังนี้ค่อนข้างทรุดโทรมเพราะมีอายุที่ค่อนข้างเยอะ คฤหาสน์หลังนี้มีราคา สามหมื่นเหรียญทอง ส่วนคฤหาสน์หลังที่สอง คฤหาสน์หลังนี้ มีขนาดที่ใหญ่โต บริเวณโดยรอบไม่ค่อยได้รับการตกแต่ง แต่ก็ทำให้ดูมีพื้นที่ภายในคฤหาสน์กว้างขวางขึ้น คฤหาสน์หลังนี้มีราคา ห้าหมื่นเหรียญทอง ส่วนคฤหาสน์หลังที่สาม คฤหาสน์หลังนี้ มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาคฤหาสน์ทั้งสาม แต่ก็ดูใหม่ที่สุด พื้นที่บริเวณโดยรอบถูกตกแต่งอย่างสวยงามรวมถึงตัวอาคารที่ดูหรูหรา สมควรแล้วที่มีราคาถึง หนึ่งแสนเหรียญทอง พี่สาวว่าเราควรเลือกซื้อคฤหาสน์หลังไหนดี ที่เหมาะสำหรับการจัดตั้งกองกำลังของเรา” หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของหวังเหว่ยจบ จินฟางได้มองหน้าของหวังเหว่ยอยู่ครู่หนึ่งและพูดขึ้นว่า “พี่สาวคิดว่าเราควรเลือกคฤหาสน์หลังที่สอง คฤหาสน์หลังนี้มีขนาดที่ใหญ่โต พื้นที่บริเวณโดยรอบกว้างขวาง หากเราสร้างบ้านพักอาศัยเพิ่ม คฤหาสน์หลังนี้อาจจุคนได้มากถึงหลายหมืนคนเลยทีเดียว” หวังเหว่ยเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้พยักหน้าเห็นด้วย และหันหน้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมือง เพื่อตกลงรายละเอียดซื้อขายคฤหาสน์หลังที่สอง เจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองยิ้มอย่างยินดีที่หวังเหว่ยตัดสินใจซื้อคฤหาสน์ เนื่องด้วยราคาของคฤหาสน์ทำให้กว่าจะขายได้แต่ละหลังนั้นยากเย็นแสนเข็ญ แต่ค่านายหน้าที่ได้รับตอบแทนก็ดีเช่นกัน โดยจะได้ค่านายหน้าถึง 1% ของราคาคฤหาสน์และจวนเจ้าเมืองได้ค่าภาษี 5% ของราคาคฤหาสน์ คฤหาสน์หลังที่หวังเหว่ยต้องการจะซื้อมีราคา 50,000เหรียญทอง ซึ่งเท่ากับว่าเจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองจะได้ค่านายหน้าจากการขายคฤหาสน์ครั้งนี้ถึง 500เหรียญทองเลยทีเดียว เมื่อเจ้าหน้าที่ของจวนเจ้าเมืองคิดได้ดังนั้น จึงได้ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งในทันที หลังจากกลับไปถึงจวนเจ้าเมือง หวังเหว่ยได้จ่ายเงินเป็นจำนวน 49,000เหรียญทอง บวกกับเงินค่ามัดจำอีก 1,000เหรียญทอง รวมเป็นเงิน 50,000เหรียญทอง หลังจากเจ้าหน้าของจวนเจ้าเมืองออกใบกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นที่เรียบร้อย คฤหาสน์หลังนี้ก็ได้กลายเป็นของหวังเหว่ยอย่างเป็นทางการ จากนั้นหวังเหว่ยและจินฟางได้เดินทางไปยังคฤหาสน์ ในทันทีที่ไปถึงหวังเหว่ยได้ตั้งชื่อให้กับคฤหาสน์ว่า "คฤหาสน์องครักษ์" อีกทั้งหวังเหว่ยยังได้นำเงิน 10,000เหรียญทอง ออกมามอบให้กับจินฟาง เพื่อให้จินฟางรับสมัครคนงานก่อสร้าง เพื่อสร้างที่พักเตรียมพร้อมไว้สำหรับให้กองกำลังในอนาคตของหวังเหว่ยได้อยู่อาศัย จากนั้นหวังเหว่ยได้บอกกับจินฟางว่ามีธุระต้องไปทำ อีกประมาณสี่ถึงห้าวัน ถึงจะกลับมาที่คฤหาสน์ ให้จินฟางดำเนินการเรื่องราวต่างๆตามที่คิดว่าเหมาะสมได้เลย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยจึงได้ออกจากคฤหาสน์องครักษ์ เดินทางไปเช่าสัตว์อสูรกวางขาวของสมาคมอัญเชิญอสูร และออกเดินทางไปยังหมู่บ้านอสูรสีฟ้า
หมู่บ้านอสูรสีฟ้า
เวลาหนึ่งวันผ่านไป หวังเหว่ยได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านอสูรสีฟ้าและได้ฝากสัตว์อสูรกวางขาวไว้กับคอกสัตว์อสูรภายในหมู่บ้าน จากนั้นหวังเหว่ยได้พักที่โรงเตี้ยมหนึ่งคืน พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น หวังเหว่ยได้ออกเดินทางเข้าป่าหลังหมู่บ้านอสูรสีฟ้าเพื่อเดินทางไปพบกับ 3ราชาสัตว์อสูร เวลาผ่านไปครึ่งวัน หวังเหว่ยได้เดินทางมาถึงยังที่ 3ราชาสัตว์อสูรอาศัยอยู่ 3ราชาสัตว์อสูรที่ได้รับข้อความทางจิตจากหวังเหว่ยตั่งแต่วันก่อนว่ากำลังเดินทางมาหาและให้เรียกรวมกำลังพลสัตว์อสูรในปกครองทั้งหมดไว้ให้พร้อม เมื่อหวังเหว่ยเดินทางมาถึงจึงได้พบเห็นสัตว์อสูรมากมาย มายืนรอต้อนรับ จากการตรวจสอบด้วย "ทักษะตรวจจับระยะไกล" ทำให้หวังเหว่ยพบว่ามีสัตว์อสูรราว 3,000ตนรวมตัวกันอยู่ที่นี่ หลังจากตรวจสอบดูแล้วพบว่ามีสัตว์อสูรระดับเลเวล12-29 ทั้งหมดรวม 3,000ตน ซึ่งกองกำลังสัตว์อสูรทั้งหมดนี้ได้รับการคัดเลือกและฝึกฝนมาอย่างดีจาก 3ราชาอสูรเพื่อเตรียมพร้อม เป็นกำลังให้กับหวังเหว่ย เมื่อหวังเหว่ยได้เห็นกองกำลังสัตว์อสูรทั้งหมดนี้ก็รู้สึกยินดีอยู่ภายในใจและได้เรียก 3ราชาสัตว์อสูรมาเพื่อสอน "ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" รวมถึง "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" ให้กับ 3ราชาสัตว์อสูร ซึ่งทักษะทั้งหมดนี้เป็นทักษะเฉพาะที่หวังเหว่ยเคยคิดค้นขึ้นเองเมื่อนานมาแล้ว เพื่อให้สัตว์อสูรที่ไม่ใช่ สัตว์อสูรในตำนานหรือสัตว์อสูรชั้นสูงรวมไปถึงสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์และสัตว์อสูรเทพ สามารถแปลงกายเป็นรูปร่างมนุษย์และสามารถใช้ทักษะต่อสู้ในขณะแปลงกายเป็นร่างมนุษย์ได้ หลังจากที่สอน "ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" และ "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" ให้กับ 3ราชาสัตว์อสูรและเห็นว่าทั้ง 3ราชาสัตว์อสูรสามารถแปลงกายเป็นรูปร่างมนุษย์ได้สำเร็จด้วยดี และสามารถใช้ทักษะต่อสู้ของสัตว์อสูรในขณะแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ หวังเหว่ยจึงได้บอกให้ 3ราชาสัตว์อสูรสั่งการให้สัตว์อสูรในปกครองทั้งหมดทำสัญญากับหวังเหว่ยโดยใช้รูปแบบอักษรสัญญา เพื่อที่หลังจากนี้หวังเหว่ยจะได้ให้สัตว์อสูรเหล่านี้รวมทั้ง 3ราชาสัตว์อสูรเป็นกองกำลังหลักกองแรก ภายหลังจากการทำสัญญากับสัตว์อสูรทั้ง 3,000ตน ซึ่งหวังเหว่ยได้ใช้อักษรสัญญารูปแบบที่สี่ สัญญายอมรับโดยสมบูรณ์ โดยที่สัตว์อสูรทั้ง 3,000ตนยอมทำสัญญากับหวังเหว่ยด้วยความเต็มใจ ตามคำสั่งของ 3ราชาสัตว์อสูร หลังจากทำสัญญาเสร็จเรียบร้อย 3ราชาสัตว์อสูรได้เข้ามาสอบถามกับหวังเหว่ยว่า “นายท่านพวกข้าขอทำสัญญาในรูปแบบที่สี่ด้วยได้หรือไม่ พวกข้ายินดีรับใช้และติดตามนายท่านตลอดไป”เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเหว่ยจึงได้ถอนสัญญารูปแบบที่สาม ที่เคยทำไว้กับ 3ราชาสัตว์อสูรออกจากนั้นได้ใช้อักษรสัญญารูปแบบที่สี่กับ 3ราชาสัตว์อสูร ซึ่ง 3ราชาสัตว์อสูรได้ตอบรับการทำสัญญาในทันที จากนั้น 3ราชาสัตว์อสูรได้มีท่าตื่นเต้นดีใจและขอบคุณหวังเหว่ยอยู่พักใหญ่ ผ่านไปครู่หนึ่งหวังเหว่ยจึงได้บอกกับ 3ราชาสัตว์อสูรและสัตว์อสูรทั้ง 3,000ตน ให้มารวมตัวกันจากนั้นหวังเหว่ยได้นำสัตว์อสูรทั้ง 3,000ตนรวมถึง 3ราชาสัตว์อสูรเข้าไปภายในมิติแดนอสูร วูบ! หลังจากที่ทั้งหมดได้เข้ามาภายในมิติแดนอสูร สัตว์อสูรทั้ง 3,000ตนก็รู้สึกได้ถึงพลังปราณอสูรที่หนาแน่นภายในมิติแดนอสูร ทำให้เหล่าสัตว์อสูรรู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างถึงที่สุดและได้พากันออกไปสำรวจรอบๆภายในมิติแดนอสูรในทันที ทันทีที่ 3ราชาสัตว์อสูรเข้ามาภายในมิติแดนอสูรและได้พบกับ 3พยัคฆ์อสูรอีกครั้ง ในการพบกันครั้งนี้ 3ราชาสัตว์อสูรได้มีท่าทีเคารพ 3พยัคฆ์อสูรเป็นอย่างมาก ในเวลานี้ 3พยัคฆ์อสูรที่ได้อาศัยอยู่ภายในมิติแดนอสูรมาระยะหนึ่ง ทำให้ 3พยัคฆ์อสูรพัฒนาระดับเลเวลเพิ่มขึ้นหลายระดับเลเวล ทำให้ในปัจจุบันระดับเลเวลของกลุ่มหวังเหว่ยได้พัฒนาขึ้นมาอยู่ที่ หวังเหว่ย เลเวล 33 พยัคฆ์ทมิฬ เลเวล31 พยัคฆ์ขาว เลเวล31 พยัคฆ์คราม เลเวล32 ราชาหมูอสูรเขี้ยวตัน เลเวล33 ราชาหนูอสูรพงไพร เลเวล32 ราชาแมวป่าอสูรวายุ เลเวล32 หลังจากเข้ามาภายในมิติแดนอสูรหวังเหว่ยก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ว่าเหล่าสัตว์อสูรยังไม่สามารถสื่อสารกันด้วยภาษามนุษย์ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นหวังเหว่ยจึงได้นั่งทบทวนความรู้เพื่อคิดค้น "ทักษะภาษามนุษย์" ให้กับเหล่าสัตว์อสูร เวลาผ่านไป หนึ่งชั่วโมงหวังเหว่ยสามารถคิดค้น "ทักษะภาษามนุษย์" ได้สำเร็จและได้เริ่มสอน "ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" "ทักษะภาษามนุษย์" ให้กับเหล่าตัวแทนของสัตว์อสูรหนึ่งร้อยตน เพื่อให้สัตว์อสูรเหล่านี้นำเอาทักษะทั้งสาม ที่ได้เรียนรู้ไปสอนต่อให้กับเหล่าสัตว์อสูรทั้ง 3,000ตน ซึ่งกว่าจะทำทั้งหมดนี้ได้สำเร็จ หวังเหว่ยได้ใช้เวลาไปถึงสองวัน ในขณะนี้เหล่าสัตว์อสูรทั้ง 3,000ตน รวมถึง 3ราชาสัตว์อสูร สามารถใช้"ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" "ทักษะภาษามนุษย์" ได้แล้ว ถึงจะยังไม่ชำนาญนักแต่ก็สามารถฝึกฝนเพิ่มเติมจนชำนาญได้ด้วยตนเอง หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเมื่อยามเช้ามาถึง หวังเหว่ยได้ออกมาจากมิติแดนอสูร วูบ และได้เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านอสูรสีฟ้า จากนั้นรับสัตว์อสูรกวางขาวคืนจากคอกสัตว์อสูรของหมู่บ้านและเริ่มออกเดินทางกลับเมืองอสูรจันทราในทันที