เฉินหนาน รีบไปจับคว้าข้อมือชายคนนั้นทันใด เมื่อแผ่แรงกดดัน มีแต่ชายคนนั้นที่สัมผัสได้ “ข้าว่าอันนี้ เหมาะกับเจ้ามากที่สุด”
เมื่อเฉินหนานกล่าวออก เขาก็ขยับฝ่ามือชายผู้นั้น ออกไปจับด้ามกระบี่บิน
มันก็คล้ายชายหนุ่มผู้นั้น ถูกเฉินหนานกดดันด้วยคำพูด จู่ๆ เขาก็เห็นเฉินหนาน ยืนตรงหน้าดูตัวใหญ่โตขึ้นมา พร้อมร่างพลังงานรูปร่างตะขาบ คำราม เข้าเล่นงานให้เหงื่อแตกพลั่ก ผุดพรายขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“อืมๆ ข้าก็คิดว่าอย่างนั้นกระบี่บิน น่าจะเหมาะกับข้ามากกว่า” ข้อมือเขาที่เป็นรอยฝ่ามือเฉินหนาน บีบรัด เป็นรอยนิ้วมือ ถึงกลับปาดเหงื่อเย็น ออกจากบนใบหน้า
หากพูดออกไปคงเป็นเรื่องน่าขันแน่ ว่าเขากำลังหวาดกลัว คนเผ่าพื้นถิ่นเหล่านี้อยู่ เมื่อมองเห็นเฉินหนาน เก็บของล้ำค่าที่เหลือ กลับไป
เสียงชายหนุ่ม กลืนน้ำลายลงคอดัง อึก! แล้วอ้าปากเรียก “คนต่อไป”
จูซือเจีย รีบเข้ามาทันที ระหว่างที่มองแผ่นหลังเฉินหนาน กำลังจะหายลับตานางไปทุกเสี้ยวขณะ “เจ้ารีบเลือกของล้ำค่าหน่อย ข้ามีเวลาไม่มาก” พร้อมนางเอาของล้ำค่า ออกมาชนิดไม่ได้ปิดบัง
ชายหนุ่มถึงกับมองตาดุ กล่าวเสียงทุ้มต่ำ ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม “แม่หนูน้อย เจ้าชักจะเหิมเกริมกับผู้ใหญ่ เกินไปแล้วกระมัง?” ครั้นเขามองเด็กน้อยแล้วยิ้ม อย่างไรก็ต้องข่มขู่นางได้อย่างแน่นอน
จูซือเจีย ร่างเล็กเอื้อมฝ่ามือยิ้ม แล้วจับมืออีกฝ่ายเลือก แผ่นเกล็ดสัตว์อสูรทันที “ข้าว่าของสิ่งนี้ ดูมีราคาที่สุดแล้ว พี่ชาย”
ชายผู้นั้นที่ถูกบีบบังคับฝ่ามือ จนร่างสะท้านไปทั้งตัว เมื่อสัมผัสตัวเด็กสาว ชนิดหนักกว่าแรงกดดัน ที่เฉินหนานทำหลาย10เท่า ราวกับอยู่ต่อหน้าสตรี ผู้ควบคุมกองทัพสัตว์อสูร
ชายหนุ่มรีบปล่อยจูซือเจีย ผ่านไปอย่างเร็ว ครั้นมองแผ่นหลังเด็กสาว เขาจะกล่าวงึมงำกับตนเอง “ทำไมคนพื้นถิ่นเดี๋ยวนี้ มีแต่คนประหลาด ประหลาดทั้งนั้นเลย”
จูซือเจียเริ่มออกไล่ล่าเฉินหนาน…กว่านางจะออกมาจากกลุ่มคนพวกนั้นได้ การปิดบัญชีแค้นของนาง ก็แทบกลายเป็นศูนย์
จากเบาะแสบนทะเลทรายที่ยากแกะรอย ไหนจะมีพายุที่พัดพามาอีก ช่วง3วันเต็มจูซือเจียไล่ล่าเฉินหนาน นางพลันต้องยอมถอดใจ
“หึ! ถือว่าเจ้าดวงดีไปเฉินหนาน แต่ตราบใดที่เจ้ายังเดินไปในเส้นทางข้างหน้า…อย่างไรต้องได้พบ เจอกับเจ้าอีกแน่ ถึงคราวนั้นคอสวยๆ ของเจ้า จะเป็นของข้า จูซือเจียอย่างแน่นอน”
ทันใดร่างเล็กๆ จูซือเจีย จะเดินหายไปกับพายุทะเลทราย อย่างไร้ร่องรอย
อีกฟาก…
เฉินหนานเดินทางเข้าไปภายในอาณาจักรต้าสุย เห็นเมืองหลวงประตูธรณีบานใหญ่ เปิดสู่ดินแดนการผจญภัย ไร้ขอบเขตเบื้องหน้า
เขาถึงกับถอนลมหายใจออกมายาวด้วยความโล่งอก “อย่างไร ก็ถือว่ารอดพ้น จากจูซือเจียมาได้แล้ว” เฉินหนานค่อนข้างมั่นใจ หากจูซือเจียอยู่ นางก็ไม่กล้าลงมือกับเขาที่นี่เช่นกัน
ครั้นมองเมืองใหญ่ที่มีผู้คนคับคั่ง กำแพงเมืองสูง เต็มไปด้วยทหารเฝ้าประจำการ เฉินหนานที่เป็นชนเผ่าพื้นถิ่น ต้องมาต่อแถวทางเข้าเล็กๆ สำหรับคนนอก
มาถึงจุดนี้ เขาก็เผยสีหน้า ไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก เมื่อเห็นการเลือกปฏิบัติ คนเผ่าพื้นถิ่นเขตทุรกันดาร แต่ในความย้อนแย้ง ก็ยังพอเข้าใจได้
ทว่าระหว่างที่ต่อแถว บางคนถูกห้ามไม่ให้เข้าเมือง ข้อนี้ทำให้เฉินหนานใจเย็น เริ่มเกิดความกังวลใจขึ้นมาทันใด “สงสัยว่าจะมีปัญหาแล้วกระมัง?”
ก่อนเสียงโหวกเหวกโวยวาย สั่งให้รถม้ารอบทางเดินกว้าง หลีกทาง ดังขึ้นมาจากด้านหลังกลุ่มคนไม่ขาด
“ได้ยินว่าเกี้ยวนั่งของสำนักกองทหาร กำลังเข้าเมืองมา”
ทหารเฝ้าประจำการเองก็กล่าว “อืมๆ องค์ชายอาณาจักรต้าสุย เองก็จะเสด็จมาที่นี่ด้วย เห็นว่าตั้งใจเดินทางไปรับ ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักกองทหาร มาด้วยตนเองเชียวนะ”
เฉินหนานฟังเสียงผู้คนซุบซิบพูดคุย เรื่ององค์ชาย มองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขา แค่มองเกี้ยวนั่ง ที่ถูกเสือขาวสองตัวลากมา
สายเลือดไม่ธรรมดาของมัน ก็บ่งบอกบารมีของผู้นั่งขับขี่ ภายในเกี้ยวนั่งไม่น้อย
ครั้นคิดละสายตาจากชายหนุ่มสวมชุดสีทองหรูหรา ภายในเกี้ยวนั่ง คล้ายกำลังไม่พอใจสตรีที่อยู่ข้างๆ เฉินหนานพลันหางตาสั่น กระตุกขึ้นมาถี่ยิบ
เมื่อเห็นสตรีผมสีดำคลับ คิ้วโค้งงอเป็นคันศร ภายในเกี้ยวนั่ง สบสายตาปลาตายกับเฉินหนานในเสี้ยวขณะ
“หืม! เป็นนางได้อย่างไร?” เขารีบหันขวับกลับไปทันที เมื่อดึงผ้าคลุมลง หวังว่านางจะทำเป็นไม่เห็น
ด้านองค์หญิงเหยาหนิง เผยรอยยิ้มกว้าง สั่งองครักษ์หญิงส่วนตัวนาง คุมบังเหียนหยุดเกี้ยวนั่งทันที “หยุด!” “พี่ชายเดี๋ยวเรา ค่อยมาพูดคุยกันทีหลัง”
องค์ชายเหยากวาง ที่ยังคุยไม่รู้เรื่อง ถึงกับแปลกใจ “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ เหยาหนิง?”
“เหมือนข้าจะเจอคนคุ้นตาเข้า” เมื่อนางออกมายืนด้านหลัง ทางออกของรถม้า นางพลันชี้กระบี่เหน็บข้างเอว มาที่เฉินหนาน หลบหน้าทันที
“เจ้าอยากเข้าเมืองเซียงโจงั้นหรือ มากับพวกเราซิ” เมื่อรับรู้ตอนนี้นางถือไพ่เหนือกว่าเฉินหนาน
ข้อนี้แม้แต่ ศิษย์พี่ใหญ่ แห่งสำนักกองทหาร ได้ยินคำพูดขององค์หญิง เขายังเผยสีหน้าไม่พอใจ ครั้นเห็นองค์หญิงเหยาหนิง ให้ความสนใจคนเผ่าพื้นถิ่นดูไร้ค่า
“เจ้าคนนั้น ไม่ได้ยินที่คุณหนูของข้าสั่งงั้นหรือ?” องครักษ์นาง ต้องขึ้นเสียง ออกไปหาเฉินหนานทำเป็นไม่สนใจ
ทหารเฝ้ายามยังแค่นเสียงดังขึ้นมาเช่นกัน “เจ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร”
ด้านเฉินหนาน หันมอง เหยาหนิง กวักมือ เรียก ซ้ำๆ จำต้องทำปากขมุบขมิบก่นด่า ภายในใจขึ้นมา ‘นาง บ้านี่คิดเอาคืน แก้แค้นข้าหรืออย่างไร?’
ก่อนนางจะกล่าวคำพูดที่เฉินหนานยากปฏิเสธได้ขึ้นมา “หากเจ้าไม่มีป้ายฐานะ เจ้าไม่มีทางเข้าเมืองเซียงโจ ได้หรอกนะ…มากับข้า มา”