เสียงสั่นเครือของไอ้ใจแก้วดังมาก่อนตัว มันก้มหน้าก้มตาเดินนำทัพทหารกองเสือดำเข้ามาด้วยท่าทางลนลาน มือที่เคยรับใช้ใกล้ชิดเ้าอินทร์สรง บัดนี้สั่นเทาเพราะความกลัวอาญาแผ่นดินและความตายที่จ่ออยู่ที่คอหอย
เ้าอินทร์สรงใจนออกจากกรรมพิธี จ้องมองฝ่าความมืดไปตามเสียงของไอ้ใจแก้วที่ดังแว่วมา “ไอ้ใจแก้ว! นี่มึง... มึงทรยศกูฤา!…” เ้าอินทร์สรงคำรามลั่น เือัปมงคลพุ่งออกจากปากทันทีที่มนต์ถูกขัดขว้าง ด้วยของดำของร้ายไหลย้อนคืนเข้าใส่ตนผู้กระทำ
เสียงเท้าหนัก ๆ กระแทกลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้ง เ้าแสนเมืองสิงห์ก้าวออกมาจากความมืด ดาบลงอาคมในมือสะท้อนแสงเทียนสีเื จนมองเห็นลายอักขระที่จารไว้บนใบดาบ ใบหน้าที่เคยขี้เล่นยามอยู่กับสหาย บัดนี้กลับเหี้ยมเกรียมดุดันดุจพยัคฆ์ที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
“คนสนิทมึง มันก็รักชีวิตมันหนาอินทร์สรง... มีแต่คนโง่เยี่ยงมึงดอก ที่คิดเอาอวิชชามาคุ้มหัวตน!” เสียงของเ้าแสนเมืองสิงห์ก้องกังวานดุจฟ้าผ่า “เอาตัวมันไป ใครขัดขวาง... ฆ่าเสียให้สิ้น!”
เ้าแสนเมืองสิงห์ไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าหาประลำพิธีด้วยความรวดเร็ว ดาบในมือฟาดฟันเข้าใส่สายสิญจน์อาถรรพ์และหุ่นพยนต์จนขาดสะบั้น พลังจากอาคมที่ถูกทำลาย พากันะเิออกเป็สายลมพัดกรรโชกแรง แต่หาได้ทำให้คนอย่างเ้าแสนเมืองสิงห์สะทกสะท้านไม่ มือหนาคว้ากระชากลำคอของเ้าอินทร์สรงขึ้นมาด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบมหาศาลทำให้เ้าอินทร์สรงแทบสิ้นลมคามือหนาของพ่อเมืองสิงห์
“มองดูขี้ข้ามึงเสีย... มันหมอบกราบแทบตีนกูเพื่อขอชีวิต ในขณะที่มึงยอมขายิญญาให้ผีพราย เพียงเพื่อความแค้นเล็กน้อยต่อสหายกู” แสนเมืองสิงห์เค้นเสียงลอดไรฟัน พลางชายตาไปมองไอ้ใจแก้ว ที่นอนหมอบกราบตัวสั่นเป็ลูกนกอยู่บนพื้นดิน
เ้าอินทร์สรงน้ำตาคลอด้วยความแค้นแลอัปยศ ทอดสายตามองข้ารับใช้ที่เคยสัญญาว่าจะถวายหัว แต่วันนี้กลับเป็คนที่ชี้ทางให้ศัตรูมาปลิดชีพตน ความรู้สึกเ็ปจากการถูกหักหลังนั้น รุนแรงเสียยิ่งกว่ามนต์ดำที่ย้อนเข้าหาตัว
“ลากตัวมันไปลงพระราชอาชญา! ส่วนไอ้ขี้ข้าขลาดเขลานี่... ลากมันไปขังไว้รอตัดสิน!”
เ้าแสนเมืองสิงห์สะบัดร่างเ้าอินทร์สรงลงกับพื้น ราวกับเป็เพียงเศษขยะไร้ค่า ก่อนจะยืนมองซากประลำพิธีที่พังทลายลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช
ไอ้ใจแก้วที่หมอบกราบจนหน้าผากติดดิน ร้องไห้ฟูมฟายพลางละล่ำละลักบอกความนัยที่กรีดหัวใจเ้าอินทร์สรงจนขาดวิ่น “ข้าพเ้าผิดไปแล้วเ้า...ข้าไม่อยากตาย ข้ายังมีแม่อุ๊ยผู้เฒ่าชรา แลลูกเมียที่ต้องดูแล ข้าพเ้า...หาได้อยากทำเื่พวกนี้ไม่ ทุกอย่างล้วนเป็คำสั่งของเ้าอินทร์สรง ที่ให้ข้าพเ้าไปหาเืคนสด ๆ มาเป็เครื่องบัดพลีเซ่นสรวงเองทั้งสิ้น!”
เ้าอินทร์สรงที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกอาคมจนขยับกายไม่ได้ ได้แต่เบิกตาโพลง มองดูคนที่ตนเคยชุบเลี้ยง คนที่เคยรับปากว่าจะตายถวายหัวให้ บัดนี้กำลังถ่มถุย โยนความผิดทั้งหมดมาที่ตน เพื่อดึงชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากขุมนรก
“มึง... ไอ้ใจแก้ว มึงมันขี้ข้าเนรคุณ!” เ้าอินทร์สรงเค้นเสียงสั่นพร่าจากลำคอที่แห้งผาก
“ใช่ข้ามันเนรคุณ ก็มิต่างจากที่พระองค์ได้กระทำการเนรคุณต่อพี่ชายดอก”
“พอที! ...” เ้าแสนเมืองสิงห์ตวาดแทรกขึ้น พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างของไอ้ใจแก้วออกไปด้วยความรังเกียจ “มึงดูให้เต็มตาอินทร์สรง นี่ฤาคนของมึง คนที่มึงมองว่ามันจะจงรักภักดีตายแทนมึงได้ บัดนี้มิต่างกับหมาที่มึงเลี้ยงไว้ แล้วแว้งกัดมึงเพื่อขอเศษกระดูกจากกูประทังชีวิต”
เ้าแสนเมืองสิงห์ขยับเข้าไปใกล้ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเ้าอินทร์สรง “มึงสร้างเมืองบนกองทราย สร้างคนด้วยความกลัว พอถึงเวลาที่ภัยมาถึงตัว ทุกอย่างมันจึงพังลงมิต่างจากกองดินอัปรีย์พวกนี้”
ทหารเสือดำสองนายกรูกันเข้ามาหิ้วปีกเ้าอินทร์สรง ลากตัวไปตามพื้นดินที่เต็มไปด้วยขี้เถ้าและรอยเื ร่างของเ้าราชบุตรผู้สูงศักดิ์ บัดนี้มอมแมมไม่ต่างจากนักโทษปะา ท่ามกลางเสียงโวยวายร้องขอชีวิตของไอ้ใจแก้ว ที่ดังระงมป่าดั่งเสียงสะอื้นไห้เช่นผีสาง
“เอาพวกมันไปไว้ที่เรือนคุมขังใต้ดิน อย่าให้ใครเข้าเยี่ยมจนกว่าจะถึงยามสายของวันพรุ่ง กูจักให้เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย เป็ผู้มาตัดสินความตายของพวกมันเอง!”
เ้าแสนเมืองสิงห์สั่งการต่อผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วสะบัดชายผ้าเดินนำขบวนออกไปจากป่าเฮว ทิ้งไว้เพียงซากของความแค้นที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเ้าของมันเองอย่างเืเย็น ในใจของเ้าอินทร์สรงตอนนั้น ความตายอาจไม่น่ากลัวเท่ากับความจริงที่ว่า ในยามที่ตกต่ำที่สุด...ไม่มีใครสักคนที่รักและภักดีต่อตนด้วยใจจริงแม้แต่คนเดียว
ภายในห้องคุมขังใต้ดิน กลิ่นอับชื้นและความหนาวเย็นสะท้านทรวงอก แสงตะเกียงน้ำมันที่ผนังห้องเปล่งแสงเพียงริบหรี่ ส่องให้เห็นร่างมอมแมมของเ้าอินทร์สรงที่นั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่มุมห้อง เสียงโซ่ตรวนที่ล่ามข้อเท้าดังแว่วสะท้อนทุกครั้งที่ขยับกาย แต่สิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าโซ่ตรวน คือเสียงสะอื้นไห้จากกรงขังไม้ในห้องถัดไป
“เ้า...ข้าน้อยขอสูมาเน้อ(ขอโทษ) ข้าน้อยกลัวตายเหลือเกินเ้าข้า” เสียงของไอ้ใจแก้วแ่เบาและสั่นเครือ
เ้าอินทร์สรงเบือนหน้าหนี ความแค้นที่เคยลุกโชนบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสมเพชตัวเอง “มึงขายกูเพื่อเอาชีวิตรอด...แลตอนนี้ ได้รอดสมใจมึงแล้วหรือยังไอ้ใจแก้ว หากมึงซื่อสัตย์ยืนข้างกู บางทีเพลานี้ อาจเป็กูที่กำชัยชนะเหนือไอ้อินทร์ถวาย”
“ข้าพเ้า มิอยากให้เป็เช่นนี้ แต่คนของเ้าแสนเมืองสิงห์มันดุร้ายนัก ข้าพเ้ากลัว...กลัวจนลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง”
คำสารภาพนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม เ้าอินทร์สรงหลับตาลงพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอด นึกถึงคืนวันที่ตนเคยมอบเงินทอง ยศถาบรรดาศักดิ์ และความไว้เนื้อเชื่อใจให้แก่ชายผู้นี้ ทว่าในยามมืดมิดที่สุด สิ่งเ่าั้กลับไม่มีค่าพอจะซื้อความภักดีที่แท้จริงได้เลย ‘แม้แต่หมาที่กูเลี้ยงไว้ด้วยมือ...ยังยอมเป็ทางผ่านให้เขามาเหยียบย่ำกู’ น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินผ่านแก้มที่เปื้อนฝุ่น ท่ามกลางเสียงสะอื้นของคนสนิทที่ตอกย้ำว่า เขาไม่เหลือใครเลยในโลกนี้
เมื่อแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า บรรยากาศในคุ้มพิมานหลวงกลับขรึมขลัง และกดดันจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย นั่งตระหง่านอยู่บนตั่งไม้สักแกะสลักลายคำ ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบเฉยทว่าแฝงด้วยอำนาจที่ทำให้คนมองต้องก้มหัวลงต่ำ ข้างกายมีเ้าแสนเมืองสิงห์แลแสนเป็ง ยืนกอดอกจ้องมองผู้ต้องหาด้วยแววตาดุดัน
ร่างของเ้าอินทร์สรงถูกคุมตัวมาคุกเข่าลงกลางลานตัดสิน ต่อหน้าเหล่าขุนนางและบ่าวไพร่ที่ยืนมุงดูอยู่ห่าง ๆ รวมทั้งพระชายาจันทร์แดงแลท้าวเสือฟ้าแห่งเวียงหนองแส ที่ถูกทหารกันตัวไม่ยอมให้เข้าใกล้ ได้แต่จำยอมยืนฟังคำตัดสินอยู่ตรงนั้น
“มึงลองของอาคม...หมายใจจักเอาชีวิตกู หรือเพียงเพื่อสำแดงอำนาจบาตรใหญ่ให้อิ่มใจมึง?” เสียงของเ้าอินทร์ถวายราบเรียบ แต่กังวานไปทั่วลาน
เ้าอินทร์สรงก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสบตาพี่ชาย “กู...กูเพียงแต่โกรธเคืองที่พี่ท่าน คิดจะส่งให้กูไปลำบากยังเมืองเงี้ยว”
“ลำบากฤา?” เ้าอินทร์ถวายแค่นยิ้มเยือกเย็น “กูส่งมึงไปเพื่อสร้างเกียรติยศ เพื่อให้มึงมีที่ยืนในฐานะราชบุตรมิต่างจากกู แต่มึงกลับมองเห็นแต่ความสบายของตน จนยอมเป็ขี้ข้าอวิชชา ลากเอาิญญาคนเป็ มาเซ่นสรวงผีพราย แล้วสั่งให้มันมาทำร้ายกูผู้มีศักดิ์เป็พี่มึง มึงทำเช่นนี้รู้หรือไม่ว่าโทษของมึงคือสิ่งใด?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เ้าขุนอินทร์ถวายจะลุกขึ้นยืนช้า ๆ “ไอ้ใจแก้ว...มึงในฐานะข้ารับใช้ที่ส่งเสริมให้นายกระทำชั่ว แลยังกลัวตายจนสิ้นความภักดี กูสั่งให้โบยมึงห้าสิบไม้ยึดทรัพย์สินแลปลดมึงออกจากตำแหน่งอันเคยมี แล้วเนรเทศออกจากเมืองนี้ไปเสียให้สิ้นทั้งครอบครัว อย่าได้กลับมาให้กูเห็นหน้าอีกชั่วชีวิต”
ไอ้ใจแก้วร้องไห้โฮ พลางหมอบกราบขอลดโทษ ขณะที่เ้าอินทร์ถวายเดินมาหยุดตรงหน้าเ้าอินทร์สรง “ส่วนมึง...น้องกู แม้เืในกายมึงจะมีกึ่งหนึ่งเป็ของพ่อกู แต่มึงกระทำผิดต่อฟ้าดิน แอบใช้อาคมอาถรรพ์ทำร้ายคน กูจะริบตำแหน่งราชบุตรของมึง กักบริเวณมึงไว้ให้อยู่แต่ในคุ้มเก่าท้ายเวียง จนกว่ามึงจะสำนึกในบาปที่มึงทำนี้ แลห้ามมึงแตะต้องเครื่องรางอาคมใด ๆ อีกตลอดชีวิต หากกูพบว่ามึงแอบบริกรรมคาถาแม้เพียงตัวเดียว บัดนั้นกูจะเป็คนบั่นคอมึงด้วยดาบของกูเอง!”
คำตัดสินนั้นเด็ดขาดดุจหินผาสูงตระหง่านต้านลมฝน เ้าอินทร์สรงถึงกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง ทิ้งตัวลงหมอบราบลงกับพื้น ไม่ใช่เพราะขัดขืน แต่เพราะพระองค์รู้ดีว่าความเมตตาของพี่ชายในครั้งนี้ หนักหนากว่าความตายเสียอีก เพราะมันต้องอยู่กับความโดดเดี่ยวอับยศและล้มเหลวไปจนวันตาย