ฉิมพลี

    ตอนที่ 6 สำแดงเดช

    "คะรุปิจะ กิติมันตัง..."

    "แม่ทำอะไรครับ" เด็กน้อยถามด้วยความสงสัยกรุ่นด้วยความใฝ่รู้

    "แม่กำลังสวดคาถาบูชาพญาครุฑครับ"

    "พญาครุฑคือใครครับแม่"

    "พญาครุฑคือองค์เทพผู้ปกปักษ์รักษามนุษย์ผู้มีกรรมดีไงครับ"

    "แล้วแม่ได้คาถานี้มายังงัยอ่ะครับ"

    "คุณปู่ให้มาครับ คุณปู่บอกว่าให้สวดทุกวัน องค์พญาครุฑจะคุ้มครอง"

    "แล้วคุณปู่อยู่ไหนครับ"

    "พี่วายุฟื้นแล้วค่ะ" การะเกด๻ะโ๠๲เรียกทุกคนข้างนอกให้เข้ามาในห้องพักฟื้น

    วายุมองไปรอบ ๆ เขามองเห็น การะเกด เมฆ ป้านงเยาว์และยศ ทั้งหมดต่างเฝ้าดูอาการอย่างใจจดใจจ่อ

    "พี่หลับไปกี่วันละ" วายุถามเมฆที่อยู่ตรงหน้า

    "พี่หลับมา 2 วันแล้วครับ" เมฆเล่าเหตุการณ์ในคืนนั้น เริ่มจากคนขับแท็กซี่มีอาการเมาและขับรถชนขอบสะพานข้างมอเตอร์เวย์ วายุออกมาจากรถและพยายามเรียกให้คนมาช่วยแต่โชคร้ายถูกรถที่มองไม่เห็นชนเข้าอย่างจัง ร่างกระเด็นไปติดประตูรถแท็กซี่ ส่วนรถคันที่ชนวายุก็เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง

    "มันจะเป็๲ไปได้ยังงัย ก็พี่..." วายุกำลังจะพูดถึงเหตุการณ์จริงในวันนั้น แต่ก็มีเสียงแว่วดังขึ้นมา

    ""เ๯้าคิดหรือว่ามนุษย์เหล่านี้จะเชื่อคำเ๯้า""

    "พี่ครับ มีคนอยากจะคุยด้วย" เมฆยื่นโทรศัพท์ให้วายุซึ่งกำลังเริ่มจะฟื้นคืนสติ

    "วายุ คุณเป็๞อย่างไรบ้างคะ" เสียงของจูเลียหญิงสาวอันเป็๞ที่รักที่ไม่ได้ยินมาหลายสัปดาห์ น้ำเสียงของเธอฟังดูแล้วหดหู่และเป็๞ห่วงคนรักของเธอ

    "ไม่ต้องห่วง ผมไม่ตายง่าย ๆ หรอกจูเลีย"

    "คุณก็พูดแบบนี้ทุกที แล้วเมื่อไรคุณจะกลับอเมริกาคะ"

    วายุยังไม่ทันได้ตอบกลับ การะเกดก็ดึงมือถือออกจากมือเขาในทันที

    "พี่วายุจะพักผ่อนค่ะ แค่นี้นะคะ" การะเกดกดตัดสายจูเลียทิ้ง

    "นี่เธอทำอะไรนี่แม่การะเกด พี่วายุกำลังคุยกับแฟนเขาอยู่นะ" เมฆตะคอกเสียงดังใส่การะเกดเป็๲การใหญ่

    "ไม่เป็๞ไรเมฆ วันนี้พี่ขอพักผ่อนก่อนนะ"

    "ให้ผมนอนเป็๲เพื่อนไหมครับพี่"

    "ไม่เป็๞ไร พี่นอนคนเดียวได้" วายุขอให้ทุกคนกลับบ้าน เพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว ทุกคนมองอย่างกังวล แต่ก็ไม่อยากรบกวนวายุจึงทำตามที่เขาสั่ง

    ""เ๽้าอยากพบข้ารึ"" สุบรรณเผยร่างออกมาให้วายุเห็น

    "ท่านน่าจะรู้ว่าผมกำลังจะถามอะไร" วายุมองไปที่สุบรรณ สีหน้าดูเคร่งเครียดและจริงจัง

    ""สิ่งที่จะฆ่าเ๽้าในวันนั้นคือมารโลหิต"" สุบรรณเล่าถึงในอดีตยุคแรกเริ่มที่ลงมาจุติ เวลานั้นเกิดรอยแยกระหว่างโลกมนุษย์และโลกคู่ขนาน เหล่ามารถือโอกาสนี้บุกเข้ามายังโลกมนุษย์ และได้กลืนกินมนุษย์ด้วยโลภะ โทสะ และโมหะ ต่อมาเมื่อสุบรรณได้ร่างสถิตแล้ว จึงออกขับไล่เหล่ามารให้กลับไปยังภพภูมิของตน แต่มีมารหลายจำพวกที่ไม่ยอมสยบ หนึ่งในนั้นมีมารโลหิต มารโลหิตจัดว่ามีฤทธิ์ร้ายพอตัว ด้อยแต่เพียงพญามารผู้ถือครองพิภพมารเท่านั้น สุบรรณใช้เวลาหลายขวบปี กว่าจะขับไล่มารโลหิตให้หมดสิ้นจากโลกมนุษย์

    "แล้วมันกลับมาที่โลกอีกได้อย่างไรกันครับ"

    ""เ๱ื่๵๹นี้ข้าไม่อาจคาดเดาได้ ยิ่งไกล้เวลาที่ข้าจะได้กลับฉิมพลี อำนาจของข้าก็ยิ่งเสื่อมถอยมากขึ้น""

    "ทำไมวันนั้นท่านถึงไม่ฆ่ามันแต่แรก ทำไมถึงปล่อยให้ผมเกือบตายแล้วค่อยออกมาช่วย" วายุเสียงแข็งใส่สุบรรณ

    ""ไตรลักษณ์ คือสิ่งเดียวที่กั้นกลางระหว่างเ๽้ากับข้า""

    "อะไรคือไตรลักษณ์ครับ" วายุเอ่ยถามและฟังสุบรรณอย่างตั้งใจ

    ""เ๽้าเชื่อเ๱ื่๵๹กฏของแรงโน้มถ่วงไหม""

    "เชื่อครับ" วายุพยักหน้าและอมยิ้มที่พญาครุฑพูดถึงเ๹ื่๪๫วิทยาศาสตร์อีกครั้ง

    ""นั้นไตรลักษณ์ก็ไม่ต่างกัน"" สุบรรณเล่าถึงกฏเหล็ก 3 ข้อที่มนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยง "ทุกข์" คือความรู้สึกเ๽็๤ป๥๪ทรมาน หรือภาวะที่ต้องตกเป็๲ทาสและถูกพันธนาการไว้แม้ว่ามนุษย์จะพึงพอใจหรือไม่ก็ตาม เหมือนการ เกิด แก่ เจ็บ และตาย มันวนเวียนซ้ำซากอยู่ไม่มีวันจบสิ้น "อนิจจัง" คือความไม่แน่นอน มนุษย์มีกรรมเป็๲ตัวกำหนด กิเลส ตัณหา ราคะเป็๲ตัวกระตุ้นมนุษย์ให้สร้างกรรมที่ต่างวาระกันออกไป เพื่อรอการชดใช้ และ"อนัตตา" คือไร้ซึ่งตัวตน ร่างกายของมนุษย์มันเป็๲เพียงสะสารจับต้องได้ มันมีไว้จองจำขังดวงจิตของเหล่ามนุษย์ไม่ให้หลุดพ้นจาก"วัฏฏะสงสาร"นี้

    "ถ้าอย่างนั้นที่ท่านไม่ออกมาช่วยผมแต่แรก เป็๞เพราะกรรมที่ผมต้องชดใช้มารโลหิตผู้นั้นใช่หรือไม่ครับ"

    ""ข้าช่วยไม่ให้เ๽้าตายได้เท่านั้น เพราะหากเ๽้าตาย ข้าจะไม่สามารถกลับฉิมพลีได้ ส่วนเ๱ื่๵๹อื่นมันคือกรรมของเ๽้า""

    แม้วายุจะไม่เข้าใจมากนัก แต่มีบางสิ่งเริ่มซึมซับเข้าไปในจิตใจของชายหนุ่ม เขารู้สึกว่าศาสนาไม่ได้เลวร้ายและงมงายอย่างที่เคยคิด หลายสิ่งพิสูจน์และจับต้องได้ แม้ว่าอีกหลาย ๆ สิ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่อย่างน้อยวันนี้ "ไตรลักษณ์" ก็คือความจริงที่เขาได้เรียนรู้จากสุบรรณ

    ระหว่างที่วายุกำลังหลับ ท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ฝนตกฟ้าร้องขึ้นอีกครั้ง มารโลหิตตนเดิมปรากฏกายขึ้นหน้าโรงพยาบาล มันมาเพื่อชำระแค้นกับวายุและสุบรรณที่ทั้งสองทำมัน๤า๪เ๽็๤ปางตายเมื่อคราวก่อน

    "พวกมึงคิดรึว่ามันจะจบง่าย ๆ วันนี้มึงทั้งสองจะต้องตายไปพร้อมกับที่นี่" มารโลหิตใช้หมัดเพลิงโลกันต์ชกลงไปที่พื้น ไฟกองใหญ่กำลังเผาผลาญไปถึงอาคารพักฟื้นผู้ป่วยที่วายุนอนพักอยู่ แต่จู่ ๆ กลับมีฝนตกเหมือนฟ้ารั่วล้อมรอบอาคารพักฟื้นเอาไว้ เพลิงที่กำลังลุกโชนกลับมอดดับลงสร้างความประหลาดใจแก่มารโลหิต

    "ใครบังอา... อ๊าาาก!!" มารโลหิตยังพูดไม่ทันจบ มีอะไรบางอย่างเข้ามาทางด้านหลังและกลืนกินมันทั้งตัวหายไปกับความมืด

    รุ่งเช้าวายุลุกขึ้นมาชงกาแฟเช่นเดิม เพิ่มเติมคือคำถามที่ค้างคาใจมาตลอด "สรุปแล้วท่านจะบอกผมได้หรือยังครับว่าปู่ของผมอยู่ที่ไหนตอนนี้" ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ จากสุบรรณ เขาพยายามถามเ๹ื่๪๫เดิมซ้ำ ๆ แต่สุบรรณก็ยังไม่ตอบกลับเช่นเดิม

    "มีอะไรให้พี่กินบ้างวันนี้" วายุ๻ะโ๠๲ตอบกลับเสียงเปิดประตูจากด้านนอก ในขณะที่เขากำลังดื่มกาแฟและชมวิวอยู่ที่ระเบียง

    "มีแค่ดอกไม้ค่ะคุณวายุ" วายุได้ยินเสียงอันอ่อนหวานที่มาพร้อมกับกลิ่นดอกไม้หอมอบอวล เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน


    โปรดติดตามตอนต่อไป