"คะรุปิจะ กิติมันตัง..."
"แม่ทำอะไรครับ" เด็กน้อยถามด้วยความสงสัยกรุ่นด้วยความใฝ่รู้
"แม่กำลังสวดคาถาบูชาพญาครุฑครับ"
"พญาครุฑคือใครครับแม่"
"พญาครุฑคือองค์เทพผู้ปกปักษ์รักษามนุษย์ผู้มีกรรมดีไงครับ"
"แล้วแม่ได้คาถานี้มายังงัยอ่ะครับ"
"คุณปู่ให้มาครับ คุณปู่บอกว่าให้สวดทุกวัน องค์พญาครุฑจะคุ้มครอง"
"แล้วคุณปู่อยู่ไหนครับ"
"พี่วายุฟื้นแล้วค่ะ" การะเกดะโเรียกทุกคนข้างนอกให้เข้ามาในห้องพักฟื้น
วายุมองไปรอบ ๆ เขามองเห็น การะเกด เมฆ ป้านงเยาว์และยศ ทั้งหมดต่างเฝ้าดูอาการอย่างใจจดใจจ่อ
"พี่หลับไปกี่วันละ" วายุถามเมฆที่อยู่ตรงหน้า
"พี่หลับมา 2 วันแล้วครับ" เมฆเล่าเหตุการณ์ในคืนนั้น เริ่มจากคนขับแท็กซี่มีอาการเมาและขับรถชนขอบสะพานข้างมอเตอร์เวย์ วายุออกมาจากรถและพยายามเรียกให้คนมาช่วยแต่โชคร้ายถูกรถที่มองไม่เห็นชนเข้าอย่างจัง ร่างกระเด็นไปติดประตูรถแท็กซี่ ส่วนรถคันที่ชนวายุก็เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ข้างทาง
"มันจะเป็ไปได้ยังงัย ก็พี่..." วายุกำลังจะพูดถึงเหตุการณ์จริงในวันนั้น แต่ก็มีเสียงแว่วดังขึ้นมา
""เ้าคิดหรือว่ามนุษย์เหล่านี้จะเชื่อคำเ้า""
"พี่ครับ มีคนอยากจะคุยด้วย" เมฆยื่นโทรศัพท์ให้วายุซึ่งกำลังเริ่มจะฟื้นคืนสติ
"วายุ คุณเป็อย่างไรบ้างคะ" เสียงของจูเลียหญิงสาวอันเป็ที่รักที่ไม่ได้ยินมาหลายสัปดาห์ น้ำเสียงของเธอฟังดูแล้วหดหู่และเป็ห่วงคนรักของเธอ
"ไม่ต้องห่วง ผมไม่ตายง่าย ๆ หรอกจูเลีย"
"คุณก็พูดแบบนี้ทุกที แล้วเมื่อไรคุณจะกลับอเมริกาคะ"
วายุยังไม่ทันได้ตอบกลับ การะเกดก็ดึงมือถือออกจากมือเขาในทันที
"พี่วายุจะพักผ่อนค่ะ แค่นี้นะคะ" การะเกดกดตัดสายจูเลียทิ้ง
"นี่เธอทำอะไรนี่แม่การะเกด พี่วายุกำลังคุยกับแฟนเขาอยู่นะ" เมฆตะคอกเสียงดังใส่การะเกดเป็การใหญ่
"ไม่เป็ไรเมฆ วันนี้พี่ขอพักผ่อนก่อนนะ"
"ให้ผมนอนเป็เพื่อนไหมครับพี่"
"ไม่เป็ไร พี่นอนคนเดียวได้" วายุขอให้ทุกคนกลับบ้าน เพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว ทุกคนมองอย่างกังวล แต่ก็ไม่อยากรบกวนวายุจึงทำตามที่เขาสั่ง
""เ้าอยากพบข้ารึ"" สุบรรณเผยร่างออกมาให้วายุเห็น
"ท่านน่าจะรู้ว่าผมกำลังจะถามอะไร" วายุมองไปที่สุบรรณ สีหน้าดูเคร่งเครียดและจริงจัง
""สิ่งที่จะฆ่าเ้าในวันนั้นคือมารโลหิต"" สุบรรณเล่าถึงในอดีตยุคแรกเริ่มที่ลงมาจุติ เวลานั้นเกิดรอยแยกระหว่างโลกมนุษย์และโลกคู่ขนาน เหล่ามารถือโอกาสนี้บุกเข้ามายังโลกมนุษย์ และได้กลืนกินมนุษย์ด้วยโลภะ โทสะ และโมหะ ต่อมาเมื่อสุบรรณได้ร่างสถิตแล้ว จึงออกขับไล่เหล่ามารให้กลับไปยังภพภูมิของตน แต่มีมารหลายจำพวกที่ไม่ยอมสยบ หนึ่งในนั้นมีมารโลหิต มารโลหิตจัดว่ามีฤทธิ์ร้ายพอตัว ด้อยแต่เพียงพญามารผู้ถือครองพิภพมารเท่านั้น สุบรรณใช้เวลาหลายขวบปี กว่าจะขับไล่มารโลหิตให้หมดสิ้นจากโลกมนุษย์
"แล้วมันกลับมาที่โลกอีกได้อย่างไรกันครับ"
""เื่นี้ข้าไม่อาจคาดเดาได้ ยิ่งไกล้เวลาที่ข้าจะได้กลับฉิมพลี อำนาจของข้าก็ยิ่งเสื่อมถอยมากขึ้น""
"ทำไมวันนั้นท่านถึงไม่ฆ่ามันแต่แรก ทำไมถึงปล่อยให้ผมเกือบตายแล้วค่อยออกมาช่วย" วายุเสียงแข็งใส่สุบรรณ
""ไตรลักษณ์ คือสิ่งเดียวที่กั้นกลางระหว่างเ้ากับข้า""
"อะไรคือไตรลักษณ์ครับ" วายุเอ่ยถามและฟังสุบรรณอย่างตั้งใจ
""เ้าเชื่อเื่กฏของแรงโน้มถ่วงไหม""
"เชื่อครับ" วายุพยักหน้าและอมยิ้มที่พญาครุฑพูดถึงเื่วิทยาศาสตร์อีกครั้ง
""นั้นไตรลักษณ์ก็ไม่ต่างกัน"" สุบรรณเล่าถึงกฏเหล็ก 3 ข้อที่มนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยง "ทุกข์" คือความรู้สึกเ็ปทรมาน หรือภาวะที่ต้องตกเป็ทาสและถูกพันธนาการไว้แม้ว่ามนุษย์จะพึงพอใจหรือไม่ก็ตาม เหมือนการ เกิด แก่ เจ็บ และตาย มันวนเวียนซ้ำซากอยู่ไม่มีวันจบสิ้น "อนิจจัง" คือความไม่แน่นอน มนุษย์มีกรรมเป็ตัวกำหนด กิเลส ตัณหา ราคะเป็ตัวกระตุ้นมนุษย์ให้สร้างกรรมที่ต่างวาระกันออกไป เพื่อรอการชดใช้ และ"อนัตตา" คือไร้ซึ่งตัวตน ร่างกายของมนุษย์มันเป็เพียงสะสารจับต้องได้ มันมีไว้จองจำขังดวงจิตของเหล่ามนุษย์ไม่ให้หลุดพ้นจาก"วัฏฏะสงสาร"นี้
"ถ้าอย่างนั้นที่ท่านไม่ออกมาช่วยผมแต่แรก เป็เพราะกรรมที่ผมต้องชดใช้มารโลหิตผู้นั้นใช่หรือไม่ครับ"
""ข้าช่วยไม่ให้เ้าตายได้เท่านั้น เพราะหากเ้าตาย ข้าจะไม่สามารถกลับฉิมพลีได้ ส่วนเื่อื่นมันคือกรรมของเ้า""
แม้วายุจะไม่เข้าใจมากนัก แต่มีบางสิ่งเริ่มซึมซับเข้าไปในจิตใจของชายหนุ่ม เขารู้สึกว่าศาสนาไม่ได้เลวร้ายและงมงายอย่างที่เคยคิด หลายสิ่งพิสูจน์และจับต้องได้ แม้ว่าอีกหลาย ๆ สิ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่อย่างน้อยวันนี้ "ไตรลักษณ์" ก็คือความจริงที่เขาได้เรียนรู้จากสุบรรณ
ระหว่างที่วายุกำลังหลับ ท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ฝนตกฟ้าร้องขึ้นอีกครั้ง มารโลหิตตนเดิมปรากฏกายขึ้นหน้าโรงพยาบาล มันมาเพื่อชำระแค้นกับวายุและสุบรรณที่ทั้งสองทำมันาเ็ปางตายเมื่อคราวก่อน
"พวกมึงคิดรึว่ามันจะจบง่าย ๆ วันนี้มึงทั้งสองจะต้องตายไปพร้อมกับที่นี่" มารโลหิตใช้หมัดเพลิงโลกันต์ชกลงไปที่พื้น ไฟกองใหญ่กำลังเผาผลาญไปถึงอาคารพักฟื้นผู้ป่วยที่วายุนอนพักอยู่ แต่จู่ ๆ กลับมีฝนตกเหมือนฟ้ารั่วล้อมรอบอาคารพักฟื้นเอาไว้ เพลิงที่กำลังลุกโชนกลับมอดดับลงสร้างความประหลาดใจแก่มารโลหิต
"ใครบังอา... อ๊าาาก!!" มารโลหิตยังพูดไม่ทันจบ มีอะไรบางอย่างเข้ามาทางด้านหลังและกลืนกินมันทั้งตัวหายไปกับความมืด
รุ่งเช้าวายุลุกขึ้นมาชงกาแฟเช่นเดิม เพิ่มเติมคือคำถามที่ค้างคาใจมาตลอด "สรุปแล้วท่านจะบอกผมได้หรือยังครับว่าปู่ของผมอยู่ที่ไหนตอนนี้" ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ จากสุบรรณ เขาพยายามถามเื่เดิมซ้ำ ๆ แต่สุบรรณก็ยังไม่ตอบกลับเช่นเดิม
"มีอะไรให้พี่กินบ้างวันนี้" วายุะโตอบกลับเสียงเปิดประตูจากด้านนอก ในขณะที่เขากำลังดื่มกาแฟและชมวิวอยู่ที่ระเบียง
"มีแค่ดอกไม้ค่ะคุณวายุ" วายุได้ยินเสียงอันอ่อนหวานที่มาพร้อมกับกลิ่นดอกไม้หอมอบอวล เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน
โปรดติดตามตอนต่อไป