ตอนที่ 7 แปลงโฉม
สุดท้ายแล้ว เป็เหนียนอิ๋งสี่ที่เดินออกมาจากร่างของจวิ้นหรูเอง เหตุผลนั้นแสนง่าย เพราะนางตีจนเหนื่อย และตีมากพอแล้ว
จนกระทั่งกลับมาที่เตียงตนเอง บ่าวรับใช้ที่ตกตะลึงเหล่านี้ถึงนึกขึ้นได้และกรูกันเข้ามาตรวจสอบอาการาเ็ของจวิ้นหรู ทว่าเวลานี้ ใบหน้าของนางบวมเป่งเหมือนหัวหมู และหมดสติไปนานแล้ว
“มัวตะลึงอยู่ได้! รีบหามคนไปหาท่านหมอสิ!” ด้วยเสียงตวาดรุนแรงของเหนียนอิ๋งชุน กลุ่มคนจึงพากันหามจวิ้นหรูที่หมดแรงออกจากเรือนไป
เหนียนอิ๋งชุนซึ่งออกไปคนสุดท้ายจดจ้องเหนียนอิ๋งสี่ที่กำลังนอนสบายอยู่บนเตียงอย่างชิงชัง “เหนียนอิ๋งสี่เ้ากล้ามาก เ้ารอก่อนเถอะ!”
ในเมื่อเหนียนอิ๋งสี่กล้าตี ก็ไม่กลัวคำฟ้องของเหนียนอิ๋งชุนเช่นกัน นางแย้มยิ้มให้เหนียนอิ๋งชุนอย่างไม่แยแส พลางหลับตาและงีบหลับต่อ
กระทั่งคนออกไปจนหมดแล้ว เชียนเชียนถึงเดินไปที่ข้างเตียงของเหนียนอิ๋งสี่ มองอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับกล่าวอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เหนียนอิ๋งสี่ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน เอ่ยเสียงนิ่งว่า “เชียนเชียน มีอะไรก็พูดมาตามตรง”
หลังจากครุ่นคิดแล้ว ในที่สุดเชียนเชียนก็รวบรวมความกล้าคุกเข่าต่อหน้าเหนียนอิ๋งสี่ พร้อมกับดวงตารื้นชื้น “คุณหนู ประเดี๋ยวฮูหยินรองนำคนมาไต่สวนความผิด คุณหนูแค่ผลักความรับผิดชอบมาให้บ่าวก็พอเ้าค่ะ บ่าวถูกโบยก็ยังดีกว่าให้คุณหนูถูกโบยเ้าค่ะ”
เหนียนอิ๋งสี่ััถึงความขลาดกลัวและอ่อนแอของเชียนเชียนได้มานานแล้ว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า สาวน้อยขี้ขลาดคนนี้จะกล้าออกมาขวางข้างหน้าเพื่อปกป้องตน นึกถึงในชาติก่อนนางไม่เคยมีญาติสนิทที่ไหน เหนียนอิ๋งสี่จึงรู้สึกปวดใจน้อยๆ กับคำพูดของเชียนเชียนในทันที และน้ำเสียงก็อ่อนโยนขึ้นมาก “เด็กโง่ จะไม่ให้เ้าต้องถูกโบยหรอก รีบลุกขึ้นมาเถิด”
เชียนเชียนไหนเลยจะยอมลุกขึ้น แค่คิดว่าเหนียนอิ๋งสี่กำลังปลอบใจนาง จึงเอ่ยและร้องไห้ไปด้วยว่า “คุณหนู แม้บ่าวจะห่วงหน้าและพะวงหลังในทุกๆ เื่ แต่ถูกโบยเพื่อช่วยคุณหนูก็ยังพอทำได้ เอ่ยตามจริงถึงบ่าวจะกลัวความเ็ป แต่บ่าวก็ทนได้เ้าค่ะ”
เหนียนอิ๋งสี่นวดขมับตัวเองอย่างปวดหัว ดูเหมือนสาวน้อยคนนี้ของตนมิเพียงไม่เข้าใจเื่ราวเท่านั้น ยังดื้อรั้นมากทีเดียว นางลดข้อมือลง ก่อนยกยิ้มมุมปากขึ้น เอ่ยเสียงนิ่ง “บอกแล้วว่าไม่ถูกโบยก็คือไม่ถูกโบยอย่างไรเล่า ไปหาของกินให้ข้าก่อน จากนั้นไปเฝ้าอยู่นอกเรือนหลัก หากมีความเคลื่อนไหวอะไรให้รีบมาแจ้งข้าทันที”
สีหน้าของนางยังคงดูแย่ เรี่ยวแรงในคำพูดของนางยังคงไม่เต็มที่ แต่รอยยิ้มเด็ดเดี่ยวซึ่งเผยตรงมุมปากน้อยๆ นั้น กลับเป็เหตุผลที่ทำให้เชียนเชียนเชื่อมั่นมากที่สุด นางไม่เคยคิดเลยว่าคุณหนูของตนจะยิ้มได้งดงามและมีเสน่ห์มากเช่นนี้ ราวกับเข้าใจขึ้นมาทันที เชียนเชียนปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าแล้ววิ่งไปทำของกินให้เหนียนอิ๋งสี่
หลังเชียนเชียนจากไปแล้ว เหนียนอิ๋งสี่พลันรู้สึกแก้มของตนหนืดเหนียวราวกับมีบางอย่างไหลลงมาจากหน้าผาก นางที่คิดว่าขณะทุบตีจวิ้นหรูตอนนั้นอาจทำให้ตนาเ็เข้าโดยไม่ตั้งใจ ลุกขึ้นเดินไปที่หน้ากระจกทันที แต่แวบเดียวที่มองเข้าไปในกระจก กลับตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความประหลาดใจ
อันที่จริง นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นเรือนร่างนี้ ซึ่งต้องบอกว่าร่างนี้มีดวงหน้าที่งดงามโดดเด่นเป็อย่างยิ่ง คิ้วโค้งโก่งดุจใบหลิว ดวงตากลมโตคล้ายกับผลซิ่ง[1] จมูกเรียวสวย และปากเล็กบางได้รูป หากกล่าวถึงข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวบนดวงหน้านี้ คงเป็รอยปานแดงใต้คิ้วที่ลามยาวไปจนถึงขอบแก้มของนางอันนั้น
ทว่าเหนียนอิ๋งสี่ไม่ได้เคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าของร่างนี้ แต่นางสังเกตเห็นรอยปานที่กำลังมีของเหลวสีแดงไหลย้อยลงมา พร้อมด้วยของเหลวที่ไหลลงมาทีละนิดนั้น ิัที่แต่เดิมถูกปกคลุมด้วยปานแดงก็เผยให้เห็นชัดออกมา
ััรอยปานที่ละลายหายไปของตน เหนียนอิ๋งสี่ชี้ตัวเองในกระจก ก่อนพึมพำกับตัวเองว่า “ดูเหมือนมีคนจงใจใช้วิธีบางอย่างมาอำพรางดวงหน้างามล่มเมืองของเ้า แต่เ้าวางใจได้ ข้าเองก็ไม่ชอบให้รูปลักษณ์ภายนอกมาสร้างเหตุยุ่งยากที่ไม่จำเป็เช่นกัน ดังนั้นต่อให้ไม่มีรอยปานนี้มาปกปิด ข้าก็จะคิดหาทางปกปิดใบหน้านี้ไว้”
เชิงอรรถ
^ เมล็ดอัลมอนด์