ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (10)
เสี่ยวเจวี๋ยได้ยินเสียงแว่วๆ มาจากห้องรับแขก ลืมตามากึ่งหนึ่ง แล้วฝืนลุกไปเข้าห้องน้ำโดยที่ผมเผ้ายังยุ่งเหยิง ขณะเขาทำธุระเสร็จและจะกลับไปนอนที่ห้องนอนต่อ ก็โดนอาสามรวบตัวไว้ ก่อนจะส่งดอกไม้สดช่อหนึ่งมาข้างหน้าเขา กวนให้เขาตื่นทั้งอย่างนั้น
“คุณอารองมีธุระ เราลงไปส่งเขากันเถอะ” หยวนเยี่ยนสวมเสื้อผ้าให้หลานชายพลางพูดขึ้น
“คุณอากู้ยังไม่ตื่นเลย...” เสี่ยวเจวี๋ยวางช่อดอกไม้ลงอย่างอาวรณ์ ทว่ายอมสวมเสื้อผ้าแต่โดยดี
“อย่ากวนคุณอากู้เลยนะ” หยวนเยี่ยนยิ้มพลางขยี้ศีรษะของเขา ขยี้จนผมเผ้ายุ่งเหยิงกว่าเก่า
หยวนจุนผู้สวมชุดสูทเสร็จั้แ่เนิ่นๆ เดินลงจากอะพาร์ตเมนต์แล้วเข้าไปนั่งในรถ เสี่ยวเจวี๋ยที่เดินตามลงมาเกาะหน้าต่างรถ ก่อนจะบอกเขาว่า “บ๊ายบาย” หยวนจุนจึงกำชับว่า อย่าเพิ่มความวุ่นวายให้กู้ชิง จากนั้นก็ขับรถออกจากซอยเสี่ยวโหลว
ทันทีที่เขาไป เสี่ยวเจวี๋ยก็พุ่งจู๊ดขึ้นบันได ถือดอกไม้สดเข้าห้องนอนและล็อกประตูจากด้านใน แล้ววิ่งจู๊ดไปที่เตียงของกู้ชิง
หยวนเยี่ยนที่โดนปล่อยเก้ออยู่ในห้องรับแขก ทิ้งตัวลงกับโซฟาพลางถือมือถือเช็กตลาดหุ้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กู้ชิงก็ตื่นนอน เด็กชายบนเตียงนอนสวมชุดเป็ระเบียบเรียบร้อย ยิ้มพลางยื่นดอกไม้สดที่เพิ่งเก็บใหม่ๆ ให้หนึ่งช่อ เขาอมยิ้มพลางรับไว้ ก่อนจะนำดอกไม้ไปจัดไว้ในแจกันใบเล็กอันว่างเปล่าบนโต๊ะห้องรับแขก
โซฟาในห้องรับแขกไม่เหลือวี่แววของหยวนจุน มีแต่หยวนเยี่ยนที่กำลังเอนกายอยู่บนโซฟาพลางเอ่ยปากทักทายเขาด้วยความเกียจคร้าน พร้อมบอกว่าพี่รองมีธุระต้องไปจัดการ
“นายกเทศมนตรีกู้ไม่ต้องสนผมหรอก...อ้อ จริงสิ ผมต้องพาเสี่ยวเจวี๋ยกลับบ้าน่บ่าย สองวันนี้ต้องขอบคุณมากเลยจริงๆ”
กู้ชิงพยักหน้าครั้งสองครั้ง แล้วพาเสี่ยวเจวี๋ยไปกินมื้อเช้า ชนิดที่ไม่สนใจเขาแบบเอาจริงเอาจัง
โชคดีที่หลานชายใจดี ติดอาหารเช้ามาให้เขาชุดหนึ่ง
“คุณไม่กลัวว่าเสี่ยวเจวี๋ยจะหนีไปเหรอ” กู้ชิงถามขึ้น
“เขาออกไปจากซอยเสี่ยวโหลวไม่ได้หรอก” หยวนเยี่ยนกินมื้อเช้าพลางตอบคำ พอกลืนซาลาเปาลงไป เขาก็พูดต่อ “นายกเทศมนตรีกู้ใช้ชีวิตแบบนี้ไม่รู้สึกเบื่อเหรอ”
“ในสายตาคุณ มันอาจจะขาดรสชาติ แต่สำหรับผม มันเป็ชีวิตสงบๆ ที่เรียบง่ายสุดๆ ครับ”
“งั้นคุณคงไม่อยากได้อะไรจริงๆ สินะ ถ้าผมเป็ผู้นำการปกครองที่ใหญ่ที่สุดของนครนี้ละก็ คงต้องสร้างผลงานใหญ่ๆ สักอย่าง จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายอะไรกับงานรับราชการ”
“มีสำนวนที่ว่า ‘น้ำผึ้งหยดเดียว’ การตัดสินใจอะไรก็ตามจากคนที่นั่งตำแหน่งนี้ กระทบความรุ่งเรืองของนครนี้หมดเลยนะครับ เพราะงั้นคนที่อยู่ในตำแหน่งนี้สามารถอยู่แบบธรรมดา หรือจะไม่ทำอะไรเลยก็ได้ แต่จะสร้างความสั่นคลอนต่อนครเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตนตามใจชอบไม่ได้ทั้งนั้น ความเปราะบางของคนธรรมดาและคนที่ไม่มีอำนาจอยู่ในมือ จะได้รับผลกระทบทันทีครับ”
“แต่อย่างบางเื่ ถ้าวางแผนดีๆ สร้างประโยชน์ให้สังคมได้ ก็ไม่จำเป็ต้องปอดแหกสักหน่อยนี่...”
กู้ชิงฟังคำพูดของเขาไป โดยไม่สาวความต่อ
เสี่ยวเจวี๋ยที่ล้างผลไม้ในห้องครัวเสร็จเรียบร้อย กำลังยกกะละมังออกมา จากนั้นเขาก็จับมีดปอกผลไม้ นำมาหั่นที่เขียงเพื่อจัดจานผลไม้หน้าร้อน
่เที่ยงวันกู้ชิงไม่ได้ไปกินข้าวนอกบ้าน แต่ลงมือทำมื้อเที่ยงเอง
เมื่อพบเขายกกับข้าวสามอย่างพร้อมน้ำแกงอีกหนึ่งมาจัดไว้บนโต๊ะ หยวนเยี่ยนก็เซอร์ไพรส์เอามากๆ ก่อนจะเข้ามาผสมโรงกินดื่มไปพร้อมกับหลานชายอย่างหน้าชื่นตาบาน
กระทั่งต้องกลับบ้านใน่บ่าย เสี่ยวเจวี๋ยจึงเดินเข้าไปในห้องนอนกู้ชิงด้วยสีหน้านิ่งๆ พร้อมล็อกประตูจากด้านใน เขาปีนลงจากหน้าต่าง ถ้าไม่ใช่ว่าแม่ค้าป๋ายจากชั้นล่างเห็นเข้า แล้วโวยวายว่าปีนลงมาทำไม อีกทั้งยังมีคนเข้ามามุง หยวนเยี่ยนคงไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยคนนี้ใช้ลูกไม้คิดจะหนีไป หยวนเยี่ยนฉุดตัวเขาจากคอยล์ร้อนแอร์กลับเข้ามาในตัวบ้าน ก่อนจะสั่งเขาไปอุ้มลังแล้วบอกลาคุณอากู้กลับบ้าน
ขณะอุ้มลังไว้ เด็กชายก็เอ่ยปากอย่างอาลัยอาวรณ์เป็ที่สุด “ลาก่อนครับคุณอากู้ คราวหน้าผมจะมาหาอีกนะ”
กู้ชิงยิ้มพลางส่งเขาลงจากอะพาร์ตเมนต์ ทั้งยังตั้งใจคัดแตงโมลูกใหญ่จากร้านผลไม้รสครอบครัวให้เขานำกลับไปหนึ่งลูก
“รอต้อนรับเรากลับมาเป็แขกที่บ้านอาอยู่นะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ในที่สุดเสี่ยวเจวี๋ยผู้เหนื่อยหน่ายก็เผยยิ้มได้อีกครั้ง
พอมองส่งทั้งสองออกไปจากซอยเสี่ยวโหลว กู้ชิงถึงกลับเข้าบ้าน
ขณะมองดอกไม้สดบนโต๊ะ และบ้านช่องที่จู่ๆ ก็เงียบไป กลับรู้สึกไม่ค่อยชินแบบแปลกๆ ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบสามสิบสองปีของเขาเลยทีเดียว
หลังจากนำจานผลไม้บนโต๊ะเข้าไปเก็บไว้ในห้องครัว ระหว่างทำความสะอาดบ้านไปรอบหนึ่ง ก็รู้ตัวเื่หนึ่งว่า...เสี่ยวเจวี๋ยลืมติดชุดสูทของหยวนจุนกลับบ้าน
ดูเหมือนว่าชุดสูทสีดำที่ซักอบแห้งเรียบร้อย ซึ่งถูกแขวนไว้กับราวแขวนเสื้อจะถูกลืมแล้ว