ณ ภายในรถม้าตระกูลฟง
ฟงซวนเว่ยจ้องมองไปยังมู่ไฉซูที่ถูกมัดนอนตะแคงไม่ขยับไหวติงเลยซักนิดมีเพียงดวงตาที่กระพริบปริบๆ“เ้าไม่คิดจะถามอะไรเลยหรือว่าข้าเอาเ้ามาด้วยทำไม?”
มู่ไฉซู “ข้าเป็เพียงสาวใช้ไร้ค่าข้าคงมิกล้าถามคุณชาย”เอ่ยจบมู่ไฉซูก็นิ่งเหม่อมองเช่นเดิม
ฟงซวนเว่ยมุมปากยกเอ่ย “เ้าดูน่าเบื่อเช่นนี้ตลอดเวลาเลยหรือ แล้วทำไมลู่เฟยถึงต้องหวงเ้านักหนาข้าไม่เข้าใจจริงๆ”
มู่ไฉซูดวงตาเป็ประกายร่างกายกระตุกสั่นเล็กน้อยเพียงแค่แว๊บเดียวแต่ฟงซวนเว่ยก็สังเกตุเห็นได้ฟงซวนเว่ยเอ่ย “ฮ่าฮ่าฮ่า ที่แท้เป็เช่นนี้ถ้าข้าคุยเื่ลู่เฟยเ้าก็คงจะคุยกับข้าสินะ”
ฟงซวนเว่ย “เ้าควรดีใจไว้ซะค่าตัวเ้าแพงยิ่งกว่าของทุกอย่างที่ข้าเสนอแลกรวมกันเสียอีกลู่เฟยมันก็ยังยืนยันไม่ยอมยกเ้าให้ข้า แต่ช่างประไรสุดท้ายข้าก็ได้เ้ามาอยู่ดีฮ่าฮ่าฮ่า”
ฟงซวนเว่ยสายตากวาดมองมู่ไฉซูั้แ่เท้ายันศีรษะ“ดูท่าทางเ้ากับมันดูสนิทกันยิ่งลู่เฟยมันคงยังไม่ได้ชิงพรหมจรรย์เ้าไปแล้วกระมั้ง”
ตอนนี้เองที่มู่ไฉซูมีอาการรุนแรงนางสบัดหน้าไปทางฟงซวนเว่ยเอ่ยด้วยท่าทางโกรธไม่พอใจ“เขาไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่ได้ต่ำทรามเช่นเ้า!”
ฟงซวนเว่ยอ้าปากค้างเอ่ย “โอ้ นี่เ้ากล้าด่าว่าข้าเพื่อมัน..ช่างน่าสนใจ” ฟงซวนเว่ยไม่ได้มีท่าทีว่าจะโกรธอะไรแต่มันกลับมุมปากยกยิ้มเอ่ยต่อ“ลู่เฟยข้าขอคาราวะเ้าหนึ่งจอก..เ้าทนอยู่กับนางมาได้ยังไงกัน?..” เอ่ยจบมือขวาของมันก็วางลงที่ข้อเท้าซ้ายของนางพร้อมกับกวาดเสยกระโปรงขึ้นทีละน้อยจนเห็นผิวขาวนวล
มู่ไฉซูพยายามดิ้นรนสุดความสามารถแต่ก็ไม่อาจทำไรได้นอกจากพูดแล้วนางก็ทำไรไม่ได้เลย“นี่เ้าจะทำอะไร!”
ฟงซวนเว่ยฉีกยิ้มเอ่ย “เ้าก็น่าจะรู้ ฮี่ฮี่ฮี่” เอ่ยจบมันก็กวาดกระโปรงขึ้นจนมาถึงขาอ่อนดวงตามันเบิกกว้างเอ่ยน้ำลายสอแทบจะหก “ข้าเสียดายแทนลู่เฟยจริงๆข้าทนรอให้ถึงตระกูลไม่ไหวแล้ว” เลยจบมันก็ลูบขาอ่อนของนางไปมา
มู่ไฉซูดิ้นรนกรีดร้องทั้งน้ำตา “อ๊า ไม่ ไม่ ไม่อย่าทำเช่นนี้เลยข้าขอร้อง ไม่นะ ฮือ..ฮือ..”
“อะหื้ม..” เสียงกระดากไอของผู้ติดตามตระกูลฟง
ฟงซวนเว่ยเปิดแผ่นแม้เล็กๆออกพูดกระซิบแ่เบาไปยังผู้ติดตามโดยตรง “เ้าออกไปก่อน อีกครึ่งชั่วยามค่อยกลับมา ไปให้ไกลห้ามแอบฟังเด็ดขาด!”
ผู้ติดตามเอ่ย “นี่ท่านถึงกลับรอไม่ไหว ฮ่าฮ่าฮ่า” เอ่ยจบมันก็มองสำรวจเพ่งลมปราณรอบข้างดู “ตกลงอีกครึ่งชั่วยามข้าจะมาใหม่ท่านคงไม่ทำให้นางหนีไปหรอกนะ?”
ฟงซวนเว่ย “นี่เ้าถ่วงเวลาข้าหรือ นางจะไปมีปัญญาที่ไหนหนีได้ ไปๆไปได้แล้วข้าให้เวลาสิบลมหายใจไปให้ไกล”
ผู้ติดตาม “ตกลงสิบลมหายใจท่านก็ทำตามสบายเลย” เอ่ยจบผู้ติดตามก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
มู่ไฉซูได้ยินวาจาที่ทั้งสองคุยกันนางตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีดแต่จะขัดขืนอะไรก็ไม่ได้ได้แต่ทำใจอย่างขมขื่น
ฟงซวนเว่ยฉีกยิ้มเอ่ยไปยังมู่ไฉซู“เ้ามีเวลาเตรียมใจสิบลมหายใจ ฮี่ฮี่ฮี่” มันทำท่ายืดเส้นยืดสายพลางเอ่ย“ หนึ่ง..สอง..สาม..สี่..ห้า..หก..เจ็ด..แป...” เอ่ยไม่ทันจบคำก็ถูกเอ่ยตัด
ปรากฏเสียงต่ำ “แต่เวลาเตรียมใจเ้า ไม่มี!” เป็เสียงลู่เฟยที่ไม่รู้ที่มาที่ไปและที่สำคัญคือเสียงนี้มันมาอยู่ข้างหูของฟงซวนเว่ย
มู่ไฉซูเบิกตากว้างนางเห็นลู่เฟยย่องเข้ามาั้แ่ฟงซวนเว่ยมันเพิ่งจะเริ่มนับแล้วแต่นางก็รู้ว่าตนเองไม่อาจพูดอะไรออกไปได้ภายในใจของนางที่เห็นคนมาช่วยแว๊บแรกที่เป็ลู่เฟยในใจนางก็ไม่รู้สึกถึงความกลัวอีกต่อไปเหตุผลก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
เอ่ยจบลู่เฟยไม่รีรอฟาดกระบี่ที่ง้างไว้ลงมาเต็มแรงสิบส่วนตำแหน่งที่ฟาดฟันลงไปก็คือหลังคอของฟงซวนเว่ยฟงซวนเว่ยไหนจะตั้งตัวทันมันไม่ได้ระวังก็เพราะว่าคนติดตามสำรวจดูให้แล้ว คิดจะปัดป้องหรือใช้พลังลมปราณป้องกันก็สายเกินไปคนทำได้แต่ลนลานความตายก็คลืบคลานเข้ามาด้วยความเร็วสูง
แต่มู่ไฉซูไม่ใช่ นางนั้นเห็นลู่เฟยมาก่อนหญิงสาวะโพุ่งตัวพร้อมกับที่กระบี่ในมือของลู่เฟยฟาดฟันลงมาฟงซวนเว่ยถูกกระแทกเซเล็กน้อยแต่ตำแหน่งก็คลาดเคลื่อน
ฉั๊วววววววะ....
ตุบบบบบบบบบบบบบบบ....
“อ๊ากกกกกกกกกกกก” ฟงซวนเว่ยร้องอย่างเ็ปทิ้งตัวลงไปนอนตะแคงมือซ้ายก็กำข้อมือขวาไว้แต่มือขวาของมันนั้นขาดหายไปแล้วใบหน้าของมันซีดขาวราวกระดาษปากก็ส่งเสียงกัดฟันแน่น
ลู่เฟยไม่รีรอเตรียมง้างกระบี่ในมือฟาดอีกคำรบสองตำแหน่งก็จะเป็ดจุดตายเช่นเดิม
มู่ไฉซูเอ่ยขึ้นอย่างใ “น้องเฟย เ้าจะทำอะไร?”
ลู่เฟย “ข้าจะฆ่ามัน!”
มู่ไฉซูเอ่ยทั้งน้ำตา “อย่าเลยข้าขอร้อง”
ลู่เฟย “มันคิดจะทำมิดีมิร้ายต่อท่าน แล้วท่านยังจะปกป้องมัน?”
มู่ไฉซู “มันจะทำจริง แต่หากข้าไม่โทษมัน มันผู้นี้ย่อมไม่มีความผิด”
ลู่เฟยรู้ดีว่ามู่ไฉซูนางเป็คนอ่อนโยนเปี่ยมเมตตาแต่ก็ไม่ถึงกับคิดว่านางจะปล่อยคนที่เพียงเพิ่งจะคิดทำร้ายนางไปลู่เฟยก็ได้เห็นน้ำตาอ้อนวอนของนางจึงเอ่ย “ก็ได้” เอ่ยจบลู่เฟยก็เสือกแทงกระบี่ไปยังขาของฟงซวนเว่ยจนทะลุอีกข้าไปอีกข้าง
ฟงซวนเว่ย “อ๊ากกกก” มันจ้องมองไปยังทั้งสอง “ขอบคุณมาก..แม่หญิง หากไม่ได้เ้าข้าคงได้ตายจริงๆ” มันมองไปยังลู่เฟยคิดจะตอบโต้อะไรก็ไม่ได้แต่ถึงจะได้มันก็ไม่ยอมเสี่ยงกลัวว่าจะได้ตายจริงๆทำได้เพียงเอ่ยกัดฟันเสียงต่ำ “ลู่เฟยยยย!.”
ลู่เฟยไม่รีรอดึงกระบี่ที่เสียบขาฟงซวนเว่ยออกตัดเชือกที่มัดมู่ไฉซูไว้ “พี่หญิง ไปกัน” เอ่ยจบไม่รีรอทิ้งกระบี่ยกมู่ไฉซูวิ่งไม่รู้ว่ามันจะแกะเชือกทำไมถ้าจะอุ้มั้แ่แรก
ลู่เฟยวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเพียงไม่ถึงสามสิบลมหายใจก็ไปไกลลิบ
มู่ไฉซูไม่สนใจซักไซ้อะไรว่าจะพาไปไหนเพียงยิ้มแย้มมองหน้าลู่เฟย“น้องเฟย ข้าตกลง..”
ลูเฟยก้มมอง “ตกลงอันใดหรือพี่หญิง?.”
มู่ไฉซูอมยิ้มเอ่ยเสียงเบา “ไม่มีอะไร..”
มาถึงตอนนี้เองที่ลู่เฟยหยุดวิ่งพร้อมกับวางมู่ไฉซูลง “พี่หญิงรอข้าอยู่ที่นี่นะห้ามไปไหน”
มู่ไฉซู “น้องเฟยจะไปไหน”
ลู่เฟย “ตระกูลฟงมีสองคนข้าขอไปดูทางซักเดี๋ยว พี่หญิงไม่ต้องห่วงท่านก็รู้ว่าข้าซ่อนตัวเก่งแล้วก็วิ่งไวดูรวมๆแล้วข้ายิ่งกว่าโจรซะอีก”
มู่ไฉซูยิ้มแย้มหัวเราะพยักหน้าสองที นางรู้ว่าถึงสถานการณ์จะเลวร้ายขนาดไหนลู่เฟยก็จะหาวิธีใม่ให้นางไม่กังวล
ลู่เฟยวิ่งไปอีกทางแต่พอลับตามู่ไฉซูแล้วลู่เฟยกลับย้อนไปยังทางที่วิ่งหนีมานั่นก็คือทางรถม้าตระกูลฟง!
ฟงซวนเว่ยที่นอนขดมองกระบี่ที่ตัวเองให้ลู่เฟยไปอยู่ตรงหน้ามันก็พยายามลุกตัวขึ้นนั่งจนสำเร็จแต่เมื่อก้มไปมองอีกทีกระบี่กลับหายไปแล้วคนตาเบิกกว้างยกหน้าขึ้นมองปรากฏปลายกระบี่สีเงินของมันก็อยู่ที่ใต้คางแล้ว
ลู่เฟย “เ้าลองทายเล่นๆดูซิว่าหากตายแล้วจะไปอยู่นรกขุมไหน”
ฟงซวนเว่ยสีหน้ากระวนกระวายเอ่ย “ละลลลู่เฟย เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ผิด”
ลู่เฟยเอ่ยเสียงเรียบเยียบเย็น “จริงอยู่ว่าเ้าอาจจะไม่ผิด..แต่ก็สมควรตาย!” เอ่ยจบกระบี่พลันเสือกแทงอย่างไร้ปรานี!