ท้องทะเลที่เคยเต็มไปด้วยการสู้รบกลับเงียบสงัดเหลือไว้เพียงเสียงคลื่นและลมพัดผ่าน กระสุนพิฆาตที่ยิงกราดออกไปก็เหมือนโยนก้อนหินลงน้ำและจมลงไปโดยเปล่าประโยชน์
อะไรเนี่ย พวกมันหายไปไหนกันหมด
ขณะที่กำลังสับสนเธอก็เหลือบไปเห็นเรือลำยักษ์ที่อยู่ห่างออกไปเกือบห้ากิโลเมตร
พวกชาวแผ่นดินชอบทำอะไรที่มันใหญ่โตจริง ๆ แต่เป้าใหญ่ขนาดนั้นก็ดี
รินมุ่งหน้าไปให้ถึงระยะหวังผลของกระสุนพิฆาตและกราดยิงใส่เรือเกรย์เอลโฟเรียเหมือนได้ระบายความโกรธที่สะสมไว้ แต่ที่เรือลำนั้นกลับมีบาเรียมานาขนาดใหญ่คอยปกป้องไว้แถมยังสร้างใหม่ได้ทันทีเมื่อโดนทำลาย
ทนได้ด้วยแฮะ เป็นเรือที่แข็งกว่าที่คิดเยอะเลย
ขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับเรือจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัว ทันใดนั้นก็มีห่าระเบิดร่วงลงมาจากบนฟ้าโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แม้มันจะทะลวงเสริมกำลังของรินไม่ได้แต่ระเบิดพวกนั้นกลับสร้างกลุ่มควันจำนวนมากปกคลุมเหนือผิวน้ำ
อะไรอีกล่ะเนี่ย จะบอกว่าเป็นฝีมือของพวกชาวแผ่นดินแต่ก็ไม่เห็นหัวพวกมันที่ไหนเลย หรือจะซุ่มโจมตีจากระยะไกลแต่ชายฝั่งก็อยู่ห่างไปเกือบสิบกิโลเมตรเชียวนะ
ไม่ทันได้ตั้งหลักภายในหมอกควันพวกนั้นก็มีใครบางคนโผล่ออกมาและพุ่งเข้าจู่โจมรินทันที คมมีดวายุฟันเฉือนไปมาปะทะกับเสริมกำลังของรินเหมือนมีดกะเทาะหิน ความต่างชั้นพลังเวทและมานาทำให้รินยิ้มเยาะสนุกเหมือนได้หยอกล้อเด็ก ๆ
“แกมันไอ้ผู้นำของชาวแผ่นดินนี่ ทีตอนนั้นเอาแต่หนีฉันไปแต่ตอนนี้จะมาวัดกันอีกรอบเหรอ?”
เธอยิงกระสุนพิฆาตใส่และใช้ตรีศูลเพื่อล็อกเป้าหมายไว้ แม้ซึฮากิจะหนีเข้าไปในหมอกควันพวกนั้นแต่กระสุนก็ยังตามหลังไปติด ๆ
“สร้างควันเพื่อหลบเลี่ยงสายตาเนี่ยนะ ดูเหมือนจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย…” วินาทีที่เธอใช้เวทมนตร์ตรวจจับก็เห็นกองทัพชาวแผ่นดินที่กำลังล้อมรอบตัวเธออยู่
พวกนี้ทั้งหมดเป็นร่างโคลนเหมือนที่สำนักมนตร์ดำใช้ แล้วแผนแบบนี้ก็เหมือนกับตอนที่สู้กันคราวก่อนเลยสินะ
“เน้นจำนวนไปก็เท่านั้นแหละ ยิ่งแบ่งมานาไปใช้กับร่างโคลนเท่าไรแกก็ยิ่งไม่เหลือมานาเพื่อเจาะการป้องกันของฉันเท่านั้นแหละ” เธอชูตรีศูลขึ้นเหนือหัวและใช้ก้ามทั้งสี่กระหน่ำยิงทุก ๆ เป้าหมายที่โผล่มาในระยะไม่สนว่ามันจะเป็นร่างปลอมหรืออะไรก็ตาม
ถ้าจะวัดกันด้วยมานาเราไม่มีทางแพ้แน่ แต่เจ้านั่นก็น่าจะเตรียมอะไรไว้อีกสักอย่างเหมือนกัน
ขณะที่กำลังกำจัดฝูงร่างโคลนของซึฮากิ จู่ ๆ ก็มีบางสิ่งพุ่งเข้าใส่และระเบิดสร้างความเสียหายมหาศาลยิ่งกว่ากระสุนพิฆาตของรินเสียอีก
เมื่อกี้มันเวทมนตร์อะไรวะเนี่ย แม้จะป้องกันไว้ได้แต่เสริมกำลังทั้งแปดชั้นกลับพังทลายในทันทีและยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลยด้วย
รินสร้างเสริมกำลังขึ้นใหม่และดำน้ำหนีลงไปตั้งหลักแต่ทันใดนั้นก็มีวัตถุประหลาดพุ่งเข้าใส่แม้มันจะช้าแต่มันก็ทำให้เธอไม่ได้พักตั้งสติเลยแม้แต่วินาที
พวกนี้มันเหมือนกระสุนเลยนี่แต่ขนาดใหญ่กว่าตั้งกี่เท่าเนี่ย ต้องสลัดมันให้หลุดก่อนแต่ทำไมพวกมันถึงยังตามหลังมาไม่หยุดเลยล่ะ อย่าบอกนะว่ามีตรีศูลอันอื่นอีก
ก่อนหน้านี้ตอนที่รินกำลังพักฟื้นอยู่
คนของสำนักมนตร์ดำสิบหกคน ไม่แน่ใจว่าจะมีมาเพิ่มอีกไหมแต่ถ้าจะใช้ของที่เก็บไว้ก็ต้องกำจัดพวกมันเสียก่อน
กลุ่มคนของสำนักมนตร์ดำพยายามไล่ตามคานะไปที่ศูนย์แพทย์สนาม ส่วนซึฮากิก็ตามไปติด ๆ ด้วยการลอยเหนือหัวทำให้อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต และขณะเดียวกันเขาก็ใช้แฟรงค์บินสำรวจไปทั่วสนามรบเพื่อดูว่ามีคนอื่นซ่อนอยู่อีกไหม
ส่งแค่พวกระดับล่างมาคงจะใช้แล้วทิ้งสินะ คงคิดว่าเผื่อจะได้ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี
หลังจากตรวจสอบให้แน่ใจเรื่องจำนวนและตำแหน่ง ซึฮากิจึงเริ่มลงมือสังหารหมู่สมุนของสำนักมนตร์ดำทันที
“ขอบใจ ! ฉันไปก่อนนะ” คานะวิ่งไม่หยุดเพื่อส่งเซนให้ถึงมือแพทย์ให้ไวที่สุด
สถานการณ์ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี เหลือแค่ตัวหัวหน้าที่ยังอยู่ใต้น้ำ
ไม่นานเกินรอสงครามก็จบลงโดยที่ผู้นำฝั่งศัตรูยังไม่โผล่หัวออกมา จะประกาศชัยชนะเลยก็ยังได้แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่ารินจะกลับมาเมื่อไร
“ประกาศไปถึงทุกหน่วย ให้ทุกหน่วยขึ้นฝั่งและออกห่างไปอยู่ในจุดตั้งรับยกเว้นแค่หัวหน้าหน่วยเคน” ซึฮากิประกาศผ่านวิทยุสื่อสารเป็นคำสั่งสุดท้ายก่อนที่เขาจะขึ้นไปที่เรือเกรย์เอลโฟเรีย
“กิจัง...ฉันจะรอกินข้าวด้วยกันนะ เพราะฉะนั้นอย่าหายไปไหนอีกล่ะ” เธอไม่กล้าสบตาตรง ๆ เพราะอายที่ตนเองสภาพดูไม่ดีนักโดยเฉพาะแขนข้างถนัดที่โดนหัก
“เชื่อใจฉันเถอะ ต่อจากนี้จะเป็นศึกที่เอาคนอื่นเข้ามาร่วมด้วยไม่ได้แล้ว” ซึฮากิเองก็เหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของฟรานจึงเลือกที่จะเดินผ่านไปโดยไม่มอง
หลังจากที่อพยพคนทั้งหมดออกจากอ่าวแล้ว ซึฮากิก็นำเรือล่องออกไปห่างชายฝั่งสิบกิโลเมตรและทอดสมอลงตรงนั้น
จากคำให้การของเคน รินได้รับบาดเจ็บหนักและหนีไปฟื้นฟูร่างกายซึ่งอาจจะใช้เวลาหนึ่งวันหรือสองวัน แต่ถ้าเธอทำได้ไวกว่านั้นขึ้นมาล่ะ ทหารจำนวนมากจะเป็นเป้าให้กระสุนพิฆาตยิงใส่ได้ง่ายเกินไปแถมพวกเขาก็ยังไม่อาจต้านทานพลังทำลายของมันได้
“รายงาน ตอนนี้อาวุธทั้งหมดพร้อมใช้งานแล้ว” ร่างโคลนของซึฮากิรายงานให้กับซึฮากิในที่ประชุมบนเรือที่มีร่างโคลนของซึฮากิควบคุมอยู่
“เตรียมทุกอย่างให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา เราไม่รู้ว่ารินจะโผล่มาตอนไหน”
หลังจากเตรียมแผนการกันเสร็จเหล่าร่างโคลนก็ได้กระจายตัวกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
มานาของเธอไม่หมดง่าย ๆ แน่ ถ้าหากจะจัดการก็ต้องพึ่งวิธีอื่นแต่ถ้าจับได้เป็น ๆ ก็จะรีดข้อมูลได้อีกเยอะเลย สุดท้ายก็ต้องไล่ต้อนเธอให้บาดเจ็บมากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็ให้เคนเป็นคนจับตัวให้
เวลาผ่านไปยังไม่ครบวัน จู่ ๆ คลื่นโซน่าก็ตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่กำลังพุ่งขึ้นมาด้วยความเร็วสูง
“เธอมาแล้ว ! ทุกคนไปประจำตำแหน่งและทำตามแผนได้เลย”
หลังจากที่รินขึ้นมาบนผิวน้ำและกราดยิงเสร็จเธอก็ตรงมาหาเรือเกรย์เอลโฟเรียทันที กระสุนพิฆาตถูกสกัดไว้ได้ด้วยบาเรียมานาซึ่งผลาญมานาจำนวนมากแต่นั่นก็เพื่อดึงความสนใจของเธอ
เวทมนตร์ตรวจจับจะเพ่งเล็งไปที่สิ่งมีชีวิตก่อนเป็นอันดับแรก แต่หากเป็นสิ่งไม่มีชีวิตก็จะต้องเพ่งสมาธิเพื่อสังเกตมากขึ้นซึ่งเธอคงไม่เคยเห็นของแบบนี้หรอก
ทันใดนั้นเครื่องบินก็ทิ้งระเบิดใส่รินโดยที่เธอไม่ทันสังเกตเห็น
“ระเบิดพวกนั้นจะปล่อยควันแบบพิเศษออกมาเพื่อใช้ปกคลุมผิวน้ำไว้ชั่วคราว จากนั้นก็จะใช้ร่างโคลนจำนวนมากเพื่อล่อให้เธอโจมตี”
“แล้วถ้าเธอหนีลงน้ำทันทีเลยล่ะ?” เคนถาม
“ถ้าเกิดเธอเลือกที่จะหนีเราก็จะเปลี่ยนไปใช้ทุ่นระเบิดแทน พอเธอหนีจากกลุ่มร่างโคลนได้เมื่อไรเดี๋ยวก็ต้องกลับมาโจมตีเรือลำนี้อยู่ดี เพราะการที่เธอกลับมาสนามรบอีกครั้งก็เพื่อการนั้นอยู่แล้ว”
สุดท้ายรินก็เลือกตอบโต้ร่างโคลน หลังจากได้กราดยิงร่างโคลนเหล่านั้นมันก็ทำให้วิสัยทัศน์ของตรวจจับมานาลดลงเปิดช่องว่างให้เอาเรือดำน้ำเข้ามาในระยะหวังผลได้
นอกจากตอร์ปิโดก็ยังใช้จรวดมิสไซล์ขนาดย่อม ๆ ยิงจากเรือหลักและเครื่องบิน ซึ่งอาศัยการระบุตำแหน่งจากเรือดำน้ำ
รินได้รับบาดเจ็บจนต้องหนีลงน้ำไปแต่ข้างใต้นั้นก็มีเรือดำน้ำจำนวนหนึ่งรออยู่แล้ว หลังจากล็อกเป้าหมายได้พวกเขาก็เริ่มยิงตอร์ปิโดแบบควบคุมซึ่งบังคับโดยคนในเรือดำน้ำ ปกติมักจะใช้เพื่อจมเรือแต่ซึฮากิดัดแปลงมันเพื่อใช้ไล่ต้อนรินโดยเฉพาะ
ยังไงความเร็วของตอร์ปิโดก็ไล่ตามรินไม่ทันอยู่แล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นจะกำหนดทิศทางการเคลื่อนของเธอได้ หลังจากได้รับความเสียหายจากวัตถุประหลาดเธอก็คงระแวงและหลีกเลี่ยงมากกว่าการปะทะ
“ตอร์ปิโดจะไล่ต้อนเธอไปยังเขตน้ำตื้นเพื่อให้เราสามารถตอบโต้เธอได้ง่ายขึ้น และความเสียหายจากตอร์ปิโดอย่างน้อยมันก็น่าจะทำให้เธอเสียศูนย์ได้บ้าง แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่เธอจะไหวตัวทันและมุ่งเป้ากลับมาที่เรือทันที”
“แล้วเมื่อไรฉันจะได้ออกโรงล่ะ?” เคนเม้มปากคิดไม่ตก
"ถ้าผมให้สัญญาณเมื่อไรคุณก็เริ่มได้เลยและจากนี้ผมต้องไปเตรียมตัวสำหรับขั้นต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นคุณก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมเหมือนกัน"
ขณะเดียวกันรินที่พยายามหนีให้ห่างจากกระสุนประหลาดก็โดนต้อนไปถึงเขตน้ำตื้นโดยไม่รู้ตัว พอจะดำดิ่งหนีก็เจอ พอจะพุ่งตรงไปอีกฝั่งก็มี เหมือนกระสุนประหลาดพวกนั้นตามดักไปทุก ๆ ที่
มันคืออะไรวะเนี่ย ถ้าหนึ่งนัดแรงเหมือนก่อนหน้านี้เราคงกันไว้ไม่ไหวแน่ แถมตอนนี้มันยังมีมากกว่าสามสิบนัดและพอจะหนีไปไหนก็เจอมันทุกที่เลย
เธอตัดสินใจยิงกระสุนพิฆาตของตนเองเพื่อทำลายตอร์ปิโดเหล่านั้น
ปัดโธ่เอ๊ย รู้อย่างนี้พังมันไปซะตั้งแต่แรกก็จบเรื่อง ขณะที่ยิ้มสบายใจจู่ ๆ ก็มีบางสิ่งพุ่งกระแทกเสริมกำลังของเธอพังไปหลายชั้น
ตอร์ปิโดที่โดนทำลายไปกลับแบ่งแย่งออกมาเป็นตอร์ปิโดขนาดเล็กซึ่งเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าแลกมากับความรุนแรงที่ลดลง
น่ารำคาญจริง ๆ ถ้าทำลายพวกมันตอนที่โดนล้อมแบบนี้มีแต่จะเสียเปรียบ ต้องทำให้มันอยู่ในมุมเดียวกันถึงจะป้องกันได้ง่าย ๆ
สุดท้ายรินก็เคลื่อนไหวไปตามเส้นทางที่ซึฮากิวางไว้จนไปหยุดอยู่ตรงเขตน้ำตื้นซึ่งมีแสงสว่างมากพอที่จะให้เห็นจากด้านบนได้
ต้องอย่างนี้สิ มาใกล้ ๆ กันให้หมดเลยนั่นแหละ รินยกตรีศูลขึ้นพร้อมกับยิงกระสุนพิฆาตใส่ตอร์ปิโดทั้งหมดและสร้างโล่มานาหนาหลายเมตรเพื่อรอรับผลที่ตามมา
หลังจากทำลายตอร์ปิโดใหญ่ก็มีตอร์ปิโดขนาดเล็กโผล่ออกมาเหมือนที่คิด พวกมันพุ่งเข้าใส่รินตรง ๆ และเธอก็ตั้งรับไว้ได้อย่างดีจนกระทั่งมีตอร์ปิโดลูกหนึ่งอ้อมมาด้านหลังที่การป้องกันอ่อนกว่า เพียงแค่พลังทำลายเล็ก ๆ มันก็ทำให้เธอเสียหลักจนตอร์ปิโดที่เหลือเจาะทะลวงโล่มานาและทำลายเสริมกำลังต่อทันที
“เหอะ ทำได้นี้เหรอ? นึกว่าจะเจ็บกว่านี้ซะอีก” แม้เจ้าตัวจะกล่าวอย่างองอาจแต่ร่างกายก็ได้แผลไปไม่น้อย เธอโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำด้วยท่าทางเยาะเย้ยกำลังร้องเรียกหาซึฮากิ
“ยังไม่โผล่หัวออกมาอีกเหรอ…” พูดไม่ทันขาดคำก็มีบางสิ่งบางอย่างพุ่งทะลวงตรีศูลหักครึ่งทันที
ก่อนอื่นถ้าจะจับเป็นก็ต้องทำลายสิ่งนั้นก่อน ซึฮากิยิงปืนสไนเปอร์จากจุดสูงสุดบนเรือซึ่งห่างออกไปถึงเก้ากิโลเมตร
ถ้าความสามารถในการติดตามเป้าหมายหายไปเราก็มีโอกาสตอบโต้ได้มากกว่าเดิม ทีนี้ก็ถึงเวลาขั้นต่อไปแล้ว
“ทิ้งตาข่ายได้”
เครื่องบินจำนวนหนึ่งที่บินรออยู่แล้วได้ทิ้งตาข่ายขนาดด้านยาวห้าร้อยเมตรและด้านกว้างสี่พันเมตรปิดล้อมรินให้อยู่ในพื้นที่น้ำตื้น
จะจับฉันด้วยตาข่ายโง่ ๆ นั่นเนี่ยนะ
รินกระหน่ำยิงกระสุนพิฆาตใส่ไม่ยั้งแต่ด้วยขนาดรูของตาข่ายที่ใหญ่กว่าปกติทำให้กระสุนพิฆาตส่วนใหญ่ทะลุผ่านไป ส่วนที่ปะทะกับตาข่ายก็ทำได้แค่รูเล็ก ๆ ซึ่งกว่าจะสร้างรูใหญ่มันก็ร่วงลงไปในน้ำเสียแล้ว
น่ารำคาญจริง ๆ รินว่ายน้ำเข้าหาตาข่ายพวกนั้นเพื่อหนีออกจากพื้นที่ปิดให้ไวที่สุดแต่ก่อนที่เธอจะเข้าใกล้ก็ดันสังเกตเห็นปลาจำนวนมากตาย
ตาข่ายไฟฟ้าสินะ แสดงว่าต้องมีพลังงานอยู่ที่ไหนสักแห่ง
รินกลับขึ้นไปบนผิวน้ำอีกครั้งจึงสังเกตเห็นสายไฟที่เชื่อมต่อลงมาจากวัตถุประหลาดที่ลอยอยู่เหนือฟ้า ถ้ามองในมุมมองของรินก็คงคิดว่าเป็นสัตว์อสูรพันธุ์ใหม่ไม่ผิดแน่
นั่นคงจะเป็นสายไฟที่เชื่อมกับแหล่งพลังงาน รินยิงกระสุนพิฆาตด้วยการเล็งแบบปกติเพราะตรีศูลพังไปแล้ว
เดี๋ยวค่อยไปเก็บซากมาซ่อมดูแล้วกัน ถือของที่พังไว้ก็มีแต่จะเกะกะเปล่า ๆ
รินขว้างปลาผู้โชคร้ายที่อยู่แถวนั้นเข้าไปในบริเวณตาข่ายเพื่อเช็กว่าไฟฟ้ายังทำงานอยู่หรือเปล่า หลังจากแน่ใจเธอจึงว่ายน้ำเข้าไปหวังมุดรูหนีแต่ก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้นตาข่ายขนาดใหญ่ก็ได้ม้วนเข้าหากันเสมือนแหที่คนกำลังดึงขึ้น
แต่แน่นอนว่าต่อให้ตาข่ายจะห่อหุ้มและล้อมเธอไว้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แค่กระสุนพิฆาตไม่กี่นัดก็เพียงพอที่จะทำลายตาข่ายพวกนั้นแล้ว
พวกมันต้องการจะทำอะไรกันแน่ การละเล่นบ้า ๆ พวกนี้ต้องมีจุดประสงค์อะไรสักอย่างหรือก็แค่ความประมาทที่คิดว่าของพรรค์จะจับฉันได้
ขณะที่กำลังจะหนีไปน้ำลึกซึฮากิก็ตามมาทันพร้อมกับยิงกระสุนวายุใส่ ถึงจะไม่โดนแต่ก็เรียกร้องความสนใจได้
“มาได้สักทีนะ” รินโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำด้วยความห้าวหาญเช่นเดียวกับซึฮากิที่ลอยอยู่เหนือหัวไม่เกรงกลัวใด ๆ
“สารรูปดูไม่ได้เลยนะ…” ซึฮากิพูดจาเยาะเย้ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่จู่ ๆ รินก็ยิงกระสุนพิฆาตใส่ทันที
“หลบไวเสียเหลือเกินนะ” รินลองยิงใส่สองสามนัดแต่พอไม่มีตรีศูลซึฮากิก็หลบได้ไม่ยากนัก
ร้อนรน รีบร้อน เร่งรีบ นั่นคือสิ่งที่เธอกำลังเป็นอยู่แต่ทั้ง ๆ ที่เป็นเช่นนั้นก็ยังกลับมาทำสงครามต่อ นั่นคงเป็นศักดิ์ศรี
“เป็นผู้นำที่ไม่ได้เรื่องเลยนะ ต้องสังเวยทหารทั้งหมดก่อนถึงจะกระตือรือร้นอยากทำอะไรสักอย่าง”
“พูดเหมือนรู้ดีจริง ๆ เลย แกมันก็แค่ชาวแผ่นดินคงจะไม่เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์เงือกอย่างเรา ๆ หรอก”
“บ้าหรือเปล่า? คนที่มีกระบวนการทำงานของสมองปกติไม่มีทางคิดอะไรแบบนั้นแน่ ๆ” พูดไม่ทันขาดคำรินก็ยิงกระสุนพิฆาตใส่และวินาทีที่ซึฮากิหลบเธอก็เข้าประชิดตัวเพื่อใช้ดาบมานาฟันหวังสะบั้นคอให้หลุดจากบ่า
ยังจะหลบได้อีกแฮะ ความเร็วในการตอบสนองสูงกว่าแม่ทัพของเราเสียอีก
แม้จะไม่มีตรีศูลแต่เธอก็ยังคงเป็นผู้มีเลเวลเก้าซึ่งหาได้ยากยิ่ง มือที่เคยถือตรีศูลได้กลายเป็นดาบมานาแทนทำให้เธอสามารถต่อสู้ในระยะประชิดได้ดียิ่งกว่าเดิม การตวัดฟาดฟันของดาบมานาทั้งสองกำลังต้อนให้ซึฮากิหนีออกห่าง
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ดาบมานาพวกนี้ ซึฮากิเอี่ยวตัวหลบในจังหวะที่รินยิงกระสุนพิฆาตใส่ การผสานการต่อสู้ระยะประชิดด้วยดาบมานากับก้ามทั้งสี่ที่ยิงกระสุนพิฆาตได้ ถ้าเป็นมนุษย์เงือกคนอื่นก็คงเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะการควบคุมหลาย ๆ ส่วนมันยากลำบากเกินไป
ไม่มีจุดอ่อนให้ทำอะไรได้เลย สมกับเป็นผู้มีเลเวลเก้าที่มีอายุมานาน
ถ้าให้เปรียบเทียบกับมนุษย์ปกติก็คงเหมือนการใช้มือขวาฟันดาบ มือซ้ายถือปืนยิง เท้าขวาหนีบไม้คทาคอยร่ายเวทมนตร์ ส่วนเท้าซ้ายต้องคอยเคลื่อนไหวไปมาและขณะเดียวกันก็ยังต้องหันหน้าไปมาเพื่อมองรอบ ๆ ตัว
ไม่สิ ไม่มีทางที่จะไร้จุดอ่อนต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนแต่ก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิต ขนาดธรรมชาติยังมีจุดอ่อนและสิ่งที่วิวัฒนาการร่วมกันมาเพื่อสร้างสมดุลกันและกัน
“อ้าว ๆ จะหนีอย่างเดียวเลยเหรอ ที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อตัดกำลังฉันนี่แต่ก็ยังเอาแต่หนีอยู่ได้”
ซึฮากิใช้มีดสั้นเพียงหนึ่งเล่มเพื่อต่อกรกับอาวุธมากมายของริน จุดที่หลบได้ก็หลบ ถ้าหลบไม่ได้ก็จะเบี่ยงทิศทางเพื่อลดความรุนแรง ถ้าพลาดไปแค่หนึ่งจังหวะก็อาจนำมาซึ่งจุดจบก็เป็นได้
“เงียบเป็นเป่าสากเลย รีบ ๆ หมดแรงแล้วตายไปได้แล้ว”
สุดท้ายมานาของซึฮากิก็ไม่อาจต้านทานรินได้ ดาบมานาได้ฟันผ่านมีดสั้นเข้ามาตัดแขนของเขา และวินาทีนั้นรินก็เห็นโอกาสจึงเล็งไปทางแขนที่ขาดของซึฮากิเพราะเขาจะป้องกันมันไม่ได้แน่ ๆ
“จะดิ้นรนไปได้สักกี่น้ำเชียว” ซึฮากิเพ่งรวมมานาด้วยมีดสั้นสำรองจากมือซ้ายเพื่อป้องกันดาบมานานที่กำลังวาดเข้ามา แม้จะลดความรุนแรงลงได้แต่มานาของเขาก็น้อยลงจนใช้เวทมนตร์ลอยตัวไม่ได้แล้ว
“สุดท้ายก็เป็นแค่แมลงที่ร่วงลงน้ำเป็นอาหารให้ปลา” รินคว้าร่างของซึฮากิก่อนจะจมน้ำเพื่อมองดูใบหน้าของแมลงตนนั้น
“ไปเที่ยวเล่นกันสักหน่อยดีกว่า” เธอฉีกยิ้มเลศนัยและลากตัวซึฮากิลงไปในน้ำ
ร่างของซึฮากิถูกพาดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรทำให้ร่างรับแรงดันของน้ำไม่ไหวแต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นร่างกายที่ค่อย ๆ สลายหายไป
ร่างปลอมอีกแล้วเหรอ ไอ้เวรนั่นชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว
รินตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่เรือเกรย์เอลโฟเรียด้วยความโมโห กระสุนพิฆาตหลายสิบนัดกระหน่ำยิงใส่แต่กระสุนพวกนั้นกลับยิงผ่านเรือไปแทน
เกิดอะไรขึ้น ทำไมกระสุนพิฆาตของเราถึงยิงไปทางนั้นล่ะ
ขณะที่กำลังสับสนเคนก็โผล่มาจากด้านบนและใช้หนวดจับรัดตัวรินไว้
“ได้ตัวแล้ว” เขาส่งสัญญาณให้ซึฮากิที่อยู่บนเรือผ่านการใช้หนวดโบกเหนือผิวน้ำ
“มาดงมาได้ตัวอะไร?” หนวดที่รัดอยู่ค่อย ๆ ถูกรินดันออกด้วยพละกำลังมหาศาลยิ่งกว่าตอนที่สู้กันครั้งแรก สุดท้ายหนวดพวกนั้นก็เอารินไม่อยู่จนได้แผลขนาดใหญ่ที่ตัดทิ้งเสียยังดีกว่า
“มาตัดสินกันให้รู้แล้วรู้รอดเถอะ” รินเข้าประชันหน้ากับเคนทันที ครั้งแรกที่เธอได้ลองวัดฝีมือกับเคนก็ยังพอทำอะไรได้บ้างแต่ครั้งนี้มันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
“เวลาแค่ไม่กี่วันกลับแข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดนี้เชียวเหรอ หรือนี่จะเป็นความลับที่เธอตกลงกับสำนักมนตร์ดำ” หนวดสี่เส้นจะรับมือกับการโจมตีระยะไกล หนวดสองเส้นจะรับมือกับดาบมานาและอีกสองเส้นจะทำหน้าที่จับตัวริน
“เหอะ ไอ้พวกนั้นมันก็แค่หนอนที่ชอนไชไปทุกหนทุกแห่ง มันไม่มีคุณสมบัติพอให้ฉันไปคลุกคลีด้วยหรอก”
“แล้วทำไมถึงยังติดต่อและแลกเปลี่ยนกับพวกมันล่ะ?”
“ถามมากเรื่องจริง ๆ มันก็แค่เรื่องจำเป็น ถ้าหากปฏิเสธได้ฉันคงทำไปแล้ว” รินใช้รยางค์ข้อปล้องส่งตัวเองพุ่งเข้าประชิดตัวเพื่อฟาดดาบมานาและใช้ก้ามยิงกระสุนพิฆาตอัดหน้า
“อ้อ...แล้วก็ยังใช้แค่วิธีเดิมอยู่สินะ ถ้าทำได้แค่นั้นก็ควรเจียมตัวเสียบ้าง…” พูดไม่ทันขาดคำเคนก็พ่นหมึกจากทั่วร่างใส่ หมึกสีดำเหล่านั้นได้ปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น
“ขอโทษแล้วกันที่ไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไร หมึกที่พ่นได้ก็แค่ทำให้ทัศนวิสัยลดลงแต่ถ้าใช้เวทมนตร์ตรวจจับได้มันก็เปล่าประโยชน์”
“ก็จริงของนาย” สายตาของเธอเริ่มพร่ามัวเหมือนคนกำลังจะหลับแต่ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ ไม่ใช่แค่ลดทัศนวิสัยแต่การควบคุมมานาก็ยากลำบากเพราะรวบรวมสมาธิไม่ได้
นี่มันหนักกว่าก่อนหน้านี้อีก ตอนแรกก็คิดว่าแค่เบลอ ๆ แล้วยิงพลาดแต่พอเห็นแบบนี้ก็พอจะเดาได้เลย
“พวกแกใช้ยาอะไรสักอย่างสินะ ตัดเรื่องง่วงออกไปได้เลยเพราะฉันทำงานวันละยี่สิบชั่วโมงเป็นปกติอยู่แล้ว”
“ฉันไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถาม”
หนวดทั้งหกเส้นพุ่งผ่านหมึกดำเข้าหาริน เพราะเป็นช่วงวินาทีที่เสียสมาธิทำให้เธอโดนจับได้อีกครั้ง
พวกมันต้องใช้ยาหรือสารอะไรสักอย่างแน่ ๆ ความรู้สึกเหมือนตอนเราอยู่ห้องทดลองไม่มีผิด
“ถ้าจะจับก็ต้องรวบให้หมดสิ” รยางค์ข้อปล้องส่วนล่างสร้างดาบมานาได้เช่นกันและก็ใช้มันตัดหนวดของเคน แต่เคนก็สร้างเสริมกำลังป้องกันไว้หวังจะยื้อให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้
“โทษทีนะแต่ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการจับเป็นเธอก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้”
“พูดอะไรไร้สา...” จู่ ๆ เธอก็ตาพร่ามัวและสติเริ่มเลือนรางคุมตัวเองไม่ได้
“ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นแค่คนที่น่าสนใจ แต่พอได้เห็นการกระทำพวกนี้ฉันก็ชักจะกลัวขึ้นมาแล้วสิ” เคนได้พาตัวรินที่สภาพมึน ๆ เหมือนเมาจนจะหลับได้ทุกเมื่อขึ้นไปด้านบน
“แกพูดบ้าอะไร...” เธอพยายามฝืนรวมมานาแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้งเรื่อยไปจนได้ขึ้นไปอยู่บนผิวน้ำอีกครั้ง
“ฉันพามาแล้ว เราต้องทำอะไรต่อล่ะ?”
“ก่อนอื่นก็พาไปที่เรือก่อน เราต้องรีบรมยาเพิ่มก่อนที่ฤทธิ์ยาจะหมด” ซึฮากิลอยอยู่เหนือหัวคอยเฝ้ามองอยู่ไกล ๆ เพราะรู้ตัวว่าเข้าใกล้แล้วจะเป็นเช่นไร
ท้องทะเลอันเงียบสงบเหลือเพียงเสียงลมพัดผ่าน สงครามระหว่างมนุษย์เงือกและเอลโฟเรียจบลงที่ชัยชนะของเอลโฟเรียโดยที่จำนวนกองทัพน้อยกว่าหลายสิบเท่า
“รายงาน ตอนนี้เราจับตัวรินได้แล้ว...เราชนะแล้ว” ซึฮากิส่งข่าวให้กับพวกพ้องที่รออยู่ที่แนวตั้งรับ เมื่อทุกคนทราบเรื่องก็พากันร้องเฮให้กับชัยชนะแรกหลังจากการรวมตัวของเอลโฟเรีย