“ยิงสิคะ ธนา... ยิงฉันเลย... แล้วมาดูกันว่า ระหว่างคุณกับฉัน... ใครจะตกนรกก่อนกัน!”
รินรดาท้าทาย ั์ตากลมโตไม่กะพริบหรือหลบเลี่ยง ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบกดลึกลงบนเนินอกของเธอจนรู้สึกถึงขอบเหล็ก ทว่าคนที่ตัวสั่นจนแทบประคองปืนไว้ไม่อยู่กลับเป็ธนา หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมจากขมับลงมาตามสันกรามที่บิดเบี้ยว ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นราวกับคนใกล้ขาดใจ สัญชาตญาณความขี้ขลาดที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกสุภาพบุรุษกำลังกรีดร้อง
เขาไม่มีความกล้าพอที่จะเป็ฆาตกร... ไม่ใช่ตอนที่เขายังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเสวยสุข
โครม!!!
บานประตูไม้เนื้อแข็งถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ธนาจะได้หันไปมอง ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พุ่งทะยานเข้ามาดุจพยัคฆ์ร้าย ฝ่าเท้าหนักๆ ถีบเข้าที่ยอดอกของธนาอย่างแรงจนร่างของเขาลอยหวือไปกระแทกกับผนังห้อง
เคร้ง! ปืนพกหลุดจากมือ กระเด็นไถลไปตามพื้นปาร์เก้
“อั้ก!” ธนากระอักเืออกมาคำโต ร่างกายร่วงไถลลงไปกองกับพื้น เขาพยายามจะตะเกียกตะกายไปคว้าปืน แต่พื้นรองเท้าหนังขัดมันเงาวับก็เหยียบลงบนฝ่ามือของเขาอย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น
“อ๊ากกก!”
“มึงคิดจะแตะต้องของๆ กูงั้นเหรอ ไอ้สวะ!”
เสียงคำรามกึกก้องดุจมัจจุราชดังมาจากเบื้องบน ธนาเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ‘เพลิง’ ยืนค้ำหัวเขาอยู่ แววตาของประธานบริหารพีเคกรุ๊ปเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกร่างเขาเป็ชิ้นๆ บอดี้การ์ดชุดดำสี่คนกรูเข้ามาในห้องและล็อกตัวธนากดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
เพลิงหันขวับไปหารินรดา เขาสาวเท้าเข้าไปคว้าไหล่เธอ รวบตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่นจนกระดูกแทบจมเข้าหากัน รินรดาััได้ถึงจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน
“เธอปลอดภัยไหม ริน” น้ำเสียงของเขากระด้าง แต่แฝงไปด้วยความโล่งใจอย่างปิดไม่มิด
“ฉันบอกแล้วไงคะ... ว่าฉันเอาอยู่” รินรดาผละออกเล็กน้อย ส่งยิ้มบางๆ ให้เขา ก่อนจะปรายตามองอดีตสามีที่นอนหน้าแนบพื้นอยู่แทบเท้าลูกน้องของเพลิง
“มึง... ไอ้เพลิง... มึงแย่งเมียกู!” ธนาะโด่าทอ น้ำลายปนเืไหลย้อยมุมปาก
เพลิงเดินกลับไปหาธนา ย่อตัวลงนั่งยองๆ แล้วกระชากกลุ่มผมของธนาให้เงยหน้าขึ้นมา “กูไม่ได้แย่ง... แต่เมียมึงเลือกที่จะทิ้งไอ้ขี้แพ้อย่างมึง มาหากูเองต่างหาก” เพลิงตบหน้าธนาเบาๆ สองสามที เป็การหยามเกียรติขั้นสูงสุด “ฟังให้ดีนะไอ้ธนา บริษัทมึงพังแล้ว หุ้นมึงกลายเป็เศษกระดาษ น้องสาวมึงกลายเป็ผู้หญิงขายตัวหน้าหนึ่ง... มึงไม่มีอะไรเหลือแล้ว”
เพลิงลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย “ปล่อยมันไป”
บอดี้การ์ดปล่อยมือ ธนารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนตัวสั่นงันงก
“ไสหัวไปซะ ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจเป่าหัวมึงทิ้งตรงนี้... กลับไปดูความพินาศของตัวมึงเองซะ ไอ้หมาจนตรอก” เพลิงประกาศกร้าว
ธนามองเพลิงสลับกับรินรดาด้วยแววตาเคียดแค้น แต่ความขี้ขลาดมีมากกว่า เขากัดฟันแน่น หันหลังวิ่งกะเผลกหนีออกจากห้องไปราวกับสุนัขที่ถูกตีจนหลังหัก
รินรดามองตามแผ่นหลังนั้นไป รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้น
...
เวลา 02.00 น. คอนโดมิเนียมของนลิน
กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั่วห้องนั่งเล่นที่มืดทึบ ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง ร่างของธนาเดินโซเซเข้ามา สภาพของเขาดูคล้ายซากศพเดินได้ ใบหน้าบอบช้ำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเปื้อนเื เขาเพิ่งกลับมาจากการถูกเ้าหนี้เงินกู้นอกระบบดักซ้อมที่ลานจอดรถบริษัท ทุกอย่างพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
เสียงฝีเท้าหนักๆ ปลุกร่างที่นอนขดอยู่บนโซฟาให้สะดุ้งตื่น นลินในสภาพบอบช้ำ ใบหน้าบวมปูดจากการถูกเขาทำร้ายเมื่อเช้า ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง หล่อนมองธนาด้วยความหวาดระแวง
“ธนา...” นลินเรียกเสียงสั่น “คุณไปไหนมา บริษัทเป็ยังไงบ้าง”
“พังหมดแล้ว... พังหมดแล้ว!” ธนาตะคอกลั่น กวาดข้าวของบนโต๊ะกระจกทิ้งอีกครั้งเพื่อระบายอารมณ์ เขาเดินเซเข้าไปหานลิน ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าหล่อน ซบหน้าลงกับตักของหญิงสาวแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย “รินมันทิ้งผม มันร่วมมือกับไอ้เพลิงพังชีวิตผม นลิน... ผมไม่เหลืออะไรแล้ว!”
นลินตัวแข็งทื่อ ความใผสมกับความสมเพชแล่นริ้วขึ้นมาในอก ผู้ชายที่หล่อนเคยคิดว่าสมบูรณ์แบบและพยายามแย่งชิงมาตลอด บัดนี้กลายเป็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ไร้ค่า แต่ก่อนที่หล่อนจะทันได้พูดอะไร ธนาก็เงยหน้าขึ้นมา ั์ตาของเขาแดงก่ำและขุ่นมัวไปด้วยฤทธิ์เหล้าและความเครียดที่อัดแน่นจนแทบะเิ
เขาจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อและหน้าอกที่กระเพื่อมไหวใต้เสื้อสายเดี่ยวของนลิน สัญชาตญาณดิบของการ้าที่ระบายและการกอบกู้อำนาจเหนือใครสักคนกลับมาครอบงำ
“นลิน... เธอจะไม่ทิ้งฉันใช่ไหม เธอเป็ของฉันคนเดียวใช่ไหม!” ธนากระชากไหล่ทั้งสองข้างของหล่อน บีบแน่นจนนลินนิ่วหน้า
“โอ๊ย! ธนา ฉันเจ็บ! ปล่อยนะ!” นลินพยายามผลักไส กลิ่นเหล้าเหม็นหืนจากลมหายใจของเขาทำให้หล่อนอยากอาเจียน
แต่ยิ่งต่อต้าน ธนาก็ยิ่งรุนแรง เขาไม่้าความอ่อนโยน เขา้าระบายความแค้นและความอัปยศทั้งหมดที่มีลงบนร่างกายของผู้หญิงคนนี้ ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างป่าเถื่อน ฟันคมกระแทกเข้ากับริมฝีปากที่แตกอยู่แล้วของนลินจนเืซึม หล่อนได้กลิ่นคาวเืคละคลุ้งในโพรงปาก
“อื้อ! ปล่อย!” นลินดิ้นรน ทุบตีแผ่นหลังของเขา
เพียะ!
ฝ่ามือหนาตบฉาดลงบนแก้มที่บอบช้ำของนลินอย่างแรงจนหล่อนหน้าหัน หูอื้ออึงไปชั่วขณะ
“ทำหน้าที่ของเธอซะ! นังตัวดี! ตอนร่านอยากได้ฉันนักไม่ใช่หรือไง!”
ธนาคำราม เขาจับร่างของนลินเหวี่ยงลงไปนอนหงายราบบนโซฟา กระชากเสื้อสายเดี่ยวของหล่อนจนขาดวิ่น เผยให้เห็นทรวงอกเปลือยเปล่า เขาก้มลงขบกัดยอดอกอย่างรุนแรงไร้ความปรานีราวกับสัตว์ป่าหิวโซ นลินหวีดร้องด้วยความเ็ป น้ำตาไหลพราก มันไม่มีความเสียวซ่าน มีเพียงความปวดร้าวและการถูกย่ำยีศักดิ์ศรี
มือหนาหยาบกร้านถลกกระโปรงนอนของหล่อนขึ้นไปกองที่เอว ดึงทึ้งแพนตี้ออกไปให้พ้นทางโดยไม่สนใจว่าหล่อนจะพร้อมหรือไม่ ธนาปลดตะขอกางเกงของตัวเอง รูดรั้งความเป็ชายที่แข็งขึงด้วยแรงตัณหาดิบเถื่อน ก่อนจะแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาของหล่อน
เขาจับท่อนเนื้อจ่อที่ปากทาง แล้วกระแทกอัดเข้าไปในคราวเดียวจนสุดความลึก!
“กรี๊ดดด! ธนา! ฉันเจ็บ! เอาออกไป!”
นลินกรีดร้องลั่น ช่องทางที่แห้งผากและปราศจากการเล้าโลมฉีกขาดเล็กน้อย ความเ็ปแล่นแปลบไปถึงกระดูกสันหลัง หล่อนจิกเล็บลงบนต้นแขนของเขาเพื่อผลักไส แต่ธนาไม่สนใจ เขากดน้ำหนักตัวทาบทับ ล็อกข้อมือทั้งสองข้างของหล่อนไว้เหนือศีรษะ
“รัดฉันสิ! บอกสิว่าเธอ้าฉัน!” ธนาตะคอก สันกรามบดเข้าหากันแน่น
เขาเริ่มสับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งและเห็นแก่ตัว
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหยาบโลนไปทั่วห้องนั่งเล่น ทุกจังหวะที่เขากระแทกเข้ามาเต็มไปด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน เขาไม่ได้มองหน้านลินด้วยซ้ำ ั์ตาของเขาหลับแน่น จินตนาการว่าเขากำลังลงทัณฑ์รินรดา ผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องตกต่ำ
ร่างของนลินกระดอนขึ้นลงตามแรงกระแทก ขาโซฟาครูดกับพื้นเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ความเ็ปเสียดสีอยู่ภายในจนหล่อนต้องกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น น้ำตาไหลอาบสองแก้ม หล่อนถูกกระทำราวกับเป็เพียงที่ระบายความใคร่และเครื่องมือลดทอนความเครียดของสุนัขบ้า
“อ๊า... ใช่... แบบนั้นแหละ...” ธนาครางต่ำ โหมกระแทกสะโพกเร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่สนใจว่าร่างใต้ร่างจะบอบช้ำแค่ไหน เขา้าเพียงแค่ไปให้ถึงจุดหมายเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมด
“ธนา... พอแล้ว... ฉันเจ็บ... ฮือๆ” นลินครวญครางอย่างหมดสภาพ
แต่เสียงร้องขอความเมตตาไม่ได้ผล ธนาเร่งจังหวะกระแทกถี่ยิบ ร่างกายเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ก่อนจะคำรามลั่นและปลดปล่อยของเหลวอุ่นร้อนทะลักเข้าสู่ช่องทางที่บอบช้ำ เขากระแทกเน้นย้ำอีกสองสามครั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทับร่างของนลิน หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเหนื่อยล้าก็ดึงให้ธนาผล็อยหลับไปคาอกของหญิงสาว ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดกดทับหล่อนไว้
นลินนอนนิ่ง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัปยศไหลริน หล่อนใช้แรงที่เหลืออยู่ผลักร่างของธนาให้กลิ้งตกลงไปนอนกรนอยู่บนพรมที่พื้น หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่ง สภาพของหล่อนดูไม่ต่างจากเศษขยะที่ถูกย่ำยี ร่างกายปวดร้าวไปทุกสัดส่วน ขาเรียวสั่นเทาขณะก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำ
นลินเปิดไฟ ยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก รอยฟกช้ำตามใบหน้า รอยกัดตามลำคอและหน้าอก และคราบคาวโลกีย์ที่เปรอะเปื้อนตามเรียวขา... นี่คือสิ่งที่หล่อนได้รับจากการทรยศเพื่อนรัก เพื่อมาคว้าผู้ชายจอมปลอมคนนี้
ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นที่ลุกโชน หล่อนจะไม่ยอมพังพินาศไปพร้อมกับไอ้ขี้แพ้นี่เด็ดขาด!
นลินเปิดก๊อกน้ำ ล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกสติ หล่อนเดินกลับไปที่เตียงนอน หยิบโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมา ั์ตาของนลินวาวโรจน์ด้วยความมาดร้าย หล่อนกดเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ในรายชื่อติดต่อที่หล่อนแอบบันทึกไว้เมื่อครั้งไปร่วมงานสังคม
นิ้วเรียวกดโทรออก และรอเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับ
“ฮัลโหล... เสี่ยทรงพลใช่ไหมคะ?” นลินปรับน้ำเสียงให้ดูเย้ายวนและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน “นี่นลินนะคะ... เพื่อนของรินรดา”
ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “มีอะไร นังรินรดามันส่งเธอมาเยาะเย้ยฉันหรือไง!”
“เปล่าค่ะเสี่ย...” นลินเหยียดยิ้มร้ายกาจ มองไปที่ร่างของธนาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น “นลินโทรมา... เพราะนลินมี ‘ข้อเสนอ’ ที่จะช่วยเสี่ยเอาคืนรินรดา และไอ้ธนา... แลกกับเศษเงินและที่คุ้มครองให้เด็กตาดำๆ อย่างนลินสักหน่อย เสี่ยสนใจไหมคะ?”
...
ขณะเดียวกัน ณ เพนต์เฮาส์ของเพลิง
หลังจากพายุแห่งการเผชิญหน้าจบลง รินรดายืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกบานั์ มองวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่หลับใหล เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเพลิงที่ยาวคลุมสะโพก
ััอุ่นๆ สวมกอดเธอจากด้านหลัง แขนแกร่งของเพลิงรัดเอวเธอไว้ คางสากระคายเกยอยู่บนไหล่บาง
“ธนามันหมดสภาพแล้ว... พรุ่งนี้ตำรวจจะเข้าไปอายัดทรัพย์สินบริษัทมันคดีฉ้อโกง” เพลิงกระซิบ “เกมของเธอจบแล้ว รินรดา”
“ยังหรอกค่ะ เพลิง...” รินรดาเอนหลังพิงอกกว้าง แววตาของเธอยังคงจับจ้องไปในความมืดมิด “เกมมันจะจบก็ต่อเมื่อ... หมากทุกตัวบนกระดาน ไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจที่จะหักหลังกันอีก”
จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเพลิงที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น ข้อความด่วนจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในบริษัทของเสี่ยทรงพลถูกส่งตรงเข้ามา
เพลิงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่าน ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดเข้าหากัน เขายื่นหน้าจอให้รินรดาดู
[บอสครับ... สายรายงานว่า นลินกำลังเดินทางไปที่เซฟเฮาส์ของเสี่ยทรงพลพร้อมกับฮาร์ดดิสก์ข้อมูลบางอย่าง... ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังจะร่วมมือกัน]
รินรดาหรี่ตาลง รอยยิ้มแสยะกว้างขึ้นกว่าเดิม
งูพิษ... แม้จะถูกตีจนหลังหัก มันก็ยังแว้งกัดได้เสมอสินะ!