บทที่ 6
ชื่อเสียงเลื่องลือ
ซิ่งหลิงพักรักษาตัวอยู่ในเรือนพักจิ้งกงอยู่ห้าวัน รถม้าจากเรือนพักจิ้งกงค่อยแล่นมาส่งนางถึงหอเหม่ยเจวียนในเมืองว่านโดยสวัสดิภาพ
ทันทีที่ซิ่งหลิงก้าวเท้าลงจากรถม้า ไม่ทันได้ยืนทรงตัวดีเสียด้วยซ้ำ คนผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามากอดเอวนางไว้แล้วร้องไห้โฮ
“ฮืออ แม่นางซิ่งหลิง”
ซิ่งหลิงหลุบตาลงยิ้มอย่างอ่อนใจมองผู่เอ๋อร์ที่ซุกหน้าอยู่ที่เอวร้องไห้ใหญ่โต ผู่เอ๋อร์คนนี้อายุอ่อนกว่านางเพียงแค่สองปีแต่ร่างกายสูงใหญ่ทะมัดทะแมง ได้ยินว่าตอนเด็กๆ ผู่เอ๋อร์มีเรี่ยวแรงมาก ไม่ว่าจะตัดฟืนหรือทำนานางล้วนทำได้ แต่เพราะทางบ้านขัดสนเงินทอง ยื้อต่อไปไม่ไหวจึงได้ตัดใจขายผู่เอ๋อร์เป็สาวใช้ซักล้างในหอเหม่ยเจวียน
“ฮึก แม่นางพอข้ารู้ว่าท่านป่วย ข้ากังวลจนนอนไม่หลับเลยเ้าค่ะ” ผู่เอ๋อร์ร้องไห้จนพอใจแล้วค่อยสะอึกสะอื้น
“ข้ากลับมาแล้ว” ซิ่งหลิงลูบหัวผู่เอ๋อร์สองสามคราแล้วประคองให้นางลุกขึ้น ล้วงผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือแล้วจับจูงนางเดินเข้าไปด้านใน เพียงแค่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเสียงแหลมสูงเจี๊ยวจ๊าวของเหล่าสตรีก็ดังขรม
“มาแล้วๆ ซิ่งหลิงกลับมาแล้ว”
“ไอหยา นางตัวดีนี่ดวงแข็งจริงๆ”
“ว่ากันว่าคนดีมักตายง่าย นางแข็งแรงกลับมาเช่นนี้ก็ล้วนถูกต้องแล้ว”
“ดูสิว่ากลับมาครานี้จะแผลงฤทธิ์ไก่บินสุนัขะโอันใดอีก!”
“โถ่์! ไยถึงไม่รับคนดีๆ เช่นนางไปอยู่ด้วยกันเล่า!”
เสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นจนร้อนผ่าวไปทั้งตัวทำให้ซิ่งหลิงอมยิ้ม ั์ตาหยีโค้งขึ้นดังจันทร์เสี้ยวยามราตรี กวาดตามองเหล่าคณิกาหน้าตาแฉล้มยืนห้อมล้อมจนแน่นขนัดแล้วเชิดคางขึ้นโต้ตอบเสียงกระด้าง
“ขืนยังส่งเสียงหนวกหูต่อไปวันหน้าก็อย่าคิดให้ข้าออกปากแนะนำพวกเ้ากับเหล่าคุณชายในงานเลี้ยงเลย!”
สิ้นเสียงรอบด้านก็เงียบกริบ ถ้าเข็มสักเล่มร่วงหล่นก็คงได้ยินกันจนถ้วนทั่ว แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังแ่เบา ซิ่งหลิงหรี่ตาลงกึ่งหนึ่งสะบัดมือไล่ “รีบย้ายก้นใหญ่ๆ ของพวกเ้าไปให้พ้นสายตาข้าได้แล้ว รำคาญหูรำคาญตานัก!”
ผู่เอ๋อร์ยิ้มแฉ่งมองบรรดาแม่นางในหอพากันแยกย้ายไปตามทางใครทางมันอย่างรวดเร็ว ปกติแล้วแม่นางเหล่านี้แทบไม่ย่างกรายออกจากที่พักในตอนที่ตะวันแขวนสูง พากลัวไอร้อนทำลายผิวกายจนหมองคล้ำ แต่เวลานี้พอพวกนางได้ยินว่าแม่นางซิ่งหลิงกลับมาแล้วก็พากันออกจากที่พัก หากไม่ใช่เพราะความห่วงใยผู่เอ๋อร์ก็คิดไม่ออกแล้วว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกนางออกมารอกันก่อนที่แม่นางซิ่งหลิงจะถึงหอเหม่ยเจวียนเสียอีก ดวงตาหยีโค้งยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างชูให้แก่ซิ่งหลิงอย่างเลื่อมใส
แม่นางซิ่งหลิงช่างเลิศล้ำ!
เหล่าสตรีในหอแยกย้าย ซิ่งหลิงจึงมองเห็นสตรีวัยกลางคนที่ยังคงดูงดงามที่ยืนอยู่ด้านหลัง แม้หางตาจะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลาพาดผ่านเบาบางแต่กลับยิ่งมีเสน่ห์ชวนมอง
“ท่านแม่” ซิ่งหลิงยอบกายลง ก้มศีรษะทักทาย
“ร่างกายเป็อย่างไรบ้าง”
เฉียนมามา นายหญิงแห่งหอเหม่ยเจวียนเดินเข้าหา ดวงตาคมปลาบแฝงไว้ด้วยความห่วงใย รีบกวาดตาสำรวจเรือนร่างของอี้จีเพียงหนึ่งเดียวในหอ แม้สีหน้าจะเรียบเฉยแต่แววตาครั้งนี้อ่อนลงกว่าทุกครา
“แข็งแรงดีแล้วเ้าค่ะ”
เห็นสีหน้าสดใสของซิ่งหลิงแล้ว ความกังวลใจของเฉียนมามาก็ได้รับการบรรเทา ลูบไหล่ปลอบขวัญ
“เช่นนั้นเ้าก็พักผ่อนในเรือนให้สบายใจเถิด ตระกูลจิ้งเปรยเป็นัยๆ กับข้าว่าอยากซื้อตัวเ้า”
“อย่างไรนะเ้าคะ” ซิ่งหลิงย้อนถาม คิ้วทรงใบหลิวขมวดเข้าหากัน
“คุณชายจิ้งคงพอใจเ้ามากกระมัง”
“ท่านแม่ล้อเล่นแล้ว หากคุณชายจิ้งพอใจตัวข้าจริง ทำไมไม่ซื้อตัวข้าไปเลยเล่าเ้าคะ จะให้ข้ากลับมาที่หอเหม่ยเจวียนทำไมกัน” ซิ่งหลิงยิ้มขัน นึกถึงตูหม่าที่คิดเอาเองว่าจิ้งเส้าหวงคงรับนางเอาไว้เช่นกัน
“ใครเป็คนบอกเื่นี้กับท่านแม่กัน ใช่สาวใช้ที่ซื้อคืนแรกของข้าหรือไม่”
“ไม่ใช่ เป็ชายสูงโปร่งผิวขาวเหลือง หน้าตาธรรมดาๆ ดูแล้วคงเป็บ่าวของคุณชายจิ้งมากกว่า”
ซิ่งหลิงพยายามย้อนคิดอยู่พักใหญ่จนนึกขึ้นได้ว่าชายที่เป็สารถีขับรถม้าคล้ายจะตรงตามคำบอกเล่าของเฉียนมามามากที่สุด นางถอนใจครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จึงสืบเท้าเข้าใกล้เฉียนมามา กดเสียงกระซิบบอก
“ก่อนหน้ามีเหตุที่ทำให้คุณชายจิ้งฝากหยกพกไว้กับข้า ตอนนี้แม้เขาออกจากเมืองไปแล้วแต่กลับไม่นำหยกกลับคืน ท่านแม่คิดว่าอย่างไร” ซิ่งหลิงขยับแขนเสื้อเล็กน้อยแผ่นหยกขนาดครึ่งฝ่ามือไหลออกจากช่องลับในแขนเสื้อหลวมกว้าง
“นางเด็กนี่! คุณชายจิ้งถึงขั้นมอบหยกพกให้ ยังคิดให้ข้าพาเ้ารับงานในหอ รับงานนอกอีกหรือ!”
เฉียนมามาเห็นหยกพกในมือของซิ่งหลิงพลันเบิกตากว้าง ถอยกรูดไปด้านหลังถลึงตามองนางเด็กน่าตายที่กำลังยิ้มกริ่ม
“ไปๆ รีบกลับห้องไปเสีย รักษาของในมือเ้าให้ดี หากเกิดหายขึ้นมาต่อให้ข้าขายหอเหม่ยเจวียนก็ยังไม่พอจ่าย!” เฉียนมามาสะบัดมือไล่ ดึงผ้าเช็ดหน้าจากในอกเสื้อโบกไปมาดุจไล่เทพแห่งเคราะห์ร้าย ท่าทางนี้ของนางทำให้ซิ่งหลิงยิ้มบางๆ ยอบกายลงร่ำลา
“เช่นนั้นซิ่งหลิงไม่รบกวน ท่านแม่ดูแลสุขภาพให้ดีนะเ้าคะ”
“ไม่เห็นหน้าเ้า ข้าก็อายุยืนขึ้นหลายปีแล้ว!”
ซิ่งหลิงหัวเราะเบาๆ หมุนกายไปยังเรือนพักเล็กๆ ของตนเองโดยมีผู่เอ๋อร์คอยประคอง “ท่านแม่กับเสี่ยวเหวินเป็อย่างไร พวกเขารู้ข่าวว่าข้าปลอดภัยดีใช่หรือไม่”
ท่านแม่ที่กล่าวถึงนี้ย่อมหมายถึงมารดาผู้ให้กำเนิดและซิ่งเหวินที่เป็น้องชายของซิ่งหลิง
“เ้าค่ะ! พอได้ข่าวข้าก็รีบแจ้งข่าวกับน้าซิ่งและเสี่ยวเหวินด้วยตัวเองเลยเ้าค่ะ!” ซิ่งหลิงยิ้มบางๆ กวักมือเรียกผู่เอ๋อร์ที่กำลังตบอกตอบอย่างขึงขังให้ขยับเข้าใกล้ หยิบเอาถุงเงินจากอกเสื้อ หยิบถั่วทองเม็ดเล็กมอบให้แก่ผู่เอ๋อร์
“แม่นาง...”
“เก็บเอาไว้ให้ดีเล่า อย่าให้พ่อแม่เ้าเห็นไม่เช่นนั้นคงถูกยึดเอาไป”
“แม่นางซิ่ง...”
“อย่าร้อง หากข้าเห็นน้ำตาเ้าแม้แต่หยดเดียวจะไล่ไปช่วยอาหูเย็บผ้า!”
ผู่เอ๋อร์ที่ได้ยินคำว่าเย็บผ้าน้ำตาที่เอ่อกระบอกตาด้วยความซาบซึ้งก็ไหลย้อนกลับอย่างน่าอัศจรรย์ใจ พริบตาเดียวน้ำตาคลอหน่วยก็แห้งเหือดประดุจเทน้ำลงบนพื้นทราย
“เอาเงินไปซื้อของอร่อยกินเถอะ ข้าจะนอนพักสักครู่”
“เ้าค่ะ!” ผู่เอ๋อร์เก็บถั่วทองไว้ในช่องลับ่อกเสื้ออย่างหวงแหน ขยับมือไม้ปรนนิบัติซิ่งหลิงนอนอย่างดีแล้วจึงถอยเท้าออกไปเงียบๆ ปิดประตูเรือนอย่างเบาไม้เบามือ
เมื่อผู่เอ๋อร์จากไปซิ่งหลิงก็ยังไม่ได้หลับ นางนอนอยู่บนเตียงโดยไม่ได้ทำอะไรมาแล้วห้าวัน เบื่อหน่ายจนแทบจะเหี่ยวเฉา ทั้งเมื่อกลับมายังหอเหม่ยเจวียนยังถูกสั่งให้นั่งๆ นอนๆ โดยที่ไม่สามารถรับงานได้
ั้แ่เล็กจนโตไม่ว่าจะชาติไหนนางก็ทำงานจนตัวบิดเป็เกลียวกลายเป็ความเคยชิน จู่ๆ เกิดว่างขึ้นมาก็รู้สึกอยู่ไม่สุขอยู่บ้าง ครั้นมองหาสาเหตุย่อมหนีไม่พ้นคุณชายจิ้ง...
ซิ่งหลิงผุดลุกนั่งขัดสมาธิบนเตียง หยิบเอาแผ่นหยกวางลงเบื้องหน้า กอดอกจ้องหยกตาเขม็ง
ท่าทางและสีหน้าของเฉียนมามาเมื่อครู่ทำให้นางไม่ผิดหวัง สมแล้วที่เลือกและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงได้เลือกขายตัวให้แก่หอเหม่ยเจวียน
ในเมืองว่านหอเหม่ยเจวียนไม่ใช่หอคณิกาโด่งดังที่สุด ไม่ใช่หอที่โดดเด่นหรือมีแม่นางงดงามสะคราญโฉมมากที่สุด ทั้งยังรั้งเป็อันดับท้าย
เป็อันดับสามจากในบรรดาหอคณิกาขนาดใหญ่ทั้งหมด
แต่เพราะเป็อันดับสาม...นางถึงได้สนใจ
หากเลือกหอที่โด่งดังเลื่องชื่อที่สุดคงไม่พ้นการแก่งแย่งและความหวาดระแวง ในเมื่อมีหออันดับสองพยายามทะยานตัวเข้าแย่งชิงอันดับหนึ่ง
ถ้าเกิดอยู่ในหออันดับสองแม่นางในหอก็ต้องทำงานหนักและเคี่ยวกรำตนเองเพื่อที่จะมุ่งเป็หนึ่ง
แต่หากเป็อันดับสามเพียงแค่ประคองตัวไปเรื่อยๆ ทำอย่างที่เคยทำ ต่อจะให้พยายามเพียงใดก็ยากที่จะนำหน้าหออันดับสองและพุ่งขึ้นเป็ที่หนึ่ง ทั้งสตรีที่ขายตัวให้หอคณิกาก็ล้วนอยากใช้ความโด่งดังของหอทำให้ตัวเองโดดเด่นมีลูกค้าแวะเวียนเยี่ยมหาไม่ขาด ดังนั้นสตรีมากมายจึงพากันตบเท้ามุ่งไปยังหอคณิกาสองอันดับแรก จึงทำให้หอเหม่ยเจวียนขาดสาวงาม ยากรุ่งเรือง
แต่พอซิ่งหลิงได้พูดคุยกับมามาผู้ดูแลหอเหม่ยเจวียนก็รู้ว่านางไม่ใช่คนเลวร้าย รู้สึกถูกชะตาจึงตัดสินใจขายตัวเองเข้ามาในหอั้แ่อายุแปดขวบ
แม้ว่าหอเหม่ยเจวียนจะรั้งอันดับท้ายในบรรดาหอทั้งหมดแต่ก็มีแขกเก่าๆ แวะเวียนเข้ามาไม่ขาด เพราะจุดเด่นของหอเหม่ยเจวียนขายความสบายใจ
...มิใช่ความตื่นเต้นเร้าใจ
ความตื่นเต้นเร้าใจพวกนั้นให้สองอันดับแรกตีกันไปก็พอแล้ว เื่ที่ทั้งเหน็ดเหนื่อยยุ่งยากและสิ้นเปลืองเงินทอง เฉียนมามาผู้เฉลียวฉลาดย่อมไม่ทำ
“เป็เผือกร้อนจริงๆ”
ซิ่งหลิงจ้องมองแผ่นหยกอยู่เนิ่นนานพรูลมหายใจยาว เก็บเผือกร้อนลวกมือไว้ในลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักอีกที อันเป็ช่องลับที่มีเพียงนางที่รู้