ณ ห้องพักของเหรินซวง
“เป็ไง ว่าที่ชายาของเรา” องค์รัชทายาทเสด็จเข้ามาในห้องและกล่าวทักทายหญิงสาวที่กำลังถูกจับมัด
“หม่อมฉันยินยอมอภิเษกแล้วเพคะ แต่ตอนนี้ปล่อยหม่อมฉันก่อนได้มั้ย” เหรินซวงรู้สึกเมื่อย
องค์รัชทายาทเสด็จเข้าไปแก้เชือกให้หญิงสาวแต่โดยดี
พอเป็อิสระ เหรินซวงเห็นว่าได้โอกาส นางจึงรีบวิ่งไปที่ประตู แต่ทว่าพอเปิดประตู ด้านนอกก็มีแต่ทหารองครักษ์เฝ้าหน้าประตูอยู่เต็มไปหมด นางจึงรีบปิดประตูกลับ และยอมเดินเข้าไปคุยกับองค์รัชทายาทที่ทรงกำลังประทับนั่งอยู่บนเตียงของนาง
“หม่อมฉันเคยได้ยินมาว่าพระองค์ทรงรักลูกสาวท่านแม่ทัพเหล่ยต้วน ซึ่งมีนามว่า เหล่ยผิง แต่เพราะท่านแม่ทัพได้รับโทษปะาฐานก่อการฏและถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด เหล่ยผิงที่หมดตัวนางจึงไม่มีทางเลือก นางก็เลยยอมเข้าไปทำงานในหอนางโลมในฐานะสาวดีดพิณ พระองค์ทรงได้ข่าวก็เลยจะรีบไปไถ่ตัวนาง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะองค์ชายรองทรงไถ่ตัวเหล่ยผิงตัดหน้าพระองค์เสียก่อน จากนั้นองค์ชายรองก็ทรงรับเหล่ยผิงมาเป็พระสนม นั่นจึงทำให้พระองค์ทรงเ็ปพระทัยอย่างมาก ั้แ่นั้นมาพระองค์ก็ทรงไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหน ทรงเอาแต่ทรงงานลูกเดียว ซึ่งถ้าเป็เช่นนั้นจริง พระองค์ทรงจะรับหม่อมฉันมาเป็ชายาทำไมกันเพคะ” เหรินซวงยอมพูดกับชายตรงหน้าดีๆ
“ก็เราถูกใจเ้า มันก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือที่เราจะเลือกเ้ามาเป็ชายา” องค์รัชทายาทตรัสอย่างไม่ยี่หระ
เหรินซวงคิดในใจว่า “องค์รัชทายาททรงชอบผู้หญิงที่มีกิริยามารยาทเรียบร้อย จึงเป็ไม่ได้ที่พระองค์ทรงจะถูกพระทัยในตัวข้า มันต้องมีอะไรเป็แน่ ลองทดสอบดีกว่า” ดังนั้นเหรินซวงจึงเดินเข้าไปนั่งตักของชายสูงศักดิ์ จากนั้นก็กอดพระศอของพระองค์
“นี่เ้าจะทำอะไรน่ะ” องค์รัชทายาททรงตกพระทัยเพราะพระองค์ทรงไม่เคยพบผู้หญิงที่เป็แบบนี้มาก่อน
“แหม! พระองค์ตรัสบอกหม่อมฉันดีๆ ก็ได้เพคะ ตำแหน่งพระชายาสูงส่งเพียงใด ใครๆ ก็ปรารถนาที่จะเป็ชายาขององค์รัชทายาททั้งนั้น” เหรินซวงไม่เพียงพูดเปล่า นางยังจู่โจมกะจะจุมพิตชายสูงศักดิ์อีกด้วย
องค์รัชทายาททรงตกพระทัย พระองค์ทรงรีบผลักนางออก จนนางล้มไปกองกับพื้นและก้นกระแทก
“โอ๊ย! หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ ก็ไหนว่าพระองค์ทรงถูกพระทัยในตัวหม่อมฉันไงเพคะ” เหรินซวงกล่าวอ้าง
“เราแค่จะให้เ้าแสดงเป็ชายาปลอมๆ ของเราเท่านั้น ไม่ได้คิดทำอะไรเกินเลย” องค์รัชทายาททรงรีบตรัส
“ทรงทำแบบนั้นทำไมกันเพคะ หรือทำเพียงปกป้องพระสนมเหล่ยผิงเท่านั้น ใครๆ ก็รู้ว่าองค์ชายรองทรงขี้หึงมากแค่ไหน หากพระองค์ทรงยังทอดพระเนตรไปที่พระนางด้วยความห่วงใย พระนางอาจถูกทำร้ายได้ พระองค์ก็เลยทรงใช้ให้หม่อมฉันเป็กันชนใช่มั้ยเพคะ” เหรินซวงคาดการณ์
“เอาล่ะ เราไม่รู้ว่าเ้าไปได้ยินอะไรมาอีกบ้าง เอาเป็ว่าเรา้าให้เ้าช่วยเหลือคนที่ตกเป็เหยื่อของขบวนการล้างสมอง ขบวนการนี้ได้วางยาพิษจอมยุทธ์หญิง พิษนั้นจะทำให้หญิงสาวเสียการควบคุมในระหว่างที่ได้ยินเสียงขลุ่ย ดังนั้นพวกนางจะถูกสั่งให้กระทำการสิ่งต่างๆ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งไม่แน่ว่าพวกนางอาจทำถึงขั้นลอบสังหารคนในวังก็เป็ได้” องค์รัชทายาททรงยอมตรัสวัตถุประสงค์ที่แท้จริง
“ในเมื่อพวกนางกลายเป็นักฆ่าไปแล้ว พระองค์ทรงยังจะช่วยเหลือพวกนางอีกอย่างนั้นหรือเพคะ” เหรินซวงไม่เข้าใจ
“ถ้าเ้ากลายเป็เหยื่อบ้างล่ะ แล้วเ้าได้กระทำความผิดโดยไม่รู้ตัว เมื่อเ้าได้สติและถูกโทษปะา เ้าคิดว่าเ้าได้รับความเป็ธรรมหรือเปล่า” องค์รัชทายาททรงยกตัวอย่าง
“เอาล่ะ หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ สรุปหม่อมฉันมีหน้าที่แค่เสาะหาเหยื่อขบวนการบ้าๆ นั่นเท่านั้นใช่มั้ยเพคะ” เหรินซวงสรุป
“เ้าจะต้องแสดงเป็ชายาของเราให้เหมือนด้วยล่ะ” องค์รัชทายาททรงกำชับ
“และถ้าเสร็จงานนี้ หม่อมฉันจะได้เป็อิสระทันทีหรือเปล่าเพคะ” เหรินซวงสงสัย
“เ้าจะต้องเป็ชายาของเรา 3 ปี เว้นเสียแต่ว่าเ้าสามารถหาอัฐมาชดใช้ให้เราได้ เราถึงจะปล่อยเ้าให้เป็อิสระ” องค์รัชทายาทตรัส
“ให้ถึงตอนนั้นก่อนค่อยว่ากันก็ได้เพคะ” เหรินซวงยังคิดไม่ออกว่านางจะหาอัฐมาชดใช้หนี้ได้จากที่ไหน
“เ้าพักผ่อนที่นี่ก่อนเถิด ห้ามหนีเด็ดขาด เ้าคงรู้ดีว่าเหลียงกังมีสายอยู่ทั่วทั้งแคว้น ยังไงเขาก็สามารถตามจับเ้าได้อยู่ดี” องค์รัชทายาททรงขู่
“หม่อมฉันจะต้องคิดบัญชีเขาอย่างแน่นอนเพคะ เขากล้าหลอกลวงหม่อมฉัน” เหรินซวงรู้สึกเจ็บใจ
“เรารู้ว่าเ้าหลงรักเขาจนหัวปักหัวปำ แต่เขาไม่ได้รักเ้า” องค์รัชทายาทตรัสย้ำเตือน
“เอาเถอะเพคะ ยังไงตอนนี้หม่อมฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” เหรินซวงจำต้องทำตามเงื่อนไข
“เราไปล่ะ” องค์รัชทายาทเสด็จออกจากห้องพักของเหรินซวงทันที
“น้อมส่งเสด็จเพคะ” เหรินซวงหายใจด้วยความโล่งอก นางคิดในใจว่า “ดีนะที่ได้เป็แค่ชายาปลอมๆ”
********************************************
ตอนนี้เหมยซูและเหรินซวงได้ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักขององค์รัชทายาทในวังหลวง พอถึงวันอภิเษก เหมยซูก็เลยทำการแต่งตัวให้ว่าที่พระชายา
“เอ่อ ทำไมถึงไม่สวมชุดที่องค์รัชทายาททรงเลือกให้ล่ะเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“ก็เราชอบชุดนี้นี่” เหรินซวงตอบกวนๆ
“แล้วเหตุใดถึงใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ล่ะ องค์รัชทายาททรงไม่ชอบกลิ่นนี้นะเ้าคะ” เหมยซูสงสัยเพราะนางกำนัลข้างกายองค์รัชทายาทได้เตือนพวกนางแล้ว
“ก็เราพอใจกลิ่นนี้” เหรินซวงไม่สนใจ
“ท่านตั้งใจแกล้งพระองค์หรือเ้าคะ” เหมยซูอยากรู้
“ข้าก็อยากรู้ว่าพระองค์ทรงจะทนข้าได้สักกี่น้ำ” เหรินซวงอยากแกล้งพระองค์ หากพระองค์ทรงทนนางไม่ไหว พระองค์ทรงอาจขับไล่นางไปไวๆ ก็เป็ได้
“แต่พวกเราเข้าวังเพื่อทำภารกิจนะเ้าคะ” เหมยซูเตือน
“เหมยซู! เ้ารู้อะไรมั้ย ชีวิตในวังมันซับซ้อนมากกว่าที่คิด ข้าไม่อยากอยู่ในวัง ข้าว่ามีผู้หญิงอีกมากมายที่เหมาะที่จะทำหน้าที่นี้แทนข้า ดีไม่ดีผู้หญิงคนนั้นอาจทำให้องค์รัชทายาททรงถูกพระทัยจนกลายมาเป็ชายาของพระองค์จริงๆ ก็เป็ได้” เหรินซวงไม่อยากแกล้งแสดงเป็พระชายา
“ตามใจก็แล้วกันนะเ้าคะ” เหมยซูห้ามไม่ได้
********************************************
ณ ท้องพระโรง
องค์รัชทายาทเสด็จไปตรงหน้าที่ประทับของฝ่าาและฮองเฮา โดยเสด็จเคียงข้างเหรินซวงในชุดแดงที่ดูยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ท่ามกลางเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางที่ร่วมกันเป็สักขีพยานในพิธีอภิเษกครั้งนี้
พอเสร็จพิธี ฮองเฮาก็ตรัสว่า “เนื่องจากเ้าไม่ใช่บุตรสาวขุนนางหรือไม่เคยใช้ชีวิตในวังมาก่อน งั้น ั้แ่วันพรุ่งนี้ เ้าจะต้องมาฝึกอบรมการใช้ชีวิตในวังกับเราด้วยล่ะ เข้าใจมั้ย”
“ทราบแล้วเพคะ” เหรินซวงรับคำ
จากนั้นเหรินซวงก็ได้ถูกพาตัวให้ไปรอพระสวามีอยู่ที่ห้องหอ
องค์รัชทายาททรงเมามายและเสด็จเข้าไปในห้องหอในสภาพโซเซจนทรงตัวไม่อยู่ พระองค์ทรงประทับนั่งอยู่เคียงข้างพระชายาและเปิดผ้าคลุมหน้าออก ตอนนี้พระองค์ทรงเมาหนักมากจนถึงขั้นทอดพระเนตรเห็นเหรินซวงเป็เหล่ยผิงหรืออดีตคนรักของพระองค์
“เหล่ยผิง! เ้าช่างงดงามจริงๆ” องค์รัชทายาททรงกำลังจะจุมพิตหญิงสาว
เหรินซวงรีบผลักพระองค์ออก และรีบกล่าวว่า “พวกเรามาดื่มเหล้ามงคลกันดีกว่านะเพคะ” เหรินซวงรีบลุกไปเทเหล้า และส่งจอกเหล้าในชายสูงศักดิ์
ทั้งสองคล้องแขนดื่มเหล้ามงคลตามประเพณี
จากนั้นองค์รัชทายาททรงไม่พูดพร่ำทำเพลง พระองค์รีบผลักหญิงสาวไปที่เตียงและคร่อมตัวนางพร้อมกับจูบไซร้ซอกคองามระหงของนางโดยที่ฝ่ายหญิงยังไม่ทันตั้งตัว
เหรินซวงใสุดขีด นางพยายามผลักฝ่ายชายแต่ไร้เรี่ยวแรง นางก็เลยว่า “หม่อมฉันไม่ใช่เหล่ยผิง ทรงตั้งสติสิเพคะ”
“เหล่ยผิง! เราคิดถึงเ้ามากเลยนะ อยู่กับเราคืนนี้เถอะนะ” องค์รัชทายาททรงจูบพรมไปทั่วใบหน้า
“ไม่ได้นะเพคะ ทรงปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้” เหรินซวงพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์
สักพักชายสูงศักดิ์ก็นอนหลับไปบนตัวของหญิงสาว
เหรินซวงรีบผลักฝ่ายชายออก และกล่าวว่า “โชคดีที่เราวางยานอนหลับในเหล้ามงคล ไม่งั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เราไม่ใช่ตัวแทนของเหล่ยผิงเสียหน่อย”
เหรินซวงรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนที่จะจัดท่าให้ชายสูงศักดิ์นอนบนเตียงดีๆ ตอนนี้นางรีบเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูกะว่าจะไปนอนห้องอื่น แต่ทว่าประตูกลับถูกล็อคจากด้านนอก
เหรินซวงกำลังจะเคาะเรียกคนข้างนอกแต่ชะงักทัน นางคิดในใจว่า “ไม่ได้สิ! เดี๋ยวคนอื่นรู้ว่าเราวางยาองค์รัชทายาท” ดังนั้นเหรินซวงจึงจำต้องปูผ้าปูบนพื้นใกล้ประตูห้องและนอนตรงนั้น
ณ เวลาใกล้รุ่ง องค์รัชทายาททรงสะดุ้งตื่น
“ทำไมถึงปวดหัวหนักขนาดนี้นี่ สงสัยเราเมาหนักมากจริงๆ ว่าแต่เ้าสาวของเราไปไหนแล้ว” องค์รัชทายาทเสด็จไปที่ประตูและเผลอไปเหยียบอะไรบางอย่าง
“โอ๊ย! ใครเหยียบเท้า เจ็บนะ” เหรินซวงรีบลุกขึ้นนั่งทันที
“ใครใช้ให้เ้ามานอนตรงนี้” องค์รัชทายาททรงตกพระทัย
“องค์รัชทายาทเองหรือเพคะ ทรงตื่นแล้วงั้นหรือ” เหรินซวงกล่าว
“มันเกิดอะไรขึ้น” องค์รัชทายาททรงสงสัย
เหรินซวงรีบแก้ตัวว่า “เอ่อ เมื่อคืนพระองค์ทรงเมาหนักมาก ดังนั้นพระองค์ก็เลยไล่หม่อมฉันให้มานอนบนพื้นแบบนี้เพคะ”
“เราทำเช่นนั้นงั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงจดจำเื่เมื่อคืนไม่ได้
“ใช่เพคะ” เหรินซวงรีบพูด
“จงทำธุระส่วนตัวเถิด เราจะกลับห้องของเรา” องค์รัชทายาทตรัส
“เพคะ”
หลังจากองค์รัชทายาทเสด็จออกไป เหมยซูก็รีบเข้ามาในห้องเพื่อดูแลเหรินซวงในฐานะนางกำนัลคนสนิท
“เป็อย่างไรบ้างเพคะ พระชายา” เหมยซูรีบถาม
“พวกเรานอนแยกกัน ไม่มีอะไรเกินเลย อย่าเข้าใจผิดไป” เหรินซวงรีบพูดเพราะมองเห็นเหมยซูแอบยิ้ม
“ทรงรีบสรงน้ำและแต่งองค์ทรงเครื่องเถิดเพคะ อีกไม่นานกงกงจะมารับพระองค์ไปอบรมมารยาทที่ตำหนักฮองเฮาแล้วเพคะ”
“ทำไมการใช้ชีวิตอยู่ในวังมายากนักนะ” เหรินซวงอยากใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนเมื่อก่อน
“อดทนหน่อยนะเพคะ ภารกิจสำเร็จเมื่อไหร่ พวกเราก็จะเป็อิสระเอง” เหมยซูกล่าว
“ก็ได้” เหรินซวงจำต้องอดทนใช้หนี้ต่อไป
********************************************
ณ ตำหนักของฮองเฮา
“โอ๊ย! เจ็บนะ” พระชายาทรงถูกกงกงใช้ไม้เรียวตีที่น่องเป็ครั้งที่ร้อยแล้ว
“เดินให้มันสวยๆ หน่อยสิ” ฮองเฮาทรงบ่น
“หม่อมฉันพยายามแล้วเพคะ” เหรินซวงกล่าว
“ฝึกเดินเสร็จ ก็ไปอบรมกฎในวังกับกงกง คงประมาณสามชั่วยามค่อยกลับตำหนักองค์รัชทายาทได้” ฮองเฮาตรัสสั่ง
“เอ่อ กฎในวังเยอะขนาดนั้นเลยงั้นหรือเพคะ” เหรินซวงใ
“ใช่! อบรมสามวันก็ยังไม่หมด งั้นอีกสองวันก็มาอบรมอีก” ฮองเฮาทรงสั่งการ
“เพคะ” เหรินซวงจำต้องรับคำ
ตกเย็น เหมยซูต้องช่วยประคองพระชายากลับห้องพักของพระองค์
ณ ห้องบรรทมส่วนพระองค์
“โอ๊ย! ทายาเบาๆ หน่อยสิ เราเจ็บนะ” เหรินซวงนอนคว่ำหน้าเพื่อให้เหมยซูทายาที่น่องให้
“ฮองเฮาทรงเข้มงวดมากถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือเพคะ” เหมยซูรู้สึกสารและคิดว่าดีที่นางไม่ถูกเลือกให้มาแสดงเป็ชายาปลอมๆ
“ทำไมเราโชคร้ายนักนะ รู้งี้ เราไม่แย่งเหลียงกังจากเ้าดีกว่า” เหรินซวงกล่าว
“แล้วตอนนี้เหลียงกังอยู่ที่ไหนแล้วเพคะ” เหมยซูอยากรู้
“เขาเดินทางไปต่างแคว้นเพื่อทำการค้าน่ะ เ้าอย่าห่วงเขาเลย เขาเอาตัวรอดได้” เหรินซวงััได้ว่าเหมยซูเป็ห่วงฝ่ายชายมาก
“หม่อมฉันไม่ได้ห่วงเขาเสียหน่อยเพคะ” เหมยซูรีบพูด
“ปากแข็งไปก็เท่านั้น เอาเถอะเื่นี้จบไป เราว่าวันพรุ่งนี้เ้าปลอมตัวเป็เรา แล้วไปอบรมกฎในวังแทนเราที” เหรินซวงกล่าว
“ทำแบบนั้นได้อย่างไร เ้าเป็ชายาของเรา ไม่ใช่เหมยซูเสียหน่อย” องค์รัชทายาทเสด็จเข้ามาได้ยินพอดี
“ถวายบังคมเพคะ” เหรินซวงรีบลุกขึ้นนั่งดีๆ และถวายความเคารพ
“เ้าออกไปก่อนเถอะ เหมยซู” องค์รัชทายาททรงอยากคุยกับพระชายาตามลำพัง
“เอ่อ หม่อมฉัน้าคนทายาเพคะ” เหรินซวงรีบพูด
“เดี๋ยวเราทาให้เอง” องค์รัชทายาททรงอาสา
“มะ ไม่เป็ไรเพคะ หม่อมฉันทาเองได้” เหรินซวงไม่อยากให้ฝ่ายชายทาให้
“ดูเ้ากลัวเรามากเลยนะ เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“เปล่านี่เพคะ” เหรินซวงไม่ยอมสบตา
“จงเตรียมตัวเถิด คืนพระจันทร์เต็มดวงจะมีการจัดงานฉลองให้กับองค์ชายรอง เพราะชายาของเขากำลังตั้งครรภ์ท้องแรก” องค์รัชทายาททรงกำชับ
“แล้วหม่อมฉันต้องเตรียมตัวยังไงเพคะ” เหรินซวงสงสัย
“เราคาดการณ์ว่าขบวนการล้างสมองจะต้องส่งนักฆ่าหญิงให้กระทำการบางอย่างในคืนนั้น ดังนั้นงานของเ้าก็คือตามหานักฆ่าคนนั้นให้พบ” องค์รัชทายาทตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ทราบแล้วเพคะ ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยเพคะ หม่อมฉันจะได้ทายาต่อ” เหรินซวงพูดในเชิงไล่
องค์รัชทายาททรงหยิบยาแล้วจับไปที่ขาของหญิงสาวเสียดื้อๆ
เหรินซวงใรีบชักขากลับ “ทรงจะทำอะไรเพคะ”
“เดี๋ยวเราทายาให้” องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่ต้องเพคะ” เหรินซวงรีบกระถดตัวหนี
“อย่าดื้อสิ เดี๋ยวคนอื่นก็สงสัยหรอก” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง
เหรินซวงจึงยอมนอนคว่ำหน้าเพื่อให้พระสวามีทรงถลกกางเกงสีขาวขึ้นจนถึงเข่า จากนั้นก็ทายาตรงรอยเฆี่ยนตีบริเวณน่องให้
“อดทนหน่อยก็แล้วกัน หากเ้าผ่านการอบรมแล้ว เสด็จแม่ก็คงไม่ยุ่งเกี่ยวกับเ้าอีก” องค์รัชทายาทตรัส
“ความจริง ฮองเฮาทรงตั้งพระทัยที่จะแนะนำลูกสาวท่านเสนาบดีให้พระองค์ เหตุใดพระองค์ถึงทรงไม่ยอมรับนางล่ะเพคะ” เหรินซวงลองถาม
“ก็เราไม่ได้ชอบนาง” องค์รัชทายาทตรัสตรงๆ
“ไม่มีใครแทนที่เหล่ยผิงได้สักคนเลยงั้นหรือเพคะ” เหรินซวงสงสัย
“ไม่มี!” องค์รัชทายาททรงตอบสั้นๆ
“เอาเถอะเพคะ ความโปรดความชอบมันบังคับกันไม่ได้ งั้นตอนนี้ขอหม่อมฉันทำธุระส่วนตัวก่อนนะเพคะ” เหรินซวงอยากอยู่คนเดียวเพื่อทำธุระส่วนตัว
“งั้นเราไปก็ได้ เอ้อใช่ เราสั่งให้เหมยซูทิ้งน้ำหอมกลิ่นนั้นของเ้าไปแล้ว และเราก็นำน้ำหอมกลิ่นที่เราชอบมาวางแทนที่ให้แล้วด้วย” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่นี่เป็เื่ส่วนตัวของหม่อมฉันนะเพคะ” เหรินซวงไม่พอใจ
“เราต้องอยู่ใกล้เ้าเกือบตลอดเวลา และบางทีหากในคืนเข้าหอ เ้าไม่ได้ใช้น้ำหอมกลิ่นนั้น พวกเราอาจเป็ของกันและกันไปแล้ว” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ
“นี่พระองค์ทรงแกล้งเมางั้นหรือเพคะ” เหรินซวงตีความได้
“เราก็แค่ล้อเ้าเล่น แต่ไม่คิดว่าเ้าจะกล้าวางยานอนหลับใส่ในเหล้าให้เราดื่ม” องค์รัชทายาททรงแกล้งดื่มเหล้าจอกนั้นและแอบถ่มทิ้งโดยที่เหรินซวงไม่ทันเห็น
“ทรงทำแบบนี้ทำไมเพคะ ทรง้าทดสอบหม่อมฉันงั้นหรือ” เหรินซวงไม่เข้าใจ
“อย่าโกรธไปเลย เราไม่ล่วงเกินเ้าหรอก หากเ้าไม่ยินยอมน่ะ” องค์รัชทายาทตรัส
“โปรดทรงรักษาสัจจะด้วยว่าทรงจะไม่ล่วงเกินหม่อมฉันนะเพคะ” เหรินซวงกำชับ
“ถ้าเราห้ามใจได้นะ” องค์รัชทายาททรงแกล้งตรัส
“นี่พระองค์” เหรินซวงโมโห
องค์รัชทายาททรงทำเพียง้าเอาคืนในตอนที่นางเคยแกล้งจุมพิตพระองค์ในคราวก่อนเท่านั้น
เหรินซวงมองพระสวามีเสด็จออกไป ในใจคิดว่า “หม่อมฉันไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอกเพคะ หม่อมฉันจะทำให้พระองค์ทรงขับไล่หม่อมฉันออกจากวังเอง คอยดูก็แล้วกัน”
********************************************
และแล้วก็ถึงคืนวันฉลองเนื่องในโอกาสที่พระชายาในองค์ชายรองทรงตั้งครรภ์ท้องแรก
เหรินซวงไล่เหมยซูให้ไปรอนอกห้อง เพราะเหรินซวง้าแต่งตัวเอง พอออกจากห้อง เหมยซูก็เห็นว่าพระชายาทรงสวมฉลองพระองค์ในชุดสีม่วง และลักษณะพระองค์ทรงจะสวมหลายชั้นมาก
เหมยซูก็เลยว่า “ทำไมต้องแต่งกายมิดชิดขนาดนี้ด้วยล่ะเพคะ”
“คืนนี้อากาศเย็นจัด เราไม่ชอบอากาศเย็น” เหรินซวงกล่าวอ้าง
“แล้วทำไมถึงไม่เลือกฉลองพระองค์สีฟ้าล่ะเพคะ องค์รัชทายาททรงโปรดสีฟ้า พระองค์ก็ทรงทราบดีนี่เพคะ” เหมยซูไม่เข้าใจ
“คนเราควรจะทำอะไรแปลกๆ บ้าง องค์รัชทายาททรงจะได้จดจำเราจนขึ้นใจไงล่ะ” เหรินซวงกล่าวอ้างอีก
“งั้นรีบไปเถอะเพคะ เกี้ยวพร้อมแล้ว” เหมยซูปล่อยเลยตามเลย
“ช้าก่อน! ทำอย่างไรถึงจะต้านเสียงขลุ่ยที่มีพลังอำนาจควบคุมจิตใจเหยื่อได้ล่ะ” เหรินซวงอยากรู้
“ทรงหมายถึงขบวนการล้างสมองใช่มั้ยเพคะ” เหมยซูกล่าว
“ใช่” เหรินซวงพยักหน้า
“ที่เคยทำได้ผลก็คือ การดีดพิณแข่งกับเสียงขลุ่ยเพคะ” เหมยซูกล่าว
“แต่เราไม่มีพิณ จะทำอย่างไรดี” เหรินซวงถูกยึดทรัพย์ไปทั้งหมด นางจึงไม่มีพิณติดตัว
“ฝ่าาทรงไม่โปรดเสียงพิณ ดังนั้นจึงมีกฎว่าห้ามดีดพิณต่อหน้าพระพักตร์เด็ดขาดเพคะ” เหมยซูกล่าว
“ก็หวังว่าคืนนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ” เหรินซวงมองไม่เห็นหนทางต่อต้านเสียงขลุ่ยควบคุมิญญา
********************************************
เนื่องจากฝ่าาทรงมีรับสั่งให้เหล่าบรรดาองค์ชายทรงเข้าร่วมประชุมขุนนางก่อน ดังนั้นพระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้ฮองเฮาและฝ่ายในดำเนินจัดงานเลี้ยงฉลองไปก่อน
พระชายาเหรินซวงได้ถูกจัดให้นั่งอยู่เคียงข้างบุตรสาวท่านเสนาบดีที่มีนามว่าหยุนเฉียน นางแต่งกายในชุดสีฟ้า ซึ่งมองไปช่างดูเด่นเป็สง่ายิ่งนัก
“เหตุใดถึงทรงสวมฉลองพระองค์สีม่วงล่ะเพคะ ทรงไม่ทราบงั้นหรือว่าองค์รัชทายาททรงไม่โปรดสีนี้” หยุนเฉียนเกทับ
“ตายจริง! จริงหรือ ไปเปลี่ยนคงไม่ทันแล้ว” เหรินซวงแกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง ทั้งๆ ที่นางก็รู้แก่ใจดี
“นั่นไงเพคะ พระชายาในองค์ชายรอง ขนาดตั้งครรภ์ พระนางก็ยังทรงดูแลตัวเองเป็อย่างดี” หยุนเฉียนชี้ให้ดู
“แล้วผู้หญิงโฉมงามคนนั้นล่ะ เหตุใดถึงนุ่งน้อยห่มน้อยแบบนั้น คืนนี้อากาศเย็นจัด มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ” เหรินซวงสงสัย
“คนนั้นคือพระสนมในองค์ชายรอง เห็นว่าองค์ชายรองทรงไถ่ตัวมาจากหอคณิกา ก็ไม่แปลกหรอกเพคะที่พระนางทรงจะสวมฉลองพระองค์แบบนั้น” หยุนเฉียนกล่าวอย่างดูถูก
เหรินซวงมองไปที่หญิงงามคนนั้น ในใจว่าคิดว่า “คนนี้สินะคือ เหล่ยผิง บุตรสาวอดีตแม่ทัพที่ก่อการฏ นางดูไม่เต็มใจแต่งกายแบบนั้นเลยนะ”
สักพักฝ่าาพร้อมกับองค์ชายและเหล่าขุนนางก็ทยอยเดินเข้าไปในงานเลี้ยงฉลองที่จัดอยู่ในสวนอุทยานในตำหนักขององค์ชายรอง
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา” ฝ่ายในทุกคนทำการถวายความเคารพ
“ลุกขึ้นเถิด” ฝ่าาตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” ฝ่ายในทุกคนกล่าวพร้อมกัน
องค์รัชทายาททรงประทับนั่งเคียงข้างเหรินซวง แต่สายพระเนตรพระองค์ทรงจับจ้องไปที่เหล่ยผิงอย่างไม่วางตา สักพักพระองค์ก็ทรงกำพระหัตถ์ไว้แน่นและทรงรำพึงว่า “นี่พวกเขากล้าดูิ่เหล่ยผิงขนาดนี้เลยงั้นหรือ”
เหรินซวงกระซิบให้เหมยซูฟังว่า “เหมือนเราได้ยินเสียงขลุ่ยแว่วๆ นะ”
“ทำไมหม่อมฉันไม่ค่อยได้ยินเลยล่ะเพคะ” เหมยซูพยายามฟังแล้ว แต่ไม่ได้ยิน
“เ้าเห็นนั่นมั้ย นางกำนัลคนที่มีหน้าที่เทน้ำจัณฑ์ นางมีอาการแปลกๆ นะ เหมือนกำลังปวดหูยังไงไม่รู้” เหรินซวงชี้ให้ดู
“นั่นสิเพคะ” เหมยซูเห็นด้วย
สักพักพระชายาในองค์ชายรองก็ทรงประกาศว่า “ต่อไปจะเป็การแสดงร่ายรำของสนมเหล่ยผิงเพคะ เชิญดูการแสดงได้”
เหล่ยผิงสวมเสื้อผ้าบางมากท่ามกลางอากาศหนาวจัดเช่นนี้ นางจึงมีอาการสั่น แต่ก็ต้องพยายามฝืนอดทนร่ายรำต่อไปให้จบเพลง
องค์รัชทายาททรงจับสังเกตได้ พระองค์ทรงกำลังจะไปยุติการแสดงและสวมเสื้อคลุมให้อดีตคนรัก
องค์ชายรองทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์เพราะนี่คือแผนการของพระองค์ พระองค์ทรง้าแสดงให้ทุกคนดูว่าองค์รัชทายาททรงยังมีเยื่อใยให้กับเหล่ยผิงอยู่ ที่ทรงบังคับให้เหล่ยผิงแสดงร่ายรำก็เพียงเพื่อทำลายชื่อเสียงขององค์รัชทายาทที่ทรงมีพระทัยให้กับอนุภรรยาขององค์ชายรอง
เหรินซวงมองออก นางก็เลยจูงมือเหมยซูและเดินตัดหน้าพระพักตร์องค์รัชทายาทไปที่ลานแสดง
เหล่ยผิงรู้สึกมีไข้ ดังนั้นยังไม่ทันแสดงจบ นางก็มีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็ลม ดีที่เหรินซวงและเหมยซูประคองไว้ได้ทันเวลาพอดี
“เกิดอะไรขึ้น” ฝ่าาตรัส
“พระสนมในองค์ชายรองทรงมีไข้เพคะ” เหรินซวงกล่าว จากนั้นเหรินซวงก็ถอดชุดสีม่วงออกและสวมให้กับเหล่ยผิงเพื่อเพิ่มไออุ่น ตอนนี้กลายเป็ว่าเหรินซวงได้สวมชุดเกราะเหมือนนักรบหญิง
“เหตุใดเ้าต้องสวมชุดอย่างนั้นด้วยล่ะ” ฝ่าาทรงสงสัย
เหรินซวงคิดในใจว่า “ก็ป้องกันองค์รัชทายาททรงทำมิดีมิร้ายไงเพคะ” แต่ปากตอบไปว่า “หม่อมฉันเป็คนแพ้อากาศเย็น ก็เลยหาชุดที่เพิ่มความอบอุ่นมาสวมเพคะ แต่ว่าตอนนี้ให้พระสนมเหล่ยผิงพักรักษาตัวก่อนเถิดนะเพคะ วันนี้หม่อมฉันจะแสดงแทนเอง”
“ก็ดีเหมือนกัน” ฝ่าาทรงสงสารอนุภรรยาขององค์ชายรอง
เหรินซวงพยักหน้าให้เหมยซูประคองเหล่ยผิงไปหานางกำนัล และบอกให้นางกำนัลข้างกายเรียกหมอหลวงมาตรวจพระอาการของพระสนม
“แล้วพระองค์ทรงจะแสดงอะไรล่ะเพคะ หม่อมฉันจะได้ให้เด็กๆ ไปจัดเตรียมอุปกรณ์ให้” ชายาขององค์ชายรองตรัส
“ขอกลองศึกก็แล้วกัน” เหรินซวงกล่าว
“เพคะ” ชายาขององค์ชายรองทรงรีบจัดอุปกรณ์ให้ชายาขององค์รัชทายาท
ทุกคนพากันแปลกใจที่พระชายาในองค์รัชทายาททรงจะแสดงการตีกลองศึกให้ทุกคนชม
เหรินซวงได้ยินเสียงขลุ่ยแว่วๆ ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะแสดงตีกลองเพื่อกลบเสียงขลุ่ย
ในระหว่างนั้นเหมยซูก็สังเกตอาการของนางกำนัลที่มีหน้าที่เทน้ำจัณฑ์ให้ฝ่าา นางหายปวดหูและกลับมาเป็ปกติดังเดิมหลังจากได้ยินเสียงกลองนั้น ดังนั้นเหมยซูจึงแอบลอบออกไปจากงานเลี้ยง และนำความไปบอกชายสวมหน้ากาก
“เ้าแน่ใจนะว่า เหยื่อขบวนการล้างสมองคือนางกำนัลคนนั้น” ชายสวมหน้ากากสงสัย
“ข้าไม่แน่ใจเ้าค่ะ แต่ก็ต้องลองตรวจอาการก่อน” เหมยซูกล่าว
“ข้าจะแอบจับนางไปที่ตำหนักองค์รัชทายาท ดังนั้นตอนนี้เ้าจงไปรอข้าที่นั่นก่อนก็แล้วกัน” ชายสวมหน้ากากนัดแนะ
“ระวังตัวด้วยนะเ้าคะ” เหมยซูเผลอตัว
“เ้าเป็ห่วงข้าอย่างนั้นหรือ” ชายสวมหน้ากากแอบยิ้ม
“อย่าเข้าใจผิด ข้าก็พูดไปเช่นนั้นเอง” เหมยซูรีบพูด
“เจอกันที่นั่น ข้าไปล่ะ” ชายสวมหน้ากากสั่งให้ลูกน้องผู้หญิงตามเขาไปที่งานเลี้ยงฉลอง และสั่งให้ลูกน้องคนนั้นไปกระซิบเรียกนางกำนัลที่น่าจะเป็เหยื่อคนนั้นให้ไปรับเหยือกน้ำจัณฑ์แคว้นเปอร์เซียจากในโรงครัว
พอหญิงคนนั้นไปถึงโรงครัว ชายสวมหน้ากากก็รีบโปรยผงยาสลบใส่นางกำนัลคนนั้น จนนางสลบไป ชายสวมหน้ากากรีบอุ้มหญิงสาวไปที่ห้องลับในตำหนักองค์รัชทายาทเพื่อให้เหมยซูรีบทำการรักษาต่อไป
ลูกน้องของชายสวมหน้ากากที่เป็ผู้หญิงจึงรีบทำหน้าที่เทน้ำจัณฑ์ให้ฝ่าาแทนนางกำนัลคนนั้น
ณ งานเลี้ยงฉลอง
เหรินซวงตีกลองจนจบเพลง ทุกคนก็เลยพากันปรบมือชื่นชม
“ไม่คิดว่าชายาขององค์รัชทายาทจะมีความสามารถมากถึงเพียงนี้ ลูกชายของเรามองคนไม่ผิดเลยจริงๆ” ฝ่าาตรัส
“ทรงชมเกินไปแล้วเพคะ” เหรินซวงกล่าว
“เอาล่ะ เชิญตามสบายนะ เราขอตัวกลับตำหนักก่อน” ฝ่าาทรงรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทรงงานมาทั้งวัน จึงทรงอยากกลับไปทรงงานที่ห้องทรงงานและรีบบรรทมพักผ่อนต่อไป
ทุกคนในงานจึงพากันร่วมงานสังสรรค์กินเลี้ยงต่อไป จนกระทั่งครบสองชั่วยาม
เหรินซวงไม่รอช้า นางรีบลุกไปจากที่นั่งและรีบกลับทันทีโดยที่ไม่รอพระสวามีเลยสักนิด
องค์ชายรองทรงเสด็จไปทักทายพระเชษฐา และตรัสว่า “ดูความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับพระชายาช่างดูห่างเหินไปหน่อยนะพะย่ะค่ะ”
“พวกเรารักกันดี แต่ที่นางกลับตำหนักโดยที่ไม่รอเรา ก็เพราะนางไม่ใช่คนในวังก็เลยยังไม่เข้าใจธรรมเนียมในวังมากนัก นางคงต้องปรับตัวอีกเยอะเลยล่ะ” องค์รัชทายาทตรัสอ้าง
“หมอหลวงแจ้งมาว่า เหล่ยผิงมีอาการดีขึ้นแล้วพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงแกล้งตรัสเพื่อดูปฏิกิริยาของพระเชษฐา
“แล้วบอกเราทำไม” องค์รัชทายาททรงแกล้งทำเป็ไม่สนพระทัย
“เผื่อพระองค์ทรงยังเป็ห่วงนางอยู่ แต่ในเมื่อกระหม่อมเข้าใจผิดก็แล้วไปพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“ขอแสดงความยินดีด้วยที่เ้ากำลังจะมีทายาท เราขอตัวกลับก่อน” องค์รัชทายาททรงรีบตัดบท
“ทรงรีบมีทายาทให้ทันกระหม่อมนะพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
องค์รัชทายาททรงรีบเสด็จออกจากตำหนักองค์ชายรองทันที แต่แทนที่จะกลับตำหนัก พระองค์กลับไปที่ไหนสักแห่ง
********************************************
ณ ห้องลับในตำหนักองค์รัชทายาท
เหรินซวงรีบเข้าไปในห้องลับกลับพบเพียงเหมยซูนั่งรออยู่ในห้องนั้นเพียงคนเดียว
“อ้าว! แล้วนางกำนัลคนนั้นล่ะ เ้ารักษานางเสร็จแล้วอย่างนั้นหรือ” เหรินซวงแปลกใจ
“นางไม่ใช่เหยื่อขบวนการล้างสมองเพคะ นางเพียงแค่มีอาการหูอักเสบเท่านั้น” เหมยซูอธิบาย และตอนนี้ทหารองครักษ์ก็ได้พานางไปส่งที่พักนางกำนัลแล้ว
“อ้าว! พวกเราเข้าใจผิดหรือนี่” เหรินซวงรู้สึกผิดหวัง
“พวกเรากลับไปที่ห้องบรรทมของพระองค์ดีกว่าเพคะ” เหมยซูกล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน” เหรินซวงถอนหายใจที่ตนทำงานพลาด
หญิงสาวทั้งสองจึงเดินคอตกกลับห้อง แต่ทว่าอยู่ดีๆ ชายสวมหน้ากากก็ประคององค์รัชทายาทที่ได้รับาเ็ที่ไหล่ข้างขวาเข้ามาในตำหนักของพระองค์
“เกิดอะไรขึ้น” เหรินซวงใ
“ทรงรีบพาองค์รัชทายาทไปที่ห้องบรรทมก่อนเถิดพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากแนะนำ
เหรินซวงจึงรีบช่วยประคองพระสวามีไปที่ห้องบรรทมของพระองค์
เหมยซูรีบทำการรักษาองค์รัชทายาทโดยการห้ามเื ล้างแผล ใส่สมุนไพร และพันาแให้เรียบร้อย
“เ้ารีบทำการรักษาเหยื่อขบวนการล้างสมองในห้องลับเร็วเข้า” ชายสวมหน้ากากบอกหลังจากเหมยซูรักษาองค์รัชทายาทเสร็จแล้ว
“ทรงเจอนางแล้วหรือเพคะ” เหรินซวงหันไปถามองค์รัชทายาท
“องค์รัชทายาททรงทอดพระเนตรเห็นพระสนมเหยียนจู่มีพระอาการแปลกๆ พระองค์จึงทรงติดตามพระนางจนทราบว่า พระนางกำลังจะเตรียมการลอบสังหารฝ่าา ดังนั้นพระองค์จึงทรงรีบเข้าต่อสู้กับพระนาง แต่ทหารองครักษ์กำลังจะกรูกันเข้ามาในที่ห้องทรงงานของฝ่าา จึงทำให้องค์รัชทายาททรงตกพระทัยพลาดท่าให้พระสนมฟันไปที่ไหล่แบบนี้ ดีที่กระหม่อมไปช่วยทันเวลาพอดี และสามารถโปรยผงยาสลบใส่พระนางและพาพระนางไปที่ห้องลับได้สำเร็จพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากเล่าแทน
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ” เหมยซูรีบวิ่งไปที่ห้องลับทันที
“เราไปด้วย” เหรินซวงกำลังจะวิ่งตามแต่ถูกชายสวมหน้ากากขวางไว้
“ไม่ได้พะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงทอดพระเนตรเห็นคนร้ายและพระองค์ทรงคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็องค์รัชทายาท องค์ชายรองทรงกำลังจะเอาผิดพระเชษฐาโดยมีเจตนาใส่ร้ายองค์รัชทายาทว่าลอบปลงพระชนม์ฝ่าาเพื่อที่ว่าในอนาคตองค์ชายรองทรงจะได้ขึ้นครองราชย์แทนพระเชษฐา” ชายสวมหน้ากากอธิบาย
“แล้วจะทำอย่างไรดี ในเมื่อองค์ชายรองกำลังจะมาตรวจสอบที่นี่” เหรินซวงกังวล
“คงต้องให้พระองค์ทรงช่วยแล้วพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากไม่มีทางเลือก
“เราจะทำอะไรได้” เหรินซวงกล่าวอย่างเ็า
“ไม่มีเวลาแล้ว ทรงเตรียมตัวเถิด กระหม่อมจะรีบไปดักหน้าพระพักตร์องค์ชายรองเพื่อถ่วงเวลานะพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าวแผน
********************************************
ณ หน้าตำหนักองค์รัชทายาท
“หลีกไปซะ! เราจะจับคนร้ายที่ลอบปลงพระชนม์ฝ่าา” องค์ชายรองตรัสเสียงแข็ง
“ทรงเข้าพระทัยอะไรผิดหรือเปล่าพะย่ะค่ะ ที่นี่คือตำหนักองค์รัชทายาทนะพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“เราเห็นกับตาว่าเสด็จพี่เป็คนร้ายที่อยู่ในตำหนักของฝ่าา และตอนนี้คนร้ายคนนั้นก็ได้รับาเ็ที่ไหล่จากการถูกฟัน เราจะมาดูว่าเสด็จพี่ใช่คนร้ายหรือไม่” องค์ชายรองทรงมั่นพระทัย
“นั่นพระองค์อาจทรงทอดพระเนตรเห็นภาพลวงตาก็ได้นะพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าวอ้าง
“ให้เราตรวจสอบก่อน ค่อยว่ากัน” องค์ชายรองทรงยืนยันที่จะบุกเข้าไปในในตำหนักของพระเชษฐา
“มันไม่ดีนะพะย่ะค่ะ ตอนนี้ เอ่อ ทั้งองค์รัชทายาทและพระชายากำลังมีความสัมพันธ์กัน คงไม่สะดวกให้พระองค์ตรวจสอบหรอกพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากแกล้งพูด
“เราไม่เชื่อ” องค์ชายรองทรงมั่นพระทัยอย่างมาก ดังนั้นพระองค์จึงทรงรีบเสด็จไปที่ห้องบรรทมขององค์รัชทายาทอย่างไร้ความยำเกรง
ชายสวมหน้ากากมิอาจขัดขวางได้ จึงจำต้องยอมปล่อยให้องค์ชายรองทรงนำทหารองครักษ์บุกเข้าไปในห้องบรรทมของพระเชษฐา
แต่ทว่าพอเปิดประตูกลับพบว่า
“ว๊าย! อะไรกันนี่” เหรินซวงแสร้งใ นางกำลังนั่งบนตักของฝ่ายชาย พอมีคนเข้ามาในห้อง นางก็รีบกอดฝ่ายชายไว้แน่นเพื่อความสมจริง
“บังอาจ! เรากับชายากำลังมีความสัมพันธ์กัน พวกเ้ากล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามา” องค์รัชทายาททรงแสร้งตรัสด้วยความกริ้ว
องค์ชายรองและทหารองครักษ์พากันหันหลังให้ เพราะตอนนี้พระชายาทรงสวมเพียงเอี๊ยมสีแดงและประทับนั่งบนพระเพลา (ตัก) ของพระสวามีอยู่ พอทุกคนเข้ามาในห้อง พระนางก็ทรงรีบกอดพระศอและซุกพระพักตร์ไปที่พระอุระของสวามีด้วยความอาย
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ พอดีมีคนร้ายลอบปลงพระชนม์ฝ่าา เขาได้รับาเ็และมุ่งหน้ามาที่ตำหนักของพระองค์ กระหม่อมก็เลยมาตรวจสอบดูพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงจำต้องตรัสเช่นนี้
“แล้วเ้าเห็นคนร้ายหรือไม่” องค์รัชทายาททรงแสร้งถาม
องค์ชายรองทรงกำพระหัตถ์ไว้แน่น ที่ทรงไม่อาจจับผิดพระเชษฐาได้ พระองค์จึงตรัสว่า “ไม่เห็นพะย่ะค่ะ”
“แล้วอยากค้นที่ตำหนักนี้หรือไม่” องค์รัชทายาททรงท้า
“กระหม่อมขออนุญาตสำรวจให้ทั่วตำหนักของพระองค์ เพื่อความปลอดภัยของพระองค์เองพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัสอ้าง
“ตามสบายก็แล้วกัน” องค์รัชทายาททรงแสร้งทำเป็ไม่สนพระทัย
“งั้นกระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองและลูกน้องรีบเดินออกไปจากห้องบรรทมทันที
ทั้งสองรอให้องค์ชายรองทรงพาเหล่าองครักษ์ออกจากตำหนักไปเสียก่อน เหรินซวงค่อยลุกจากตักและรีบสวมเสื้อผ้าอย่างมิดชิด
“เ้านี่ซ่อนรูปเหมือนกันนะ” องค์รัชทายาททรงแกล้งแซว
“ทรงตรัสอะไรน่ะเพคะ” เหรินซวงรีบกอดอกและถอยหลังหนี
“เราล้อเล่น ขอบใจมากที่ช่วยแสดงตบตา” องค์รัชทายาทตรัส
“หม่อมฉันขอตัวกลับห้องนะเพคะ” เหรินซวงอาย นางไม่เคยสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นต่อหน้าผู้ชายแบบนี้
เหรินซวงแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รีบเดินแกมวิ่งไปที่ประตู แต่ทว่าประตูกลับล็อคจากด้านนอกอีกแล้ว
“พวกเ้าเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ ขังเราไว้ทำไมกัน” เหรินซวงรีบเคาะประตูจากด้านใน
“ทรงอยู่ในห้องนี้จนถึงฟ้าสางก่อนนะพะย่ะค่ะ สถานการณ์ภายนอกยังไม่น่าไว้วางใจ เช้าวันรุ่งขึ้นกระหม่อมจะมาเปิดประตูให้พะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากะโบอก
“มานอนกันเถอะเหรินซวง เราแบ่งที่ให้เ้าก็ได้” องค์รัชทายาททรงขยับเว้นเนื้อที่ให้ชายา
“หม่อมฉันนอนดิ้นเพคะ อาจเผลอกลิ้งไปทับาแของพระองค์ได้ หม่อมฉันนอนบนพื้นดีกว่า” เหรินซวงรีบพูด
“แน่ใจนะ” องค์รัชทายาททรงย้ำ
“แน่ใจเพคะ” เหรินซวงรีบไปขนผ้าปูไปปูบนพื้น และขนผ้าห่มมาห่มอย่างมิดชิดเช่นเคย ในระหว่างที่นอนบนพื้นอยู่นั้นนางก็นึกถึงฉากที่นางนั่งกอดคอชายสูงศักดิ์ราวกับคนรัก นางคิดในใจว่า “ไม่เอาไม่คิด ต่อไปเราจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่”
องค์รัชทายาททรงแอบขำกับอาการเขินอายของหญิงสาว สักพักพระองค์ก็ทรงดำริว่า “คนร้ายอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด คนแรกก็เป็ถึงพระสนมคนสนิทของฝ่าา เราคงต้องระวังตัวมากกว่านี้เสียแล้ว”
********************************************
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม หลังจากที่พระสนมเหยียนจู่แช่น้ำสมุนไพรเสร็จ เหมยซูก็รีบทำการฝังเข็มให้ พอเสร็จเรียบร้อยนางก็สวมเครื่องแต่งกายให้หญิงสูงศักดิ์ และปล่อยให้พระสนมทรงบรรทมหลับอย่างสบายบนเตียงนุ่ม
“เป็อย่างไรบ้าง พิษขับออกหมดหรือยัง” ชายสวมหน้ากากรีบสอบถาม
“พิษขับออกหมดแล้วเ้าค่ะ โชคดีที่ขับพิษทัน ไม่เช่นนั้นเด็กในครรภ์อาจไม่รอด” เหมยซูกล่าว
“อะไรนะ! พระนางทรงตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือ” ชายสวมหน้ากากใ
เหมยซูพยักหน้า
“ตอนที่มีความสัมพันธ์กับฝ่าา พระนางยังคงไม่ได้สติ หากพระนางกลับมาเป็ปกติแล้วและรู้ตัวว่าตั้งครรภ์กับฝ่าา พระนางจะว่ายังไง” ชายสวมหน้ากากกังวลแทน
“ท่านคงต้องหาคนช่วยปลอบขวัญพระนางแล้วเ้าค่ะ” เหมยซูปลอบขวัญใครไม่เป็
“พระชายาน่าจะเหมาะ” ชายสวมหน้ากากนึกไปถึงเหรินซวง
“เอ่อ จะดีงั้นหรือเ้าคะ” เหมยซูไม่เห็นด้วย
“พระนางทรงร้ายแต่เพียงภายนอก แต่ความจริงพระนางทรงเป็คนจิตใจดีนะ” ชายสวมหน้ากากมองออก
“แล้วตอนนี้พระนางทรงประทับอยู่ที่ไหนล่ะเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“ห้องบรรทมขององค์รัชทายาท” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“องค์รัชทายาทคงทรงไม่ทำอะไรพระนางหรอกใช่มั้ยเ้าคะ” เหมยซูกังวล
“องค์รัชทายาททรงเป็สุภาพบุรุษ คงไม่ทำอะไรพระนางหรอก” ชายสวมหน้ากากคิดเช่นนั้น
********************************************
ณ ห้องบรรทมขององค์รัชทายาท
แม้เจ็บไหล่มากแค่ไหน แต่พระองค์ก็ทรงยังแกล้งหญิงสาวไม่เลิก โดยพระองค์นั้นทรงอุ้มพระนางให้ไปนอนบนเตียงดีๆ และบรรทมกอดนางไว้แบบนั้นทั้งคืน
เหรินซวงที่กำลังหลับฝันดีนางรู้สึกเหมือนว่าตนได้นอนบนเตียงนุ่ม และรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด นางกอดฝ่ายชายตอบโดยไม่รู้ตัว และแล้วทั้งสองก็นอนกอดกันทั้งคืน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!....