Mom in the 70s ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70

    บทที่44. พี่รองหลินเริ่มขายของ

    บทที่44. พี่รองหลินเริ่มขายของ

     

    เมื่อปล่อยให้พี่รองหลินกินข้าวในครัวโดยมีสามีเธอนั่งคุยเป็นเพื่อนแล้วร่างบางของเธอก็เดินเข้ามาในห้องนอนเห็นเจ้าหัวผักกาดน้อยกำลังนั่งห้อยขาต่องแต่งอยู่บนเตียงเตามือน้อยก็กำลังพยายามหมุนรูบิคเล่นกันอยู่ หัวกลมๆนั้นก้มจนชนกันเลยทีเดียวมือเล็กๆ ของไคไคกำลังบิดรูบิคไปมาโดยมีตูตูคอยจ้องอย่างไม่วางตา


    "ต้องหมุนๆไปทางนี้ยึเปล่า"ตูตูชี้นิ้วมือสั้นๆเป็นทิศทางบอกให้น้องชายลองทำดู


    "อืม ลองดูนะ" ไคไคก็ลองทำตามที่พี่ชายบอกทันที


    “ตูตูไคไค”


    “คับแม่/คับแม่”เมื่อได้ยินเสียงแม่เรียกหัวกลมๆ ทั้งสองหัวก็ผงกขึ้นมาพร้อมๆกันก่อนส่งเสียงขานตอบแม่ทันที


    “ลุงรองที่บ้านหลินมานะจ๊ะออกไปสวัสดีก่อนเร็ว”


    “คับ/คับ”รับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะพากันหันหลังเพื่อหย่อนขาลงพื้นโดยการเอาพุงไถลเตียงลงมากันพอลงมาได้แล้วก็รีบวิ่งออกไปเพื่อสวัสดีลุงรองหลินกันอย่างรวดเร็ว


    “ลุงรองหลินซาหวัดดีคับ”


    “ลุงรองหลินสวัสดีคับ”


    เด็กๆกล่าวคำสวัสดีพร้อมโก้งโค้งกายลงอย่างน่ารัก


    “โอ้วตูตู ไคไค ไม่ได้เจอไม่เท่าไหร่ตัวโตแล้วนะหลานลุง”หลินซีไป๋ที่ตอนนี้กินข้าวอิ่มแล้วกำลังจิบชาล้างปากอยู่ข้างฉิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นหลานชายฝาแฝดเดินเข้ามาหา


    “ฮิฮิ ฮิ / คิ คิ คิ”


    เสียงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจเมื่อถูกบอกว่าตัวโตขึ้นเยอะจากนั้นเด็กๆ ที่ยังเห่อของเล่นใหม่อยู่ก็ก้มหัวชนกันเพื่อแก้รูบิคต่อโดยพากันไปนั่งกันเงียบๆอยู่มุมหนึ่งของห้องไม่ได้สนใจเรื่องที่พ่อกับแม่และลุงคุยกันอีก


    “ตอนนี้แม่กับพ่อสบายรึเปล่าคะฉันคิดว่าจะเข้าไปเยี่ยมอยู่เชียว”ซีอินเอ่ยถามหลังจากนั่งลงแล้ว


    “สบายดีนี่แม่พึ่งได้ข่าวเรื่องที่น้องเล็กซื้อรถมานะ แม่นี่ตกใจแล้วตกใจอีก”


    “เรื่องรถนั้นพอดีฉิงเฟิ่งให้เพื่อนที่เป็นทหารช่วยดูให้น่ะค่ะ”ซีอินบอกไปตามที่เธอกับสามีได้เตรียมคำพูดกันไว้


    สองพี่น้องถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปมาท่ามกลางเสียงงุ้งงิ้ง ๆ แอบคุยกันด้านหลังทำให้พวกผู้ใหญ่ต้องแอบอมยิ้มออกมากับความน่ารักแสนฉลาดของหัวผักกาดน้อย


    “จริงสิคะพี่รองพี่ไม่ลองเอาของที่รับซื้อจากชาวบ้านไปขายในเมืองอำเภอดูละคะ”


    “พี่ก็คิดอยู่แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่พร้อมน่ะ”ตัวเขาก็สนใจแต่เพราะหากต้องแบกของเดินเข้าไปในเมืองอำเภอนั้นไกลมากและรถแทรกเตอร์ของฝ่ายผลิตก็ไม่ใช่จะเข้าเมืองทุกวันด้วยหลินซีไป๋จึงคิดว่าจะขายในตลาดของหมู่บ้านข้างเคียงไปก่อนไว้เก็บเงินซื้อจักรยานแล้วค่อยขยับขยายก็ได้ซึ่งเรื่องนี้ซีอินก็เข้าใจเพราะเธอรู้นิสัยของพี่ชายตัวเองดี


    “เอาอย่างนี้เถอะค่ะพี่รองก็เอาจักรยานของฉันไปใช้ก่อน”


    “อย่าดีกว่ารถจักรยานไม่ใช่ของถูกๆ น้องเล็กเก็บไว้ใช้เถอะนะ”เมื่อเช้าที่เขายอมเอารถจักรยานของน้องสาวไปขายของก่อนเพราะซีอินกำชับว่าให้รีบไปรับกลับเพราะเธอมีเรื่องจะคุยด้วยนั้นเองเขาถึงได้ยอมใช้รถของน้องสาว


    “อย่าปฏิเสธเลยค่ะรถจักรยานฉันมีสองคันเอาไว้ให้ที่บ้านของฉิงเฟิ่งคันหนึ่งอีกคันฉันตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะเอาไว้ที่บ้านแม่ พวกพี่จะได้เอาไว้ใช้งานได้สะดวกพี่ก็เอาไปใช้จะได้หาซื้อของจากชาวบ้านแล้วเอาไปขายที่เมืองอำเภอไงคะ”


    “ที่เมืองอำเภอผู้คนไม่ขาดแคลนเงินนะครับหากเอาไปขายที่นั่นรับรองพี่รองหลินต้องขายดีแน่นอนเลยครับ”ฉิงเฟิ่งก็ช่วยพูดกับพี่ภรรยาอีกทางด้วยเขารู้ดีว่าภรรยาอยากให้ครอบครัวที่บ้านเดิมสบายขึ้นด้วยเหมือนกันซึ่งเรื่องนี้เขาก็เห็นดีด้วย


    ซีอินมีอาคารว่างอีกหลังที่คิดว่าจะให้ทางบ้านเดิมใช้ทำการค้าครั้งนี้เธอคิดว่าจะปล่อยให้เช่าหากว่าพี่ชายเธอสนใจน่ะนะ


    “ได้ๆพี่รองรู้แล้วจะรับรถจักรยานคันนี้ไว้ใช้แล้วกันนะแล้วก็จะเข้าไปดูที่ทางในเมืองอำเภอด้วย”


    “ดีค่ะงั้นเดี๋ยววันนี้ฉันจะขนจักรยานไปให้พี่เอง จะได้ถือโอกาสไปเยี่ยมที่บ้านด้วยเลย”ซีอินรีบพูดขึ้นเพราะกลัวว่าพี่ชายตัวเองจะเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา


    “ได้ๆ”น้องสาวว่าไงเขาก็ว่าตามนั้นเพราะปกติบ้านหลินก็ตามใจหลินซีอินมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว


    ฉิงเฟิ่งพาภรรยาและลูกๆกลับบ้านเดิมเพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่ภรรยาและเอารถจักรยานไปให้ด้วยเมื่อไปถึงไปคุณกับคุณพ่อคุณแม่หลินและบอกเล่าเรื่องที่พี่รองหลินจะไปขายของในเมืองอำเภอคุณพ่อและคุณแม่หลินก็เห็นด้วยทันที


    วันต่อมาฉิงเฟิ่งก็พาภรรยาและลูกๆเดินทางกลับบ้านในเมืองอำเภอโดยมีเซียวฉิงทู่มาพร้อมกันเลยสองวันต่อมาพี่รองหลินก็ปั่นจักรยานมาหาซีอินในเมืองอำเภอแต่เช้า


    “พี่ต้องถามคนแถวนี้เอาว่าร้านที่มีสบู่ขายอยู่ตรงไหนไม่คิดว่าน้องเล็กจะเปิดร้านใหญ่โตขนาดนี้เลยนะ”เพราะซีอินเคยเอาสบู่และของใช้ต่างไปไว้ให้ที่บ้านเดิมใช้พร้อมบอกไว้ว่าถ้าเข้ามาในเมืองอำเภอให้ถามหาร้านที่มีสบู่ขายกับคนแถวนั้นได้เพราะร้านเธอเป็นที่รู้จักทั่วเมืองอำเภอแล้วไม่ว่าใครก็รู้ที่ตั้งร้าน


    “ไม่ใหญ่หรอกค่ะแต่ต่อไปพี่รองก็จะมีแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ เริ่มค้าขายเร็วย่อมได้เปรียบค่ะ”


    “ได้พี่เชื่อน้องเล็ก”


    หลินซีไป๋ยิ้มรับใครๆก็ชอบฟังคำพูดที่เป็นเรื่องดีๆ กันทั้งนั้นจากนั้นซีอินก็พาพี่ชายไปดูที่ทางขายของ โดยเธอทำเหมือนคราวพี่ใหญ่เซียวคือให้ดูบริเวณโดยรอบที่มีคนมาตั้งแผงลอยก่อนและลองเสนอเรื่องการเช่าตึกดูหากพี่ชายเธอสนใจ เธอก็จะปล่อยให้เช่าแต่ถ้ายังไม่พร้อมแล้วขายจะตั้งเป็นแผงลอยก่อนเธอก็ไม่ขัด


    “นี่คือตึกของน้องเล็กจริงๆหรือ” ใบหน้าคมเข้มของหลินซีไป๋เงยขึ้นมองตึกสองชั้นสีขาวตรงหน้า ด้านข้างเป็นร้านขายซาลาเปาเมื่อมองดูก็เห็นคุณแม่เซียวที่กำลังส่งซาลาเปาให้ลูกค้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เลย


    “จริงค่ะหากพี่รองสนใจฉันจะให้เช่าราคาเท่ากับที่ให้พี่ใหญ่เซียวเช่าค่ะ”


    “ดีๆงั้นพี่ตกลงเช่าเลย” เขาเข้าใจดีและเต็มใจจ่ายเงินค่าเช่าน้องสาว การค้าขายควรแบ่งแยกให้ชัดเจนแบบนี้แหละ


    “ได้ค่ะ”ซีอินตอบรับด้วยรอยยิ้ม เมื่อพี่ชายตกลง


    จากนั้นซีอินก็เปิดประตูให้พี่รองหลินเข้าไปดูข้างในอาคารก่อนซึ่งอาคารนี้ก็อยู่ติดกับอาคารที่พี่ใหญ่เซียวเช่าเลย เมื่อมีคนรู้จักมาอยู่ใกล้ๆกันแบบนี้ย่อมดี


    หลินซีไป๋ใช้เวลาเตรียมร้านและทำความสะอาดโดยมีภรรยาของเขามาช่วยอยู่2-3วันก็เริ่มวางของขายตอนนี้เน้นไปที่ของสดก่อนพวกผักป่า ผักขมป่า ผักหนามป่า หน่อไม้ เห็ดสดของป่าที่รับซื้อมาจากชาวบ้านต่างๆที่ดูธรรมดาสามัญ แต่เมื่อเอามาวางขายในเมืองกลับขายดีมากจนหามาขายแทบไม่ทันทั้งเขายังรับซื้อไข่ไก่มาขายต่อด้วย


    การค้าของทั้งสามครอบครัวเป็นไปด้วยดีและยิ่งดีมากขึ้นๆจากเวลาผ่านไปได้สามเดือนตอนนี้ร้านซาลาเปาของพี่ใหญ่เซียวก็ได้คุณแม่เซียวมาช่วยทำอยู่ตลอดส่วนพี่สะใภ้ใหญ่ซูหงที่ท้องได้สี่เดือนแล้วยังช่วยงานปกติดีแต่ก็โดนห้ามไม่ให้ทำอะไรมากนักคราแรกที่คุณแม่เซียวมาเห็นร้านค้าในเมืองก็ตกตะลึงไปเหมือนกันไม่คิดว่าจะเป็นอาคารแบบนี้เธอเองก็เป็นหนึ่งในคนจำนวนมากในหมู่บ้านที่คิดว่าลูกชายคนโตกับลูกชายคนที่สามของเธอมาขายของแบบแผงลอยแต่พอมาเห็นจริงๆ ถึงได้ตกใจมากขนาดนี้และการขายของยังได้เงินดีมากอย่างไม่นานเชื่อจริงๆ


    ส่วนทางซีอินเองก็ได้เริ่มเปิดร้านขายของที่เจิ้งโจวแล้วโดยเธอให้ตานผิงมาทำงานเป็นคนดูแลร้านให้ซึ่งตานผิงดีใจมากเลยทีเดียวและยังให้ตานผิงหาจ้างคนมาช่วยที่ร้านอีกไว้อีกสองคน ร้านที่ขายอยู่ที่เจิ้งโจวนั้นซีอินเอาบุหรี่และเหล้าออกมาขายด้วยแต่ต้องเป็นลูกค้าที่ถามหาหรือต้องการของจริงๆหลักๆที่ร้านของเธอทั้งที่เมืองอำเภอและที่เจิ้งโจวจะขายพวกสบู่ แป้งทาหน้าเครื่องสำอาง เครื่องปรุงรส แป้งทำอาหารต่างๆ ข้าวสาร อาหารกระป๋อง ชา กาแฟ และเนื้อแช่แข็งขนมก็มีคุกกี้ ลูกอมรสกาแฟที่ขายดีมาก ทั้งยังมีผ้าพับสำหรับตัด ผมห่มผื่นเล็กๆและไหมพรมที่เธอถักไว้มากมายมาขายด้วย


    ส่วนเรื่องการส่งของนั้นซีอินจะเตรียมของใส่ลังใหญ่ๆไว้หลายๆ ลังแล้วให้สามียกขึ้นรถ จากนั้นตอนไปส่งเธอจะไปด้วยเพื่อเอาของไปส่งให้ร้านที่เจิ้งโจวสองอาทิตย์ไปครั้งหนึ่งแล้วถือโอกาสเอาของในมิติออกมาเพิ่มจำนวนไปด้วยเลย ตอนนี้คงต้องทำแบบนี้ไปก่อนในระหว่างนี้เธอคงต้องหาทำการค้าที่สามารถหาของในพื้นที่หรือที่มีอยู่จริงๆในตอนนี้มาขายแทน


    ส่วนการค้าของสดในเมืองอำเภอนั้นก็ให้ตลาดเป็นของหลินซีไป๋ จะได้ไม่แย่งลูกค้ากันตอนนี้หลินซีไป๋ไม่ได้ลงงานในแปลงนาแล้วเพราะต้องเอาเวลาไปวิ่งหารับซื้อของจากชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆมาขายในเมืองอำเภอแทนทั้งยังขอรับซื้อผักของพี่รองบ้านเซียวไปขายด้วยทำให้เซียวฉิงไห่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำทำให้มีเงินหาซื้อของกินดีๆให้ต้าเป่ากับชิงเหมี่ยวได้ด้วย


    “พี่รองเจอพี่ใหญ่บ้างรึเปล่าคะ”ซีอินเอ่ยถามหลินซีไป๋เมื่อมาหาที่ร้านขายของสด


    “พี่ใหญ่หรือพี่เจอล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อนนะตอนที่เขากลับไปที่บ้านน่ะ”


    “ฉันคิดว่าจะไปเยี่ยมพี่ใหญ่ที่โรงงานค่ะพี่รองไปด้วยกันไหมคะ”


    “ได้สิรอปิดร้านก่อนหรือจะไปวันหยุดดี”


    “รอวันหยุดก็ได้ค่ะจะได้ไปหาแต่เช้า”ซีอินจำได้ว่าโรงงานของพี่ชายคนโตที่ทำอยู่จะเจอวิกฤตอาจจะต้องปิดตัวลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้เธอคิดว่าควรจะต้องแนะนำให้พี่ใหญ่มีอาชีพสำรองไว้บ้าง


    “ได้ๆ”หลินซีไป๋ตอบรับน้องสาวไปยิ้มมีความสุขไป ตอนนี้เขาและภรรยาช่วยกันขายของป่าได้เงินดีมากจริงๆทำให้เริ่มเก็บเงินได้มาแล้วด้วยอีกไม่นานเขาคิดว่าจะหาซื้อมอเตอร์ไซค์สักคันเอาไว้ขับไปหาซื้อของตามหมู่บ้านต่างๆ


     

    ทางด้านบ้านใหญ่เซียวที่ตอนนี้มีเซียวฉิงไห่และคุณพ่อเซียวกำลังทำงานในสวนผักกันอย่างขะมักเขม้นทั้งยังมีต้าเป่าและชิงเหมี่ยวที่ตามมาช่วยกันถอนหญ้าต้นเล็กๆ ออกจากแปลงผักด้วยเพราะตอนนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยพอถึงเวลาอาหารจึงต้องกลับมาเข้าครัวทำอาหารกันเองขณะที่กำลังกินข้าวกลางวันอยู่ก็มีเสียงเรียกที่หน้าบ้าน


    “ใครมาเรียก”คุณพ่อเซียวเอ่ยขึ้น


    “เดี๋ยวผมไปดูเองครับ”เซียวฉิงไห่ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปที่หน้าบ้าน


    “ส่งจดหมายครับสหายเซียว”


    “สหายโอวนั้นเองขอบคุณครับ”


    เซียวฉิงไห่รับจดหมายมาเมื่อเปิดดูจึงพบว่าเป็นหนังสือส่งมาจากสถานกักกันที่ลู่ฉิงถูกส่งไปปรับทัศนคตินั้นเอง


    ‘นี่ครบหกเดือนแล้วสินะ’


    ในระหว่างหกเดือนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าหากลู่ฉิงกลับมายังมีความคิดเห็นแก่ตัวและชั่วร้ายเหมือนเดิมเขาก็จะหย่าทันทีแต่เขาจะรอดูเธอก่อนหากเธอเปลี่ยนไปดีขึ้นได้จริงๆ เขาจะยอมให้โอกาสสักครั้งเมื่อมองดูกำหนดการปล่อยตัวคนกลับมาในจดหมายเป็นอีกเจ็ดวันข้างหน้านี้นั้นเอง...




    คล้ายกับเรื่องMom in the 70s ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 ที่คุณอ่าน