หลี่ มู่ไป๋ และ เสวี่ย ลั่ว กลับสู่สำนักหมอกควันเมฆาโดยไม่มีใครตามรอย วิชาอัสนีพิโรธ ที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วย ปราณอัสนีบริสุทธิ์ ได้มอบพลังที่เหนือกว่าระดับของเขาไปไกลลิบ
ข่าวการพ่ายแพ้ของกลุ่ม จง เหว่ย ผู้ฝึกตนระดับสูง แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว จง เหว่ย ได้หนีรอดมาได้พร้อมาแ แต่ผู้ติดตามของเขาาเ็สาหัส เส้นลมปราณถูกทำลายอย่างถาวร ทำให้ชื่อเสียงของมู่ไป๋กลายเป็ที่กล่าวขวัญถึงในหมู่ศิษย์ว่า เป็ศิษย์หลักชั่วคราวที่มีความสามารถสังหารผู้ฝึกตนที่สูงกว่าได้อย่างเืเย็น
ซุน เฉิง ได้รับข่าวนี้ด้วยความตกตะลึงและความโกรธแค้น เขาไม่คิดว่ามู่ไป๋จะรอดจากกับดักที่เขาวางไว้ได้ และยังทำให้ศัตรูภายนอกต้องอับอาย
มู่ไป๋เดินตรงไปยังสำนักโดยไม่พูดอะไรกับใคร ความเ็าที่ปกคลุมใบหน้าของเขาทำให้ศิษย์ที่เคยเยาะเย้ยเขาต้องหลบสายตา
การเผชิญหน้าอย่างเปิดเผยมู่ไป๋รู้ดีว่า ซุน เฉิง เป็ผู้อยู่เื้ัเหตุการณ์ที่หุบเขาอัสนีบาต เขาเดินตรงไปยังลานฝึกของศิษย์หลัก ที่ซุน เฉิง กำลังรวบรวมกลุ่มศิษย์สนิทเพื่อประชุมอยู่
มู่ไป๋ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าซุน เฉิง โดยไม่มีคำพูดใด ๆ แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย ความรู้แจ้ง และ ความเ็า ที่ทำให้ซุน เฉิง รู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่ง
"ท่านพี่ซุน เฉิง" มู่ไป๋เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ข้าทราบว่าท่านเป็ผู้ส่งข่าวไปยังตระกูลจงให้มาดักโจมตีข้า"
ซุน เฉิง สั่นเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาท่าทีไว้ "เ้าพูดเื่ไร้สาระอะไร! ข้าไม่เคยทำ!"
"ตรรกะระบุว่ามีเพียงไม่กี่คนในสำนักที่ทราบการเดินทางของข้า และมีเพียงท่านเท่านั้นที่้าให้ข้าหายไป" มู่ไป๋กล่าว "ความแค้นของท่านต่อข้าไม่ได้เป็ภัยคุกคาม แต่การกระทำของท่านที่ ดึงศัตรูภายนอกเข้ามาในกิจการภายใน ของสำนัก... คือภัยคุกคามที่ข้าจะไม่อดทนอีกต่อไป"
มู่ไป๋เดินไปใกล้ซุน เฉิง และลดเสียงลงจนมีเพียงพวกเขาสองคนที่ได้ยิน: "หากท่าน้าให้สำนักนี้มี ความสงบ... จงหยุดการกระทำที่ไร้เหตุผลของท่านซะ มิฉะนั้น... ข้าจะใช้ วิชาอัสนีพิโรธ พิสูจน์ว่า ตรรกะ ของข้าถูกต้อง"
ซุน เฉิง มองเห็นประกาย สายฟ้าสีม่วงทอง วาบขึ้นในดวงตาของมู่ไป๋ ความหวาดกลัวเข้าครอบงำเขาอย่างสมบูรณ์ เขาััได้ถึง เจตนาฆ่าที่ไร้ความลังเล ซึ่งแตกต่างจากศิษย์คนอื่น ๆ ที่ยังมีความเมตตา
การประเมินค่าของอาจารย์อาวุโสชิวอาจารย์าุโชิว เรียกมู่ไป๋เข้าพบเป็การส่วนตัวหลังเหตุการณ์การเผชิญหน้ากับซุน เฉิง
"ข้าได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นที่หุบเขาอัสนีบาต และข้าทราบว่าเ้ากลับมาพร้อมพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้น" อาจารย์าุโชิวกล่าวอย่างเคร่งเครียด "และข้าก็ทราบเื่ที่ซุน เฉิง พยายามวางแผนร้ายต่อเ้าด้วย"
"ข้าไม่ได้ทำร้ายเขา" มู่ไป๋ตอบ "แต่ข้าได้แจ้งเตือน อย่างมีประสิทธิภาพ แล้ว"
อาจารย์าุโชิวถอนหายใจ "เ้ากำลังกลายเป็ผู้บ่มเพาะที่ อันตราย เกินกว่าที่ข้าจะควบคุมได้แล้ว แต่ข้าก็รู้ว่าเ้ายังคงมี ความปรารถนา ที่จะตอบแทนบุญคุณสำนักอยู่บ้าง"
"ข้าทำตาม ตรรกะ ของการตอบแทน" มู่ไป๋แก้ไข
อาจารย์าุโชิวไม่ได้โต้แย้ง "ดี... ถ้าอย่างนั้น จงใช้ ความรู้ ของเ้า ช่วยข้าในการ ถอดรหัส วิชามหาเซียนโบราณที่สำนักเราอยู่ มันเป็วิชาที่ไม่สมบูรณ์และเป็ปริศนามานานหลายศตวรรษ"
นี่คือสิ่งที่มู่ไป๋้า! การเข้าถึงวิชาเซียนโบราณของสำนักจะทำให้เขาสามารถพัฒนาวิชาใน สมุดบันทึก ได้อย่างก้าวะโ!
การตัดสินใจที่สำคัญของมู่ไป๋มู่ไป๋พิจารณาข้อเสนออย่างรวดเร็ว: การถอดรหัสวิชาเซียนโบราณของสำนักนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาตนเอง
"ข้าน้อมรับคำสั่ง" มู่ไป๋กล่าว "แต่ข้า้า สมุนไพรบ่มเพาะระดับสูง ทั้งหมดที่สำนักสามารถจัดหาให้ได้ และ ยันต์ป้องกัน อีกจำนวนหนึ่งสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป"
"เ้ากำลังจะไปที่ใดอีก?"
"ข้า้าไปยัง แดนโบราณที่สาบสูญ (Lost Ancient Realm) ซึ่งมีปราณบริสุทธิ์สูงกว่าโลกมนุษย์" มู่ไป๋ตอบ "ข้าต้องเร่งการบ่มเพาะให้เข้าสู่ ก่อรากฐานขั้นสูง เพื่อพร้อมรับมือกับ เย่ อู่ฉาง ที่อาจจะกลับมาเมื่อใดก็ได้"
อาจารย์าุโชิวมองดวงตาที่เ็าของมู่ไป๋ และเห็นความจริงจังในนั้น เขาเข้าใจว่าศิษย์หลักคนนี้ไม่ได้ทำเพื่อสำนักทั้งหมด แต่ทำเพื่อ ความอยู่รอด ของตัวเอง ซึ่งนั่นหมายถึง ความปลอดภัย ของสำนักด้วยเช่นกัน
"ข้าจะจัดหาสิ่งที่เ้า้าให้ทั้งหมด" อาจารย์าุโชิวตัดสินใจ "จงไปเถอะ... และจงกลับมาพร้อมพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิม"
หลี่ มู่ไป๋ ได้กลายเป็ ศิษย์หลักผู้ไร้ใจ ที่ใช้ความรู้และความกลัวของผู้อื่นเป็เครื่องมือในการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด และเขากำลังจะออกเดินทางสู่สถานที่ที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยไปมาเพื่อการบ่มเพาะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต