บทที่ 28 บนแท่นสอนยุทธ์ หนึ่งหมัดะเิพลัง
ด้วยการโจมตีที่ทรงพลังเพียงสองครั้งกลับสามารถทำให้หยางชู่ ผู้ซึ่งอยู่ขั้นสร้างรากฐานระดับห้า คุกเข่าลงกับพื้น สถานการณ์โดยรวมเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
"อึก!" หยางชู่ส่งเสียงครางต่ำ ความเ็ปแผ่ซ่านขึ้นมาจากเข่าทำให้เส้นเืบริเวณหน้าผากปูดนูน
หลี่หลง อยู่ไม่ไกลออกไป เดือดดาลอย่างมากเมื่อเห็นภาพนี้
"เ้ากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายผู้อื่น!"
โดยไม่เอ่ยอะไรอีก หลี่หลงพุ่งเข้าใส่เซียวนั่วราวกับอสูรร้าย
"ฝ่ามือทลายศิลา!"
พลังอันรุนแรงพุ่งไปที่ฝ่ามือของหลี่หลง และแขนทั้งข้างปรากฏกระแสพลังสีทองไหลออกมาโดยรอบ
พลังของฝ่ามือนี้ดุดันจนแม้แต่ก้อนหินก็ยังถูกทำลายได้โดยง่ายดาย
แต่เซียวนั่วกลับไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ร่างผอมเตะหยางชู่ ผู้ซึ่งคุกเข่าอยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงต่อยออกไป
"หมัดพิโรธ!"
กระแสอากาศไหลมารวมกัน และแขนทั้งข้างก็เปลี่ยนเป็สีแดงเข้ม
พริบตานั้น พลังอันดุร้ายทั้งสอง หนึ่งทองและหนึ่งแดงเข้าปะทะกัน!
ตู้ม!
เกิดเสียงดังสนั่น กระแสพลังปั่นป่วนแพร่กระจายไปทั่วบริเวณ
แม้ว่าฝ่ามือของหลี่หลงจะรุนแรง แต่เซียวนั่วก็ไม่ถอยเลยแม้แต่ครึ่งก้าว
ดวงตาของคนทั้งสองเป็ประกายวาบ
"กระบวนท่าที่สอง!"
"กระบวนท่าที่สอง!"
จุดหนึ่งบนร่างของทั้งสองปะทุพลังออกมา
ตู้ม!
หมัดและฝ่ามือปะทะกันอีกครั้ง เกิดการะเิของอากาศอย่างรุนแรง ก่อนที่หลี่หลงจะก้าวถอยหลังไปครึ่งจั้ง!
"เป็ไปได้อย่างไร?" หัวใจของหลี่หลงบีบตัวแน่น
สีหน้าของทุกคนที่อยู่ด้านล่างเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
หลี่หลงไม่สามารถสู้ได้?
เมื่อครู่นี้ เห็นได้ชัดว่าหยางชู่นั้นประมาท แต่หลี่หลงเป็ฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน ทว่าเด็กคนนั้น ในฐานะผู้ถูกโจมตี กลับเป็ฝ่ายเหนือกว่า!
"บัดซบ!" หลี่หลงจะสามารถยอมรับว่าตนพ่ายแพ้ให้กับศิษย์สายนอกได้อย่างไร? ชายหนุ่มจ้องเขม็งไปด้านข้าง และพลังรุนแรงก็ะเิออกมาก่อนจะถูกเคลื่อนไปยังมือขวา
"กระบวนท่าที่สาม!"
"จบกันที!"
ด้วยเสียงะเิที่ดังสนั่น หลี่หลงะเิพลังสามครั้งติดต่อกัน และทุกคนด้านล่างต่างก็รู้สึกถึงแรงกดดันจากศิษย์สายในผู้นี้ได้อย่างชัดเจน
แต่แทบจะในเวลาเดียวกัน ร่างของเซียวนั่วก็ะเิพลังจุดที่สามออกมา!
"กระบวนท่าที่สาม!"
ตู้ม!
พลังดุร้ายก่อให้เกิดผลกระทบน่าสะพรึงกลัวระลอกใหม่ เมื่อหมัดและฝ่ามือของทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง
กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักทำให้หัวใจของคนทั้งหมดตึงเครียด ข้อต่อบริเวณข้อศอกของหลี่หลงยื่นออกมาข้างหน้า กระดูกขาวโพลนหักแทงทะลุเนื้อ ทำให้ผู้คนรู้สึกเ็ปเพียงแค่มองดูมัน
"อ๊ากกก!" ดวงตาของหลี่หลงแดงก่ำ ชายหนุ่มสูญเสียเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ทันที
ร่างสูงก้าวถอยหลัง ใบหน้าบิดเบี้ยว
ทุกคนด้านล่างสูดลมหายใจเข้าลึก
"เป็ไปได้อย่างไร? ด้วยความแข็งแกร่งของหลี่หลงแล้ว แขนของเขาไม่น่าจะหักได้เลย?"
“มันแปลกมาก ทั้งสองต่างะเิพลังจุดที่สามเหมือนกัน แต่กลับมีความแตกต่างอย่างมาก ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าหลี่หลง!"
“เป็ไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็ไปได้ เ้านั่นต้องโกงแน่ ๆ!"
ขณะที่คนทั้งหมดกำลังตกตะลึง หยางชู่ผู้ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งก็ลุกขึ้นจากพื้น
“เ้าสุนัขเหลือขอ ข้าจะเอาชีวิตของเ้า!"
หยางชู่ ผู้เดือดดาล เต็มไปด้วยพลัง ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่เซียวนั่วจากด้านข้างราวกับสิงโตกระหายเื!
"สายลมทะลวงสังหาร!"
นิ้วมือทั้งห้าของหยางชู่พุ่งไปข้างหน้า โจมตีไปที่ศีรษะของอีกฝ่ายราวกับปลายกระบี่ ก่อให้เกิดกระแสลมสีเทาออกจากนิ้วทั้งห้า ฝ่ามือดุจหนามเหล็ก แหลมคมเป็อย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่าหยางชู่มีเจตนาจะฆ่าอย่างชัดเจน ไม่สนใจผลที่จะตามมาจากการฆ่าศิษย์สำนักเดียวกันแม้แต่น้อย
เมื่อปลายนิ้วอยู่ห่างจากศีรษะของเซียวนั่วไปไม่กี่ชุ่น แขนอันทรงพลังก็คว้าข้อมือของหยางชู่เอาไว้อย่างแ่า!
ฟึ่บ!
ภาพบนแท่นสูงดูเหมือนหยุดนิ่งชั่วขณะ การโจมตีของหยางชู่ไม่สามารถพุ่งต่อไปได้
ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้าง "เ้า!?"
นิ้วเรียวของเซียวนั่วจับข้อมือของอีกฝ่ายแน่น แรงที่ส่งมาจากมือแข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก จนไม่อาจขยับได้
“อ่อนแอเช่นนี้… นี่หรือผู้ฝึกฝนกายเนื้อ?"
คำพูดของเซียวนั่วเหยียดหยามอย่างรุนแรง ร่างผอมสูงออกแรงและดึงหยางชู่ไปข้างหน้า
ร่างกำยำเสียการทรงตัว ท่อนบนเอนไปข้างหน้า เป็จังหวะเดียวกันกับเข่าของฝ่ายตรงข้ามกระแทกสวนเข้ากลางอก!
ตู้ม!
ด้วยแรงกระแทกอันรุนแรง กระดูกหน้าอกของหยางชู่แตกละเอียด ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้างและแดงก่ำ
ความเ็ปแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายในจนไม่อาจส่งเสียงร้องออกมาได้
แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเซียวนั่วะเิพลังของตน และเตะปลายคางของหยางชู่ต่อทันที!
ตู้ม!
ภายใต้การโจมตีที่สอง ร่างของหยางชู่ลอยสูง ฟันบางส่วนและเืกระเด็นตกอยู่บนพื้น
และขณะที่ทุกคนคิดว่ามันกำลังจะจบลง เซียวนั่วก็ะเิจุดพลังที่สาม แล้วเตะซ้ำอย่างแรง!
การโจมตีที่สามส่งผลกระทบอย่างมาก หยางชู่ที่เหมือนอสูรคลั่งในตอนแรก กลายเป็สุนัขใกล้ตายทันที ชายหนุ่มกระอักเืคำโตและกระเด็นออกไป
ตู้ม!
ร่างกำยำกระแทกเข้ากับเสาหินที่อยู่ด้านข้างแท่นสอนยุทธ์ ร่างกายอาบไปด้วยเื ไม่สามารถบอกได้ว่ากระดูกหักไปกี่ท่อน
เมื่อมองไปยังเสาหินที่มีรอยแตกจำนวนมากด้านหลัง เหล่าศิษย์ของสำนักพยับเร้นลับที่อยู่ในพื้นที่ก็ตกตะลึงจนหนังศีรษะตื้อชา
นี่มันโเี้เกินไปแล้ว!
การโจมตีหลายครั้งของเซียวนั่วทำให้หยางชู่เกือบเสียชีวิต หากไม่ใช่เพราะเสาหิน ชายหนุ่มคงเตะอีกฝ่ายกระเด็นออกจากแท่นสอนยุทธ์ไปแล้ว!
มองไปยังสภาพน่าสังเวชของหยางชู่ ใบหน้าของหลี่หลงก็ซีดเผือดด้วยความกลัว
ชายหนุ่มกุมแขนที่หักของตนและหันไปมองผู้าุโซิว
“ทะ ท่านผู้าุโซิว คนผู้นี้จงใจทำร้ายผู้อื่น เขาละเมิดกฎของสำนัก... ลงโทษเขา ท่านจะต้องลงโทษเขาเดี๋ยวนี้..."
ด้วยความประหลาดใจ คนทั้งหมดมองไปที่ผู้าุโซิวเช่นกัน
“เ้านั่นจบสิ้นแล้ว เขากล้าทำร้ายคนบนแท่นสอนยุทธ์เช่นนี้ จะต้องถูกลงโทษแน่"
“น่าเสียดายนัก ยังอายุน้อยแท้ ๆ แต่กลับโเี้ยิ่ง"
ขณะที่ทุกคนคิดว่าหายนะของศิษย์สายนอกผู้นี้กำลังจะมาถึง ผู้าุโซิวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ยกแขนขึ้น บิดคอ และยืดเส้นยืดสาย
“หมดเวลาแล้ว ข้าไปนอนละ"
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น ชายชราก็หันหลังเตรียมจากไป
หลี่หลงเป็กังวล รีบะโรั้ง "ผู้าุโ!"
"เ้าเรียกข้าทำไม?" ผู้าุโซิวหมดความอดทนเล็กน้อย ชายชราเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เ้าคิดว่าข้าตาบอดหรือ เ้าคิดว่าข้าไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น? เห็นอยู่ตำตาว่าเ้าเป็คนลงมือก่อน เ้ากล้าดีอย่างไรมาฟ้องต่อข้า?"
เมื่อถูกต่อว่าเช่นนี้ หลี่หลงก็รู้สึกอับอายยิ่งกว่าเดิม
“แยกย้าย แยกย้าย กลับมาเจอกันเดือนหน้า!" ผู้าุโซิวโบกมือ และเปลี่ยนร่างเป็ลำแสงสีขาวหายตัวไปจากแท่นสอนยุทธ์
ในชั่วพริบตา ผู้คนทั้งหมดก็เริ่มส่งเสียงดังระงม
หลี่หลงรู้ว่าตนเป็ฝ่ายผิดและไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้อีก
เพราะหากพูดอะไรมากกว่านี้ อาจถูกทุบตีได้
จึงหอบร่างสะบักสะบอมออกจากแท่นสอนยุทธ์ไปพร้อมกับหยางชู่ที่เกือบสิ้นชีพ
ร่างผอมมองไปยังทิศทางที่ผู้าุโซิวจากไป โชคดีผู้าุโซิวนั้นยังมีเหตุผลอยู่บ้าง แน่นอน อีกฝ่ายคงจะรีบกลับไปพักและเกียจคร้านเกินกว่าจะสนใจเื่พวกนี้
เซียวนั่วเองก็ไม่เสียเวลาอยู่ต่อ เขาหันหลังจากไปท่ามกลางเสียงพูดคุยของคนทั้งหมด
……
ไม่นานหลังจากนั้น ชายหนุ่มกลับไปยังจัตุรัสที่ตนมาถึงเป็ที่แรกก่อนหน้านี้
กวนเซี่ยงกำลังรออยู่ที่นั่นแล้ว
เมื่อเห็นศิษย์น้องกลับมา ดวงตาของกวนเซี่ยงก็เป็ประกาย
"มาแล้วหรือ? เป็อย่างไรบ้าง? เ้าเจอเคล็ดวิชาที่เหมาะกับตัวเองหรือไม่? หากไม่เจอก็ไม่เป็ไรนะ เราสามารถมาใหม่ได้ ที่นี่มักมีผู้าุโมาเยือนทุก ๆ สองหรือสามวัน หากเ้ามาบ่อย ๆ เ้าก็จะพบสิ่งที่เ้า้า”
“ตกลง” เซียวนั่วยิ้มและไม่เอ่ยอะไรอีก
"ไปที่ 'ศาลาโอสถ' เพื่อรับทรัพยากรสำหรับบ่มเพาะของเดือนนี้กันเถอะ" กวนเซี่ยงเอ่ย
ร่างผอมพยักหน้า
กวนเซี่ยงคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ ภายใต้การนำของเขา เซียวนั่วไม่จำเป็ต้องสำรวจเส้นทางด้วยตัวเอง
ศาลาโอสถตั้งอยู่ทางตอนตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสหลิงเซียว
เมื่อเดินพ้นสะพานยาว อาคารแปลกตาท่ามกลางูเาก็ปรากฏสู่สายตาของคนทั้งสอง
อาคารดังกล่าวดูราวกับคงอยู่มาเป็เวลาหลายร้อยปี ให้ความรู้สึกเก่าแก่กับผู้พบเห็น
มีตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนว่า ‘ศาลาโอสถ’ อยู่บนป้ายหน้าประตู
ด้านหน้าของอาคารคือจัตุรัสขนาดใหญ่ ต้นสนพันปีขนาดมหึมาตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งทาง ช่วยส่งเสริมความขลังของบรรยากาศโบราณ
“ศาลาโอสถที่นี่แจกจ่ายทรัพยากรบ่มเพาะให้กับศิษย์สายนอกและศิษย์สายในระดับสาม ส่วนของศิษย์สายในระดับสองและระดับหนึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่..."
กวนเซี่ยงอธิบาย
เซียวนั่วพยักหน้า จากนั้นทั้งสองก็เดินตามฝูงชนเข้าไปในศาลาโอสถ
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งสองก็เดินออกมา
“ไม่เลว มียาปรับรากฐานสองเม็ดและหินพลังปราณสิบก้อนสำหรับเดือนนี้..." กวนเซี่ยงมองทรัพยากรที่ตนได้รับมาอย่างดีใจ
ขณะที่เซียวนั่วที่อยู่ด้านข้างได้รับเม็ดยาพลังปราณแค่สามเม็ดและหินพลังปราณห้าก้อนเท่านั้น
“เ้าเป็ศิษย์สายนอก จึงได้รับทรัพยากรค่อนข้างน้อย เมื่อเ้าได้รับเลื่อนให้เป็ศิษย์สายใน ทรัพยากรที่ได้รับจะเพิ่มขึ้นเอง"
กวนเซี่ยงเป็ศิษย์สายในระดับสาม การปฏิบัติที่ได้รับจึงค่อนข้างแตกต่างจากศิษย์น้องเล็กน้อย
ไม่ว่าจะเป็สำนักใด ศิษย์สายนอกก็ถือได้ว่าอยู่จุดต่ำสุด หากอยากมีคุณค่า มีแต่ต้องก้าวขึ้นไปให้สูงกว่านี้เท่านั้น!
มันเป็ความจริง สำนักพยับเร้นลับเป็หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนรกร้างตะวันออก แต่ยิ่งมีสถานที่เช่นนี้มากเท่าใด ก็ยิ่งมีการแข่งขันมากขึ้นเท่านั้น
ชายหนุ่มเอ่ยเช่นนั้น แล้วก็ยัดหินพลังปราณสามก้อนใส่มือศิษย์น้องของตน
"นี่สำหรับเ้า"
"หืม?" ร่างผอมสูงตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นจึงเอ่ยอย่างงุนงง "แล้วท่านล่ะ?"
"ข้ายังมีอีกไม่ใช่หรือ?"
กวนเซี่ยงชูของในมือขึ้น
หินพลังปราณเป็หนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญในการบ่มเพาะ หินพลังปราณเหล่านี้ถูกขุดขึ้นมาจากสายแร่บางส่วนของสำนัก
แม้พลังปราณที่บรรจุอยู่ภายในหินเหล่านี้จะสามารถดูดซับได้ แต่กลับขัดเกลาได้ยากกว่าเม็ดยา และต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน
ดังนั้น ราคาของหินพลังปราณจึงสูงยิ่ง
การมอบหินพลังปราณสามก้อนให้กับเซียวนั่ว จึงถือว่าเป็การเสียสละอย่างใหญ่หลวง