เหวินเฟิงเหอแสยะยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะคีบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
เช้าวันต่อมา.............................................
เหล่าคนงานในร้านต่างพากันนำผ้าไหมที่เหวินเฟิงเหอไปก้วนซื้อมาจากเมืองไฉ๋ตงมาวางโชว์ไว้ที่หน้าร้านอีกทั้งยังติดราคาไว้ให้เหล่าลูกค้าได้เห็นเด่นชัดตามที่เหวินเฟิงเหอแนะนำ
ลูกค้าชายหญิงที่เดินผ่านไปผ่านมาซึ่งมีทั้งคุณหนู คุณชาย พ่อค้า แม่ค้า รวมทั้งเหล่าขุนนางและฮูหยินของเหล่าขุนนาง ต่างก็สะดุดตาเมื่อได้เห็นผ้าไหมที่นำมาโชว์ไว้หน้าร้านของตระกูลเหวินอีกทั้งยังมีป้ายราคาที่ระบุราคาขายไว้เด่นชัดซึ่งไม่เหมือนกับร้านอื่นๆและที่ถูกอกถูกใจเหล่าลูกค้าเป็อย่างมากก็เห็นจะเป็ราคาผ้าไหมที่ถูกกว่าร้านอื่นๆเป็ครึ่งเท่าตัว
“ผ้าไหมร้านตระกูลเหวินงดงามยิ่งนักข้าว่าเราเข้าไปดูกันเถอะ”
“ใช่ๆไม่เพียงงดงามแต่ยังราคาถูกอีกด้วย”
ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านหน้าร้านต่างพูดคุยกันเสียงดังก่อนจะชักชวนกันเข้ามาดูผ้าไหม
เหวินเฟิงเหอที่ออกมาดูความเรียบร้อยภายในร้านั้แ่เช้าตรู่เมื่อนางเห็นว่ามีลูกค้าต่างทยอยกันเข้ามาภายในร้านด้วยความเป็แม่ค้านางก็ไม่รีรอที่จะรีบเชื้อเชิญเหล่าลูกค้าให้มาเลือกชมสินค้าของนาง
“เชิญเลือกดูได้ตามสบายเ้าค่ะผ้าไหมเหล่านี้ข้าเป็ผู้คัดเลือกเองกับมือ เป็ไหมที่เลี้ยงที่เมืองไฉ๋ตงเมืองที่ขึ้นชื่อเื่ไหมที่ดีที่สุดอีกทั้งผ้าทุกผืนถักทอด้วยมือจึงมีความละเอียดและปราณีตเป็อย่างมาก”นางรีบพูดเชียร์ลูกค้า
“แล้วผ้าไหมเหล่านี้ราคาเพียง 6 ชั่ง(480บาท) เองงั้นหรือ”ลูกค้าผู้หนึ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่มั่นใจ
นางยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับพวกนาง
“เ้าค่ะ ผ้าไหมที่นำมาวางให้เลือกทั้งหมดนี้ ข้าขายเพียงผืนละ 6 ชั่ง”
“เหตุใดจึงได้ขายถูกนักเล่าข้ามองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าผ้าเหล่านี้เป็ไหมแท้ที่ถักทอด้วยมืออย่างละเอียดอีกทั้งการย้อมสีก็ทำได้ดีไม่มีที่ติหากเป็ร้านอื่นคงขายซักผืนละ8-10ชั่งเป็แน่”
เหวินเฟิงเหอหยิบผ้าไหมขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้กับเหล่าลูกค้าที่มาเลือกซื้อผ้าไหมของนาง
“จริงอย่างที่ท่านว่า ผ้าไหมเหล่านี้หากวางขายที่ร้านอื่นๆก็คงจะมีราคา8-10ชั่ง แต่เพราะข้าคิดว่าหากข้าขายในราคา 6 ชั่งพวกท่านก็จะสามารถเลือกซื้อผ้าไหมในร้านข้าได้หลากหลายชิ้นขึ้น และแม้จะขายในราคาที่ถูกกว่าทั่วๆไป แต่พวกท่านมั่นใจได้เลยว่าผ้าไหมในร้านของข้าดีและปราณีตทุกชิ้น”
เมื่อเหล่าลูกค้าได้ฟังที่นางพูดต่างก็พอใจเป็อย่างมาก ไม่นานนักเหล่าลูกค้าก็ต่างทยอยกันเข้ามาเลือกผ้าไหมภายในร้านของตระกูลเหวินจนแน่นถนัดราวกับมีการแจกฟรี
คหบดีเหวินที่เข้ามาในร้านพร้อมกับเล่าฮูหยินและหลี่หยางเหมยเมื่อพวกเขาเห็นลูกค้าที่เข้ามาเลือกผ้าไหมภายในร้านจนแน่นถนัดก็รู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันละเนี๊ยะ”เล่าฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยความใเพราะนางไม่เคยเห็นเช่นนี้มาก่อน ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านโดยมีคหบดีเหวินและหลี่หยางเหมยคอยประคองอยู่ทั้งสองฝั่ง เมื่อพวกเขาเข้ามาในร้านต่างก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นเหวินเฟิงเหอนั่งอยู่ที่โต๊ะคิดเงินพร้อมกับดูแลเื่เงินที่ลูกค้านำมาจ่ายได้อย่างคล่องแคล่ว เล่าฮูหยินเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายด้วยความแปลกใจ
“นี่แม่ตาฝาดไปงั้นหรือจ้วนสือ”
คหบดีเหวินมองดูเหวินเฟิงเหอที่วุ่นอยู่กับการคิดเงินลูกค้าเขายิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ข้าก็นึกแปลกใจไม่ต่างจากท่านแม่ หลังจากนางฟื้นจากการจมน้ำครานั้นนางก็ดูเปลี่ยนไปเป็คนละคน จากหญิงสาวที่ดูสุขุม นิ่งเงียบไม่ชอบพูดคุยกับใครและไม่สนใจเื่การค้าการขาย แต่ตอนนี้กลับช่ำชองทั้งการเจรจาต่อรองอีกทั้งยังมีหัวคิดเื่การค้าการขายจนข้าแปลกใจ”เขาพูดขึ้นด้วยความแปลกใจอีกทั้งยังภูมิใจในตัวฮูหยินเป็อย่างมาก
“ไปสิพาข้าไปดู ข้าอยากรู้เช่นกันว่าผ้าไหมที่นางเลือกมาจะงดงามเพียงใดเชียว”
คหบดีเหวินและหลี่หยางเหมยต่างพากันพยุงเล่าฮูหยินไปดูผ้าไหมที่เหวินเฟิงเหอนำมาวางขาย เมื่อเล่าฮูหยินได้เห็นผ้าไหมเ่าั้ก็ต้องยิ้มออกมาอย่างพอใจเพราะผ้าไหมเ่าั้ไม่เพียงแต่มีสีสันที่สวยสดงดงามแต่ยังถักทออย่างปราณีตหากคนตาไม่ถึงคงจะไม่สามารถเลือกผ้าได้ดีเช่นนี้ นางหันไปยิ้มให้กับบุตรชายราวกับจะสื่อว่านางถูกใจและภูมิใจในการคัดเลือกผ้าไหมของเหวินเฟิงเหอในครั้งนี้เป็อย่างมาก
เมื่อลูกค้าเริ่มบางตาลงเหวินเฟิงเหอก็ละสายตาออกจากเครื่องคิดเงิน(ลูกคิด)ก่อนจะเหลือบมาเห็นคหบดีเหวินพร้อมกับเล่าฮูหยิน
“ท่านแม่ ท่านพี่พวกท่านมากันั้แ่เมื่อไหร่ ข้าต้องขออภัยที่ไม่ทันได้มอง”นางพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะรีบเดินไปพยุงเล่าฮูหยิน
“เ้าคงจะยุ่งมากสินะ ข้าเข้ามาในร้านก็เห็นลูกค้าแน่นร้านไปเสียหมด”เล่าฮูหยินพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ใกล้ๆ