อุ่นเพิ่งเข้าใจ รู้ซึ่งถึงรสจูบก็เมื่อสองวันก่อน ที่ไม่รู้อะไรดลใจคนเ้าเล่ห์ นึกครึ้มฟ้าครึ้มฝนอยู่ดีๆ มาปล้นจูบเขาไปเสียดื้อๆ ความรู้สึกตอนนั้นมันใ มันสบสนมึนงง ทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกััร้อนจู่โจมที่ริมฝีปากอย่างไม่ทันตั้งตัว
ไม่ใช่รสจูบที่อ่อนโยน แต่เป็รสจูบที่เอาแต่ใจ ยัดเหยียดความอุ่นร้อนให้กับอุ่น คราแรกอุ่นปฎิเสธััร้อน ไม่เคยถูกััแบบนี้มาก่อน เรียกได้ว่า เป็การจูบครั้งแรกของโอบอุ่นคนนี้
เป็จูบแรกที่ไม่น่าประจับใจ เหมือนเป็การขโมยจูบ โดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าพอถูกความร้อนจากปลายลิ้นหนามากเท่าไหร่ เรี่ยวแรงขัดขืนกลับไม่หลงเหลือ จนต้องยอมปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจตนจนพอใจ แต่อุ่นยอมรับว่าตนตื่นเต้นกับััแปลกใหม่ครั้งนี้ ทว่าอุ่นกลับเผลอแอบมองริมฝีปากหนาอยู่บ่อยครั้งหลังจากนั้นมา
“มึงแน่ใจนะอุ่น ว่าจะไปค่ายอาสาจริงๆ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน”
“เรามั่นใจ แล้วเราก็อยากไปค่ายนี้มากด้วย อีกอย่างเราอยากไปช่วยเหลือน้องๆ บนดอยด้วย”
“ไม่มีมึง คนอื่นๆ ก็พร้อมที่จะลงมือลงแรงช่วยเหลือน้องๆ มึงอยู่ซับพอร์ตอยู่ที่มอฯ ไม่ได้เหรอว่ะ”
“ไม่ต้องเป็ห่วงเรานะปีย์ เราไม่ได้ไปคนเดียว โอเพื่อนเราก็ไป คนไปกันตั้งเยอะแยะ แค่นี้สบายมาก”
“แต่มึงไม่เคยไปแบบนี้”
“คนอื่นก็ไม่เคยไป ปีย์อย่าห่วงนักเลย เราไปแค่อาทิตย์เดียวเอง ไม่ได้ไปเป็เดือน เป็ปีสักหน่อย”
“เฮ้อออออออ มึงก็ดื้ออย่างนี้ตลอด กูห้ามอะไรไม่เคยได้เลย”
“เราสัญญากับปีย์แล้วไง ว่าหลังจบรับน้องจะไปนอนด้วย ่ที่ว่างก่อนเปิดเรียนเราไปเที่ยวกันด้วยดีไหม”
“มึงก็เป็เสียอย่างนี้ แล้วนี่ได้บอกที่บ้านรึยัง”
โอบอุ่นส่ายหัวปฏิเสธทันควัน เขาไม่กล้าบอกที่บ้านเื่ไปค่ายอาสาบนดอย ขืนบอกที่บ้านเขาไม่มีทางได้ไปค่ายครั้งนี้แน่ ไม่รู้จะห่วงอะไรกันนักกันหนา เขาโตเป็หนุ่มดูแลตัวเองได้แล้ว
“ไอ้อุ่นเอ้ยยยยยย กูปวดหัว เอาไงล่ะทีนี้ มึงคิดว่าจะปิดที่ได้เหรอว่ะ ถามจริง คุณปู่มึงยิ่งหูตาไวอยู่ด้วย”
“ปีย์อย่าพูดดังไปสิ เราถึงนัดออกมาคุยข้างนอกไง พี่ๆที่ดูแลหอพักกลายเป็คนของคุณปู่ไปแล้ว”
“ห๊ะ?”
“คุณปู่เอาอาหาร เอาน้ำใจเล็กๆน้อยๆ มาซื้อใจพวกพี่ดูแลหอ อย่าคิดว่าเราไม่รู้น่ะ ข่าวเราถึงหูคุณปู่เร็วจะตาย”
อุ่นคิดอยู่แล้วว่ายังไงคุณปู่ก็ไม่ยอมปล่อยเขาออกนอกสายตาหรอก คุณปู่พรรคพวกเยอะจะตาย ไม่มีทางที่จะปล่อยให้เขาคลาดสายตาไปได้ คิดแล้วก็หงุดหงิด
“คุณปู่เขาเป็ห่วงมึง”
“เรารู้ แต่บางทีเราก็อึดอัด เหมือนมีคนมองตลอดเวลา เราถึงไม่ค่อยอยากออกจากห้องไปไหน ต้องคุยเื่นี้กับที่บ้านอย่าจริงจังแล้ว”
“วันนี้สั่งอะไรกลับไปกินที่ห้องอีกไหม”
“ไม่เอาอ่ะ ไม่หิวแล้ว ถึงหิวก็ไม่ต้องกิน!”
“มึงจะใส่อารมณ์ทำไมเนี่ย ไม่สั่งก็ไม่สั่งสิ”
“จิ เปลี่ยนใจแล้ว พี่ครับ…สั่งอาหารกลับบ้านครับ”
“ค่ะ คุณผู้ชาย นี่เมนูค่ะ”
“บะหมี่เป็ดชุดใหญ่กลับบ้านหนึ่งที่ครับ มะยงชิดปั่นใส่แก้วแบบเทคอะเวย์ ทับทิมกรอบ เต้าทึง แล้วก็บัวลอยจิ สังขยา สั่งกลับบ้านทั้งหมดครับ เช็คบิลมาเลยนะครับ”
ตอนแรกว่าจะไม่สั่งกลับไปหรอก แต่ด้วยความเคยชินเป็ต้องสั่งกลับไปติดห้องไว้ตลอด ถือว่าเป็การแลกเปลี่ยนกับปลาท่องโก๋ทุกเช้าก็แล้วกัน
“มึงรับหิ้วให้ใครรึเปล่า สั่งเยอะขนาดนี้”
“สั่งกินเอง มันฟรีซได้ แล้วก็มื้อนี้เราจ่ายเอง”
“โอเอ็มจี กูหูฟาดรึเปล่าครับเนี่ย มึงถูกหวย หรือรวยหุ้นที่ไหนมา”
“เราขายภาพประมูล NFT ได้เมื่อวาน”
“อ๋ออออออออ”
.
.
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะโอบอุ่น”
เสียงทุ้มลึกเอ่ยทักโอบอุ่น ขณะนั่งพักกินน้ำประยงชิด ดูข่าวในทีวีอยู่โถ่งกลางหอพักนักศึกษาอย่างสบายใจ มาพร้อมกับแรงยวบบนโซฟาข้างกัน
“บะหมี่เป็ด กับของหวาน”
อุ่นตอบในขณะที่ปากยังคาบหลอดคาอยู่ โดยไม่หันมองชายหนุ่มข้างกัน เพราะมัวแต่สนใจโฆษณาเชิญชวน เข้าชมทิทรรศการศิลปะ ที่ชวนทุกคนมาหลุดเข้าไปในโลกแห่งศิลปะที่เต็มไปด้วยชีวิต และชิ้นงานกว่า 3,000 ชิ้นของ วินเซนต์ แวน โก๊ะ ใน่ ค.ศ. 1880-1890 ซึ่งเป็ปีที่แวน โก๊ะ สร้างสรรค์ผลงานชื่อดังตลอดกาลออกมาหลายชิ้น ที่จะจัดขึ้นใน ICONSIAM
ท่าทางตื่นเต้นสนอก สนใจของโอบอุ่น เรียกสายตาเปรมให้หันไปมองตามหน้าจอทีวีในขณะนี้ นั่งอมหลอดตั้งใจฟัง จนตาไม่กระพริบเชียว
“อยากไปเหรอ”
“อื้อ งานระดับโลกแบบนี้ไม่ได้มีมาจัดทุกปี”
“ไปไหมล่ะ กูไปเป็เพื่อน”
“จริงเหรอ!”
อุ่นหันกลับมามองเป็แทบจะทันที จนคอขึ้นเอ็น แววตาฉายแววตื่นเต้น มีความหวัง
มันจะอะไรขนาดนั้น ก้แค่ภาพขีดๆ เขียนๆ จะดูไปทำไม ค่าบัตรก็โคตรแพง เงินแบงค์เทาก็เอาไม่อยู่
“มันจัดเป็เดือนเลยนิ หลังออกค่ายค่อยไป”
“ห้ามผิดคำพูด เราจำทุกคำไว้หมดแล้ว ผิดคำพูดเป็หมา”
“กูไม่เป็หรอกหมา กูจะเป็เสือ”
“ไม่ใช่ เปรมเป็จิ้งจอกเ้าเล่ห์”
“เป็จิ้งจอกเก้าหางไม่ได้เหรอ ไม่อยากมีชีวิตเดียว”
“ไม่ได้ ห้ามเลือก”
“ฤทธิ์รอนสิทธิกูสุดๆ อ่ะ แล้วนี่ซื้อมาฝากกูเหรอ”
“เปล่า เรากินเหลือ”
“ไม่เนียน ซื้อมาฝากก็บอก ไม่ต้องอาย คนเคยๆ”
“ไม่อยากคุยด้วย”
“มึงช่วยตอบให้เป็ประโยค เป็ผู้เป็คนหน่อยได้ไหมอุ่น โกรธอะไรกูนักหนา จูบแค่ครั้งเดียวทำเป็สะดีดสะดิ้ง สงสัยกูต้องจูบมึงบ่อยๆ แล้วมั้งจะได้ชิน”
“เปรม! ปากปีจอ ใครอยากจูบกับนายไม่ทราบ”
“มึงเลิกเรียกกูแบบนี้ดิ ฟังแล้วระคายหู ถ้าไม่เรียกกูพี่ก็เรียกชื่อธรรมดา อย่าสรรหาสรรพนามอื่นมาเรียกแทนตัวกู”
“ไม่ทำ ฟังไม่ได้ก็อุดหูไปสิ”
“มึงกลายเป็เด็กก้าวร้าวั้แ่เมื่อไหร่ หื้ม?”
“เราไม่ใช่เด็ก คนที่หยาบคายก้าวร้าวคือเปรมต่างหาก อย่ามาใส่ร้ายคนอื่น”
“เถียงคำไม่ตกฟาก”
“ไม่ต้องกินแล้ว เราจะเอาไปทิ้ง”
“ได้ไง ของยังดีๆ มึงจะเอาไปทิ้ง อย่าเอานิสัยคนรวยมาใช้ที่นี่ มีอีกหลายคนที่เขาไม่มีข้าวกิน อยู่สุขสบาย เป็คนไร้บ้านนอนกลางดิน กินกลางทรายถมไป หัดรู้จักคุณค่าของเงินบ้าง อย่าฟุ่มเฟือย”
อุ่นหน้าสลดหดลงหลายนิ้ว กับคำเทศนาของหนุ่มตรงหน้า เขาไม่ได้ตั้งใจจะเอาไปทิ้งจริงๆ เสียหน่อย แค่แกล้งพูดออกไปเท่านั้น ไม่เห็นต้องบ่นต่อความยาวสาวความยืดเสียยกใหญ่เลย
“ถูกของเอ็งนะไอ้หนุ่ม”
เสียงแหบนุ่มลึกคุ้นหูแทรกกลางบทสนทนา เรียกความสนใจให้อุ่นหันกลับไปมองตามเสียงด้านหลัง
“คุณปู่!”
“ไงตัวแสบ คิดถึงปู่รึเปล่าหื้ม ”
“คุณปู่มาได้ยังไงครับ ทำไมไม่โทรมาบอกอุ่นก่อน”
“ถ้าโทรมาบอกก่อน เด็กแถวนี้คงไม่ยอม ได้หาเื่อ้างนู้นอ้างนี้ ไม่ให้ปู่มาเหมือนเคย”
“ไม่ใช่นะครับ อุ่นติดงานจริงๆ คุณปู่นั่งก่อนครับ อุ่นประครอง”
โออบอุ่นรุดตัวประคองเเขนชายผู้เป็ที่รักนั่งโซฟาตัวเดิมทันที ส่วนเปรมเองก็รู้งาน รีบก้มหัวยกมือไหว้ชายแก่ที่โอบอุ่นเรียกว่าคุณปู่ ก่อนจะลุกยืนให้ผู้ใหญ่ได้นั่ง พร้อมยืนกุมมือสงบเสงี่ยมเรียบร้อยไม่พูดไม่จา ทว่าท่าทางถ่อมตน มีมารยาท รู้จักกาลเทศะของเปรมตกอยู่ในสายตาของชายแก่ทั้งหมด
“เอาล่ะ ลงมานั่งกับปู่ดีๆ อย่ายืนค้ำหัว เอ็งด้วยพ่อหนุ่ม”
“ครับ”
นั่งสองนั่งทิ้งระยะห่างจากคุณปู่บนโซฟาตัวยาว ด้วยท่าทีนอบน้อม
“มีเื่อะไรจะบอกปู่ไหม”
โอบอุ่นอึกอักเหงื่อเริ่มผุดตามไรผม กังวลกลัวกับประโยคคำถามของผู้าุโตรงหน้า
อุ่นไม่รู้ว่าที่คุณปู่ออกปากถามนั่นหมายถึงเื่ไหนกันแน่ เพราะตนเองก็มีเื่ปิดบังที่บ้าน อยู่หลายเื่เช่นเดียวกัน หรือว่าคุณปู่รู้แล้วว่าเขาเป็เกย์! บ้าน่าาาา รู้ได้ยังไง หรือมีใครไปบอก
อุ่นเริ่มแสดงท่าทีมีกังวล กัดปากล่างด้วยความประหม่า คิดไม่ตกเป็วัวสันหลังหวะ กลัวคนอื่นล่วงรู้ความลับของตน เปรมเองก็สังเกตท่าทีผิดปกติของโอบอุ่นได้เช่นกัน
“ว่ายังไง หรือต้องให้ปู่หาคำตอบเอง”
“คืออุ่น… อุ่น”
“ทำไมจะไปออกค่ายบนดอยแล้วไม่บอกปู่”
“คะ..ครับ?”
เฮ้ออออ โล่งอก นึกว่าคุณปู่ไปรู้เื่อื่นมา เมื่อกลัวกี้เกือบแย่
“ไม่สนใจหัวอกปู่แล้วกระมัง ถึงได้วางตัวทำตามใจตนอยู่อย่างนี้”
“โถ่ววว คุณปู่ครับ อุ่นกำลังจะโทรไปบอกอยู่พอดี อุ่นไม่มีทางลืมรายงานคุณปู่หรอกครับ อุ่นรู้ว่าคุณปู่เป็ห่วง แต่อุ่นไม่ได้ไปคนเดียวนะครับ มีรุ่นพี่แล้วก็เพื่อนไปกันตั้งหลายคน ใช่ไหมเปรม”
อุ่นส่งยิ้มมาทางเปรมที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน แต่ั์ตาฉายแววเชิงบังคับ ให้อีกคนเออออตามน้ำไปกับตนเพื่อหาแนวร่วม
เปรมที่มองสังเกตชายแก่ตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ เป็ผู้ชายวัยเกษียรติที่ยังดูไม่แก่ มีความภูมิฐาน ท่าทางใจ แต่ั์ตาฉายแววจริงจัง ดุดันเป็คนเอาจริงเอาจัง
“จริงครับ ส่วนเื่ความปลอดภัยยิ่งไม่ต้องกังวล มีคณะอาจารย์และคณะแพทย์อาสาเดินร่วมเดินทางครั้งนี้ด้วย”
“งั้นรึ แล้วจะเดินทางไปวันไหนกันล่ะ ไปที่ไหน แล้วไปยังไง”
ชายแก่เบนความสนใจมายังชายหนุ่มร่างกำยำอีกฝั่ง เพื่อถามไถ่ใคร่รู้
“เดินทางไปจังหวัดเชียงราย ลงที่ดอยกาดผีครับ ไปทั้งหมดหนึ่งอาทิตย์ เดินทางอีกสองวันข้างหน้า เดินทางด้วยรถของมหาวิทยาลัยจัดไว้ครับ”
“ดอยกาดผี? ไม่ใช่เป็เส้นทางขนยาเสพติดหรอกรึ”
“เคยเป็ครับ แต่ปัจจุบันเ้าหน้าที่ภาครัฐได้เข้าไปปราบปราม เปลี่ยนไร่ฝิน ให้เป็ถิ่นชา และปรับปรุงให้เป็สถานที่ท่องเที่ยวแล้วครับ ตอนนี้พื้นที่บนดอยชาวบ้านปลูกเป็ไร่ชา ไร่กาแฟเป็ส่วนใหญ่ คุณปู่สบายใจได้ครับ ไม่อันตรายแน่นอน”
“อืมมม เหมือนจะมีชาประจำดอยอยู่ใช่ไหม ฉันเองก็เคยลอง แต่ชักจะจำไม่ได้แล้ว”
“ชาชิงชิงอู่หลงก้านอ่อนครับ รสชาติหอมละมุน ชุ่มคอ ดีต่อสุขภาพ”
“ใช่ๆ ว่าแล้วก็คอแห้งจริงเชียว”
“ถ้าอย่างนั้นขากลับ พวกเราจะซื้อมาฝากคุณปู่ด้วยดีไหมอุ่น”
เปรมโยนบทสนทนาให้โอบอุ่นมีส่วนร่วม รายนั้นก็พยักหน้ายิ้มแป้นเออออเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยกับเปรม
“เข้าท่าๆ เอาเป็ว่าปู่จะรอจิบชาอยู่ที่บ้านน่ะโอบอุ่น กลับจากดอยแล้วอย่าลืมแวะเอาชาไปฝากปู่ที่บ้านด้วยล่ะ”
เปรมมีชั้นเชิงในการเข้าหาพูดคุย โน้มน้าวผู้ใหญ่อยู่พอสมควร แต่ทั้งนี้ก็อยู่บนพื้นฐานของคำว่าสัมมาคารวะ
“แน่นอนอยู่แล้วครับคุณปู่ อุ่นจะกลับไปค้างที่บ้านให้หายคิดถึงสักคืนสองคืนดีไหมครับ”
“ปู่จะรอ พ่อหนุ่มก็ไปด้วยกันสิ ฉันช่วยไปกินข้าวด้วยกัน เป็รูมเมทเ้าอุ่นไม่ใช่รึ เ้าอุ่นดื้อใช่ย่อย คงจะลำบากไม่ใช่น้อย”
“คุณปู่”
โอบอุ่นหน้างอ ที่คุณปู่เผาตนในระยะเผาขนขนาดนี้ เปรมได้แต่พยักหน้ายิ้มอ่อนส่งให้ชายแก่กลับไป
“ฉันฝากหลานฉันด้วยน่ะ ช่วนสอนเขาหน่อย”
“ครับ คุณปู่ไม่ต้องเป็ห่วง”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็สบายใจ มีเพื่อนดีแบบนี้ ปู่กลับแล้วนะเ้าอุ่น อยู่คนเดียวก้ดูแลตัวเองด้วย มีปัญหาอะไรก็โทรหาปู่เข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ”
ชายหนุ่มกอดซบชายแก่ตรงหน้าด้วยความรักใคร่ ไม่มีใครห่วงใยโอบอุ่นได้มากเท่ากับคุณปู่คนนี้แล้ว
“วันนี้ขอบคุณมากนะ ถ้าไม่ได้เปรมเราคงได้นอนเหี่ยวอยู่ห้อง”
“ไม่ได้ช่วยฟรี”
นั่นไง ไม่น่ามองว่าคนนี้มีน้ำใจขึ้นมาเลย ยื่นมือช่วยเพื่อหวังผลประโยชน์ทั้งนั้น
“จะเอาอะไร”
“อยากกินกับข้าวฝีมือคุณโอบอุ่น”
“ถามจริง? มีอันอื่นไหม ข้อนี้ขอผ่าน”
“ไม่มี จะเอาข้อนี้”
“เราทำอาหารไม่เป็”
“ก็หัดทำสิ ไม่ต้องทำเมนูยากๆ หรอก”
“ต้มมาม่าง่ายพอไหม”
“อันนี้กูทำกินเองก็ได้อุ่น ไม่ต้องให้ถึงมือมึงหรอก”
“จิ แล้วอยากกินอะไรเล่า ก็พูดมาสิ”
“ไม่รู้ ไปคิดมาเอาเอง แค่เป็ฝีมือมึงกูกินได้หมดนั่นแหล่ะ”
“ขี้โกง ที่เรายังไม่ได้กินฝีมือเปรมบ้างเลย ทุกวันนี้กินแต่อาหารกล่องกับปลาท่องโก๋ ไขมันจะพอกอุดตันคอตายแล้วเนี่ย”
“อยากกินอะไรก็บอก ถ้ามีเวลาจะแวะซื้อมาให้”
“จริงเหรอ แวะได้จริงเหรอ”
สายตาเปร่งประกาย ฉายแววตื่นเต้นจากดวงตาใส
“ลองพูดมาก่อน”
“คิดออกแล้วจะบอก”
“มากความ กูจะกินบะหมี่ได้ยัง?”
“เปรมก็กินไปสิ ใครครอบปากไว้”
“เหอะ วันนี้มึงด่ากูหลายดอกแล้วน่ะอุ่น ด่ากูมากๆ ระวังกูจับบีบปากเหมือนวันนั้นน่ะ”
“ลามก!”