การแสดงละครของเหล่า ม.ปลายจบลงอย่างสวยงาม ผู้ชมต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าเป็ละครโรงเรียนที่สนุกและดีที่สุดเท่าที่โรงเรียนมัธยมปลายญี่ปุ่นมีมา ทั้งการคัดนักแสดง บทละคร และการแสดงสมบาท ทุกอย่างออกมาดีและเป็ที่น่าพอใจ จนตัวแทนกรรมการจากมหาวิทยาลัยชื่อดังต่าง ๆ ที่มาร่วมงานอยากได้ตัวทีมงานและนักแสดงกันยกใหญ่ ยื่นข้อเสนอเข้าเรียนในกรณีพิเศษโดยไม่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะผู้กำกับมือทองมัตสึดะ ชิฮารุ
หลังจากการแสดงจบลง มีการจำหน่ายบัตรพิเศษ Hi-Touch และถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดกับเหล่านักแสดง ซึ่งได้รับความสนใจเป็อย่างมาก บัตรขายหมดอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง และแน่นอนว่าดาวเด่นของงานคือตัวเอกของเื่ โดยเฉพาะโคบายาชิ เร็น สโนไวท์เลอโฉมผู้ถูกเลื่องลือว่าเป็สโนไวท์ที่สวยราวกับเป็ผู้หญิงจริงๆ หากว่านี่ไม่ใช่โรงเรียนชายล้วน ทุกคนคงคิดว่าเขาเป็ผู้หญิงแน่นอน
ใน่เวลาที่ทุกคนกำลังต้อนรับผู้ที่ซื้อบัตรพิเศษเพื่อมาถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดกับเหล่านักแสดง หญิงสาวคนหนึ่งเธอดูสวยสะดุดตา สวมชุดนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนที่อยู่ตรงข้ามกันนี้ เดินมาหาเรย์โกะ
“สวัสดีโคบายาชิ เร็น” เธอกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มที่เกินต้าน ถ้าหากว่าเธอไม่ใช่เรย์โกะ เธออาจจะหลงเสน่ห์หญิงสาวคนนี้เข้าแล้วก็ได้
“เอ่อ…ใช่ เรารู้จักกันเหรอ” เรย์โกะพูดด้วยความลังเล
“อะไรกัน ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นแหละ”
“ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าเรารู้จักกันรึเปล่า” หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย
“ฉันติดต่อนายไม่ได้เลย มารู้อีกทีว่านายประสบอุบัติเหตุ ฉันเลยไม่รู้จะติดต่อนายยังไง”
“ว่าแต่ เธอเป็ใครเหรอ ฉันจำอะไรไม่ได้เลยหลังประสบอุบัติเหตุ”
“ฉันชื่อว่าคุโรดะ เอมิ จากโรงเรียนหญิงล้วน นายจำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ”
“ขอโทษนะ ฉันจำเธอไม่ได้จริงๆ” หญิงสาวทำหน้าเศร้าเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ไม่เป็ไร พรุ่งนี้วันหยุดเรานัดเจอกันได้มั้ย”
“เอ่อ…คือ ฉันไม่แน่ใจเราเป็อะไรกัน เพราะงั้นเธอช่วยบอกสักหน่อยได้มั้ย”
“นายสารภาพรักฉัน เมื่อตอนก่อนปิดเทอมไง จำได้รึเปล่า” หญิงสาวพูดอย่างเขินอายเล็กน้อย
(อ่า… อย่างนี้นี่เอง เ้าเร็นนี่มันร้ายไม่เบาเลยนะ จีบคนสวยซะด้วย ตาถึงจริงๆ) เรย์โกะนึกในใจ
“ฉันนี่ก็ตาถึงเหมือนกันนะเนี่ย ได้สิ งั้นพรุ่งนี้เราเจอกันที่ไหนดีล่ะ” (เอาว่ะ ไหนๆ ก็ปลอมเป็เร็นแล้ว แอบสืบเื่รักส่วนตัวของเ้าน้องชายตัวแสบหน่อยล่ะกัน)
“เจอกันที่ร้านคาเฟ่ในตัวเมืองแล้วกันนะ นายชอบเค้กร้านนั้นนี่หน่า”
“เราเคยไปเดตกันเหรอ”
“ไม่ใช่หรอก นายสารภาพรักกับฉันที่นั่นหน่ะ” (อ่า…เ้าเร็นนี่ก็โรแมนติกเหมือนกันนะเนี่ย)
“ได้สิ เจอกันพรุ่งนี้ตอนสายล่ะกันนะ” เอมิทำสีหน้าดีใจเมื่อเรย์โกะตอบรับ
“ได้จ้า เจอกันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มกว้างอย่างร่าเริง
“มาถ่ายรูปกันหน่อยมั้ย อุตส่าห์เสียเงินซื้อบัตรมาทั้งที”
“ว่าแต่นายสวยมากเลยนะ ถ้านายไม่ได้เรียนโรงเรียนชายล้วน ฉันคงคิดว่านายเป็ผู้หญิงนะเนี่ย” เธอมองเรย์โกะที่คิดว่าเป็เร็นและหัวเราะออกมาเบาๆ ยิ่งมองเธอยิ่งดูเสน่ห์จริงๆ
“ฮ่าๆ งั้นเหรอ เรามาถ่ายรูปกันเถอะ เก็บรูปนี้ไว้ให้ดีล่ะ เธอไม่ได้เห็นมันบ่อยๆหรอกนะ” เรย์โกะดึงตัวเธอเข้ามาเพื่อถ่ายรูปด้วยกัน ทำเอาเอมิถึงกับเขินหน้าแดง เอมิประหลาดใจเล็กน้อย
“มีอะไรเหรอ” เรย์โกะถามเธอ
“นายดูไม่ค่อยเขินเท่าไหร่นะที่เจอฉัน ปกติแล้วนายบอกว่าแม้แต่มองหน้าฉัน นายยังไม่กล้าเลย”
(หมอนี่มันคลั่งรักเขาขนาดนี้เลยเหรอ)
“ฮ่าๆ อาจเพราะว่าฉันความจำเสื่อมล่ะมั้ง ดูท่าคงต้องตกหลุมรักเธออีกรอบแล้วล่ะ” เรย์โกะส่งยิ้มให้ เธอถึงกับทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
ในขณะที่คนทั้งสองพูดคุยกันนั้น หารู้ไม่ว่าเหล่าคนแคระทั้งเจ็ด ราชินีแม่มดและนายพรานจับตาดูอยู่อย่างอิจฉาตาร้อน แอบฟังพวกเขาคุยกัน
“อะไรกัน ออร่าสีชมพูรอบตัวของเ้านั่นกับสาวคนนั้น” คนแคระขี้เก็กขวางโลกพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งอิจฉา
“นั่นสิ หญิงงามคนนั้นคือใคร ดูเหมือนสวยที่สุดในปฐียังไงไม่รู้” ราชินีแม่มดกำหมัดมองด้วยสายตาอิจฉา
“อะไรนะ!! นัดเจอกันที่คาเฟ่พรุ่งนี้เหรอ” กัปตันคนแคระพูดไปกัดฟันโมโหด้วยความอิจฉา
“พรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อหนังสือเล่มใหม่ในเมืองพอดี”คนแคระลึกลับเงียบขรึมพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“พรุ่งนี้ฉันว่างนะ น้องแมวไปฉีดวัคซีน” นายพราน พูดขึ้น
“พรุ่งนี้วันหยุดผมครับ” คนแคระพาร์ทไทม์พูด
“เราไปเที่ยวในเมืองกันมั้ย ฉันอยากกินเค้ก” คนแคระรูมเมทหน้าหวานพูดจบ เหล่าคนแคระ ราชินีแม่มดและนายพรานมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย มองตาและพยักหน้าพร้อมกัน เ้าชายที่มองดูการกระทำของพวกเขาถอนหายใจ เขารู้ดีว่าคนเ่าั้คิดอะไรกันอยู่
“นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ ไอเ้าชาย” กัปตันคนแคระถามด้วยความโมโหปนอิจฉา
ถ้าเป็เมื่อก่อนเขาอาจจะเป็ไปกับเขาด้วย หากเขาไม่รู้ว่าที่จริงแล้วนั่นไม่ใช่เร็น
“อิจฉาเขารึไง” เ้าชายพูดขึ้น เพียงเท่านั้นสายตาทั้งหมดของคนเ่าั้มองมาที่เ้าชายผู้รู้ความจริงแต่พูดไม่ได้ “อะ…อะไร ฉันพูดอะไรผิด”
“พูดไม่สมกับเป็กูเกิ้ลของโรงเรียนเลย นายไม่อยากรู้เหรอว่าเขาจะไปทำอะไรกัน” คนแคระลึกลับเงียบขรึมพูดด้วยความสงสัย
“นั่นสิ ปกติต้องพูดว่า นั่นใครหน่ะ หมอนั่นจะไปไหนนะ แอบมีความลับกับพวกเรารึเปล่า ไปเดตกันใช่มั้ย…นายต้องพูดแบบนี้สิ” คนแคระรูมเมทหน้าหวานทำท่าทางเคร่งขรึม อยากรู้อยากเห็นเลียนแบบเ้าชายผู้รอบรู้ทุกเื่
“ฉันไม่ได้ทำท่าน่าเกลียดแบบนั้นสักหน่อย” เ้าชายมองคนแคระเพื่อนรักที่กำลังทำท่าทางเลียนแบบเขาเวลาอยากรู้อยากเห็น
“เอาล่ะทุกคนพรุ่งนี้เป็ภารกิจลับ จะให้เ้าเร็นรู้ไม่ได้” ราชินีแม่มดพูดแบบกระซิบ ก่อนที่ทุกคนจะพร้อมใจกันพยักหน้าสายตายังคงจ้องมองหนุ่มสาวทั้งสองที่พูดคุยกันอย่างมีความสุข
เ้าชายมองอย่างถอนหายใจ เขารู้ชะตากรรมของตัวเองดีในวันพรุ่งนี้ว่าต้องโดนลากไปด้วยแน่ๆ
ก่อนพิธีปิดงานเทศกาลวาเลนไทน์ของโรงเรียนมัธยมโกฮัน มีการเดินขบวนพาเหรด นำโดยดรัมเมเยอร์หนุ่มสุดฮอตของโรงเรียนตามด้วยวงโยธวาทิต คัลเลอร์การ์ด เหล่าทีมงานและนักแสดง และนักเรียนจากชมรมต่างๆ เข้าสู่สนามกีฬา ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวปิดพิธีอย่างเป็ทางการ
หลังจากเสร็จสิ้นงานเทศกาล ทุกคนช่วยกันเก็บข้าวของกันด้วยความเหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความสุข เพราะได้ใช้่เวลาทำกิจกรรมด้วยกัน อาจารย์ผู้ดูแลการแสดงสั่งพิซซ่าขนมและน้ำอัดลมมาเลี้ยงเหล่าทีมงานนักเรียนที่หอประชุม พวกเขาล้อมวงนั่งกินและพูดคุยถึงความวุ่นวายเื้ัฉากการแสดงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
“ฉันได้ยินมาว่า พวกนักเรียนหญิงโรงเรียนอื่นชอบเหล่าคนแคระมากเลยนะ ทั้งหล่อ เท่ และแสดงกันได้สมบทบาทมาก” ทีมงานคนหนึ่งพูดขึ้น กัปตันฮิโรกิทำสีหน้าภูมิใจ
“ไม่ต้องมาหน้าแบบนั้นเลยนะ กว่านายจะจำบทได้เราต้องโดนซ่อมกันเท่าไหร่” อากิระผลักไหล่กัปตันด้วยความหมั่นไส้
“แต่สุดท้ายฉันก็แสดงให้เห็นว่าฉันสามารถแสดงได้ดีเลยใช่มั้ยล่ะ อ่า…เรานี่มันเพอร์เฟคจริงๆ” ทุกคนถึงกับหลุดขำให้กับความหลงตัวเองของเขา
“แต่ฉันชอบฉากจุมพิตที่สุดนะ แสดงได้ดีมากเลย สาวๆที่เข้ามาดูละครอินกับฉากนี้มาก ร้องไห้กันเป็แถว” ผู้กำกับมัตสึดะ ชิฮารุพูดขึ้น
ใช่แล้ว ฉากที่ทุกคนคิดว่าดีที่สุด หารู้ไม่ว่าจริงๆ การแสดงรอบแรก ฉากนั้นเรย์โกะกัดปากชูยะเพราะเขาจูบเรย์โกะนานเกินไป ทำเอาคนโดนกัดมองค้อนด้วยความเจ็บแต่ต้องเก็บอาการ
การแสดงรอบที่สอง ชูยะจูบเรย์โกะนานกว่าเดิม คราวนี้เขาเอามือประคองต้นคอของเรย์โกะไว้จะได้ไม่โดนเธอกัดปากอีก ทำเอาคนโดนจูบมองตาขวางเพราะโดนรู้ทัน แต่ต้องยิ้มตอนตื่นมาเจอเ้าชาย
การแสดงรอบที่สาม เรย์โกะไม่ให้ชูยะจูบอยู่ฝ่ายเดียว เธอจูบเขาตอบเพื่อแกล้งเขา ชูยะใเล็กน้อยกลายเป็ว่าเขารุกหนักกว่าเดิม เขาจูบเธอด้วยความดูดดื่ม จูบนานขึ้นเพราะเธอจูบตอบ ่เวลานั้นใช้เวลานานพอสมควร แต่กับพวกเขาทั้งสองแล้วความรู้สึกเหมือนเวลามันผ่านไปแค่เพียงเสี้ยววินาที ชูยะไม่อยากแม้แต่จะถอนจูบ หากไม่ใช่ว่าเขากำลังแสดงอยู่บนเวที
เมื่อนึกถึงฉากนั้นทั้งสามรอบ เรย์โกะกับชูยะหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะหลบตากันเพราะความเขินอาย
“อย่าพูดถึงฉากนั้นได้มั้ย ฉันเกลียดมันที่สุดที่ต้องทำหน้าดีใจตอนสโนไวท์ตื่น ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งดูนายสองคนจูบกันต่อหน้าต่อตา” อากิระพูดด้วยความโมโห
“ฉันเห็นด้วยกับนาย” กัปตันฮิโรกิหันไปจับมือกับอากิระ “ฉากนั้นฉันร้องไห้ไม่ใช่ว่าดีใจที่สโนไวท์ตื่น แต่เป็เพราะว่าพวกนายจูบกันต่างหาก หัวใจฉันแตกสลายกลายเป็ฝุ่นผงลอยไปตกอยู่กลางทะเลอันกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ฉันอยากจะลืมมันจริงๆ” กัปตันฮิโรกิพูดจบก็รินน้ำอัดลมและเทเข้าปากประหนึ่งเหมือนกับดื่มเหล้าย้อมใจ ทำท่าจะร้องไห้ ทุกคนพูดปลอบใจเขาเพื่อให้หายเศร้า
“ระบายมันออกมาเพื่อน ฉันต่อเครื่องเสียงคาราโอเกะไว้ให้แล้ว เรามาร้องเพลงกันเถอะ” เพื่อนทีมงานคนหนึ่งพูดขึ้นทุกคนกลับมาเฮฮาคว้าไมค์มาร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานอีกครั้ง กัปตันฮิโรกิร้องเพลงเศร้าคร่ำครวญราวกับอกหัก พร้อมทำตัวเมาถือขวดน้ำอัดลมไว้ในอ้อมแขน โดนอิโต้ ฮารุโตะด่าว่าทำตัวเหมือนผู้ใหญ่อกหักไปได้
เรย์โกะนั่งมองพวกเขาเ่าั้ที่กำลังมีความสุข พลางนึกถึงเร็นที่ตอนนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
“คิดอะไรอยู่” ชูยะถามเรย์โกะเมื่อเห็นว่าเธอมีทำหน้าเหม่อลอย
“ฉันกำลังคิดว่า ใครกันนะ ใครกัน ที่มันพราก่เวลาที่มีความสุขแบบนี้ไปจากเร็น ฉันสัญญานะเร็น ฉันจะลากตัวมันมาชดใช้ในสิ่งที่มันทำกับนายให้ได้” ชูยะมองเรย์โกะ เธอมีสีหน้าที่แน่วแน่กับคำที่เธอพูดและเขาเองรับรู้มันได้
“ฉันอยู่ตรงนี้ข้างๆ เธอนะ ฉันจะช่วยเื่นี้อย่างเต็มที่เพื่อเร็นเหมือนกัน”
“ขอบใจนะ” เรย์โกะหันมองชูยะ สบตากัน แต่พอเห็นริมฝีปากนั้นของกันและกัน ต่างคนต่างหลบสายตาหันหนีไปคนละทางเมื่อนึกถึงตอนที่พวกเขาจูบกัน ก่อนที่เรย์โกะจะโดนอากิระดึงตัวไปร่วมวงคาราโอเกะด้วย กัปตันฮิโรกิดึงเรย์โกะไปกอดคอพร้อมกับร้องเพลงเศร้าใส่เธอ ตอนนี้ภาพที่เห็นก็คืออากิระและกัปตันฮิโรกิเถียงกันและต่างคนต่างแย่งเรย์โกะกันไปมา ชูยะมองเพื่อนๆ ของเขาและส่ายหน้าหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยใจแต่เต็มไปด้วยความสุข