“ธิปเย็นนี้ธิปไปไหนไหมอ่ะ??......”
ตวิษาตัดสินใจอยู่เป็นนานและหลายครั้ง ว่าจะไปหาภูธิปที่บ้านเขาดี หรือไม่ไปดี และบทสรุปสุดท้าย เธอก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะไป จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดส่งข้อความผ่านแอพพิเคชั่นไลน์ ส่งไปถึงชายหนุ่มที่เธอจะไปหา และรอการตอบกลับมาของเขา
ติ๊ง ติ๊ง……
“ไม่ได้ไปไหน ไก๊ด์มีอะไรหรือเปล่า?? อยากจะไปไหนเหรอ?? หรือว่าคิดถึงเรา เลยคิดจะมาหาอ่ะ”
ไม่ถึงห้านาทีเสียงข้อความตอบกลับก็ดังขึ้น ตวิษาจึงเปิดอ่านข้อความ ที่ภูธิปส่งเข้ามา แล้วพิมพ์ตอบกลับไป ด้วยท่าทียิ้มอย่างอายๆ ใส่โทรศัพท์ด้วย ราวกับว่าโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือ เป็นหน้าของคนที่กำลังคุยอยู่ยังไงยังงั้น
“บ้า!!... ใครคิดถึง เราไม่ได้คิดถึงย่ะ ก็แค่อยากจะไปหาธิปที่บ้าน ให้ธิปทำกับข้าวให้เรากินก็เท่านั้นเอง”
ตวิษาพิมพ์ตอบกลับไป โดยที่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ยิ้มแล้ว ยังหน้าแดงระเรื่อซับสีขึ้นมาด้วยอีกต่างหาก ที่กล้าบุกไปหาชายหนุ่มถึงบ้านอย่างนี้
“ได้สิ!! เราทำให้ไก๊ด์กินอยู่แล้ว อยากทำให้กินทุกวันเลย และอยากจะกินไก๊ด์ทุกวันด้วยเหมือนกัน ขอบอก!!”
ภูธิปส่งข้อความตอบกลับมาอย่างเร็วไว และแถมยังมีถ้อยคำสองแง่สองง่าม ชวนทะลึ่งตบท้ายประโยคมาด้วย
“บ้า!!!!... อะไรก็ไม่รู้”
ตวิษาอ่านข้อความนั้นแล้ว ก็หน้าแดงปลั่งมากขึ้นกว่าเดิม จนลามไปถึงใบหู และแถมยังเผลอพูดต่อว่าใส่โทรศัพท์ ที่ถืออยู่ในมือด้วยอีกต่างหาก พอนึกได้ว่าเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานที่บริษัท และมีเพื่อนๆ พนักงานนั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ จึงหันซ้ายมองขวา ไม่มีคนหันมาสนใจในสิ่งที่เธอหลุดปากพูดออกมา ก็โล่งใจ เพราะไม่อยากจะคำถามอะไรกับใครให้มากความ
“ทะลึ่งล่ะ...”
ตวิษาพิมพ์ส่งข้อความตอบกลับ พร้อมทั้งส่งรูปแมวถือปลาอยู่ในมือ แมวที่ถือปลาเอาปลาที่ถือตีใส่หัวแมวอีกตัวแบบไม่ยั้ง ภูธิปจึงส่งกระต่ายนอนตาย วิญญาณกำลังออกจากร่างกลับมา
“ให้เราไปรับไก๊ด์ไหม??”
ภูธิปพิมพ์ข้อความถามมาอีก เพราะคิดว่าหากตวิษาเดินทางมาที่บ้านของเขาเองคงจะลำบาก จึงได้ขันอาสาที่จะไปรับ เพื่ออยากให้คนที่ตนเองรัก ไม่ต้องเดินทางลำบาก
“เที่ยวรับกันไปกันมา คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี และเผลอๆ ธิปได้ทำอาหารให้เรากินโน้นแหละเที่ยงคืนโน้นแหละมั้ง เราจะไปเอง เราไปได้สบมยห.”
ตวิษาพิมพ์ข้อความตอบปฏิเสธไป เพราะไม่อยากจะทำให้ภูธิปเที่ยวไปเที่ยวมา เพราะที่ทำงานของเขาก็อยู่ใกล้ๆ กับบ้านของเขานั่นแหละ
“โอเคๆ งั้นเย็นนี้เจอกันนะ คิดถึงนะ จุ๊บๆ……”
ภูธิปพิมพ์ตอบกลับมา โดยไม่คิดจะทู้ซี้ที่จะไปรับ เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาควรจะต้องไปหาซื้ออาหารสดมาทำอาหาร ในตู้เย็นที่บ้านไม่มีไม่มีอาหารสดอยู่เลย จะมีติดตู้เย็นอยู่ในตอนนี้ ก็แค่น้ำเปล่า, น้ำอัดลม และก็เบียร์เท่านั้นเอง
ตวิษาวางโทรศัพท์ลงไว้ที่โต๊ะ แต่ปากก็ยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และยิ้มเขินอายอยู่อย่างนั้น จึงทำให้อัลภา เพื่อนร่วมงานที่นั่งทำงานอยู่โต๊ะข้างๆ กัน หันมาสังเกตเห็น จึงขยับเก้าอี้เลื่อนเข้ามาใกล้ๆ
“เป็นอะไรคะ คุณเพื่อน!! ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หน้าก็ดูแดงๆ ราวกับคำกำลังอินเลิพ”
อัลภาร้องแซว แบบคนที่อยากรู้อยากเห็น พร้อมกับทำหน้าล้อเลียนส่งมาด้วย
“บ้า!!... อินลงอินเลิพอะไรของเธอ เพ้อเจ้อ!!”
ตวิษาส่งค้อนให้อัลภา และแสร้งทำเป็นยื่นมือไปหยิบเอกสารมาอ่าน เพื่อเป็นการกลบเกลื่อน เพราะไม่อยากพูดอะไรออกมาในตอนนี้ อยากให้แน่ใจมากกว่านี้ก่อน ซึ่งเธอคิดว่าเร็วๆ นี้แหละ ที่เธอจะเปิดเผยความรักของเธอให้ใครๆ ได้รู้
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑