เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 25 : วันแรกที่โรงเรียนประถมหมู่บ้าน
เช้าวันเปิดเทอมแรกหลังย้ายมาถึงหมู่บ้านชิงเหอหวังซูเจินตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมชุดนักเรียนให้ลูกสาวเป็ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มที่เย็บเองกับมือ ปกเสื้อปักลายดอกทับทิมเล็กๆตามธรรมเนียมที่ไม่เคยขาดในเสื้อทุกตัวของซินเยว่
"ลองใส่ดูสิลูกแม่เย็บให้พอดีตัวไหม" แม่ช่วยติดกระดุมเม็ดสุดท้ายให้เรียบร้อย
ซินเยว่หมุนตัวดูเสื้อผ้าใหม่ด้วยความตื่นเต้น"สวยมากเลยค่ะแม่! หนูชอบมากๆ"
กระเป๋าผ้าใบเล็กที่แม่เย็บให้ใส่สมุดดินสอเรียบร้อยซินเยว่สะพายกระเป๋าเดินออกจากบ้านพร้อมความรู้สึกผสมปนเประหว่างความตื่นเต้นกับความประหม่าเล็กน้อยทั้งที่ในใจเป็ผู้ใหญ่ที่เคยยืนสอนอยู่หน้าห้องเรียนมานับพันชั่วโมงแต่การเป็นักเรียนตัวเล็กๆ ในชาตินี้กลับให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย
โรงเรียนประถมของหมู่บ้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเป็อาคารไม้ชั้นเดียวหลังเดียวมีห้องเรียนเพียงสองห้องสำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นั้แ่ประถมหนึ่งถึงประถมหกครูประจำมีเพียงสองคนที่ต้องสอนทุกวิชาสลับกันไปตามชั้นเรียนลานดินหน้าโรงเรียนมีเสาธงเก่าๆ ต้นหนึ่งปักอยู่กลางลาน
"ซินเยว่!มาแล้วเหรอ" เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังเป็หวังอวี้เหมย์ที่วิ่งตามมาทันพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"อวี้เหมย์!เธอก็เรียนที่นี่เหมือนกันเหรอ" ซินเยว่ถามด้วยความดีใจ
"ก็บอกแล้วไงว่าโรงเรียนหมู่บ้านมีที่เดียวทุกคนต้องมาเรียนที่นี่หมด" อวี้เหมย์ตอบพลางจูงมือเพื่อนใหม่เดินเข้าไปในโรงเรียนอย่างคุ้นเคยราวกับลืมไปแล้วว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนยังทำหน้าบูดใส่กันอยู่เลย
ภายในห้องเรียนมีโต๊ะไม้เก่าๆเรียงเป็แถว นักเรียนชั้นประถมหนึ่งถึงสามนั่งรวมกันอยู่ฝั่งซ้ายของห้องส่วนชั้นสี่ถึงหกนั่งฝั่งขวา ครูสอนจะสลับกันอธิบายบทเรียนให้แต่ละกลุ่มทีละ่
ครูใหญ่เฉินที่ยืนอยู่หน้าห้องเป็หญิงวัยกลางคนหน้าตาใจดีมองเห็นซินเยว่เดินเข้ามาก็ยิ้มทักทาย "เธอคงเป็เด็กใหม่จากปักกิ่งสินะมาเข้าแถวตรงนี้นะจ๊ะ"
ซินเยว่เดินไปนั่งข้างอวี้เหมย์ตามที่เพื่อนกระซิบบอกมองไปรอบห้องด้วยความสนใจ เด็กคนอื่นๆต่างมองมาที่เธอด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย บางคนกระซิบคุยกันเบาๆเกี่ยวกับเด็กใหม่จากเมืองใหญ่
"นี่เพื่อนฉันเองชื่อซินเยว่" อวี้เหมย์แนะนำให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นรู้จักด้วยความภูมิใจราวกับอยากประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเธอมีเพื่อนใหม่คนสำคัญ
เด็กชายคนหนึ่งที่นั่งแถวหน้าหันมาถามด้วยความสงสัย"จริงเหรอที่ปักกิ่งมีตึกสูงเป็ร้อยชั้น"
"ไม่ถึงร้อยชั้นหรอกแต่ก็สูงกว่าที่นี่เยอะเลย" ซินเยว่ตอบอย่างเป็มิตร ทำให้เด็กๆรอบตัวเริ่มถามคำถามเกี่ยวกับปักกิ่งกันใหญ่ ทั้งเื่รถไฟเื่พระราชวังต้องห้าม เื่ร้านขายขนมที่มีให้เลือกเยอะแยะ
ครูใหญ่เฉินเริ่มบทเรียนแรกด้วยวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานสำหรับชั้นประถมหนึ่งโจทย์การบวกลบเลขหลักเดียวที่เขียนอยู่บนกระดานดำเด็กหลายคนยังนั่งงงกับตัวเลขที่เรียงต่อกันแต่ซินเยว่กลับตอบคำถามได้ทันทีทุกข้อโดยแทบไม่ต้องคิด
"ใครตอบได้บ้างว่าเจ็ดบวกห้าเท่ากับเท่าไหร่"ครูใหญ่เฉินถามพลางกวาดสายตามองทั้งห้อง
ซินเยว่ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนใคร"สิบสองค่ะ"
"ถูกต้อง!เก่งมากจ้ะ" ครูใหญ่เฉินชมด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะลองถามโจทย์ที่ยากขึ้นอีกหน่อยเพื่อทดสอบซินเยว่ตอบได้ถูกทุกข้อจนครูต้องหยุดถามแล้วยิ้มให้อย่างชื่นชม"เด็กคนนี้เก่งเลขมากเลยนะ"
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบห้องด้วยความประทับใจปนอิจฉาเล็กน้อยจากเด็กบางคนอวี้เหมย์ที่นั่งข้างๆ กระซิบถามด้วยความทึ่ง"เธอเก่งเลขมาั้แ่เมื่อไหร่กัน"
"ก็...ฝึกมาเยอะน่ะ"ซินเยว่ตอบเลี่ยงๆ ไม่กล้าอธิบายความจริงว่าเคยเป็ครูสอนคณิตศาสตร์มาทั้งชาติได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วรีบเปลี่ยนเื่
่พักกลางวัน เด็กๆทั้งห้องออกไปเล่นกันที่ลานดินหน้าโรงเรียนเด็กหญิงกลุ่มหนึ่งชวนซินเยว่กับอวี้เหมย์เล่นะโยาง ขาเล็กๆะโข้ามเชือกยางไปมาด้วยความสนุกสนานเสียงหัวเราะและเสียงนับจังหวะดังก้องไปทั่วลาน
"ซินเยว่ตาเธอแล้ว!" เด็กหญิงคนหนึ่งเรียก
ซินเยว่วิ่งเข้าไปะโตามจังหวะแต่ด้วยความที่ยังไม่คุ้นกับกติกา ขาก็ไปเกี่ยวเชือกยางจนล้มก้นกระแทกพื้นดังตุ๊บเสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วลานทันทีรวมถึงตัวเธอเองที่หัวเราะไปกับความเก้งก้างของตัวเองด้วย
"เจ็บไหม"อวี้เหมย์รีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงลุกขึ้นด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เจ็บหรอกแค่อายนิดหน่อย" ซินเยว่ตอบพลางปัดฝุ่นที่กระโปรงยิ้มร่าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กๆรอบตัวเห็นท่าทีร่าเริงไม่ถือสาของเธอก็ยิ่งชอบใจไม่นานก็กลายเป็เื่ขำขันที่ทุกคนพากันเล่นซ้ำเพื่อดูว่าใครจะล้มมั่งบ้าง
เด็กหญิงอีกคนหนึ่งชื่อเสี่ยวิเดินเข้ามาชวนคุยด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ที่ปักกิ่งมีหิมะตกไหม"
"มีสิตกหนักมากด้วย่ฤดูหนาว"ซินเยว่ตอบพลางนึกภาพหิมะขาวโพลนที่เคยเห็นตอนอยู่ปักกิ่ง "สนุกมากเลยนะได้ปั้นตุ๊กตาหิมะกับพี่ชาย"
"ที่นี่ก็มีหิมะตกเหมือนกันนะแต่ไม่หนักเท่าไหร่" เสี่ยวิเล่าด้วยความตื่นเต้น"ปีที่แล้วหนาวมากจนต้องหยุดเรียนไปสามวันเลย"
เด็กๆล้อมวงคุยกันเื่ฤดูหนาวไปเรื่อยๆจนกระทั่งเสียงระฆังดังขึ้นเรียกกลับเข้าห้องเรียนทุกคนวิ่งแย่งกันเข้าแถวหน้าประตูอย่างสนุกสนาน ซินเยว่วิ่งตามอวี้เหมย์ไปติดๆมือทั้งสองข้างยังเปื้อนดินจากการเล่นะโยางเมื่อครู่
บ่ายวันนั้น ก่อนเลิกเรียนครูใหญ่เฉินเรียกซินเยว่ไปคุยเป็การส่วนตัวสั้นๆ"ครูสังเกตว่าหนูเก่งเลขมากผิดปกติสำหรับเด็กวัยนี้นะเคยมีใครสอนพิเศษมาก่อนหรือเปล่า"
ซินเยว่คิดหาคำตอบอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มแก้เก้อ"พ่อกับพี่ชายชอบเล่นเกมทายเลขกับหนูตอนอยู่ปักกิ่งค่ะ เลยอาจจะทำให้คุ้นเคยมากกว่าคนอื่น"
คำตอบนั้นฟังดูสมเหตุสมผลพอที่ครูใหญ่เฉินจะพยักหน้ารับโดยไม่สงสัยอะไรเพิ่มเติม"งั้นก็ดีแล้ว หนูมีพร์ด้านนี้จริงๆครูจะลองให้โจทย์ยากขึ้นดูบ้างก็ได้ถ้าหนูสนใจ"
"ขอบคุณค่ะครูหนูอยากลองค่ะ" ซินเยว่ตอบอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่เพราะอยากโชว์ความเก่งแต่เพราะรู้สึกสนุกจริงๆที่จะได้กลับไปแตะต้องโลกของตัวเลขอีกครั้งในรูปแบบที่เบาสบายไม่มีความกดดันเหมือนตอนเป็ครูในชาติก่อน
เย็นวันนั้นเมื่อกลับถึงบ้านซินเยว่เล่าเื่วันแรกที่โรงเรียนให้ทุกคนฟังอย่างตื่นเต้นไม่หยุดปากทั้งเื่เพื่อนใหม่ เื่ล้มตอนะโยาง เื่ครูชมว่าเก่งเลขจนทุกคนในบ้านหัวเราะไปกับความน่ารักสดใสของเธอ
"อวี้เหมย์เก่งเื่อื่นด้วยนะคะเธอรู้จักต้นไม้ทุกต้นในหมู่บ้านเลย" ซินเยว่พูดชมเพื่อนอย่างภาคภูมิใจราวกับอยากให้ทุกคนในบ้านรู้จักและรักเพื่อนคนนี้เหมือนที่เธอรักด้วย
หวังซูเจินยิ้มฟังลูกสาวเล่าเื่ต่างๆด้วยความอบอุ่นใจรู้สึกดีใจที่เห็นลูกสาวปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้เร็วและมีความสุขเช่นนี้ไม่มีวี่แววของความเครียดหรือความกดดันใดๆ หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยมีเพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสดใสแบบเด็กจริงๆ
ก่อนเข้านอนคืนนั้นจื้อิพี่ชายคนโตแวะมาถามเื่โรงเรียนด้วยความสนใจ "เป็ยังไงบ้างชอบโรงเรียนใหม่ไหม"
"ชอบมากเลยค่ะพี่!มีเพื่อนเยอะแยะ แล้วก็มีอวี้เหมย์ด้วย" ซินเยว่ตอบอย่างกระตือรือร้นก่อนจะหาวอย่างง่วงนอน
"งั้นก็นอนเถอะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปโรงเรียนอีกนะ" จื้อิลูบหัวน้องสาวเบาๆก่อนดับตะเกียงน้ำมันข้างเตียงให้
ซินเยว่ล้มตัวลงนอนด้วยความอิ่มเอมใจวันแรกที่โรงเรียนผ่านไปได้ดีเกินคาดไม่มีความกดดันจากการต้องพิสูจน์ตัวเองแบบชาติที่แล้วมีเพียงความสนุกสนานของการเป็เด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ได้เรียนรู้และเล่นสนุกไปพร้อมกันเธอหลับตาลงด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่จางหายไปจากใบหน้า