ตอนที่ 4
หลังจากนั้นเหมือนว่าสติของเธอจะลบเลือนจนไม่สามารถรับรู้ได้ในที่สุด ไม่รู้ว่าเธอหลับหรือหมดสติไป แต่รู้สึกตัวอีกทีเพราะได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นมาเสียก่อน
"เฟินเยว่ เฟินเยว่ นังเฟินเยว่ จะนอนี้เีไปถึงไหน ลุกขึ้นมาทำอาหารได้แล้ว คิดว่าตัวเองเป็เ้านายใหญ่ของบ้านหรืออย่างไรกัน ทำเป็แกล้งไม่สบาย อย่าทำเป็เสแสร้งให้มันมากนัก"
เสียงเรียกที่ดังบาดแก้วหู และเสียงทุบประตูนั่นมันคืออะไรกัน ผู้หญิงเสียงสิบแปดหลอดนี่เป็ใครกัน เธอมาเคาะห้องผิดหรือเปล่านะ แต่ว่าเมื่อสักครู่พูดภาษาจีนใช่ไหม ภาษาจีนเธอได้ยิน แต่ว่าทำไมเธอถึงรู้เื่ได้ล่ะ เธอไม่ได้รู้ภาษาจีนสักหน่อยนะ นี่มันอะไรกัน
ตอนนี้ฉัตรชบา เหมือนว่าเพิ่งตื่นแล้วกำลังมึนงงอยู่ว่ามันคืออะไรกันแน่ และเมื่อมองไปรอบๆ ห้องก็ยิ่งงงเข้าไปกันใหญ่ ห้องเป็ห้องไม้แคบๆ เธอนอนอยู่บนที่นอนบางๆ ภายในห้องไม่มีอะไรเลย มีเพียงที่นอนและหีบเก่าอยู่ที่มุมห้องเท่านั้น นี่มันห้องหรือรังหนูกันแน่เนี่ย
"ที่นี่ ที่ไหนกัน ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้ ไม่ใช่ว่าเธอกำลังไปเกิดใหม่หรือ"
เธอยังคงสับสน และกำลังคิดอย่างวุ่นวายใจ และตอนนี้เหมือนว่าจะไม่รู้อะไรเลยสักอย่างเดียว ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร จึงได้แต่นั่งงง อยู่อย่างนั้น
"เฟินเยว่ นังเฟินเยว่ ฉันบอกว่าให้ออกทาทำอาหาร อย่าให้ฉันต้องเข้าไปตีแกนะ"
ซีเยว่ซื่อ เรียกลูกสาวเสียงดัง อย่างไม่พอใจ โมโหที่ลูกสาวไม่ออกมาทำอาหารให้ ไม่รู้ว่าเป็อะไรนักหนา ั้แ่กลับมาจากในเมืองก็เอาแต่เก็บตัว ไม่ทำอะไรสักอย่าง เอาแต่บอกว่าไม่สบาย แค่บอกว่าไม่สบายก็ไม่ต้องทำงานอย่างนั้นหรือ มันจะง่ายอย่างนั้นได้อย่างไรกัน
เธอให้อภัยสองวันแล้ว ดีที่ลูกสะใภ้ขอไว้ว่าจะทำทุกอย่างเอง แต่เธอไม่อยากให้เป็อย่างนั้น ตอนนี้ลูกสะใภ้กำลังมีหลานคนแรกให้กับเธอ จะให้มาทำงานอยู่ได้อย่างไร เธอไม่คิดที่จะยอมหรอกนะ อย่างไรแล้ววันนี้ก็ต้องเรียกลูกสาวออกมาทำงานให้ได้
แต่ไม่รู้ว่าทำไม เรียกอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ออกมา เธอไม่ได้เป็ห่วง แต่แค่กลัวว่าจะไม่มีคนทำงานให้เท่านั้น
"เฟินเยว่ ได้ยินแม่เรียกหรือเปล่า ถ้าไม่ออกมาฉันจะให้พี่ชายของแกมาพังประตูเข้าไป อย่าคิดว่าประตูแค่นี้จะสามารถซ่อนตัวเองจากฉันได้นะ"
เมื่อเห็นว่าลูกสาวยังไม่ออกมาอีกจึงทั้งเรียกทั้งว่า ทั้งขู่ ส่วนคนที่อยู่ภายในห้อง ตอนแรกคิดว่ามีคนมาเรียกผิด แต่ดูเหมือนว่าจะเจาะจงห้องนี้จนเกินไป คงจะเรียกคนในห้องนี้ล่ะ แต่ในห้องนี้ก็มีเพียงเธอคนเดียว ผู้หญิงหน้าห้องเรียกเธออย่างนั้นหรือ แต่เดี๋ยวนะ เมื่อสักครู่เรียกเฟินเยว่ไม่ใช่หรือ ทำไมมันเหมือนกับ อันเฟินเยว่ ผู้หญิงที่ชีวิตน่าสงสาร ที่เื่ราวชีวิตของเธอเข้ามาในหัวของเธอเลยล่ะ คงไม่ใช่ว่าเฟินเยว่คือเธอใช่ไหม
ตอนนี้เธอกำลังคิดถึงความน่าจะเป็ แต่การกระทำของผู้หญิงคนนี้มันช่างเหมือนกับการกระทำที่เธอได้รับรู้ก่อนหน้านั้นมาก และยังภาษาจีนและห้องที่อยู่นี่อีก มันคิดไปเื่อื่นไม่ได้เลยว่าเธอนั้นได้เข้ามาอยู่ในร่างผู้หญิงที่น่าสงสารอย่าง อันเฟินเยว่แล้ว
ถ้าเป็อย่างนั้นเสียงก่อนที่เธอสติจะดับว่าให้ใช้ชีวิตต่อไป คงหมายถึงว่าให้มาใช้ชีวิตเป็ อันเฟินเยว่ อย่างนั้นหรือ ใครคิดได้กัน นี่มันไม่ใช่การใช้ชีวิตแล้ว มันเป็การเอาตัวรอดมากกว่า ดูสิแค่ลืมตาขึ้นมาก็มีเ้ากรรมนายเวรมายืนเรียกแล้ว จะเอาตัวรอดได้อย่างไรกัน
เอายังไงดีนะ จะลุกออกไปหรือว่าจะนอนทำเป็ไม่รู้ดี ตอนที่กำลังคิดอยู่นั้นก็มีเสียงของผู้ชายที่เสียงเหมือนว่ากำลังแตกหนุ่มดังขึ้นมาเสียก่อน
"แม่ครับ พี่เฟินเยว่ ไม่สบายมากแม่จะมาเรียกให้ลุกไปทำอาหาร พี่เขาทำไม่ไหวหรอกครับ"
อันลู่คง ได้ยินเสียงแม่ของเขาเรียกพี่สาวเสียงดัง เขากำลังตักน้ำอยู่ จึงได้รีบวิ่งมาทันที เพราะกลัวว่าพี่สาวจะถูกแม่ของเขาตีอีก ยิ่งพี่สาวตอนนี้ไม่สบายจนไม่สามารถลุกขึ้นไหว ถ้าให้ลุกไปทำอาหารอาจจะไปล้มใส่เตาอาจจะได้รับาเ็ได้ แม่ของเขาลำเอียงจริงๆ พี่จินเยว่ที่ไม่เป็อะไรกลับไม่ใช้
"ลู่คง แกจะมาห้ามทำไมกัน พี่สาวของแก ก็แค่เรียกร้องความสนใจ จะเป็อะไรไปได้อย่างไร ฉันไม่เชื่อหรอกนะ พี่สะใภ้ของแกท้องจนใกล้คลอดแล้ว ยังจะต้องมาทำอาหารอีก ถ้าหลานของฉันเป็อะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร" เธอว่าให้อย่างไม่พอใจ
"แต่ว่าพี่เฟินเยว่ ลุกไม่ไหวจริงๆ นะครับเมื่อเช้าผมมาดูแล้ว หรือว่าแม่จะให้ผมพาพี่ไปโรงพยาบาลก็ดีนะครับ" เมื่อเช้าพี่สาวของเขาดูแย่มาก เขาอยากจะพาพี่สาวไปหาหมอั้แ่เมื่อวานแล้ว แต่เหมือนว่าแม่ของเขาไม่ยินยอม พ่อก็แล้วแต่แม่ ทำเหมือนว่าพี่เฟินเยว่ไม่ใช่คนในครอบครัวอย่างนั้นล่ะ
"ไปโรงพยาบาลอะไรกัน แกคิดว่าเงินมันงอกขึ้นมาได้อย่างนั้นหรืออย่างไร พี่สาวของแกแข็งแรงจะตายไป ไม่เป็อะไรง่ายๆ หรอก ฉันว่ามันไม่อยากทำงานมากกว่า"
"แม่ครับ พี่เฟินเยว่ไม่ไหวจริงๆ ครับถ้าแม่เป็ห่วงพี่สะใภ้ ทำไมไม่ให้พี่จินเยว่เป็คนไปทำอาหารเองล่ะครับ พี่จินเยว่ไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย"
แม่ของเขาลำเอียงรักพี่สาวไม่เท่ากัน พี่เฟินเยว่ทำงานทุกอย่าง แต่พี่จินเยว่่แทบไม่ได้แตะงานอะไรเลย เขาสงสารพี่เฟินเยว่มาก แต่ก็ช่วยได้เท่าที่จะช่วยได้ เขารักพี่สาวคนนี้และสนิทกันมาก แต่กลับพี่จินเยว่ เขานั้นไม่สนิทและไม่ชอบนิสัยที่ชอบเสแสร้งนั่นเลย
"จะเป็ไปได้อย่างไรกัน พี่จินเยว่ของแกร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว จะให้มาทำงานอย่างนี้ได้อย่างไรกัน แกนี่มันไร้หัวคิดจริงๆ เอาแต่เข้าข้าง เฟินเยว่ จนไม่ลืมหูลืมตา คงจะถูกมันเป่าหูมาล่ะสิ คอยดูนะฉันจะจัดการให้มันหลาบจำ"
มีอย่างที่ไหนจะมาให้ลูกสาวที่น่ารักและบอบบางของเธอไปทำงานอย่างนั้น เธอไม่มีทางยอมเด็ดขาด
"ผมว่าคนที่ลำเอียงเป็แม่มากกว่าครับ และพี่เฟินเยว่ ไม่เคยที่จะพูดอะไรกับผมหรอกครับ ผมสงสารพี่เฟินเยว่เอง ที่แม้แต่ไม่สบายหนักอย่างนี้ยังจะต้องลุกมาทำงานอีก มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย เื่อาหารผมจะทำแทนพี่สาวเองครับ แม่ก็ไม่ต้องเรียกพี่เฟินเยว่แล้ว เธอจะได้พักผ่อน"
เขาพูดเสร็จก็เดินไปที่ครัวทันที ไม่อยู่รอคำด่าตามหลังมาของแม่ เพราะไม่ว่าเขาหรือพี่เฟินเยว่ ก็ไม่ใช่คนที่แม่รักอยู่แล้ว การถูกด่าจึงเป็เื่ที่มีอยู่ทุกวัน เขาชินเสียแล้ว
( ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ )