ผู้ชายของเจ้าพ่อ 3+4 [Flowers of Satan+หวานใจเจ้าพ่อ]-จบแล้ว

    บทที่ ๓๖ ปกป้องน้องสามี [ฟ้าคราม + เรียว]


            [เรียว]

            ผมยังคงแอบฟังเสียงของบุคคลปริศนากับธาราคุยกันอยู่ในตู้เสื้อผ้าต่อไป จนกระทั่งผมได้ยินเสียงของธาราถามชายปริศนาออกไปเบา ๆ 

            "แสดงว่าที่ท่านกับพรรคพวกบุกมาที่ผับของผมเพราะว่าท่านไล่คนร้ายมาเหรอครับ? "

            พี่ธาราถามชายสูงอายุกลับไปเสียงเครียด

            "อืม แต่ อึกแต่ว่าคนร้ายมันเอายาบ้ามาซุกไว้ในผับของคุณจำนวนมาก ถ้าคุณไม่มีหลักฐานมัดตัวมันมีหวังคุณโดนโทษประหารแน่นอน อึก อึก"

            ชายสูงอายุเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายให้พี่ธาราฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเหมือนเขากำลังจะขาดใจแต่ทว่าน้ำเสียงของเขานั้นยังคงแฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งไม่สร่างซา

            "ผมไม่กลัวครับ...แต่ตอนนี้ผมเป็นห่วงท่านมากกว่าผมจะพาท่านไปหาหมอนะครับ"

            พี่ธารายังคงยืนยันเสียงแข็งพร้อมกับก้มลงทำท่าเหมือนกำลังจะช้อนอุ้มชายสูงอายุท่านนี้ไปส่งโรงพยาบาลแต่พลันชายสูงอายุก็รีบคว้ามือของพี่ธาราขึ้นไปกุมไว้พร้อมกับกำชับพี่ธาราเสียงแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยินว่า

            "คุณธารา อึก ฟังผม อึกอยู่ในห้องนี้จนกว่าผู้กองไม้จะมานะ อึก เชื่อผม"

            เมื่อผมได้ยินชายสูงอายุเอ่ยถึงชื่อผู้กองไม้ออกมาผมก็เริ่มจำได้พอคร่าว ๆ แล้วและผมก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าเสียงนี้น่าจะเป็นเสียงของท่านดนัยพ่อของผู้กองไม้แน่นอน

            "แต่...ท่านคน"

            "อย่าเสียเวลาพาคนแก่ใกล้ตายอย่างผมไปส่งโรงพยาบาลเลยอึก ผมใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงมาจนอายุปูนนี้แล้ว อึก โดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนอึก แต่ผมก็ไม่ตาย อึก แต่ครั้งนี้ผมรู้ตัวดีว่า ผม อึก ไม่รอด อึก ยังไง อึกผมก็ไม่รอด"

            ผมยังคงแอบฟังพี่ธารากับท่านดนัยคุยกันต่อไปพร้อมกับภาวนาในใจขอให้พี่ฟ้าครามคนรักของผมปลอดภัยด้วย

            และในระหว่างนั้นดูเหมือนว่าท่านดนัยเริ่มจะหายใจติดขัดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันคล้ายกับว่าท่านกำลังจะขาดใจเต็มทนแล้ว แต่ผมก็ยังคงใจเสาะไม่กล้าเปิดตู้เสื้อผ้าออกไปอยู่ดีเพราะด้านนอกนั้นยังคงมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนเลย ตอนนี้มือของผมจึงยังไม่ว่างเปิดประตูออกไปเพราะผมมัวแต่เอามือป้องอุดหูของผมไว้ทั้งสองข้าง อีกอย่างผมคิดว่าผมจะรอให้เสียงปืนสงบลงก่อนแล้วผมถึงจะออกไปช่วยพี่ธารากับคนเจ็บ

            และในระหว่างที่ผมนั่งคู้ตัวอยู่ในตู้ผมก็จะคอยแง้มบานประตูเลื่อนออกไปแอบดูธารากับคนเจ็บเป็นระยะ ๆ จนดวงตาของผมเริ่มปรับเสียงเข้ากับแสงสลัวไดอย่างคงที่และผมก็เห็นว่าคนเจ็บคนนั้นคือท่านผู้กำกับดนัยพ่อของผู้กองไม้จริง ๆ อย่างที่ผมคาดไว้ไม่มีผิด

            และในจังหวะนั้น ผมยังเห็นท่านดนัยยื่นเมมโมรีการ์ดอันเล็กๆ ยัดใส่มือให้กับพี่ธาราพร้อมกับกำชับพี่ธาราด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

            "คุณธารา อึกเก็บเมมโมรีการ์ดนี้ไว้ให้ดีนะ...เพราะในนี้มีหลักฐานที่จะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณได้ในนี้มีวิดีโอที่บันทึกหน้าคนร้ายในขณะที่กำลังขนยาบ้าเอาไว้อย่างชัดเจน อึกเก็บไว้...แล้วก็มอบให้ไม้...เมื่อไม้มาถึงนะ อึก"

            "ครับ"

            "ธารา...ผมฝากดูแลไม้แทนผมด้วยนะอึก ฝากดูแลลูกชายคนเดียวของผมแทนผมด้วยนะ อึก ม ...ไม้เขารักคุณมากนะ อึก ผ ...ผมขอโทษที่เคยมองคุณผิดไปอึก ขอโทษ ...ฝากดูแลไม้แทนพ่อด้วยนะธารา อึก"

            "ครับ...ผมจะดูแลและรักไม้ให้ดีที่สุดครับ"

            ฟุ๊บ!!!

            "ท่าน! ท่านครับ! ท่านครับ!"

            ดูเหมือนว่าพ่อของผู้กองไม้จะสิ้นใจแล้วในอ้อมแขนของพี่ธาราซึ่งผมเองก็รู้สึกสะเทือนใจจนขยับตัวออกจากตู้เสื้อผ้าไม่ได้เลย ผมรู้สึกหดหู่เศร้าเสียใจแทนผู้กองไม้มากเพราะผมเองก็เคยสูญเสียพ่อของผมไปต่อหน้าต่อตาของผมมาก่อนเหมือนกัน

            และในขณะที่ผมกำลังนั่งแอบร้องไห้อยู่ในตู้เสื้อผ้านั้นโดยมีพี่ธารากำลังนั่งกอดศพของท่านดนัยอยู่ด้านนอก จู่ ๆ ก็ปรากฏเงาตะคุ่มของคน ๆ หนึ่งเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของพี่ธาราก่อนที่มันจะใช้ของแข็งทุบลงที่ท้ายทอยของพี่ธาราจนเขาสลบไป

            ปั๊ก!

            ฟุ๊บ!

            แต่ว่าในจังหวะที่พี่ธาราล้มฟุ๊บลงผมก็รู้สึกว่ามีวัตถุขนาดเล็กกระเด็นมากระทบหน้าของผม ก่อนที่วัตถุนั้นจะตกหล่นลงบริเวณใกล้ๆ กับตัวของผม แต่ว่าผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะผมมองไม่เห็น และผมก็ไม่ได้สนใจมากนักว่ามันคืออะไร

            เพราะผมกำลังตั้งใจแอบดูท่าทางของผู้ไม่หวังดีที่กำลังก้มๆ เงย ๆ อยู่บริเวณรอบ ๆ ตัวของพี่ธารา และผมก็รีบหยิบมือถือของผมขึ้นมาแอบถ่ายวิดีโอท่ามกลางความมืดสลัวนั้นไว้จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ล้วงปืนออกมาจากข้างเอวของมัน ก่อนที่มันจะยัดปืนของมันใส่ไว้ในมือของพี่ธาราคล้ายกับว่ามันกำลังจัดฉากฆาตกรรมอำพรางอยู่ เหมือนกับว่ามันกำลังจะโยนความผิดทั้งหมดให้พี่ธาราจากนั้นคนร้ายมันก็พูดเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างกับว่ามันโกรธแค้นพี่ธารามาก

            “ฮึ ไอ้ธารา? ถือว่าดวงมึงยังไม่ถึงฆาตเอาไว้รอเจอกับกูในคุกก็แล้วกัน โชคดีนะ”

            หลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็โยนกระเป๋าเป้สีดำลงไปข้างๆ พี่ธารา ก่อนที่มันจะรีบกระโดดออกจากห้องของพี่ธาราออกไปทางหน้าต่างห้องแล้วมันก็หนีหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

            พอคนร้ายหนีไปแล้ว ผมก็ตัดสินใจรีบเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาหาพี่ธาราทันทีและผมก็พยายามปลุกพี่ธารา แต่ว่าเขาก็ไม่ฟื้นเลยผมจึงคว้ากระเป๋าเป้สีดำขึ้นมาเปิดดูข้างในเพราะผมเกรงว่าจะมีระเบิดซ่อนอยู่ในนั้นแต่พอผมเปิดกระเป๋าออกมาดูมันกลับไม่ใช่ระเบิดอย่างที่ผมเดาเลย เพราะด้านในกระเป๋ามียาบ้ายัดอยู่เต็มกระเป๋าเลย

            ผมไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ผมควรจะจัดการอย่างไรดีเพราะพี่ธาราก็ยังนอนหมดสติอยู่ ส่วนท่านดนัยก็สิ้นใจแล้วและผมก็กำกระเป๋ายาบ้าไว้แน่น เพราะผมยังลังเลอยู่...ไม่รู้ว่าผมจะเอาไปโยนทิ้งหรือเก็บไว้ให้ตำรวจดี

            แต่ว่าในขณะที่ผมยังนั่งนิ่งอย่างใช้ความคิดอยู่นั้นผมก็ได้ยินเสียงคนถีบประตูห้องของพี่ธาราเข้ามา พร้อมกับมีตำรวจหลายนายยกปืนขึ้นมาขู่ผมจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงตำรวจนายหนึ่งออกคำสั่งกับผมว่า

            "วางของกลางลงแล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ยอมมอบตัวซะ...หมอเรียว คุณโดนจับแล้ว"

            ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ผมได้กลายเป็นผู้ต้องหาไปเสียแล้ว เพราะตำรวจได้กรูกันเข้ามาจับผมกดลงกับพื้นพร้อมกับใส่กุญแจมือของผมเรียบร้อยแล้ว

            แกร็ก!

            และผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นยาบ้าในกระเป๋าเป้สีดำ และกำลังเคลียร์พื้นที่เพื่อที่จะพาท่านดนัยออกไปอยู่นั้นพี่ธาราก็งัวเงียตื่นขึ้นมาพอดี แต่ว่าเขาก็ยังไม่ได้พูดหรือถามอะไรเลยตำรวจก็เข้าชาร์จตัวของเขาพร้อมกับใส่กุญแจมือเขาทันที

            แกร๊ก

            และตอนนี้ทั้งผมกับพี่ธาราเลยต่างมองหน้ากันอย่างมึนงงเพราะเราต่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ในที่สุดตำรวจนายหนึ่งก็บอกกับพวกเราว่า...ตอนนี้ผมกับพี่ธาราคือผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันค้ายาเสพติดเต็มตัวแล้วและพี่ธารายังโดนอีกหนึ่งข้อหาร้ายแรงด้วย คือข้อหาฆ่าท่านดนัยซึ่งนั่นยิ่งสร้างความมึนงงให้กับผมและพี่ธารามาก และอีกอย่างตอนนี้พี่ธารายังมีอาการสะลึมสะลือคล้ายคนกำลังสับสน

            ซึ่งผมเองก็รู้สึกสับสนไม่แพ้พี่ธาราเลยเหมือนกันแต่ผมก็ยังมีสติกว่าเขามาก เพราะผมเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่แค่ว่าตอนนี้ผมกำลังกลัวมากไปหน่อยจนผมคิดอะไรไม่ออกเลยว่าผมจะบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ายังไงดีและในขณะที่ผมกำลังสับสนหาทางออกไม่เจออยู่นั้น ผู้กองไม้ก็วิ่งพรวดเข้ามาในห้องนอนของพี่ธาราด้วยสีหน้าซีดเซียวก่อนที่ผู้กองไม้จะค่อย ๆ ทรุดลงข้าง ๆ ศพท่านดนัย พร้อมกับโผเข้าไปกอดศพพ่อของเขาและร้องไห้แทบขาดใจอยู่ครู่ใหญ่

            แล้วผู้กองไม้ก็ค่อย ๆวางศพของพ่อเขาลงอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาหาผมกับพี่ธาราและถามพี่ธาราเสียงสั่นเครือออกมาว่า

            "คุณฆ่าพ่อผมทำไมครับ? คุณทำกับพ่อของผมแบบนี้ทำไมครับ? "

            ธารายืนนิ่งส่ายหน้าไปมาแต่เขาไม่ได้ตอบผู้กองไม้ออกไป คล้ายกับว่าเขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจึงขยับปากตอบคำถามของผู้กองไม้แทนพี่ธาราออกไปว่า

            "ผู้กองไม้ครับ? พี่ธาราไม่ได้ทำนะครับ พี่ธาราโดนใส่ร้ายครับ"

            ขวับ!!!

            ผู้กองไม้หันขวับมาจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่องทั้ง ๆ ที่เขายังมีน้ำตาคลออยู่แล้วผู้กองไม้ก็พูดกับผมเสียงเรียบพร้อมสีหน้าที่เฉยชาคล้ายกับว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของผม

            "ฮึ! ใช่สินะ...ก็หมอเรียวเป็นทั้งคู่หมั้นและหุ้นส่วนของเขานี่ครับคุณก็ต้องออกรับแทนเขาอยู่แล้ว ผมก็ลืมไปเลย...แต่ว่าหมอเรียวครับ? ถึงคุณกับเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของกัน เพื่อร่วมกันค้ายา แต่ว่าพ่อของผมก็ไม่สมควรตายเพราะน้ำมือคนเลวอย่างธารานะครับคุณเข้าใจที่ผมพูดไหม? "

            "ผมกับพี่ธาราไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลยนะครับและพี่ธาราก็ไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อของผู้กองด้วยครับ ผมเป็นพยานได้ครับ"

            ผมพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ให้กับพี่ธาราอย่างถึงที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้แต่ว่าผู้กองไม้กลับไม่เชื่อคำพูดของผมเลย แถมเขายังตำหนิผมออกมาอย่างโจ่งแจ้งด้วยว่า

            "ฮึ!คุณคงจะรักคู่หมั้นของคุณมากสินะครับ ขนาดมือของเขาเปื้อนเลือดพ่อของผมขนาดนี้คุณยังจะมาปฏิเสธแทนเขาอีก"

            "ผู้กองไม้ครับ? ผมมีหลักฐานยืนยันครับว่าพี่ธาราไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อของคุณ"

            "แล้วไหนล่ะหลักฐานของคุณ?"

            ผมรีบบอกผู้กองไม้ว่าหลักฐานอยู่ในมือถือของผมและผมก็ขอให้ผู้กองไม้ช่วยหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงให้ผมหน่อย จากนั้นผู้กองไม้ก็เดินเข้ามาล้วงหามือถือในกระเป๋ากางเกงของผมแต่ว่าผู้กองไม้กลับไม่เจอมือถือของผมเลย ซึ่งผมคิดว่ามือถือของผมต้องหล่นหายอยู่ในตู้เสื้อผ้าของพี่ธาราแน่นอน

            และพอผมนึกขึ้นได้ว่ามือถือของผมอาจจะตกอยู่ในตู้เสื้อผ้าผมก็บอกผู้กองไม้ว่า...ให้เขาไปหาดูในตู้เสื้อผ้าของธาราแต่ผู้กองไม้กลับส่ายหน้าไปมาพร้อมกับหาว่าผมเป็นคนโกหกจากนั้นผู้กองไม้ก็สั่งนายตำรวจผู้น้อยสี่ห้านายที่กำลังยืนควบคุมตัวผมกับธาราอยู่ว่า

            "ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปฝากขังไว้ที่สน ก่อน ถ้าผมเสร็จธุระเรื่องพ่อของผมเมื่อไหร่ผมจะตามไปสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเอง"

            "ครับผู้กอง"

            จากนั้นนายตำรวจทั้งห้านายก็พากันเข้ามาควบคุมตัวของผมกับพี่ธาราออกไปด้านนอกทันที

            ถึงแม้ว่าตอนนี้พี่ธาราจะไม่มีแม้แต่แรงจะเดินเลยก็ตามเพราะเขาเดินได้เพียงแค่สองสามก้าวเท่านั้นเขาก็ทรุดตัวล้มลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกคน

            แต่ผู้กองไม้ดูเหมือนไม่สนใจไยดีพี่ธาราอีกแล้วเพราะถึงแม้พี่ธาราจะมีอาการแย่แค่ไหน ผู้กองไม้ก็ยังสั่งนายตำรวจที่ควบคุมตัวของธาราไปพร้อมกับออกคำสั่งย้ำออกไปว่า

            "ลากตัวมันออกไปเลยมันไม่ตายหรอก"

            “ครับผู้กอง”

            จากนั้นนายตำรวจสองนายเดินเข้ามาหิ้วแขนพี่ธาราขึ้นก่อนจะลากตัวเขาออกไปตามคำสั่งของผู้กองไม้ แต่ผมก็รีบก้าวเข้าไปขวางและร้องห้ามพวกเขาเอาไว้ก่อนโดยผมขอร้องพวกเขาว่า

            "ได้โปรดอย่าลากพี่ธาราแบบนี้เลยนะครับถ้าพวกคุณลากเขาออกไปแบบนี้ เขาต้องไม่รอดแน่ ๆ เลยครับ เพราะเขาเป็นโรคหัวใจอยู่ผมขอร้องล่ะครับ อย่าลากเขาแบบนี้...อย่าทำให้เขาต้องสะเทือนใจมากไปกว่านี้เลยนะครับ"

            จากนั้นผู้กองไม้ตวาดนายตำรวจสองคนที่ยืนประกบธาราข้างอยู่ว่า

            "ไม่ต้องไปฟังเขา ลากมันออกไปเลยถ้ามันอยากจะตายก็ให้มันตายไปเลยยิ่งดี"

            "ครับผู้กอง"


    .....

    ซันด๊อก

    คล้ายกับเรื่องผู้ชายของเจ้าพ่อ 3+4 [Flowers of Satan+หวานใจเจ้าพ่อ]-จบแล้ว ที่คุณอ่าน