ฮ่องเต้เว่ยชิงหลงว่าราชการอยู่หนึ่งชั่วยาม(สองชั่วโมง)การประชุมขุนนางก็จบลงใน่เช้า ก่อนที่จะเสด็จกลับพระตำหนัก เว่ยชิงหลงเรียกทหารองครักษ์ออกมาสี่พันนาย แล้วมอบหมายให้ไปเสาะหาพื้นที่ที่จะสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ หากสำรวจได้พื้นที่แห่งใหม่เหมาะแก่การสร้างเมืองหลวง เว่ยชิงหลงมีทหารช่างอยู่หนึ่งล้านห้าแสนนายที่ได้จากระบบ ก็จะนำทหารช่างหนึ่งล้านสามแสนนายไปสร้างเมืองหลวง ส่วนทหารช่างที่เหลืออีกสองแสนนายก็จะให้ลงใต้ไปสร้างเมืองชายฝั่งและท่าน้ำรวมไปถึงสร้างเรือรบ นี้คือสิ่งที่ฮ่องเต้เว่ยชิงหลงวางแผนเอาไว้
ยามจื่อ {23.00น.-01.00น}
พระตำหนักใหญ่ของฮ่องเต้เว่ยชิงหลง
“ฮ่องเต้นี้ก็ดึกมากแล้ว ลูกเข้าบรรทมเถอะ”
“ลูกยังอ่านฎีกาไม่เสร็จพ่ะย่ะค่ะ”
“ยังไงลูกก็พึงอายุหกปี อย่าฝืนร่างกายนักแม่เป็ห่วงเ้า”
“ลูกทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่”
หลังไท่เฮาเสด็จกลับตำหนักฮ่องเต้เว่ยชิงหลงก็เสด็จเข้าบรรทม เช้าวันใหม่ฮ่องเต้เว่ยชิงหลงก็เสด็จไปยังพระตำหนักของไท่เฮาเพื่อเสวยมื้อเช้าก่อนไปว่าราชการ
“ถวายพระพรเสด็จแม่”
“ฮ่องเต้นั่งลงก่อนเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เสด็จพี่พ่ะย่ะค่ะ”
“เสด็จพี่เพค่ะ”
เว่ยชิงหลงเห็นน้องชายน้องสาวเรียก ก็นั่งลง
“หนิงเทียน หนิงเอ๋อ น้องสองคนสบายดีหรือไม่”
“ข้าสบายดีขอรับท่านพี่”
“แล้วน้องเล่าหนิงเอ๋อ”
“ข้าก็สบายดีเ้าค่ะพี่สี่”
ฮ่องเต้เว่ยชิงหลง ยิ้มให้น้องสาวอย่างอ่อนโยน
“เครื่องเสวยพร้อมแล้วลูก แม่ทำเองเลยนะ”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่”
หลังฮ่องเต้เว่ยชิงหลงเสวยมื้อเช้าเสร็จแล้ว ก็เสด็จไปยังท้องพระโรงเพื่อว่าราชการ
“ขุนนางทุกท่าน เื่แรกที่ข้าจะประกาศให้ทราบนั้นก็คือการสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ และสร้างตราพระลัญกรขึ้นนี้คือเื่ที่ข้าจะแจ้งให้พวกท่านทราบ ส่วนเื่การเก็บภาษีจากราษฎรราชเลขาให้ประกาศราชโองการของข้าให้ละเว้นการเก็บภาษีจากราษฎรสองปี ขุนนางท่านใดมีข้อราชการอื่นหรือไม่?”
“กราบทูลฝ่าากระหม่อมหลินเจิ้นซีเสนาบดีกรมคลัง มีเื่จะกราบทูลเกี่ยวกับท้องพระคลังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
“เชิญท่านเสนาบดีหลินว่ามา”
“ตลอดหลายเดือนกรมคลังได้ตรวจนับสิ่งของมีค่าในท้องพระคลังหลวงหนึ่งในนั้นคือเงินตำลึงทองที่มากถึงเก้าร้อยล้านตำลึงทองพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
ขุนนางในท้องพระโรงเมื่อได้ยินเงินตำลึงจำนวนนี้ถึงกับตะลึงไปในทันที
“เงินตำลึงทองจำนวนนี้ดูเหมือนจะมากมายแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อแคว้นต้าเว่ยเรา ข้าจะให้ทหารออกไปสำรวจเพื่อหาแร่ทองและแร่เหล็กสองสิ่งนี้จำเป็ต่อแคว้นต้าเว่ยโดยตรง ขุนนางท่านใดมีเื่รายงานข้าอีกหรือไม่”
“กราบทูลฝ่าายังมีเื่ข้าวที่ไม่เพียงพอต่อราษฎรพ่ะย่ะค่ะเนื่องจากผลผลิตที่ไม่ดีนัก การขาดแคลนข้าวเป็ปัญหายิ่ง”
“เื่นี้ข้าจะมอบหมายให้เสนาบดีหลินติดต่อซื้อข้าวสารจากแคว้นจ้าวแคว้นฉีและแคว้นเหยียนไปก่อน หลังจากนี้ข้าจะให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านการเพาะปลูก เสาะหาพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ต่อการปลูกข้าวให้เพียงพอต่อราษฎรต้าเว่ยต่อไป”
เมื่อประชุมขุนนางเสร็จ ฮ่องเต้เว่ยชิงหลงได้เสด็จไปยังพระตำหนักไท่เฮาเพื่อแจ้งต่อพระมารดาในการเสด็จลงทางใต้
“ฮ่องเต้ลูกจะออกเดินทางเมื่อใด”
“อีกสามวัน เสด็จแม่จะทรงไปกับลูกด้วยหรือไม่ ถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมเยือนราษฎรทางใต้ด้วย การเดินทางครั้งนี้ลูกจะทำเกลือขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ”
“ลูกกำลังหมายถึงทำเกลือขึ้นมาใช้เองงั้นหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ ในอดีตแคว้นฉู่กับแคว้นหานซื้อเกลือจากแคว้นเซี่ย แคว้นเซี่ยคงคิดว่าต่อให้เปลี่ยนราชวงศ์ใหม่อย่างต้าเว่ยเรา ก็คงซื้อเกลือจากแคว้นเซี่ยเหมือนเดิม ลูกจะไม่ทำแบบนั้นแคว้นต้าเว่ยจะต้องพึ่งพาตนเองได้”
“แม่จะสนับสนุนเ้า”
หลังจากนั้นอีกสามวันฮ่องเต้เว่ยชิงหลงก็เสด็จลงทางใต้ ถือโอกาสดูความเป็อยู่ของราษฎรไปด้วย การเดินทางใช้เวลาสิบสี่วันก็มาถึงยังชายฝั่งทะเล เมื่อมาถึงฮ่องเต้เว่ยชิงหลงจึงให้ทหารสำรวจพื้นที่ชายฝั่งที่ติดกับทะเล เพื่อเตรียมพื้นที่ในการทำนาเกลือถึงหกสิบหมู่(25ไร่)