Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 11 ราคา

    “อีกอย่างทำไมนายน้อยถึงบอกว่าความเร็วมันเพิ่มถึง 5 เท่ากัน” ทอมกล่าวอย่างสงสัยของเขานั้นรู้สึกได้ว่าความเร็วในการบ่มเพาะนั้นมีแค่ 4 เท่าเอง ต้องรู้ไว้ก่อนว่าเม็ดยาอย่างวารีเพิ่มพูนที่เพิ่มความเร็วบ่มเพาะ 2 เท่านั้นเป็นเม็ดยาระดับไร้มลทินเนื่องจากเพราะว่าเป็นเม็ดยาระดับผู้ใช้เวทย์เพราะงั้นนักปรุงยาส่วนมากจึงมีฝีมือที่พัฒนาจนทำให้เม็ดยากลายเป็นระดับไร้มลทินได้ มันไม่ง่ายเลยที่จะเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะอย่างเม็ดยาอัคคีระดับนักเวทย์เองก็เพิ่มให้ได้แค่ 1.8 เท่าในคุณภาพระดับไร้มลทิน เนื่องจากยิ่งสูงก็ยิ่งปรุงยาได้ยากและการให้ได้สรรพคุณผลลัพธ์กลับดูน้อยลงเนื่องจากยิ่งมีพลังมากก็ยิ่งไต่ไปขึ้นยากมากขึ้นเท่านั้น สวนทางกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรงมากพอจะใช้กับพวกระดับพลังสูง ๆ อย่างเม็ดยาระดับจอมเวทจะให้ความเร็วการบ่มเพาะ 1.5 เท่าเพียงเท่านั้นเองและกฎเกณฑ์ธาตุเองก็ไม่มีอยู่ในสรรพคุณด้วยนี้คือยาในระดับไร้มลทินเชียวนะ ถ้าต้องการสรรพคุณเพิ่มเข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุก็ต้องหาสมุนไพรธาตุที่หาได้ยากไม่น้อยเลย ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะมีนักปรุงยาเท่าใดกันที่จะสามารถปรุงยาได้ในระดับไร้มลทินได้มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย “เรื่องนี้ต้องถามลุงเคลดู” เฟคส่ายหัวกล่าวเพราะเขาเองก็ไม่รู้สรรพคุณตัวยา แต่ว่าความรู้สึกนั้นรับรู้ได้จริง ๆ ว่าความเร็วมันเพิ่มถึง 5 เท่า ทั้งสองหันกลับมามองที่เคลที่เป็นตัวประเด็น แต่เขากลับกำลังนั่งจดอะไรบางอย่างและยังฉีกรอยยิ้มแบบแปลก ๆ เคลที่จดอยู่ก็สงสัยว่าทำไมเสียงเงียบลงก็เงยหน้าขึ้นมา “อุ้ย! ตกใจหมด” “พี่ชายนี้มันเม็ดยาอะไรกันทำไมมันถึงสุดยอดมากขนาดนี้” ทอมยิงประเด็นถาม “ก็เม็ดยารวบรวมพลังเวทย์ยังไงละหือ?” “ไม่ใช่แค่นั้นเส่” “อ๋อ...ความเร็วในการบ่มเพาะงั้นเหรอ..ก็ให้สรรพคุณตามลำดับพลังละนะ.....” เคลพูดและอธิบายสรรพคุณยาทั้งหมดจนหมดเปลือก “...”“..” “สุดยอดเลยนะทอม” เฟคพูดถามความเห็นทอม ทอมเองก็พยักหน้ายอบรับ “อ้าวไม่ตกตะลึงหน่อยเหรอ” เคลแปลกใจเพราะไม่เห็นท่าทางตื่นเต้นของสองนายบ่าวเลย “ถ้าจะให้ผมตกตะลึงบ่อย ๆ เกรงว่าผมอาจจะชักตายได้ฮาฮา” เฟคพูดพลางหัวเราะเพียงแค่เข้ามาในร้านนี้เขาก็ตกตะลึงไปมากพอแล้ว จากนี้ไปถ้าเจออะไรเขาจะทำตัวให้นิ่งสุขุมมากขึ้น         “แต่ว่าทำไมผมรู้สึกว่าผลการใช้งานของมันมีฤทธิ์เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นพี่ชาย” “อ่าก็ประมาณแหละส่วนราคาก็ 550 เหรียญทอง” เคลกล่าว “โอ้ถูกอยู่นะเนี่ยแต่ปกติแล้วเม็ดยาวารีเพิ่มพูนจะมีราคา 1000 เหรียญทองแต่ฤทธิ์ของมันมีถึง 12 ชั่วโมงและมีการตกค้างของผลข้างเคียงด้วยแม้ว่ามันจะเป็นระดับไร้มลทินก็ตาม” เฟคกล่าวสรุป “แต่ว่าเมื่อเทียบสำหรับความคุ้มค่าของผู้วิเศษแล้วละก็เม็ดยาของพี่ชายดูดีกว่านั้นเยอะเลยนะ” “นั่นสินายน้อยแต่ว่าราคาของมันเทียบต่อฤทธิ์แล้วแพงไม่น้อยเลยถ้าจะใช้ครึ่งวันก็ 6600 เหรียญทองเลยนะ” “ในกรณีพิเศษของฉันที่สามารถจะกลับไปเป็นระดับนักเวทย์ภายในไม่ถึง 1 เดือนแล้วคงจะถูกว่าคนอื่นแน่นอนเลย” เฟคกล่าวก่อนที่เขาจะมาอยู่ในระดับนักเวทย์ก็ใช้เวลา 2 ปีหลังจากเข้าสู่หนทางแห่งพลังเวทย์แต่นั่นเป็นเพราะว่าเขามีหัวใจลาวาประทุ คนทั่วไปที่เกิดมามีพรสวรรค์รับรู้พลังเวทย์ตั้งแต่เด็ก ๆ จะสามารถเข้าสู่ประตูแห่งพลังได้เมื่อมีอายุครบ 15 ปี เหล่าผู้วิเศษเคยค้นคว้าและลงความเห็นว่าเป็นเพราะร่างกายตอนเด็กไม่สามารถควบคุมละอองเวทย์ได้ทำได้แค่เพียงให้ร่างกายค่อย ๆ ซึมซับละอองเวทย์เข้าสู่ร่างกายเท่านั้น และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะเข้าสู่ประตูหนทางแห่งพลังได้นั่นคือตอนอายุ 15 ปี และพอฝึกฝนต่อก็จะเข้าสู่ระดับนักเวทได้ตอนอายุ 25-35 ปี อย่างไรก็ตามนั้นเป็นเพียงแค่กรณีของเด็กที่เกิดมามีพรสวรรค์รับรู้พลังเวทย์ตั้งแต่เกิดเพียงเท่านั้น สำหรับคนทั่วไปปกติธรรมดาที่ไม่ได้เกิดมารับรู้พลังเวทย์ได้ก็จะต้องซื้อทรัพยากรจำนวนมากขั้นต่ำคือ 5000 เหรียญทองเป็นอย่างน้อยถึงจะเข้าสู่หนทางแห่งพลังได้หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและพรสวรรค์ของตัวเองทั้งนั้น “1 เดือนมี 30 วันทั้งหมดที่นายน้อยจะต้องเสียเงินก็ 198000 เหรียญทอง” ทอมคำนวณราคาอย่างคร่าว “นะ..นี่แพงเป็นอย่างมากเลยนะนายน้อย” “ใช่พวกเรามีเงินไม่พอและบางทีราคาอาจจะแพงมากกว่านั้นเยอะ” เฟคกล่าวพยักหน้าพลางครุ่นคิด นั่นก็หมายความว่าตัวเขาจะไม่มีเงินมากพอ “เห็นทีเราต้องขายสมบัติ” เฟคพูดเนื่องจากเขาเป็นนายน้อยตระกูลใหญ่เขามีอุปกรณ์ระดับสูงอยู่ในตัวจำนวนหนึ่งซึ่งถูกเก็บไว้ในแหวนมิติ แหวนมิติสิ่งลึกลับที่ถูกสร้างโดยคนแคระและสำหรับผู้วิเศษที่เป็นมนุษย์แล้วก็ไม่สามารถค้นคว้าวิธีการสร้างของมันได้ มีราคาแพงและคุณภาพที่ดีกว่าถุงมิติที่พวกนักผจญภัยแรงค์สูงใช้กันมากนัก ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่รวยจริงก็ไม่สามารถครอบครองได้ “เอาจริงงั้นหรือนายน้อย” “ใช่” เฟคพูดนี้เป็นของส่วนตัวที่เขาได้รับจากญาติและคนตระกูลอื่นมาให้เป็นของขวัญทุก ๆ วันเกิดก่อนจะอายุครบ 15 ปี ถ้าเคลได้รู้คงต้องอิจฉาตาร้อน นี่แหละหนาเหล่าลูกคนรวยตระกูลใหญ่พอมีงานวันเกิดลูกหลานทีก็จะให้ของคุณภาพสูงสูงอย่างง่าย ๆ !! เฟคก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน “มันน่าจะมีมูลค่าเป็นล้านฝากด้วยนะทอม” เฟคกล่าวและยื่นแหวนให้ทอมอย่างไม่ลังเล เพราะเขาเชื่อใจทอมที่เป็นผู้ติดตามเพียงคนเดียวของเขา ตามจริงตอนที่เขาโดนไล่เฉดหัวออกมา บิดาของเขาก็เหมือนจะให้ผู้ติดตามคนแข็งแกร่งกว่าทอมมาอยู่ข้างกายแต่ว่าเขากลับไม่เอาและเลือกทอมมาเป็นผู้ติดตามมากกว่า ซึ่ง ณ ตอนนั้นเขาก็เห็นสีหน้าของบิดากลับยิ้มออกมาอย่างแปลก ๆ “ได้ขอรับนายน้อยผมจะนำเงินมาให้” ทอมกล่าวพลางรับแหวนก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ “เออร้านพี่ชายเคลรับซื้อสินค้าหรือไม่?” เคลที่ฟังอยู่ก็ยิ้มแห้ง ‘ในตัวมีเงินแค่พันกว่าเหรียญทองของที่ราคาต่ำสุดอย่าได้หวังเลย’ “เอ่อตอนนี้ยังไม่รับน่ะแต่ก็รับซ่อมไอเทมอยู่นะ” เคลกล่าวปัดพลางแนะนำเรื่องซ่อมไอเทมแทน “อ๋อใช่สิลุงเคลได้บอกมีบริการซ่อมด้วยนี้ผมมีไอเทมบางอย่างให้ซ่อมพอดีเลย” เฟคพูดนึกขึ้นได้ พลางหันไปหยิบแหวนมิติจากทอมและเลือกไอเทมชิ้นหนึ่งขึ้นมา “นี้เป็นลูกแก้วที่มีชื่อว่าเนเธอร์” เฟคพูดและลูบไล้ลูกแก้ว ลักษณะของมันคือกลมใสสีเขียวมนและมีรอยแตก “ผมได้มันมาตอนอายุครบ 12 ปีมีนักปราชญ์จากจักรวรรดิบาบิโลนมาอวยพรวันเกิดโดยให้ของขวัญชิ้นนี้มา” “นักปราชญ์จากจักวรรดิบาบิโลนนะหรือนายน้อยนั่นมันจักรวรรดิอันทรงอำนาจที่สุดเลยนี่!” ทอมตกตะลึงเมื่อเทียบกันแล้วจักรวรรดิไบแซนไทน์ยังด้อยกว่า “ใช่เห็นว่าท่านเดินทางร่อนเร่เพียงลำพังและเห็นว่าท่านถูกใจผมจึงให้สิ่งนี้มา” เฟคพูด “ท่านบอกว่าเมื่อเป็นระดับจอมเวทย์แล้วให้เดินทางไปที่นั่นและตามหาเขาโดยใช้ลูกแก้วนี้เป็นหลักฐานยืนยัน” “เอาจริงผมเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยถ้าลุงเคลไม่ทักเสียก่อน” “โอ้ไอเทมจากนักปราชญ์ต้องเป็นของสุดยอดอย่างแน่นอน” ทอมตาลุกวาวอย่างสนใจ แต่ว่าก็ตั้งสติได้และนึกขึ้นได้ว่า เขาจะต้องนำสมบัติไปขายเพื่อไม่ให้เสียเวลาเพราะงั้น ทอมจึงกล่าวลาเฟคและรีบเดินทางไปขายไอเทมทันที “ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้หรอกแต่จำได้ว่าท่านนักปราชญ์บอกไว้ว่าไอเทมชิ้นนี้ซ่อมไม่ได้และไม่มีฤทธิ์อันใดเป็นไว้แค่เพียงสัญลักษณ์ตัวแทน” “แต่ผมเชื่อว่าลุงเคลน่าจะซ่อมได้ใช่หรือไม่?” เฟคกล่าวและยื่นลูกแก้วให้เคล ในความคิดของเขาแน่นอนเลยว่าเจ้าของร้านสุดยอดไอเทมนั้นลึกลับกว่านักปราชญ์คนนั้นเสียอีก “แน่นอนฉันจะซ่อมให้” เคลกล่าวพลางหยิบลูกแก้วไปสำรวจ ‘โอ้ราคาซ่อมเจ้านี้ต้องเรียกเงินเยอะ ๆ หน่อยแล้วเห็นทีพรุ่งนี้คงได้เป็นผู้วิเศษแน่นอนเลย’ “ประเมิน” !ติ้ง[ทักษะ ประเมิน ระดับ 1 ทำงาน] *******ไม่งงกับสรรพนามแทนตัวเองเนอะเฟคพูด “ผม” กับเคลย์เมอร์เจ้าของร้าน และพูด “ฉัน” กับผู้ติดตามทอม ขอบคุณที่ติดตามครับจะพยายามให้ดีที่สุด