The RockStar ย้อนเวลามาเป็นหัวโจก

    Chapter [1] ศูนย์เจ็ด

     Chapter [1] ศูนย์เจ็ด...“ศูนย์เจ็ด! แกมัวทำอะไรอยู่ เป้าหมายกำลังจะออกจากจุดแล้ว!” ท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงัดและมืดมิดไร้ซึ่งเสียงรบกวน เสียงของปลายสายจากหูฟังของชายในชุดคลุมดำทั้งตัวพลันดังขึ้นในเชิงดุด่า “รอไปเถอะ” ชายในชุดคลุมดำไม่พูดมาก เรื่องการลอบสังหารเขาไม่จำเป็นต้องมีใครมาสอนหรอก “ไอ้เวรเอ๊ย เป้าหมายขึ้นรถไปแล้วแกเห็นมั๊ย? ยิงสิวะ ยิงสิ ไม่ทันแน่!” ชายปลายสายได้แต่หัวร้อน เงินตอบแทนของงานนี้มันตั้ง 30 ล้านดอลลาร์ ตั้ง 30 ล้านเชียวนะ เงินตั้งขนาดนั้นทั้งๆ ที่มันกองอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ตอนนี้กลับจะหายไปเพราะความล่าช้าของไอ้ศูนย์เจ็ดที่ถูกพูดถึงนักพูดถึงหนา บ้าจริงเชียว! “...” ศูนย์เจ็ดไม่แม้แต่จะสนใจเสียงของคู่หูที่ทำงานร่วมกันในงานนี้ สิ่งที่เขาทำคือการรวมสมาธิและจดจ่ออยู่กับเป้าหมาย ตูม!!และในที่สุดเสียงลูกกระสุนปืนของสไนเปอร์ก็ดังขึ้นท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบนั้น จากระยะห่างเกือบ 800 เมตร ในขณะที่เป้าหมายกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากการนั่งรถ กระสุนปืนที่ไม่ทราบที่มาพลันพุ่งทะลุกระจกกันกระสุนไปอย่าง่ายดาย ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าปลิดชีพของเป้าหมายอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเสี้ยววินาที! ต้องยกความดีความชอบให้กับปืนสไนเปอร์ขององค์กรที่ถูกสั่งทำพิเศษแล้วล่ะ การลอบสังหารด้วยปืนสไนเปอร์จึงเป็นอะไรที่ง่ายดายมากกว่าที่เคยเป็นมาทั้งสิ้น “บะ บ้า บ้าไปแล้ว ไอ้เวรนี่มันเก่งเกินไปแล้ว!” มองเห็นสัญญาณในจอตรงหน้าเป็นสีเขียวซึ่งแปลว่าภารกิจสำเร็จ เขาก็ได้แต่กล่าวเสียงสั่น เรื่องที่อัตราการทำภารกิจสำเร็จของศูนย์เจ็ดนั้นเป็นเรื่องจริง และนี่คือข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี จะมีใครสามารถสังหารคนที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในระยะห่างเกือบ 800 เมตรได้บ้าง? ไม่มี หากไม่โชคดีจริงๆ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น “สามสิบล้าน! ส่วนแบบของชั้นก็เจ็ดล้าน หมูๆ แบบนี้ซื้อบ้านหรูได้ทั้งหลังเลยล่ะ ฮ่าฮ่า” ชายปลายสายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะชอบใจ เงินค่าตอบแทนมากขนาดนี้จะไม่ปรากฏขึ้นมาเลยหากไม่เป็นเงินรางัวลจากภารกิจระดับ SS หรือภารกิจระดับรองลงมาจากระดับสูงที่สุด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เป้าหมายในครั้งนี้มีระดับมากถึงระดับ SS ก็เป็นเพราะเป้าหมายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ 1 ในเจ้าพ่อแก๊งมาเฟียรุ่นสองที่มีรากฐานความแข็งแกร่งมายาวนานกว่า 100 ปี เรื่องความน่าเกรงขามและอำนาจในโลกมืด เจ้าพ่อมาเฟียคนนี้ไม่ได้ด้อยหน้าใครเลย เพราะเป็นตัวตนระดับนี้นี่เองความยากของภารกิจถึงได้ยากลำบากขนาดนี้ แต่พวกเขาก็ทำสำเร็จไปครึ่งแล้ว ที่เหลือก็แค่ลบร่องรอยไม่ให้พวกมันสาวมาถึงองค์กรได้ก็เท่านั้น “จะมัวชักช้าไม่ได้แล้ว ฉันก็ควรจะต้องเริ่มทำหน้าเหมือนกัน” กล่าวจบ ชายคนนั้นจึงใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงไปกับการลบไฟล์ในก้องวงจรปิดในละแวกทั้งหมด ทั้งยังค้นหาเส้นทางหนีให้กับศูนย์เจ็ดที่เป็นคู่หูของภารกิจนี้อย่างแยบยล อีกไม่นานภารกิจนี้คงจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ จู่ๆ ที่ศีรษะของเขาดันมีของแข็งอันแสนคุ้นเคยมาจ่อเข้าเสียได้ ไม่รอเวลาแต่อย่างใด เสียงของแข็งนั่นพลันดังขึ้นในทันที ปัง! เสียงของปืนดังลั่น กระสุนปืนพลันทะลุศีรษะของชายคนนั้นไปโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ พวกเขาถูกหักหลัง! “เห้ย เสียงไรวะน่ะ!? เวรเอ๊ย!” ศูนย์เจ็ดได้ยินเสียงปืนนั่นเต็มๆ สองหู พวกเขาพลาดแล้ว ที่องค์กรว่าจ้างพวกเขามาทำงานนี้เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันจำสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ และเมื่อภารกิจสำเร็จ กลับกลายเป็นว่าพวกเขาถูกหักหลัง! บัดซบที่สุด! “!!?” ปัง!เสียงของปืนดังลั่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาจากปลายสายของหูฟัง มันมาจากข้างกายของศูนย์เจ็ดต่างหาก โชคดีที่เขาหลบมาและยิงปืนพกสั้นสวนกลับไปได้ “บ้าจริง!” เขาจัดการไปหนึ่งแล้ว แน่นอนว่ามันต้องมีสองและสามลามไปจนถึงร้อยตามมาอีกแน่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องอื่น เขาต้องหนี! ปัง ปัง ปัง!เสียงปืนพกดังไล่หลังมาไม่หยุดในขณะที่ศูนย์เจ็ดทำได้เพียงวิ่งหนี ทำไมเขาต้องหนีพวกเวรนี่ด้วยนะ? เพราะพวกมันมีเยอะกว่า? หรือเพราะว่าเขาไร้ซึ่งหนทางสู้? ไม่เลย ที่เขาหนีเพราะเขากลัวความตายต่างหาก “ชิ! ฉันผ่านเรื่องเสี่ยงตายมาหลายร้อยครั้งแล้ว ครั้งนี้จะต้องกลัวอะไรอีก?” ทั้งสถานการณ์เสี่ยงตายจากการฝึกฝน และจากภารกิจระดับสูงที่เขาทำไม่เคยพลาด ทุกครั้งที่เขาเสี่ยงตายล้วนแต่มีบาดแผลประดับไว้พร้อมๆ กันเสมอ ทั้งบาดแผลพวกนั้นเองก็ไม่ใช่แค่ถากๆ ซะหน่อย มาถึงตรงนี้เขาจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ? ทำอย่างกับว่าถ้าหนีแล้วจะรอดอย่างนั้นแหละ กึก!คิดได้แบบนั้นศูนย์เจ็ดจึงชะงักอยู่กับที่ภายใต้ร่มของต้นไม้ที่คอยบังกระสุนเอาไว้ เขาไม่จำเป็นต้องหนี! หากหนีรอดในวันนี้เขาก็จะต้องหนีอีกครั้ง และอีกครั้งไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด สู้ตายเสียตอนนี้มันต่างกันตรงไหน? “ก่อนตายขอลากพวกแกไปให้ได้เยอะที่สุดก็แล้วกัน!” กล่าวจบ ชายหนุ่มก็ได้หายตัวไปในเงาของต้นไม้ที่ถูกสะท้อนภายใต้แสงจันทร์ ปัง!ปัง!ปัง!สามศพพลันนอนลงแน่นิ่งกับพื้น พร้อมกับปืนของพวกมันที่ถูกนำมากระชับไว้ในมือเตรียมสังหารพวกต่อไปที่กำลังวิ่งตามมา ด้วยความสามารถของเขา ค่ำคืนนี้คงยังอีกยาวนาน ไม่ใช่แค่การลอบสังหารจากระยะไกลเท่านั้นที่เขาถนัด กระทั่งระยะใกล้ หากเป้าหมายอยู่ในทีเผลอเขาก็ไม่เคยพลาดเช่นกัน ปัง! ปัง! ตูม...!เสียงดังสนั่นไปทั่วป่าราวกับสงครามขนาดย่อมกำลังถูกดำเนินขึ้น ภายใต้แสงจันทร์อันแสนงดงาม บนพื้นเบื้องล่างกลับปรากฏให้เห็นร่างไร้ซึ่งวิญญาณกว่าหลายร้อย ณ จุดกึ่งกลางเผยให้เห็นชายในชุดคลุมดำที่ขาดหลุดลุ่ย ทั้งรอบๆ ตัวยังมีบาดแผลไม่ต่ำกว่าสิบ “มาได้แค่นี้สินะ? ฮ่าฮ่า” ศูนย์เจ็ดได้แต่หัวเราะในลำคอ เขามาได้แค่นี้เองหรอ? เขาควรจะฆ่าพวกมันได้มากกว่านี้สิ เขาเป็นถึงศูนย์เจ็ดเลยนะ ศูนย์เจ็ดในหนังมันต้องเก่งกว่านี้สิ ทำไมเขาถึงได้อ่อนแอขนาดนี้นะ? เขาอ่อนแอมาตลอด เขาอ่อนแอมาตลอดจริงๆ ปัง!และแล้ว ตำนานก็ถูกสังหาร ศูนย์เจ็ดที่ถูกลือหนักหนาว่าเป็นมือหนึ่งพลันถูกต้อนเสียจนมุมและตายในที่สุด น่าแปลกนักที่คนกว่าร้อยไม่ใช่ผู้ลงมือฆ่า เพราะมันคือตัวของเขาเองที่ลงมือปลิดชีพตน เขาตายท่ามกลางศพนับร้อยด้วยฝีมือของตัวเอง กระทั่งการตายของเขาก็ยังคงเป็นที่น่าจดจำเสียจริง นี่สิถึงจะเรียกว่าศูนย์เจ็ด  ...  ‘นี่เราตายแล้ว?’ ภายในห้วงแห่งความคิด ศูนย์เจ็ดอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถาม เขาตายแล้ว? ทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเองจะเก่งนักเก่งหนาจนสามารถข้ามผ่านทุกปัญหาได้แล้ว สุดท้ายก็ตายจนได้ น่าเวทนาจริงๆ ‘เดี๋ยว? เรายังไม่ตาย’ แม้แต่คนโง่ก็รู้ เขาในตอนนี้จะตายได้ยังไงในเมื่อยังสามารถนึกคิดได้อยู่เช่นนี้ หรือว่านี่คือนรก? ของแบบนั้นจะมีได้ยังไงกันล่ะจริงไหม สรุปแล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน เขายังไม่ตายจริงๆ ใช่ไหม? “แกกล้าไปฟ้องครูหรอไอ้ขยะ โดนนี่หน่อยเป็นไง?” ‘เสียงอะไร? มันพูดภาษาอะไรของมัน แล้วทำไมฉันถึงได้เข้าใจล่ะ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย?’ ท่ามกลางความงงงัน ในที่สุดศูนย์เจ็ดก็ได้ลืมตาตื่นมาในสภาพที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด เฮือก! “กลิ่น กลิ่นอะไร?” พึ่งจะลืมตาขึ้นมาได้ไม่ถึงชั่วลมหายใจ กลิ่นเหม็นเน่าราวกับปลากระป๋องที่ไม่ถูกเปิดออกมาหลายสิบปีก็ได้ถาโถมเข้าสู่จมูกของศูนย์เจ็ด จากนั้นครึ่งวินาทีให้หลัง ภาพของส้นเท้าก็ดันเข้ามาในหัว ไม่สิ มันอยู่ต่อหน้าเขาเลยต่างหาก ปัก!   จบตอน  
    error loadedสีหน้าของพระเอกหลังจากที่เห็นฝ่าเท้าลอยกระทบเข้าที่ใบหน้า