หลายวันต่อมาชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีดำปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากน้ำแข็งแอบออกไปยังด้านนอกวังเช่นเดิม ทว่ายังไม่ได้เดินเข้าไปในป่าแต่อย่างใดกลับกันเขาเดินไปยังในเมืองใหญ่ แล้วมาหยุดลงตรงบริเวณสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่มีป้ายเขียนว่า 'หอประมูลฮั่ว'
หอประมูลนี้ถูกก่อตั้งมาพร้อมกับราชวงศ์ลั่วเลยก็ว่าได้ ทั้งยังมีสาขามากมายตามหัวเมืองต่างๆมากมาย และเนื่องจากสถานที่แห่งนี้ก่อตั้งมานานทำให้ความแข็งแกร่งของหอประมูลนี้นับว่าเป็รองเพียงแค่ราชวงศ์เท่านั้นเอง โชคยังดีที่พวกเขาชื่นชอบการประมูลค้าขายมากกว่าหาก้าจะสร้างปัญหาละกับราชวงศ์ละก็คงจะหน้าปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว และเป้าหมายที่ลั่วอู่หลินมาที่นี่ก็คือมาขายซากสัตว์อสูรนั่นเอง
"ข้ามาขายซากสัตว์อสูร พวกเ้าสามารถตีราคาให้ข้าได้หรือไม่"เมื่อเข้ามาชายหนุ่มทำเสียงเคร่งขรึมในทันใด พนักงานที่ได้ยินก็พลันมองสำรวจชายหนุ่มทำงานของตนเองต่อไป
"ไม่ทราบเป็สัตว์อสูรระดับใด สามารถปลดปล่อยออกมาที่นี่ได้หรือไม่"พนักงานกล่าวถาม
"เ้าแน่ใจว่าจะให้ปลดปล่อยพวกมันที่นี่?"ลั่วอู่หลินกล่าวถามย้ำเพื่อขอคำยืนยัน
"แน่นอนรีบวางเถอะข้าจะได้ประเมินราคา"
ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ขัดศรัทธาของอีกฝ่าย สัตว์อสูรั์ระดับแม่ทัพค่อยๆออกมาจากแหวนของชายหนุ่มตัวแล้วตัวเล่าจนในที่สุดก็ท่วมไปทั้งโถงต้อนรับจนพนักงานถึงกับกลืนน้ำลายดวงตาฉายแววตะลึงและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองเห็น
"เอ่อ....ระ รอสักครู่ เดี๋ยวข้าจะรีบไปตามผู้จัดการมาเดี๋ยวนี้ขอรับ"คำพูดของพนักงานชายคนนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นสอง ใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานชายชราคนหนึ่งก็เดินลงมาพร้อมกับพนักงานคนเมื่อครู่นั้น เมื่อเห็นกองสัตว์อสูรที่มากายก่ายกองเบื้องหน้าชายชราก็ให้พนักงานมาช่วยกันนับจำนวนพวกมันอย่างรวดเร็ว ส่วนระดับของพวกมันนั้นเขาที่ประเมิณสินค้ามามากมายย่อมรู้ได้ในทันทีว่าสัตว์อสูรเหล่านี้คือระดับแม่ทัพอย่างแน่นอน
"ขออภัยในความไม่สะดวก ชายชราคนนี้มีนามว่าฮั่วหยางเป็ผู้จัดการของหอประมูลแห่งนี้ ระหว่างรอการนับจำนวนเชิญสหายไปดื่มชาที่ห้องรับรองก่อนดีหรือไม่"ลั่วอู่หลินพยักหน้ารับคำเชิญของผู้เฒ่าฮั่วหยางในทันที และเดินไปนั่งนิ่งๆในห้องรับรองไม่ได้เตะหรือดื่มอะไร
"สหาย ขอถามได้หรือไม่ว่าไปได้เนื้อสัตว์อสูรมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน"ฮั่วหยางไถ่ถามในทันทีแต่คำตอบที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มนั้นมีเพียงสั้นๆนั่นคือ
"ล่ามาเอง"
คำตอบนี้ของลั่วอู่หลินไร้ซึ่งความลังเลใจ หากอีกฝ่ายไม่เชื่อก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาถึงอย่างไรขอแค่ขายได้ก็เพียงพอ
"โอ้ เป็เช่นนั้น"ชายชราฮั่วหยางพยักหน้าราวกับเข้าใจ แน่นอนเขาผ่านงานแบบนี้มามากจึงประเมินคนได้ว่าใครโกหกหรือพูดจริง ซึ่งในกรณีของลั่วอู่หลินนั้น ชายชราประเมินว่าเป็ความจริงอย่างแน่นอน เนื่องจากตอนพูดน้ำเสียงไม่สั่น ทั้งหัวใจของชายหนุ่มก็เต้นปกติไม่ผิดจังหวะเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกกันมากนัก ใช้เวลาไม่นานการประเมิณสินค้าก็เสร็จสิ้นพร้อมกับพนักงานที่เปิดประตูเข้ามาในมือถือถาดที่เต็มไปด้วยเงิน
"สัตว์อสูรหนึ่งร้อยสามสิบตัวระดับแม่ทัพขั้นกลางเกือบทั้งหมด ราคาตัวละ 5 เหรียญปราณทอง รวมเป็เงิน 650 เหรียญปราณทอง เชิญตรวจสอบได้"ฮั่วหยางดันถาดเงินไปหาชายหนุ่มเพื่อให้ตรวจสอบ แต่ทว่าลั่วอู่หลินกลับมิได้ทำมัน เขาเก็บเหรียญปราณทองเข้าไปในแหวนมิติของตนเองในทันทีแล้วลุกขึ้น
"ไม่จำเป็ต้องตรวจสอบ หอประมูลของท่านหน้าเชื่อถือมากพอแล้ว หากไม่มีอะไรแล้วขอตัวลา"ชายหนุ่มเดินออกไปจากห้องทันทีและใช้ย่างก้าวเงาสนทยาหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีตัวตน
ชายชราที่ไม่สามารถััถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ก็พลันยกยิ้ม "ให้ตายสิช่างเป็ท่าร่างที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก"
ลั่วอู่หลินได้ทะยานร่างมาไกล ชายหนุ่มเข้าไปยังป่าใหญ่ในทันทีหลังจากเสร็จธุระ ตัวเขาไม่อยากอยู่ไกล้ชายชราและสนทนาคนนั้นมากเกินไป เพราะรางสังหรณ์ของเขาบอกว่าชายคนนั้นไม่ธรรมดา ไม่แน่อาจเป็ตัวตนระดับกบัตริย์ก็เป็ได้
"น้องชายตอนนี้เ้าควรจะหาคนมาเพิ่มนขุมกำลังได้แล้ว อย่างน้อยก็ให้เพียงพอที่จะไปคุมหอการค้าของแคว้นใหญ่เหนือ ใต้ ออก ตก ส่วนสองพี่น้องก็ให้เป็มือซ้ายมือขวาของเ้าในการรับข่าวสารต่างๆ หากให้ประมาณการรอบนี้หาสักแปดคนก่อนแคว้นละสองคน เ้าคิดว่าอย่างไร"นางเซียนให้คำแนะนำ
ลั่วอู่หลินพยักหน้าเห็นด้วย ตอนแรกเขาคิดจะรอให้สองพี่น้องอยู่ในระดับแม่ทัพเสียก่อนแต่หากเป็แบบนี้เกรงว่าจะไม่ได้ขยับไปไหนเสียที ความคิดของพี่สาวไฉ่เยว่เอ๋อของเขานี้ถือได้ว่าสมเหตุสมผลเลยทีเดียว
"เอาเป็ว่า เดี๋ยวข้าจะให้สองพี่น้องหาคนเข้าขุมกำลังก็แล้วกันตบะพวกเขาอยู่ระดับนักรบขั้นห้าแล้วทั้งยังขยันพากเพียร ข้าเชื่อว่าทั้งสองจะต้องหาฝึกสอนคนที่มาใหม่ได้อย่างแน่นอน"ลั่วอู่หลินกล่าวขณะที่กำลังทะยานร่างตรงไปยังมิติเหมันต์เทวาแต่ทว่ากลับต้องหยุดชะงักฝีเท้าของตนเองลง
"โฮก!!!"
เสียงสัตว์อสูรขู่คำรามดังลั่น ลั่วอู่หลินหันหน้าไปทางต้นเสียงกลับพบกลุ่มคนที่ตอนนี้กำลังถูกไล่ล่าโดยสัตว์อสูรระดับกษัตริย์ราชสีห์ทองคำที่เขาพบเจอเมื่อไม่กี่วันก่อน
"สัญลักษณ์คล้ายๆกับเปลวเพลิงแบบนั้นมันราชวงศ์เมิ่งที่กุมอำนาจทิศใต้ของดินแดน พวกนั้นมาทำอะไรที่นี่กัน"ชายหนุ่มต้องถึงกับแปลกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย พามาแค่ตัวตนระดับจอมพลเท่านั้นแต่กลับไปต่อกรกับสัตว์อสูรระดับกษัตริย์ คงมีคำว่าบ้าเท่านั้นที่จะนิยามการกระทำของราชวงศ์นี้ได้
"พวกเขาดูเหมือนจะไม่ไหวแล้ว จะเอาอย่างไรดีจะช่วยหรือจะปล่อยไปทั้งแบบนี้"นางเซียนกล่าวถาม
"ถึงอย่างไรก็ต้องช่วย ชายผมสีแดงนั่นดูท่าทางสูงส่งน่าจะเป็เ้าชายหรือไม่ก็ขุนนาง มันจะดูไม่ดีนักหากต้องมาตายยังเขตอาณาจักรเรา"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมถอนหายใจ ชายหนุ่มสร้างคันศรน้ำแข็งให้ปรากฏอยู่บนมือตั้งท่าพร้อมยิง เนตรอสรพิษ์สำแดงพลังของมันจนลั่วอู่หลินมองเห็นทั้งคลื่นความร้อน เส้นเื กล้ามเนื้อรวมไปถึงจุดตายต่างๆของราชสีห์ทองคำอย่างชัดเจน
เมื่อเขาง่วงคันศรปรากฏลูกศรน้ำแข็งห้าดอกด้วยกัน เมื่อเขาปล่อยลูกศรออกไปนั้นเป็เวลาเดียวกันกับที่เหล่าคนของราชวงศ์เมิ่งพากันหมดแรงและล้มลงด้วยอาการเหนื่อยหอบราวกับยอมรับความตายเบื้องหน้า
"สวบ!"
ศรน้ำแข็งห้าดอกแทงเข้าไปยังโคนปีกสองข้าง กลางลำตัวที่มีาแอยู่แล้ว และสุดท้ายคือดวงตา ราชสีห์ทองคำสามารถป้องกันดวงตาของมันได้แต่ทว่าส่วนอื่นกลับถูกศรน้ำแข็งแทงจนหมดสิ้น พิษหยินค่อยๆแพร่กระจายในตัวของมันทำให้รู้สึกได้ถึงความเ็ปจากความเย็นสุดขั่วที่เสียดแทง
"นั่งบื้ออะไรอยู่ วิ่งสิ!"ลั่วอู่หลินะโดังกึกก้องทำให้ชายผมแดงมองไปยังตัวเขาและลุกขึ้นกลั่นใจวิ่งไปทางชายหนุ่ม แต่ทว่าราชสีห์ทองคำเองก็ไม่ยอมให้เป็เช่นนั้นง่ายๆแม้จะได้รับผิดหยินแต่ก็แค่ทำให้หยุดชะงักไปชั่วครู่เท่านั้น มันยังคงวิ่งตามกลุ่มคนกลุ่มนั้นอย่างรวดเร็วและฟาดกรงเล็บจนกลายเป็คลื่นสีทองที่หน้าหวาดสะพรึงราวกับจะตัดทุกสรรพสิ่งเบื้องหน้าได้
"บ้าจริง!"ลั่วอู่หลินสบถขึ้นในทันใดร่างกายสวมเกราะน้ำแข็งและกางม่านพลังป้องกันราชสห์ทองคำในทันที คลื่นสีทองคล้ายใบมีดเมื่อััเข้ากับม่านกำแพงน้ำแข็งที่หนาแน่น แม้มันจะทะลุผ่านอย่างง่ายดายแต่ก็ทำให้การโจมตีนั้นหักเหจากเดิมจนมันไม่ได้ทำให้ฝ่ายของราชวงศ์เมิ่งาเ็แม้แต่คนเดียว
ลั่วอู่หลินจึงใช้โอกาสนี้พุ่งหอกไปที่แผลเดิมของมันจนราชสีห์ทองคำต้องกรีดร้องด้วยความเ็ปก่อนจะใช้ย่างก้าวเงาสนทยาหายไปจากตรงนั้น จากประสบการณ์ในอดีตเขาไม่คิดจะเผชิญหน้าตรงๆกับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าขนาดนี้ตัวต่อตัวแน่นอนเพราะมันช่างเป็เื่ที่สิ้นคิดเกินไป
เมื่อหอกพุ่งเข้าไปเสียบราชสีห์ทองคำนั้นจนมิดคม ลั่วอู่หลินก็ทะยานร่างดึงเอาตัวของชายชุดแดงออกจากพื้นที่ไปในทันทีเพราะพิษหยินที่เข้าสู่ร่างกายของราชสีห์ทองคำนั้นทำได้แค่หยุดการเคลื่อนไหวของมันได้ชั่วคราวเท่านั้น ตบะของลั่วอู่หลินและราชสีห์ทองคำยังห่างชั้นกันเกินไป ทางเดียวที่จะรอดคือการหนีเท่านั้น ซึ่งผู้ติดตามของชายผมแดงก็พาวิ่งตามลั่วอู่หลินไปเช่นเดียวกัน
เมื่อทิ้งระยะห่างพอสมควรแล้วชายหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนที่จะโยนผู้ชายที่หิ้วมาด้วยอย่างไม่ใยดี
"มันคงจะไม่ตามมาแล้ว กลับไปซะแล้วอย่ามาทำอะไรโง่ๆอย่างนี้อีก"ลั่วอู่หลินกล่าวดวงตาของเขาค่อยๆเปลี่ยนจากสีฟ้าครามจากการใช้เนตรอสรพิษ์กลับกลายเป็สีแดงทับทิมตามเดิม ส่วนชายผมแดงนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรเขาลุกขึ้นผสานมือคาราวะให้กับชายหนุ่มเบื้องหน้า
"ขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ หากไม่ได้เ้าเราคงตายไปแล้ว"
"อืม หากรู้แล้วก็ดี"ลั่วอู่หลินไม่รอให้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้มาก็ใช้ย่างก้าวเงาสนทยาหายไป ฝ่ายชายผมสีแดงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหายไปไหนก็ไม่รู้ก็มองซ้ายมองขวายกใหญ่เพื่อที่จะหาตัวผู้มีพระคุณ ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่เหล่าลูกน้องของเขามาถึงพอดี
"องค์รัชทายาทเมิ่งจินเหอขอรับ พระองค์ไม่เป็อะไรใช่หรือไม่"ชายคนหนึ่งกล่าวพร้อมเนื้อตัวที่สั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาสีดำอันคมกริบขององค์รัชทายาทที่พวกเขากล่าวถึงถลึงใส่ราวกับคาดโทษ
"ข้าไม่เป็อะไรพวกเ้าไปตามหาคนนำทางมาให้ได้ และนำตัวมันมาให้ข้า"คำสั่งเด็ดขาดขององค์รัชทายาทผมสีแดงฉานถูกบัญชาการออกไปเหล่าทหารรับใช้พากันออกไปหาตัวตามคำสั่งในทันทีเหลือเพียงองครักษ์ระดับจอมพลสองคนที่คุ้มกันองค์รัชทายาท เหตุผลที่มายังแคว้นนี้ก็เพื่อที่จะเจรจาสานสัมพันธไมตรีทั่วไป
แต่ทว่าคนนำทางที่พามานั้นกลับพาพวกเขาเดินไปยังใจกลางป่าซึ่งเป็เขตของราชสีห์ทองคำ ต่อมาเหตุการณ์ก็เป็อย่างที่เห็นพวกเขาพากันหนีตายกันราวกับคนบ้า ส่วนเ้าคนนำทางตัวดีก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับนี่คือแผนที่เตรียมการมาเป็อย่างดี ความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้องค์รัชทายาทจากดินแดนเขตใต้รู้สึกโกรธเป็อย่างมาก
"องค์รัชทายาท เราจะไปต่อหรือจะกลับดีขอรับ"องครักษ์คนหนึ่งกล่าวถามในตอนนี้เขาเสียกำลังพลจำนวนมากไปแล้ว จึงต้องถามเพื่อขอคำยืนยันอีกครั้ง
"ไปต่อ อย่าให้ต้องเสียงานเพราะเื่แค่นี้"เมิ่งจินเหอตัดสินใจแน่วแน่ ตัวเขาเพิ่งผ่านศึกชิงตำแหน่งรัชทายาทจากเ้าชายรุ่นเยาว์ทั้งหมดมา และนี่เป็งานแรกที่เขาได้รับจากบิดาผุ้เป็องค์จักรพรรดิแล้วจะให้ผิดพลาดได้อย่างไร
"ขอรับ"องครักษ์ตอบรับคำสั่งในทันใด และเดินทางไปยังอาณาจักรนภาเร้นลับต่อในทันที
"นี่ พวกเ้าเคยพบเจอคนที่มีดวงตาคล้ายกับงูสีฟ้าครามแล้วสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็ดวงตาสีแดงทับทิมได้ไหม"ระหว่างทางเมิ่งจินเหออดไถ่ถามไม่ได้ เมื่อได้ยินเช่นนั้นองครักษ์ทั้งสองพากันแปลกใจก่อนจะเอ๋ยปากตอบ
"ั้แ่เกิดมาพวกเรายังไม่เคยพบเจอใครที่มีลักษณะประหลาดเช่นนั้นเลยนะขอรับ แล้วสีตาของมนุษย์มันสามารถเปลี่ยนได้ด้วยหรือ"
"งั้นหรือ ช่างเถอะข้าอาจจะตาฟาดไปก็ได้ หากมีวาสนาคงได้พบกัน เอาไว้ถึงคราวนั้นข้าค่อยตอบแทนเขา"รัชทายาทเมิงจินเหอกล่าวก่อนจะทะยานร่างต่อไป แน่นอนเขาเห็นแววตาของลั่วอู่หลินที่รอดผ่านหน้ากากน้ำแข็งแค่แว็บเดียวเท่านั้นจึงไม่กล้าฟัดธงอะไร แม้จะอยากตอบแทนอีกฝ่ายแต่ทว่ากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้เขาเองก็จนปัญญาที่จะตามหา ในสายตาของเมิ่งจินเหอคนที่มากความสามารถขนาดนั้นหากไม่อยากให้ตามหาก็คงตามหาไม่ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน