ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด!
ริสาคิดอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา ั้แ่ออกจากร้านกาแฟแล้วแทบไม่มีเสียงพูดหลุดจากปากพี่ นอกจากหน้านิ่งและบอกทางเลี้ยวซ้าย เหลี่ยวขวาไปสู่จุดหมายปลายทางคือคาเฟ่กลางทุ่งนานขนาดใหญ่ ร้านสไตล์นอร์ดิกสีไม้ แต่ด้วยกระจก พร้อมทางเดินเชื่อมต่อ มุมนั่งเล่น และทางเดินชมทุ่งนา มีรถจอดอยู่ทั้งรถ 2 ล้อ บัส และตู้ ในเขตชานเมืองเชื่อมระหว่าง 2 จังหวัด
ฐิสา : ตรงเข้าด้านข้างคะ มีที่จอดด้านหลังของที่บ้าน
ริสา : ค่ะ
ฐิสา : เดียวเราเข้าด้านหลังตรงสำนักงานก็ได้คะ
ริสา : ค่ะ คือว่า โกรธเหรอคะ ถ้าเื่อดีต สากลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่ถ้าปัจจุบัน ไม่พอใจอะไรบอกตรงๆเลยค่ะ
ฐิสา : ไม่ได้โกรธค่ะ อีกอย่าง เื่ของเรายังมีเวลาคุยอีกเยอะ อย่าปล่อยให้ผู้ใหญ่รอ จัดการเื่งานก่อน ค่อยมาคุยกัน
ริสา : ค่ะ
คนพี่เมื่อเห็นน้องหน้าหง่อยๆ เลยชะโงกไปหอมแก้มคนที่ไม่ทันตั้งตัวเพราะก้มปลดเข็มขัดนิรภัยอยู่ ริสาทำหน้างงแต่ก็ยิ้มขึ้นมาได้ ลงจากรถเดินไปหาพี่แล้วเดินเข้าไปสำนักงานพร้อมกัน ห้องรับแขกขนาดใหญ่ ที่มีชุดรับแขกรองรับคนได้ มากกว่า 15 คน ไว้ให้คนเช่าประชุมงาน ตอนนี้ พ่อของสองสาวนั่งคุยกัน โดยมีพี่ชัย และแม่ของริสามาด้วย
ริสา : แม่ มาด้วยเหรอ พ่อไม่เห็นบอก
ริสารีบวิ่งไปกอดคนเป็แม่ หลังจากไม่ได้เจอกันมานาน ก่อนนึกได้หันมายกมือไหว้พ่อของคนพี่และพ่อตัวเอง
สาธิต : พ่อนิไม่คิดจะทักทายหรือไง ว่าไงหนูฐิสา เ้าสามันก่อเื่ให้ปวดหัวหรือเปล่า
พ่อคนน้องหันไปทักทายว่าที่ลูกสะใภ้ หลังรับไหว้เ้าตัว ส่วนฐิสาได้แต่ยิ้มๆ ก่อนยกมือไหว้แม่คนน้อง และพี่ชัยเลขาของพ่อแฟนตัวเอง
สาริกา : ไหนๆ แฟนลูกสาวฉัน ว้ายตายแล้ว ลูกแม่ตาถึงสวย ดุ คม งานนี้เอาเ้าสาอยู่แน่ๆ
ริสา : พ่อ แม่ เนี้ยลูกนะ
สาธิต : จริงๆ ฉันก็อยากบอกให้หนูฐิสาหนีเ้าสาของเราไปเหมือนกันคุณสงสาร
สาริกา : หนูฐิสาจ้ะ ทำบุญหนักๆนะ หรือไปไหว้ราหูมั้ย แม่พาไป เพื่อจะโดนของดำ
ริสา : แหม่ๆ พ่อกับแม่ ทะเลาะกันตลอด ที่อย่างนี้เข้ากันดีนะคะ อะไรยังไง อย่าบอกว่าคืนดีกันนะ ขนลุก
สาธิต /สาริกา :ฟ้าผ่าสิ !!!
...
พ่อนพ : ตามสบายนะครับ เสียดายแม่ฐิสาทำงานต่างจังหวัด คงถึงร้านเย็นๆ ป่ะ ฐิสาไปให้เด็กๆเตรียมของมารับผู้ใหญ่จะมาคุยงานเพิ่มอีก
พ่อกับฐิสาออกมาจากเพื่อสั่งเด็กในร้านคาเฟ่ หนึ่งในกิจการของที่บ้านฐิสาให้เตรียมของว่าง ขนม เครื่องดื่มไว้ต้อนรับ เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้พูดคุยกัน
พ่อนพ : เป็อะไร หน้าตึงๆ
ฐิสา : เปล่าคะ
พ่อนพ : อย่ามาตั๋วเด้อ หน้างอคือปลาทูนิ (อย่ามาโกหกนะ หน้างอเหมือนปลาทู)
ฐิสา : เก่งแท้เบิ้งออก (เก่งจัง ดูออกด้วย)
พ่อนพ : บ่เก่งสิเป็พ่อเ้าได้ติสา (ไม่เก่งจะเป็พ่อสาได้เหรอ)
....
ฐิสา : พ่อโอเคหรือเปล่าที่สาหย่า แล้วมีแฟนใหม่เป็ผู้หญิง
พ่อนพ : โอ้ย โอเคมากที่หย่า หย่าได้แปลว่าหมดกรรม ส่วนมีแฟนเป็เพศไหน มันไม่เกี่ยว สมัยนี้ ดูแลรักกันก็พอ
ฐิสา : ถ้ามันออกมาไม่สวยงามเหมือนที่คาดไว้ละคะ
พ่อนพ : แล้วมีบ้าน มีพ่อแม่ พี่น้องครอบครัวไว้ทำไม ไม่ไหวก็กลับบ้าน
ฐิสาเดินเข้าไปกอดพ่อ โดยที่พอก็กอดตอบ
ฐิสา : ขอบคุณนะคะ
พ่อนพ : เซา เซา ขนขิงลุก (พอ พอ ขนลุก)
สองพ่อลูกมองหน้ากัน แล้วหัวเราะ ก่อนจะไปดูความเรียบร้อยรอต้อนรับคนจะมาประชุมที่ร้านวันนี้ ที่มาวางแผนเตรียมการจับคนโกงบริษัทริสา ไม่นานก็มีทั้งคนในบริษัทเองที่อยู่ฝ่ายริสา 2 คนมาพบ เ้าหน้าที่ตำรวจ และคนเกี่ยวข้อง รวมทั้งพ่อของฐิสาที่ถูกเชิญเข้าไปให้คำปรึกษาำำปรึกษาด้วย
สิ : ต้องเตรียมอาหารเย้นหรือเปล่าพี่สา
ฐิสา : ไม่ต้องหรอก เดียวกลับเข้าขอนแก่น
สิ : เป็อะไรเหม่อๆ
ฐิสา : สมมุตินะ สมมุติ คิดว่าคนเ้าชู้ กับคนชอบอิสระ เขาจะหยุดที่ใครได้หรือเปล่า
สิ : เ้าชู้เขาก็หยุดแหละ ถ้าเจอคนที่ใช่ แล้วคนชอบอิสระ อิสระยังไง ไม่อยากมีเป้นตัวเป็ตน อะไรยังงี้หรือเปล่า
ฐิสา : คนที่ชอบมี วันไนท์สแตนด์
สิ : มันก็ขึ้นอยู่ว่า เขาทำตอนมีแฟนอยู่หรือเปล่า ถ้าทำตอนโสดก็ไม่ผิด แต่ถ้าทำตอนมีแฟนนิสิ คิดมากๆหน่อย
ฐิสา : แล้วคิดว่าเขาจะหยุดหรือเปล่า
สิ : ไม่รู้หรอก พี่สงสัยในตัวคุณริสา ควรไปถามเขาตรงๆ ไม่ใช่คิดเอง เออเอง และมาถามคนชื่อสิ ไม่ใช่สา
ฐิสา : ก็บอกแล้วไง ว่าสมมุติ
สิ : โอ้ยพี่ ไปหลอกเด็กเถอะ ลีลา น่าหงุดหงิด
น้องบ่นให้พี่ มือก้ทำเมนูเครื่องดื่มไปช่วยเด็กในร้าน ฐิสาคิดตามในสิ่งที่น้องพูด จริงๆตัวเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปโกรธน้อง ในเมื่อเื่มันผ่านมาแล้ว และทั้งหมดคืออดีต แต่พอคิดก็หงุดหงิดอยู่ดี
...
ผ่านไป 2ชั่วโมง ทั้งพ่อนพ และครอบครัวริสา ก็เดินออกมาส่งแขก หลังจากปรึกษาเื่งานเสร็จ และย้ายออกมานั่งเล่นชมวิวด้านนอก ที่ทางร้านจัดไว้สำหรับคนพักฟื้น
สาธิต : ระหว่างนี้ ทางนั้นคงยังไม่ระวังตัวเท่าไหร่ เพราะคิดว่าพ่อป่วยหนัก และแพนบริหารที่กรุงเทพอยู่ ริสาก็ประสานงามตามที่วางแผนวันนี้ได้เลย
ริสา : ค่ะพ่อ แล้วพ่อจะไปพักที่บ้านขอนแก่น หรือกลับอุบลเลย
สาริกา : ไล่พ่อแม่เหรอแกนะ
ริสา : เปล่าสักหน่อยแค่ถามเป็ห่วง
สาธิต : พ่อกับชัยจะพักที่ รีสอทร์ของพ่อหนูสา ส่วนแม่แกเขาบอกจะนัดกับเพื่อนๆ อยู่ต่อ 2- 3 วัน
สาริกา : ริสาก็อย่ามาเจอพ่อบ่อย เพราะเดียวผิดสังเกต
ระหว่างนั้น ฐิสาก็เอาขนมไทยๆมาเสรฺิฟเป็อาหารว่าง ไม่ว่าจะเป็ ข้าวต้มหัวหงอก ,ขนมข้าวปาดใบเตย ,ขนมตาล ผลไม้ มาให้กินกับน้ำชาเก๊กฮวยปลูกเองในทุ่งนา
ริสา : บี๋มีข้าวหรือเปล่าคะ สาหิวข้าวจัง ตาลายเลย
น้องคว้าเอวพี่มากดและซบหัวลงไปพักไว้ เมื่อพี่มายืนข้างเก้าอี้ที่ตัวเองนั่ง
ฐิสา : คุณลุงคุณป้าหิวหรือยังคะ
สาริกา : ยังคะ พึ่งทานก่อนหนู 2 คนมาถึงเอง คุณ กับชัยหิวหรือเปล่า
สาธิต : ยังไม่หิว กินขนมเนี้ยดีกว่า ยังไม่อยากกินข้าว นั่งชิวมองธรรมชาติแบบนี้ดีกว่า ชัยมามา กินขนมเร็ว
พี่ชัยของริสา เดินมานั่งกินของว่างกับชาข้างๆพ่อของริสา ก่อนจะเปิดข้อมูลในไอแพดรายงานไปด้วย
ฐิสา : งันขอพาสาไปทานอะไรรองท้องก่อน คุณพ่อแจ้งว่าเชิญทานข้าวที่บ้านไปแล้วใช่หรือเปล่าคะ
สาริกา : จ้า พวกเรารับคำเชิญแล้วจะไปกินข้าวเย้นบ้านหนู แต่ขอกลับที่พักอาบน้ำก่อน
เมื่อนัดหมายกันเรียบร้อย พี่เลยพาคนน้องไปยังส่วนของมุมหลังร้าน ที่เป็โต๊ะทำงาน และมุมพักผ่อนของบ้านด้านหลัง พร้อมสั่งก๋วยจั๊บญวนให้ห้อง ส่วนตัวเองกินขนมจีนแกงป่าที่ทำเลี้ยงพนักงาน
ฐิสา : มองอะไรคะ อยากทานขนมจีนเหรอ เผ็ดนะ ลองมั้ย
ริสา : ไม่เอา บี๋กินเผ็ดจัง พริกแดงเขียว
ฐิสา : สีพริกแกงคะ ไม่เผ็ดขนาดนั้นหรอก
จุ๊บ!
ริสาโขมยจุ๊บปปากพี่เร็วเบาๆ พี่มองว่ากินขนมจีนอยู่ทำอะไร
ริสา : ไม่เผ็ดจริงๆด้วย บี๋เผ็ดกว่านี้เยอะ
พูดพร้อมทำตากรุ้มกริ่ม โดยไม่ได้สังเกตว่าสีหน้าพี่ตอนนี้แดงเพราะพริกในน้ำยาขนมจีน หรือ เขินน้องกันแน่
ฐิสา : จะเอาแบบนี้ใช่ไหม รู้ว่าเคืองจะเปลี่ยนเื่ง่ายๆแบบนี้เนาะ เนี่ยแหละคนเช้าชู้
ริสา : จะเอาแบบนี้แหละ เอาแต่บี๋ รักแต่บี๋ รักคนตรงหน้านี้ คนเดียว มันเป็แบบนี้มา ั้แ่พบพี่แล้ว
ฐิสา : ไม่จริงหรอก!! บอกแล้วที่ร้านส้ม เราไม่ได้เจอะกันวันแรก
.........................................