ซุนนานตอนนี้เป็เด็กเล็กอายุขวบกว่า เมื่อได้ยินคำถามและสายตาของแม่แปดซุุนเฟิ่งย่า ร่างกายของมันก็สั่นสะท้านทันที ในใจของมันเริ่มขบคิดอย่างรวดเร็ว โชดดีที่มันสมองอันยอดเยี่ยมระดับหัวกระทิชั้นนำของมหาลัยและหัวหน้านักวิจัยของมันสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ดึงมวลอนูความรู้และคลังหนังสือมากมาย หลักจิตวิทยาต่างๆ ที่เคยเปิดอ่านประมวลผลเป็คำตอบที่แสนเรียบง่าย พร้อมทำสีหน้าสดใสแบบเด็กเล็กอายุน้อย
"ข้าชอบมันท่านแม่"
แม้คำตอบจะรีบง่ายหายแต่ในใจซุนนานมันช่างร้อนรน เกรงว่าจะมีข่าวเสียหาย และทำให้บรรดาแม่ๆ กระดากใจต่อตัวมัน หาว่ามันเป็เด็กเวรที่มีใจต่ำทรามลามก ซึ่งแน่นอนแท้จริงตัวมันก็เป็เช่นนั้น
แม่แปดซุนเฟิ่งย่ามองซุนนานตัวมันอย่างล้ำลึก ไม่รู้ทำไมตัวซุนนานมันรู้สึกได้ว่าแม่แปดของมันเป็สตรีประเภทที่มีความฉลาดเฉลียวเหลือเกิน หากแต่ตัวซุนนานมันก็หารู้ไม่ แม่แปดของมันตอนนี้คิดเช่นไร
"ซุนน้อยเ้าดูดเต้าอกแม่แปดซิ" แม่แปดซุนเฟิ่งย่าพูดราวกับเป็คำสั่ง เรือนกายของนางทีนอนแผ่ราบไปบนเตียงอุ่นเอียงข้างมือข้างหนึ่งเท้าศีรษะ ช่างดูน่าเสน่หาเกินห้ามใจจริงๆ หากแต่ในใจของบุรุษในร่างเด็กขวบกว่าเช่นซุนนาน ตัวมันถึงกับใจสั่นสะท้านแอบกล้าๆ กลัวๆ อยู่มากหากแต่มันคิดถึงปฏิกริยาธรรมชาติของเด็กขวบกว่าไม่รู้ความ แน่นอนปฏิกิริยาของเด็กย่อมต้องไร้การต่อต้านใดๆ ต่อคำสั่ง
แม่แปดซุนเฟิ่งย่านอนเปิดอ้า พลิกตัวพร้อมยกสองแขนขึ้นบนตนเตียง เอียงศีรษะมาทางมันในดวงเนตรของนางคล้ายมีความนัยบางอย่าง หากแต่ตอนนี้บุรุษชั่วช้าซุนนานในร่างเด็กขวบกว่ามันไม่สามารถคิดอะไรต่อได้ มันทำได้แต่เดินตามคำสั่งของมารดาผู้ที่มีนิสัยแปลกประหลาดผู้นี้เท่านั้น สุดท้ายตัวมันก็ได้นอนเอาปากดูดััเต้าเอาอกนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วค่อยๆ หลับไปอย่างมีความสุข
เมื่อตื่นเช้ามันถูกแม่แปดดึงหนอนัน้อยไปมาอีกแล้ว ตอนนี้มันรู้สึกเสียใจเหลือเกินที่กางเกงไคตังคู่เปิดเป้านิเป็กางเกงสามัญของชนชาวดินแดนนี้ ทำให้มันไม่อาจเก็บหนอนัน้อยของมันหลบซ่อนแม่แปดซุนเฟิ่งย่าได้ บางครั้งนางยังชอบบีบไข่ของมันอีก มันต้องรีบดึงตัวซ่อนอย่างห้ามไม่ได้ การแสดงออกของมันทำให้แม่แปดดูพอใจ พร้อมกับเปล่งเสียงกล่าวแปลกๆ
"ซุนน้อยเ้าช่างเป็เด็กน้อยที่รู้จักหาความสำราญจริงๆ ดูดซะด้านข้างหัวนมเต้าอกของแม่แปดเป็รอยช้ําเล็กๆ เลยนะ ไม่คิดว่าเด็กน้อยเช่นเ้าจะเริ่มมีทักษะชำเราสตรีเช่นนี้ แม่แปดต้องลงโทษเ้าแล้ว" และนางก็ไม่พูดเปล่าจริงๆ นางอุ้มร่างซุนนานบุรุษข้ามมิติในร่างเด็กหนึ่งขวบขึ้น กางเกงเปิดเป้า [ไคตังคู่] ไม่อาจจะปิดซ่อนพวง์ของบุรุษได้ แม่แปดบีบนวดมันเบาๆ พร้อมเสียงหัวเราะเยาะคิกคักไปมา เมื่อเห็นซุนน้อยของนางดีดดิ้น
หลังจากวันนั้นตัวซุนนานบุรุษข้ามมิติก็เริ่มหวาดกลัวแม่แปดซุนเฟิ่งย่าผู้นี้เป็ที่สุด ในภายหลังมันไม่คิดเลย แม้ตัวมันจะอายุสามขวบแล้ว หากแต่แม่แปดซุนเฟิ่งย่าของมันจะยังชอบแอบล้วงจับพวง์ของมันมาบดขยี้อยู่บ่อยๆ บางครั้งต่อหน้าแม่ๆ คนอื่นๆ นางก็พร้อมกระทำการทรมานมันเช่นนี้ แม่ๆ คนอื่นของมันก็ได้แต่หัวเราะชอบใจในความกล้าของนาง หากแต่แม่แปดซุนเฟิ่งย่านั้นจะไม่กล้ากระทำเช่นนี้ต่อหน้าแม่ใหญ่ซุนลี่หรู และแม่สองซุนอีเหยียน เพราะทั้งสองเป็เหมือนพี่ใหญ่ของสาวๆ ภายในบ้านและพวกนางก็ดูเหมือนเป็ผู้ดูแลกฎภายในบ้านหลังนี้ โดยเฉพาะแม่สองซุนอีเหยียนสาวๆ มักเกรงกลัวกันเป็พิเศษ เพราะแม่สองนั้นออกจะเป็พวกหัวโบราณชอบทำตามกฎตามธรรมเนียมอย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมาเป็ที่สุดและมักจะไม่ผ่อนปรนเหมือนแม่ใหญ่ซุนลี่หรู
นอกจากแม่แปดที่แสนโหดร้ายแล้ว แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านก็เป็อีกหนึ่ง เป็มารดาที่ซุนนานบุรุษข้ามมิติต้องระวังเป็ที่สุด เพราะเมื่อยามใดที่ตัวมันถูกขอให้ไปนอนในเรือนด้วย ตัวมันมักจะถูกบีบบังคับอย่างหามิได้ เนื่องด้วยตัวมันจะถูกแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเกาะกุมจุดอ่อนของบุรุษเพศทันที แถมสีหน้าสีตาของนางยังใสซื่อไร้เดียงสา นางมิรู้ว่าสิ่งที่นางกำลังทำอยู่นั้นสร้างความทุกข์ทรมานให้บุรุษเพศมากมายเพียงไร หากแต่ที่เป็เช่นนี้ก็หาได้โทษนางได้ไม่ ส่วนใหญ่แล้วเป็ความผิดของแม่แปดซุนเฟิ่งย่าเสียมากกว่า
นั่นเพราะแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านนั้นอย่างมากก็เป็เสมือนเด็กสาวที่แสนใสซื่อบริสุทธิ์ นางเป็ผ้าขาวอย่างแท้จริง หากแต่เมื่อนางได้รู้จักคบหากับแม่แปดซุนเฟิ่งย่าผ้าขาวบริสุทธิ์เช่นนางก็แปดเปื้อนถูกแต่งแต้มด้วยสิ่งแปลกประหลาดอยู่บ่อยๆ นั่นเพราะแม่แปดซุนเฟิ่งย่านางมักสอนสิ่งแปลกๆ ให้แม่เจ็ดหลงเชื่ออยู่เสมอ อย่างเช่นการกับจับหนอนัน้อยของเด็กน้อยซุนนานดึงไปดึงมาซ้ายทีขวาที แต่ก่อนแม่เจ็ดกล้าทำเสียที่ไหน นางมิกล้าใกล้ชิดบุรุษเพศใดๆ เลยด้วยซ้ำ แต่ก็ได้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าเนี่ยแหละเป็คนสอนนางให้กระทำ แม่แปดนางบอกกล่าวแก่แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านว่าเนี่ยคือวิธีกำราบบุรุษเพศ หากเ้า้าให้บุรุษเพศสยบเชื่อฟังเ้า เ้าจำต้องเรียนรู้วิธีกำราบ ด้วยวิธีการนี้สุดท้ายแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านนางก็หลงเชื่อแม่แปดซุนเฟิ่งย่าไปอย่างงงงวย นอกจากนั้นยังไม่พอ บางครั้งนางแปดนางก็จับมือแม่เจ็ดเข้ามาอุ้มกำพวง์ที่มีกระพวนทองสองตุ้มอยู่ พร้อมทั้งบอกให้แม่เจ็ดกำมันแน่นๆ บีบนวดคลึงไปมา แม่แปดนางบอกกล่าวกับแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านว่า หากบุรุษนั้นไม่เชื่อฟังหากเ้ากำซึ่งหนอนัของมันแล้ว ก็ให้ใช้วิธีกำพวง์ไปด้วย สุดท้ายแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านก็หลงเชื่อ
คิดว่านี่เป็วิธีฝึกเด็กน้อยให้เชื่อฟังนาง
ตัวของซุนนานมันถึงกับสั่นสะท้าน หวาดกลัวสตรีทั้งสองเหลือเกิน หนึ่งมิรู้ความดูใสซื่อ หากแต่บอกให้ทำอะไรก็กระทำ เพราะเหตุนี้นางจึงน่ากลัว น่ากลัวกว่าแม่แปดเสียอีก นางถูกแม่แปดใช้เป็เื่มือเพื่อสร้างความบันเทิง หากแต่แม่เจ็ดก็หารู้ไม่ ส่วนแม่แปดในสายตาของซุนนานที่มองลึกไปในดวงตาของนาง มันคาดว่าภายในนั้นแอบซ่อนประกายความสุขแปลกๆ ยามเห็นมันทุกข์ทนอยู่อย่างแน่นอน
ส่วนในยามหลับนอน ทุกครั้งที่แม่แปดรู้ว่าแม่เจ็ดของมันสามารถขอตัวมันซุนน้อยผู้เป็ที่รักของทุกคนมานอนด้วยได้สำเร็จ แม่แปดจะขอมานอนด้วยกับแม่เจ็ดเสมอ และพอทั้งสองอยู่ด้วยกันเื่แปลกๆ ก็มักจะเกิดกับซุนน้อยผู้อาภัพเสมอ คาดได้ว่าตัวมันมีกำไรเล็กน้อยจากสตรี หากแต่ที่เหลือล้วนขาดทุน ร่างกายเมื่ออยู่กับแม่เจ็ดและแม่แปดเสมือนหนึ่งถูกย่ำยีอย่างลึกล้ำไปถึงจิตใจเป็ที่สุด โชดดีที่เื่ภายในเรือนมักไม่ถูกนำไปพูดต่อ แม่เจ็ดไม่พูด แม่แปดไม่เล่าให้ใครฟัง ทั้งชีวิตมันก็จะไม่บอกเล่าใครว่าร่างกายมันแอบถูกแม่ๆ ทั้งสองกระทำการวิจัยอย่างไรไปบ้าง และย่ำยีตัวมันเป็ของเล่นถึงเพียงไหน โดยเฉพาะการถูกจับแต่งตัวแต่งหน้าเป็สตรี ฝึกร่ายรำ พร้อมให้ทำทีท่าดุจสตรีเพศ บางครั้งจับมันใส่กระโปรงของสตรี และให้หญิงรับใช้มาดูว่ามันน่ารักเพียงไหน มันรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็การย่ำยีตัวมันเป็ที่สุด
บ้างครั้งมันถึงกับฝืนทน ถึงขนาดต้องออกไปกำชับสตรีหญิงรับใช้ว่าเื่นี้อย่าเอาไปบอกใคร ต่อให้สิ่งนี้มิใช่กิริยาของเด็กขวบกว่าก็ตาม หากแต่มันหาได้สนไม่ สตรีทั้งสองทำร้ายจิตใจบุรุษเพศของมันมากเกินไป ลวนลามร่างกายของมันมากเกินไป ซุนนานบุรุษข้ามมิติถึงกับแอบเศร้าใจกับนิสัยแปลกๆ ของแม่ทั้งสองของตัวมันไม่น้อย
หลายครั้งมันหวาดกลัวถึงขนาดต้องหนีไปอยู่กับแม่ใหญ่และแม่สอง ไม่กล้าสู้หน้าแม่เจ็ดและแม่แปด
หากแต่ตัวมันก็หารู้ไม่ แม่เจ็ดจะโหดร้ายถึงเพียงนี้ ยามที่คนอื่นๆ ไม่อยู่โดยเฉพาะแม่ใหญ่และแม่สอง แม่เจ็ดจะแอบเดินมาและขย้ำพวง์ของมันด้วยั์ตาใสซื่อ พร้อมบอกแก่มันว่า "ซุนน้อยวันนี้แม้เจ็ดอยากให้เ้าไปนอนด้วย ไปบอกแม่ใหญ่ด้วยนะ"
แม้แม่เจ็ดจะพูดแบบนี้ หากแต่มือนางที่บีบขย้ำพวง์ของบุรุษอยู่นั้น หาได้รู้ไม่เ้าสิ่งนี้มันบอบบางเพียงใด เพียงบดคลึงเบาก็ร่างอ่อนตัวรีบได้แล้ว หากคำคลึงมิได้มุมมิได้ถูกทาง บุรุษสามัญก็ถึงกับทรุดตัวได้ทรมานได้เลยนะท่านแม่เจ็ด หากแต่แม่เจ็ดกับกำไปกำมาอย่างมิรู้ความหมาย หลายครั้งร่างของซุนนานผู้ข้ามมิติถึงกับต้องทรุดตัวลง
ยามที่ร่างมันนอดราบลงไปกับพื้นหลายๆ ครั้งในมุมไกลๆ มันมองเห็นสตรีหนึ่งนางผู้ชั่วร้ายแสยะยิ้ม ั์ตารูปหงส์ที่ดูเฉลียวฉลาดของนางซุนนานนั้นจำมันได้อย่างดียิ่ง สายตานั้นคือสายตาของแม่แปดซุนเฟิ่งย่านั้นเอง มิคิดเลยว่ายามที่นาง้าตัวมันจะวางแผนล้ำลึกถึงเพียงนี้ ใช้แม่เจ็ดผู้บริสุทธิ์เป็เหยื่อล่อน่าหวาดกลัวมาบีบบังคับมัน น่าหวาดกลัว น่าหวาดกลัวจริงๆ ซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติได้แต่รอบคิดหวาดกลัวแม่แปดในใจซ้ำไปซ้ำมา
--- หลังเวลาผ่านไปอีกปีกว่า ซุนนานผู้เป็ที่รักของทุกคนอายุได้ 2 ขวบกว่าๆ ---
ตัวมันซุนนานในร่างเด็กสองขวบก็ได้เป็ผู้ชำนาญอักษรระดับ [รู้อักษร] โดยสมบูรณ์ หากแต่แม้มันจะเขียนอักษรต่างๆ ได้ครบถ้วนแต่มันก็ไม่สามารถก้าวหน้าได้มากกว่านั้น นั่นเพราะการเขียนอักษรในโลกใบนี้หรืออาจจะเรียกว่าในมิตินี้ก็ได้ มันช่างลึกล้ำยิ่ง
ในหนึ่งอักษรไม่ใช่เพียงแค่ต้องเขียนสวย รูปอักษรถูกต้อง หากแต่ภายในยังต้องแฝงไว้ด้วยพลังิญญา หากแต่พลังิญญาของคนเราในดินแดนนี้จะปะทุออกมาได้นั้นจะต้องส่งผ่านแก่นกำเนิดมิต่างกับพลังปราณ ซุนนานเมื่อรู้เช่นนั้นถึงกับต้องแปลกใจ
แม่สองซุนอีเหยียน เมื่อเห็นซุนนานบุตรตัวน้อยของนามถามเช่นนี้และทำทีท่าเหมือนขบคิดอะไรบางอย่าง ตัวนางก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกอดร่างของซุนนานตัวน้อยเอาไว้
ตัวของมันซุนนานจึงพลันได้สติ มันมิคิดว่าแม่สองซุนอีเหยียนจะอ่อนไหวได้ถึงเพียงนี้ นางคงคิดว่าเด็กน้อยซุนนานผู้นี้คงกำลังขบคิดว่าทำไมตัวมันเองถึงเขียนอักษริญญาไม่ได้ ซึ่งแน่นอนเ้าซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติมันรู้แต่แรกแล้วว่าเพราะตัวมันนั้นไม่มีซึ่ง [แก่นกำเนิด]
และที่มันเหม่อนั้นก็หาใช่เพราะมันคิดว่าทำไมตัวมันถึงเขียนอักษริญญาไม่ได้ แท้จริงมันไม่ได้สนใจเสียด้วยซ้ำ มันแค่อยากเขียนอ่านได้โดยเร็วแต่เพียงเท่านั้น แต่ที่มันยืนเหม่อไปครู่หนึ่งนั้นสาเหตุก็เพราะมันกำลังขบคิดว่า [แก่นกำเนิด] นั้นช่างสำคัญกับผู้คนในโลกใบนี้ยิ่ง นอกจากสัมพันธ์ในเื่ของการฝึกลมปราณและวรยุทธ์ต่างๆ แล้ว มันยังสัมพันธ์กับพลังิญญาอีก มันชักอยากรู้แล้วว่าไอแก่นกำเนิดนั้นหน้าตาเป็อย่างไร และมันมีความสำคัญอันใดอีก หากแต่เมื่อมันมองไปยังใบหน้าของแม่สองแล้วมันก็รู้สึกว่าไม่ควรถาม
ใน่ระยะเวลาปีกว่ามานี้ จวบจนบุรุษผู้ข้ามมิติซุนนานอายุได้สองขวบกว่า ตัวมันนับว่าได้เริ่มศึกษาเื่ราวต่างๆ ของโลกใบนี้ไปไม่น้อย โดยเฉพาะเื่ประวัติศาสตร์ซึ่งมันสนใจอย่างยิ่ง และภายในตำหนักแห่งนี้ก็มีเื่ราวเหล่านี้เขียนเป็ตำราไม้ไผ่สรุปไว้ไม่น้อย นอกจากนั้นตัวมันยังเริ่มเข้าใจระบบการปกครองและวัฒนธรรมของคนในดินแดนนี้ มันพบว่าดินแดนนี้ค่อนข้างต่างกับโลกใบเดิมของมันอยู่มากนัก
ต่างจากที่มันคิดในตอนแรกที่ว่าบ้านเมืองในดินแดนนี้จะเป็เช่นอาณาจักรโบราณของดินแดนบ้านเกิดมัน
เช่นระบบการปกครอง หากเป็ในโลกยุคโบราณของบ้านเกิดมันในโลกเก่าคงต้องเรียกว่าเป็ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่มีกษัตริย์เป็ผู้ปกครอง หรือมีกษัตริย์เป็ใหญ่เป็ผู้ชี้ขาดเป็ตายในสิ่งต่างๆ ได้
หากแต่ ณ ดินแดนแห่งนี้แม้จะมีกษัตริย์หรือราชันย์ หากแต่ระบบของมันกลับเป็ระบบกลุ่มตระกูลเป็ใหญ่ ชนชั้นในดินแดนนี้จะถูกแบ่งหลักๆ เป็ 4 ประเภท
เ้าอาณาจักร คือ ราชันย์ มีบริเวณอาณาเขตดูแลสูงสุด อยู่ในจุดสูงสุดของดินแดน เป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ มีผู้คนในตระกูลที่แข็งแกร่งจำนวนมากจึงจะเป็ราชันย์ได้
เ้าดินแดน คือ ผู้ครองดินแดน , อีกชื่อเรียกคือจอมทัพ การจะเป็จอมทัพนั้นจำเป็ที่จะต้องมีคนในตระกูลมากกว่า 100,000 คนนอกจากนั้น 25,000 คน จะต้องเป็ผู้ฝึกปราณชุบร่าง [ผู้ฝึกปราณระดับ 2]
เ้าเมือง คือ แม่ทัพ , อีกชื่อเรียกคือเ้าเมือง การจะเป็แม่ทัพได้ หรืออย่างเช่นบิดาของซุนนานนั้นเอง ในตระกูลต้องมีคนมากกว่า 10,000 และในนั้นอย่างน้อยๆ 2,500 จะต้องเป็ผู้ฝึกปราณชุบร่าง [ผู้ฝึกปราณระดับ 2]
เ้าตระกูล หรือ ผู้นำตระกูลทั่วไปนั้น ไม่ได้นับจำนวนพลรบ ใครๆ ก็ตั้งตนหรือมีตระกูลได้ หากแต่ต้องได้รับการยอมรับจากอาณาจักร หรืออย่างน้อยก็ต้องเ้าเมือง โดยทั่วไปแบ่งเรียกตระกูลตามความถนัดของตระกูลนั้นๆ เช่น ตระกูลอักษร ตระกูลการค้า ตระกูลชุบหลอม เป็ต้น ตระกูลเล็กๆ เหล่านี้มีกำลังรบพลกำลังรบไม่มาก หลักร้อยถึงหลักพัน แยกกันอยู่ตามเมืองใหญ่น้อยต่างๆ
หากแต่ตระกูลใดมีเกินพันและเป็ผู้ฝึกปราณด้วยแล้วจะถือเป็ตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง หากแต่ถ้าตระกูลไหนมีคนไม่เยอะ หากแต่มีผู้ฝึกปราณระดับสูงจำนวนมากเช่นผู้ฝึกปราณระดับก่อปราณ [ผู้ฝึกปราณระดับ 4] ต่อให้มีเพียง 3 - 4 คนในตระกูลก็สามารถเรียกตัวเองว่าเป็ตระกูลใหญ่ได้เช่นกัน
อำนาจของตระกูลจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับกำลังรบของตระกูลนั้นๆ ว่ากันว่าทุกตระกูลล้วนมีกำลังรบของตัวเอง
หากแต่สิ่งหนึ่งที่ตัวซุนนานผู้ข้ามมิติถึงกับเศร้าใจ เพราะทำให้ความฝันของมันแทบสลายคือ ที่บ้านนี้เมืองนี้นั้นไม่มีสำนักฝึกฝนวรยุทธ์แบบในละครหรือนวนิยายที่มันชอบอ่าน หากแต่ผู้ฝึกปราณทั้งหลาย หากปรารถนาจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ก็จำเป็ต้องตัดสินใจเข้าตระกูลใหญ่น้อยต่างๆ ที่มีความสามารถด้านการฝึกฝนนั้นๆ แทน
ส่วนเหตุผลใดที่เป็เช่นนี้ ซุนนานตัวมันในเบื้องต้นก็ยังไม่ท่องแท้เช่นกัน หากแต่ภายในสารเก่าแก่ต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ภายในหอตำราตระกูลซุนนั้น มันได้พบว่า ณ ดินแดนแห่งนี้นั้น แทบจะมีศึกาไม่ว่างเว้นอยู่ตลอด นอกจากนั้นในโลกใบนี้ยังมีสัตว์อสูร ปีศาจดวงิญญาอีกด้วย หากแต่พวกดวงิญญาปีศาจนั้นมักจะไม่น่ากลัวและรุนแรงเท่าสัตว์อสูร เพราะสามารถปราบปรามได้โดยง่าย พอซุนนานได้เรียนรู้จากสารเก่าแก่ต่างๆ ตัวมันก็พอรู้ถึงความวุ่นวายของดินแดนนี้บางส่วนแล้ว
ส่วนสาเหตุที่บ้านนี้เมืองนี้มีการปกครองด้วยระบบตระกูลส่วนหนึ่งซุนนานคิดว่าคงเป็เพราะ้าสงวนซึ่งองค์ความรู้และทรัพยากรในการฝึกฝน เพราะความต่างของคนธรรมดากับผู้ฝึกปราณในโลกนี้ช่างมากมายเหลือเกิน
ส่วนสาเหตุของการาไม่ว่างเว้นก็น่าจะเป็เพราะปรารถนาซึ่งทรัพยากรและองค์ความรู้ศาสตร์ยอดวิชาของตระกูลอื่นๆ คาดหมายได้ว่า ความคาดหวังของผู้คนระดับสูงของแดนดินนี้คงไม่ต่างกันมากนักที่ยากเป็ยอดยุทธ์มีอายุยืนนานเสพสุขไม่สิ้นกันทั้งนั้น หากแต่วิธีคิดแบบนี้ย่อมนำภัยามาอย่างไม่ว่างเว้น เพราะการแย่งชิงนั้นเกิดขึ้นง่ายเหลือเกิน
ซุนนานตัวมันปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงวิธีคิดแบบนี้เสียเหลือเกิน มันไม่ชอบโลกหล้าที่วุ่นวายและมีภัยาที่ทำให้ผู้คนเดือดร้อนมากมายเช่นนี้