POV : ทหาร
บุคคลผู้สวมผ้าคลุมพร้อมถือเคียวขนาดใหญ่ฟาดฟันเข้าใส่เหล่าพวกพ้องของฉันอย่างไม่ลดละ ความเร็วของคนนั้นรวดเร็วเกินกว่าที่สายตาของคนทั่วไปจะตามทัน รู้ตัวอีกทีคนนั้นก็โผล่มาด้านข้างของฉันเป็ที่เรียบร้อย
ฉันไม่เข้าใจว่าฉันว่าเจอกับอะไรหรือใคร แต่ว่าบุคคลที่สวมชุดคลุมคนนี้ดูน่ากลัวเกินไป เสียงผิวปากของเขาทำเอาขนของฉันลุกโดยไม่ทราบสาเหตุ ทวงทำนองของบทเพลงดังกล่าวฟังดูน่ากลัวและโศกเศร้าในเวลาเดียวกัน
ร่างกายฉันทื่อด้วยความหวาดกลัว
ฉันพยายามฝืนตัวเองให้ขยับ ฉันยังตายที่นี้ตอนนี้ไม่ได้ นี้เป็โอกาสสุดท้ายของฉันแล้ว แต่……
ฉันไม่อาจขยับร่างกายได้ดั่งใจ ความหวาดกลัวกัดกินลึกเข้าไปในจิตใจของฉัน
เมื่อฉันจ้องมองเข้าไปยังหน้าของบุคคลสวมชุดคลุม
ฉันไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดและดวงตาสีแดงของบุคคลนั้น
ั์ตาสีแดงฉานดุลสัตว์ร้ายกระหายเืภายใต้ผ้าคลุมขาดวิ่น จ้องมองทางที่ฉันด้วยความเรียบเฉย
ั์ตาดวงนั้น มีเพียงแต่ความกระหายและความบ้าคลั่งเท่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้นหัวสมองของฉันก็ขาวโพลนและว่างเปล่า
ฉันรู้แล้วว่าฉันไม่รอดแน่นอน สายตาของบุคคลนั้นราวกับความตายที่พร้อมจะเอาชีวิตของฉันไปทุกเมื่อ
ในสายตาฉัน ฉันเห็นเคียวสีดำขนาดใหญ่พุ่งตรงหาลำคอของฉันด้วยความเร็วสูง
ฉันจึงหลับตาลงเพื่อยอมรับความจริงอันข่มขื่น
“ฉว่ะ” น่าแปลกฉันกลับไม่รู้สึกเ็ปอะไรเลย มีแต่เพียงสงบอันแปลกประหลาดเพียงเท่านั้น
……………
เซโน่จัดการทหารคนสุดท้ายเสร็จเป็ที่เรียบร้อย ทหารเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งคาดว่าคงมีเลเวลอยู่ที่ 10-11 เท่านั้น
เขาใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีก็จัดการทั้งหมดได้
เซโน่สะบัดเืตรงเคียวออกพลางพูดออกมาอย่างถอดถอน “ฉันไม่อยากฆ่าพวกนายเลยจริงๆ พวกเราต่างก็ไม่รู้จักกันหรือมีความแค้นต่อกัน แต่ฉันเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เอิาเป็ว่าิญญาของพวกนายฉันจะใช้อย่างดีแล้วกัน”
เคียวมรณะมีอีกหนึ่งเอฟเฟคที่ถูกซ่อนอยู่นั้นคือการกลืนกินิญญา
ทุกครั้งที่เขาฆ่าสิ่งมีชีวิติญญาของสิ่งมีชีวิตเ่าั้จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็พลังของเคียวโดยอัตโนมัติ
แต่ไม่ได้หมายความว่าิญญาของสิ่งที่เขาฆ่าจะถูกกักขังอยู่ภายในเคียว
กลับกันเมื่อสิ่งมีชีวิตใดถูกฆ่าด้วยเคียวมรณะเล่มนี้ิญญาของสิ่งนั้นจะถูกชำระล้างจนหมด
ไม่มีทั้งบุญหรือบาปอีกต่อไป
เคียวจะกักเก็บเอาพลังงานิญญาอันไม่บริสุทธิ์เอาไว้ และส่งิญญาอันบริสุทธิ์ไปเกิดใหม่ตามวัฎจักรดังเดิม
ไม่ตกอยู่ในกงกรรมกงเกวียนอีกต่อไป ส่งไปเกิดใหม่ทันที
แน่นอนว่าเซโน่ไม่รู้เื่นี้
เขารู้เพียงว่าเคียวของเขาจะดูดซับิญญาของสิ่งที่เขาฆ่าเท่านั้น และเปลี่ยนิญญาเ่าั้ให้กลายเป็พลังของเคียว ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าต้องดูดซับิญญาอีกเท่าไหร่ถึงเคียวจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
เซโน่ไม่คิดมากเื่การฆ่าคนด้วยกันเอง เพราะยังไงก่อนหน้านี้เขาก็เคยฆ่ามาแล้ว ดังนั้นเขาจึงสงบอย่างรวดเร็ว
“ได้ค่าประสบการณ์ไม่มากเท่าไหร่” เขามองดูค่าประสบการณ์ที่ได้
การฆ่าทหารมนุษย์ 30 กว่าคนเขาได้ค่าประสบการณ์มาเพียง 3% เท่านั้น
แสดงว่าทหารมนุษย์ 10 คนเท่ากับ ค่าประสบการณ์ 1%
ตอนนี้เขาขาดค่าประสบการณ์อีก 49% ถึงจะอัพไปสู่เลเวล 20 ซึ่งยังอีกยาวไกล
อย่างน้อยเขาก็ต้องฆ่าทหารมนุษย์กว่า 490 คน ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ
แต่เขาคิดว่าทำได้ เพราะนี้แค่ระลอกที่ 1 เท่านั้นยังเหลืออีกตั้ง 4 ระลอกดังนั้นในเกมที่สองนี้เขาน่าจะอัพเลเวลไปถึง 20 ได้ทันก่อนจบเกม
“อืม ไปหาเพิ่มแถวนี้ดีกว่า” เซโน่คิดอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจออกตามล่าทหารมนุษย์โดยรอบ
เซโน่เดินได้ไม่ไกลเขาก็พบกับทหารจำนวน 10 คน ซึ่งคาดว่าคงหลุดรอดมาจากประตูเมือง
ยังไงทหารมนุษย์ก็มีมากถึง 8,000 คนกระจายไปโดยรอบเมือง ดังนั้นจะมีหลุดมาบ้างจึงไม่ใช่เื่แปลก
เซโน่ไม่ลังเล ก่อนจะลงมือสังหารทั้งสิบในทันที
เขารอจังหวะที่ทั้งหมดเรียงหน้ากระดานก่อนเหวี่ยงเคียวมรณะเข้าใส่ทันที เสียง “ฉว่ะ” ดังนั้นก่อนร่างของทหารทั้ง 5 คนจะขาดเป็สองท่อน ซึ่งเขาไม่รอให้ทหารคนอื่นตอบสนอง และกระโจนเข้าใส่อีก 5 คนที่เหลือ
เคียวในมือกวัดแกว่งไปมาราวกับสายน้ำฟาดฟันทหารทั้ง 5 คนจนไม่อาจโต้ตอบได้และตายไปในที่สุด
ทั้งหมดนี้กินเวลาเพียง 5 วินาทีเท่านั้น
ถ้ากะจังหวะดีๆ การจะทำแบบนี้ก็ไม่ใช่เื่ยากของเซโน่อยู่แล้ว
เมื่อจัดการทั้ง 10 คนเสร็จเซโน่ก็วิ่งหาต่อทันที ทุกวินาทีสำคัญมากเขาไม่อยากเสียไปเปล่าๆ
……………
อีกด้านหนึ่งเหล่าผู้เล่นต่างพากันต่อสู้อย่างสุดกำลัง กองกำลังทหารมนุษย์มีมากกว่าพวกเขาหลายเท่า แถมยังมีเลเวลสูงมากด้วย การรับมือจึงเป็ไปด้วยความยากลำบาก
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง”เสียงกระทบของเหล็กดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองฝากต่างหันอาวุธเข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่ลดละ การต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร
แต่ฝ่ายผู้เล่นได้เปรียบเล็กน้อย เนื่องจากมีหลายคนที่ได้รับการเปลี่ยนคลาสแล้ว ดังนั้นการรับมือกับทหารทั่วไปจึงไม่ใช่เื่ยาก แถมทหารพวกนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีคลาสด้วยเหมือนกัน
ชายร่างใหญ่โตคนหนึ่งเหวี่ยงทหารไปมาไม่ต่างจากของเด็กเล่น พร้อมกับลูกน้องของเขาอีกนับสามสิบคนรอบตัว ซึ่งแต่ละคนไม่ใช่เล่นๆ แม้จะไม่ได้เปลี่ยนคลาสแต่ก็มีทักษะการใช้อาวุธที่สูงมาก
กลุ่มคนนี้เป็กองกำลังหลักในการรับมือกับทหารมนุษย์
หัวหน้าของกลุ่มคนเหล่านี้คือชายหัวใหญ่ที่เหวี่ยงทหารไปมา
เขามีชื่อว่า สเวน เขาเคยเป็ทหารรับจ้างมาก่อน ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนและลุกน้องของเขาทั้ง 30 คนก็เป็คนในหน่วยของเขา ซึ่งนี้เป็เพียงแค่ 1 ใน 10 ของกำลังคนทั้งหมดของเขาเท่านั้น
แค่นี้ก็บอกได้ว่า กลุ่มทหารรับจ้างของสเวนนั้นค่อนข้างใหญ่
ดังนั้นพวกเขาจึงรับมือกับการต่อสู้จริงได้ดีกว่าคนอื่นๆ
ซึ่งกลุ่มของสเวนเองก็เป็กลุ่มเดียวกับที่เจอร่องรอยของเซโน่ในตอนนั้น
รวมถึงตอนที่เซโน่แอบฟังพวกเขาคุยกันเื่ซากศพของกวางผู้กลืนกินผืนป่าด้วยเช่นกัน
สเวนใช้กำลังอันมหาศาลของเขาในการจัดการกับศัตรู เพราะเขาได้รับการเปลี่ยนคลาสเป็ บาบาเรี่ยน ซึ่งเป็คลาสระดับแรร์ ทำให้พละกำลังของเขามากกว่าคนอื่น
“จัดการพวกมันให้หมด” สเวนสั่งการพลางจัดการทหารไปด้วย
เขาไม่ได้อยู่เฉยและคอยบัญชา เขาเป็พวกชอบออกลุยเองมากกว่าออกคำสั่งอยู่เื้ั
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสั่งการไม่เป็
“ทุกคนอยู่ใกล้กันเข้าไว้ อย่าให้ใครฝ่าวงล้อมมาได้้เด็ดขาด” เขาสั่งกลุ่มของเขาตั้งแถมเป็วงกลมโดยหันหลังให้กัน โดยมีเขาเองอยู่หน้าสุดคอยรับมือ
“ครับ” ทั้งหมดตอบกลับทันที เห็นได้ชัดว่าเชื่อใจสเวนมากแค่ไหน
สเวนเหวี่ยงหมัดตรงเข้าใส่ทหารคนหนึ่งด้วยความรุนแรง จนทำให้หัวของทหารคนนั้นะเิไปทันที พลังหมัดของสเวนไม่ใช่เล่นๆ พลังหมัดเมื่อกี้ไม่ต่างจากะุปืนใหญ่ด้วยซ้ำไป
ด้านลูกน้องของสเวนก็ไม่น้อยหน้า เหวี่ยงอาวุธในมือฆ่าทหารที่เข้ามาใกล้อย่างชำนาญ ทหารเ่าั้ตายภายในไม่กี่การโจมตีเท่านั้น และสถานการณ์ก็เป็แบบนี้อยู่นาน
ด้วยการวางแผนและจัดการวางรูปขบวนทำให้คนของสเวนแทบไม่ได้รับาเ็ แถมยังฆ่าทหารมนุษย์ได้มากกว่ากลุ่มอื่นด้วย ถ้าเป็อย่างนี้ต่อไปไม่นานทหารมนุษย์ก็คงหมด
ซึ่งก็เป็ไปตามคาด หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมงในที่สุด ทหารมนุษย์ทั้งหมดก็ถูกกำจัด
แน่นอนว่ากลุ่มของสเวนเป็กลุ่มที่ฆ่ามากที่สุดและได้ผลประโยชน์มากสุดเช่นกัน
ยังไงทหารมนุษย์พวกนี้ก็สวมชุดหนังและอาวุธเหล็ก ซึ่งดีกว่าที่พวกเขาใช้
ดังนั้นทั้งกลุ่มจึงใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนอุปกรณ์ของตน
ตอนนั้นเองที่เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหน้าต่างตรงหน้าทุกคน
[ระลอกที่ 1 สิ้นสิ้นสุด มีเวลาเตรียมตัวระลอกที่ 2 เป็เวลา 30 วินาที]
หลายคนอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา ระบบให้เวลาพักน้อยเกินไปแล้ว แค่ 30 วินาทีเท่านั้น เวลาแค่นี้แทบไม่ได้เรียกว่าพักด้วยซ้ำไป หลายคนบ่นแต่ก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับต่อสู้ต่อ
เพราะถึงแม้จะบ่นแต่พวกเขาก็รู้ว่าระบบไม่ตอบแน่นอน และถ้าพวกเขาไม่สู้พวกเขาก็ตาย
ดังนั้นพวกเขาเหล่าผู้เล่นจึงไม่มีทางเลือกั้แ่แรกแล้ว
[นับเวลาถอยหลัง 3 2 1]
[ระลอกที่ 2 ทำการอัญเชิญ ทหารมนุษย์ทั่วไปจำนวน 15,000 คน]
เมื่อเสียงของระบบสิ้นสุด ลำแสงมากมายก็ส่องสว่างขึ้นตรงหน้าประตูเมืองเรื่อยๆ
ทหารมนุษย์ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนลิบลับ เพราะทหารในรอบนี้ทั้งหมดล้วนแล้วแค่สวมเกราะเหล็ก ปกป้องส่วยสำคัญทั้งหมด แม้จะไม่ใช่เกราะหนักที่ปกคลุมทั่วร่างแต่มันก็มากพอจะกันการโจมตีได้
โดยไม่รอช้า การต่อสู้อันดุเดือดยิ่งกว่าระลอกแรกก็เริ่มขึ้น
ครั้งนี้ผู้เล่นเป็ฝ่ายเสียเปรียบเล็กน้อยบ้างแล้ว เพราะทั้งจำนวนและอุปกรณ์ทหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีมากกว่า
ไม่แปลกที่ผู้เล่าจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
แม้แต่กลุ่มของสเวนยังไม่ได้ดุร้ายเหมือนระลอกแรก แต่คอยตั้งรับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ยังไงสเวนก็ไม่ใช้คนที่ใช้แต่กำลังอย่างเดียว เขายังใช้สมองเป็ด้วย
เห็นได้ชัดว่ากำลังของอีกฝ่ายเหนือกว่าชัดเจน ดังนั้นการประหยัดพลังงานจะเป็การดีที่สุด
ฉะนั้นตั้งรับอยู่กับที่จะเป็วิธีที่ดีสุด
โชคดีที่ทหารมนุษย์ทั้งหมดใช้อาวุธระยะประชิดเท่านั้น ไม่มีใครใช้อาวุธระยะไกลอย่างธนู
ทำให้ยังพอรับมือได้อยู่โดยไม่ลำบากมากมาย
แต่ด้วยกำลังของทหารมนุษย์ที่มากกว่าเดิม ทำให้มีบางส่วนหลุดรอดไปได้และมุ่งตรงไปยังกลางเมืองที่ซึ่งมีศิลาแห่งเมืองตั้งอยู่
หลายคนเริ่มรู้สึกกังวล
ตอนนั้นเองที่สเวนเบ่งเสียงพูดขึ้น “ป้องกันตรงหน้าเอาไว้ อย่าไปสนพวกที่หลุดรอดไป ที่กลางเมืองยังมีคนคอยปกป้องอยู่ แถมที่นั้นยังมีผู้เปลี่ยนคลาสนับร้อยคน ดังนั้นไม่ต้องกังวลและมุ่งความสนใจทั้งหมดกับศัตรูตรงหน้าซะ”
เขาต้องพูดขึ้น เพราะนี้ไม่ใช่สถานการณ์ของเขาเพียงคนเดียว ไม่มีใครู้ว่าถ้าศิลาแห่งเมืองถูกทำลายจะเกิดอะไรขึ้น
ดังนั้นทุกคนต้องร่วมมือกันปกป้องมันสุดกำลังเท่านั้น
เมื่อทุกคนได้ยินอย่างนั้นก็ตั้งสติตัวเองได้และโฟกัสกับตรงหน้าของพวกเขา
ใช่แล้ว ถึงพวกเขาจะกังวลไปก็ไม่มีประยังไงก็ตามไม่ทันอยู่แล้ว ไว้ให้พวกกลางเมืองรับมือแทนก็พอ
ยังไงพวกนั้นก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว
พวกเขาสู้กันอย่างไม่ลดละ เกิดการสูญเสียขึ้นทั้งสองฝั่ง แต่เป็ฝ่ายทหารมนุษย์ที่เสียกำลังมากกว่า
ในตอนนั้นเอง ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือดนี้พลันมีเสียงผิวปากดังขึ้น
มันไม่ดังมากแต่มันราวกับมีมนต์สะกดทำให้ทุกคนได้ยิน
ทวงทำนองการผิวปากไม่ช้าไม่เร็ว เมื่อฟังครั้งแรกมันฟังดูโศกเศร้า แต่เมื่อฟังดูดีๆ แล้วหลายคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกอย่างช่วยไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไร แต่สันชาตญาณของพวกเขาต่างบอกว่าสิ่งที่ได้ผิวปากอยู่นั้นอันตราย!
สเวนเองก็ไม่เว้น เขาเป็ทหารรับจ้างมาก่อน เขาเคยััประสบการณ์มากมาย
แต่นี้เป็ครั้งแรกที่ร่างกายของเขาสั่นด้วยความกลัว ราวกับว่าความตายกำลังเล่นบทเพลงแห่งความตายยังไงอย่างนั้น เขารู้ได้ยังไง? เพราะเขาเคยประสบเหตุการณ์เฉียดตายมาก่อนและรู้ว่ามันเป็ยังไง
ตอนนี้่ขารู้สึกเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด
เสียงผิวปากเป็ท่วงทำนอง “london bridge is falling down” ดังขึ้นจนทำให้การต่อสู้หยุดลงชั่วคราว
ทั้งหมดต่างเพ่งสายตาไปยังจุดที่เสียงเกิดขึ้น มันเป็ตรอกเล็กๆ ระหว่างบ้านสองหลัง
เสียงฝีเท้าดังขึ้นภายในตรอกอันมืดมิดนั้น “แตะ แตะ แตะ” ไม่ช้าไม่เร็ว
ภายในความมืดนั้นแสงสีแดงสองดวงส่องสว่างขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายฆ่าฟันและจิตสังหารอันรุนแรงพวยพุ่งออกมา
ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ต่างกลืนน้ำลายด้วยความลำบาก
ไม่นานสิ่งนั้นก็ปรากฎสู่สายตาทุกคน มันเป็คนสวมชุดคลุมดำพร้อมกับถือเคียวขนาดใหญ่ไว้ในมือ
เสียงผิวปากดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
London Bridge is falling down,
Falling down, falling down,
London Bridge is falling down,
My fair lady.