อุมโมนากอดลูกไว้แน่นขณะที่พวกญาติฝ่ายสามีกรีดเสียงแหลมเล็กร้องเพลงกันอยู่อึงอลฮัสซันผู้แทบทนกับเสียงร้องไห้ของโมนาไม่ได้แอบเข้ามาในห้องสีหน้าของเมียและลูกสร้างความปวดร้าวในหัวใจให้เขาไม่น้อยโมนาหน้าตาเลอะเทอะด้วยเครื่องสําอางที่ผสมอยู่กับหยาดน้ำตาเด็กหญิงทำท่าเหมือนจะโผเข้าหาพ่อแต่แล้วก็ซุกตัวลงกับอกของแม่เนื้อตัวสั่นเทาเหมือนลูกนก อุม โมนากอดลูกแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“เอ็มซี” นางตวาด...ออกไปให้พ้น...ออกไปให้หมดทุกคนเลย...อย่ามายุ่งกับลูกข้า
อุมฮัสซันพยักหน้ากับพวกลูกและทุกคนก็ลุกเดินออกไปจากห้อง
อุมโมนาทอดสายตาเหม่อลอยอยู่ในความว่างเปล่านางกําลังสงสัยเหมือนเช่นหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาว่า เพราะเหตุใดนางจึงทนอยู่ที่นี่มาถึงสี่ปีแล้วอยู่ในถิ่นฐานที่ไม่ใช่บ้านของนาง ต้องมาใช้ชีวิตอยู่เพียงลําพังกับพวกผิวดำพวกนี้แม้ว่าฮัสซันจะเป็ผู้ชายเพียงคนเดียวผู้ยอมแต่งงานกับนางแต่อุมโมนาก็เสียใจกับการแต่งงานครั้งนี้ยิ่งนักไม่ยุติธรรมเลยที่ผู้ชายในคาร์นัคไม่ยอมแต่งงานกับนางมีแต่ฮัสซันผู้เป็ชาวนูเบียนและก็ไม่ยุติธรรมอีกที่ฮัสซันถือว่าการแต่งงานในครั้งนี้เพื่อชดใช้หนี้สินที่เขามีต่อพี่ชายของนาง
โลกไม่ได้ให้ความยุติธรรมแก่นางเลยและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือภายหลังจากที่นางต้องเดินทางถึงหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรขึ้นมาสู่หมู่บ้านคอมออมโบซึ่งอยู่เฉียงไปทางด้านทิศใต้ของลําน้ำไนล์ครอบครัวของฝ่ายสามีคิดขับไล่ไสส่งนางไม่มีใครให้ความสนใจกับลูกสาวตัวเล็กๆของนางเลยมันยุติธรรมแล้วหรือที่นางต้องยึดมั่นตามธรรมเนียมประเพณีโบราณของพวกนูเบียนด้วย?
หัวใจของอุมโมนาหน่วงหนักเหมือนอากาศที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นไอกํายานยามนี้นางนึกถึงเมื่อครั้งที่ชีวิตไม่ต้องเผชิญกับความยากลำบากถึงเพียงนี้ครั้งที่นางเคยอยู่ในอ้อมอกของแม่ผู้มีชื่อว่าโมนาเช่นกัน ก่อนหน้าที่เื่ร้ายๆทั้งหลายจะเกิดขึ้นก่อนหน้าที่แม่ของนางต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นผู้หญิงผู้ไม่รักษาจารีตประเพณีอันดีงามทั้งหลาย
อุมโมนาก้มลงมองดูลูกร่างเล็กชุ่มชื้นด้วยเหงื่อและความเ็ปยามนี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะมาหวลหาอาลัยในตัวโมนาผู้จากไปนางต้องปลอบโยนโมนาผู้ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนตอนนี้เสียก่อน
“แม่” โมนาครวญคร่ำ “แม่...แม่จ๋า...แม่”
“แม่อยู่นี่ลูก แม่อยู่นี่แล้ว”
“ข้าเจ็บ แม่จ๋าข้าเจ็บเหลือเกิน”
“แม่ก็เจ็บลูกแม่เจ็บเหมือนเ้านั่นแหละโมนา”
สองแม่ลูกถอนหายใจออกมาพร้อมกันแต่แล้วโมนาก็ผละออกจากอก
“แม่?”
“ว่าไงลูก?”
“ทําไมแม่ยอมให้เขาทําขาเจ็บๆ?”
“แม่พยายามห้ามเขาแล้วแต่แม่ทําไม่ได้”
“แม่ต้องทําได้สิแม่ต้องทําได้แน่ แม่ทําอะไรได้ตั้งหลายอย่าง”
“แต่พ่อของเ้าเขาไม่ยอมให้แม่ห้ามหรอกลูก”
“พ่อน่ะเหรอ? ก็พ่อไม่ได้อยู่ด้วยนี่แม่อยู่แต่ทําไมแม่ไม่ทําล่ะข้าไม่ได้เป็เด็กดีหรือ? เดี๋ยวนี้แม่ไม่รักข้าแล้วหรือ?”
อุมโมนาตอบคําถามของลูกสาวด้วยการก้มลงจูบบนริมฝีปาก
“ข้าเจ็บจังเลยแม่จ๋า ช่วยทำให้ข้าหายเจ็บหน่อยไม่ได้เหรอ?”
“โมนา ฟังแม่นะลูกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็ไปตามน้ำพระทัยของพระอัลเลาะห์ทั้งนั้น” และเหมือนกับทุกครั้งที่นางเอ่ยถึงพระผู้เป็เ้านางต้องคิดไปถึงแม่น้ำไนล์ด้วยแม่น้ำที่เต็มไปด้วยความลึกลับ อิทธิอำนาจสายน้ำที่ขึ้นและลงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเฉกเช่นเดียวกับน้ำพระทัยของอัลเลาะห์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองประการนี้ดูเหมือนไม่สนใจใยดีในคําอธิษฐานของมนุษย์เท่าไร
แต่เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของโมนาอีกครั้งอุม โมนาก็ลืมเื่ที่จะอธิบายเกี่ยวกับพระเ้าและสายน้ำให้ลูกสาวฟังนางพยายามใช้ความรักของแม่ทั้งหมดที่มีในใจตนปลอบโยนลูกให้หายหวาดกลัว
“เ้าจำที่แม่เคยพูดไว้ก่อนหน้าที่คนพวกนั้นจะมาได้หรือเปล่าล่ะโมนา?”
“เื่ขนมน่ะเหรอจ๊ะ?”สีหน้าของเด็กหญิงแจ่มใสขึ้นบ้าง
“ไม่ใช่เื่นั้นโง่จริง เื่ของเราเื่ที่เ้าเป็ลูกสาวตัวเล็กๆ ของแม่น่ะ” อุม โมนากระชับอ้อมแขนแน่นเข้า “ถึงยังไงเ้าก็เป็ลูกสาวตัวเล็กๆของแม่เสมอ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปและแม่ก็จะคอยดูแลไม่ให้ใครมาทําอันตรายเ้าได้”
สายตาของโมนาเลื่อนลงไปจับอยู่ที่หน้าขาก่อนจะเงยขึ้นสบตาแม่และสายตานั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของอุมโมนานางพยายามคิดค้นหาคําพูดที่จะนํามาใช้ประสานาแที่เป็รอยจารึกอยู่แบบนี้ตลอดไปแต่โมนายังคงสะอึกสะอื้นอยู่เช่นเดิม อุมโมนาตัดสินใจว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาอธิบายถึงเหตุผลให้เด็กเล็กๆฟังเพื่อให้เข้าใจได้ บางทีโมนาอาจจะเข้าใจจากการััด้วยความรักได้ดีกว่าดังนั้นนางจึงลูบเรือนผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน
“เป็ยังไงค่อยยังชั่วขึ้นบ้างไหมล่ะ?”
“นิดหน่อยจ้ะ”
“ตอนนี้คนอื่นๆเขารอเข้าขบวนแห่กันแล้วนะ”
“เขาจะแห่ข้าอย่างนั้นหรือแม่?”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“แล้วเขาจะทําให้ข้าเจ็บอีกหรือเปล่าจ๊ะ?”
“ไม่หรอกโมนาไม่เจ็บอีกแล้ว ใครทําอะไรเ้าไม่ได้อีกแล้วแม่ขอสัญญา”
แต่สายตาของเด็กหญิงยังเปี่ยมด้วยแววสงสัยวันนี้แม่ได้ยอมให้คนพวกนั้นเข้ามาทําร้ายเธอแล้วจะให้เชื่อใจได้อย่างไรเด็กหญิงเลียริมฝีปากช้าๆ อย่างใช้ความคิด
“ให้ข้ากินขนมหน่อยได้ไหม?”
“ฮาบิบติ...ลูกรักเดี๋ยวเ้าจะมีขนมกินเยอะแยะเลย” อุมโมนาจุ่มผ้าสะอาดลงในเหยือกน้ำแล้วก็ลงมือเช็ดเื เหงื่อคราบเครื่องสําอางที่เกรอะกรังอยู่บนใบหน้าเมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เอาเสื้อสีแดงมาสวมให้รู้สึกใจหายกับแววเศร้าในดวงตาของลูกดูเหมือนไร้ชีวิตจิตใจอย่างพิกลแม่เอาเครื่องสําอางแต่งเติมลงให้ใหม่อีกครั้ง
“มาเลช...” นางบอกกับตัวเองอยู่ในใจ... ไม่เป็ไร ถึงอย่างไรน่คือสิ่งที่จะต้องทำนางหยิบผ้าเนื้อบางเบาคลุมลงบนศีรษะของลูกสาว ส่วนผืนสีทองนั้นใช้คลุมหน้าส่วนสีขาวใช้ห่อหุ้มร่างกายทั้งหมด ก่อนจะเรียกคนอื่นๆ ให้เข้ามาอุมโมนากล่าวกับลูกสาวว่า
“แม่รู้ว่าเ้าเจ็บมากนะฮาบิบติแต่ไม่ว่าเ้าเจ็บสักเพียงไรก็จงอย่าร้องไห้เลยอย่าให้ใครได้เห็นน้ำตาของเ้าไม่ว่าจะเป็เวลานี้หรือเวลาไหนไม่ต้องพูดจากับใครทั้งนั้นอย่าให้ใครได้มาล่วงรู้ถึงความเจ็บของเ้านะลูกเ้าจะต้องมีจิตใจเข้มแข็ง เ้าจะต้องกล้าหาญแม่อยากให้เ้าเชื่อว่าใจจริงแล้วแม่ไม่้าให้เ้าเจ็บเลย แม่ต่อต้านพวกเขาแม่ไม่้าให้ใครทำให้เ้าเ็ปเชื่อแม่นะลูก”
“จําไว้ให้ดีนะโมนาเ้าปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่กับแม่ จงพยายามนะโมนาพยายามสักหน่อยความเ็ปที่เ้าได้รับในวันนี้มันจะหายไปในไม่ช้าแต่เหตุผลที่เกิดเื่นี้จะไม่มีวันหายไปได้การที่พวกเขาทําให้เ้าเจ็บก็เพื่อที่เ้าจะไม่นําความอับอายมาสู่วงศ์ตระกูลในวันหน้าซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้เ้าอาจทําให้แม่ต้องได้รับความอับอายได้จําไว้ด้วยว่าเราไม่เหมือนกับพวกเขาเราไม่ใช่นูเบียน เราเป็ซาอิดี้ - เป็ชาวอียิปต์ตอนเหนือเพราะฉะนั้นจงอย่าให้ใครมาเห็นน้ำตาของเราเป็อันขาดจําไว้ลูกว่าเรามีสายเืของฟาโรห์”
“ซาอิดี้” โมนายืดกายให้สูงขึ้นเท่าที่จะทําได้
อุมโมนากอดลูกเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะร้องเรียกคนอื่นๆ
“เข้ามาเ้าสาวพร้อมแล้ว”
พี่น้องของฮัสซันถลาเข้ามาส่งเสียงพูดคุยนินทาชาวบ้านอยู่บนหัวของโมนา
“เ้าเป็นังไอช่าหรือเปล่าล่ะ?ป่านนี้แล้วยังไม่ท้องเลย”
“น่าสังเวชที่สุดมันล่องเรือข้ามแม่น้ำไนล์แทบทุกคืนทุกวันเป็เดือนๆแล้วละมั้งพยายามจะให้ท้องป่องให้ได้น่าแปลกนะที่ไม่ยักตายในแม่น้ำ”
“ผัวมันนั่นแหละน่าจะตายในแม่น้ำมากกว่า”
“บางทีปัญหาอาจจะอยู่ที่ตัวผัวมันเองก็ได้เ้าเคมาลนั่นน่ะไม่มีน้ำยาทําให้เมียมันท้องได้มั้ง?”
“หรือไม่มันก็ชอบลามากกว่า”
“นังไอช่าหน้าตาก็เหมือนลาอยู่แล้วนี่”
“นังไอช่าหน้าตาก็เหมือนลาอยู่แล้วนี่”
“ก็นั่นแหละเ้าเคมาลถึงแต่งงานกับมัน”จากนั้นพวกสาวๆ ก็ปิดปากหัวเราะกันอีกคิกคัก
อุมโมนาถือว่าพี่สาวน้องสาวของฮัสซันพวกนี้เป็สัตว์ตัวเมียคนละเผ่าพันธุ์กับนางพวกนี้พูดกันแต่เื่เซ็กส์กับลูกเท่านั้นในทรรศนะของนางชีวิตของคนเราน่าจะมีอะไรที่มากกว่าสองเื่นี้อย่างแน่นอน
ขณะที่พวกพี่น้องของฮัสซันชุลมุนกันอยู่รอบๆตัวโมนา อุม โมนาก็เดินออกไปข้างนอกภายใต้แสงแรงร้อนของดวงอาทิตย์ยามตะวันเริ่มสายบนสนามเล็กๆหน้าบ้านขณะนี้มีพวกผู้หญิงและเด็กเผ่านูเบียนมารอกันอยู่เพื่อรวมเข้าขบวนแห่โมนากันแล้วส่วนใหญ่ห่อหุ้มเนื้อตัวด้วยเสื้อผ้าสีขาวโผล่ให้เห็นเพียงแค่ใบหน้าบางคนก็สวมเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดที่ตนมีอยู่ พวกเด็กบางคนก็เดินเตาะแตะบางคนก็วิ่งไล่กัน ส่วนทารกก็ซุกกินนมกับอกแม่ ทุกใบหน้าล้วนหยาดเยิ้มด้วยเหงื่อแมลงบินตอมกันเป็ฝูง พวกผู้หญิงคุยกันแต่เื่ในมุ้งโขมงโฉงเฉง บางคนก็สรรเสริญพระผู้เป็เ้าที่ลูกสาวหาตัวได้แล้วบางคนก็เล่าว่าตอนนี้ลูกชายของตนกําลังมองหาเมียบางคนก็ชื่นชมกับพิธีขลิบแม้ว่ามันจะเจ็บสักหน่อยแต่...อัลฮัมดุลลิลลา...จะไม่มีอะไรเจ็บไปกว่านี้อีกแล้วและต่างก็ชี้ชวนให้กันและกันดูว่าคนโน้นคนนี้คนนั้นตั้งท้องกันแล้วแต่ไอช่าผู้หญิงร่างผอมเกร็งผู้นั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะท้องกับใครเขาเลยพอพูดถึงไอช่าเสียงก็แ่เบาลงเป็เสียงกระซิบกระซาบบางคนเล่าว่าเวลานี้ผัวของนางกําลังขู่จะหาเมียใหม่แล้วก็ส่ายหัวกันอย่างเห็นใจบางคนก็ถึงกับคลําลูกประคําที่สวมอยู่ติดคอแต่แล้วก็หัวเราะต่อกระซิกกันต่อไป อุมโมนามองภาพที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเดียดฉันท์ยิ่งนัก