ตอนที่ 8
เธอมองดูป้าสุยหลิง คงจะเป็ห่วงเธอจริงๆ เธออยากจะบอกใจจะขาดว่า้าไปจากบ้านนี้เหลือเกิน แต่ตอนนี้ยังต้องทำเฉยเอาไว้ก่อน
"ป้าไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ หนูคิดว่าหนูอยู่ได้ ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน"
ป้าสุ่ยหลิง ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่เธอกลับหันไปเจอสายตามองมาที่เธออย่างกินเืกินเนื้อ หรือว่าไม่พอใจที่เธอแต่งงานกับผู้ชายคนนี้หรือเปล่านะ เพราะเมื่อคุยถึงเื่แต่งงาน เธอเหมือนว่าจะไม่พอใจมากขึ้นไปอีก
ถ้าจะชอบเขาขนาดนี้ ทำไมถึงไม่เข้าไปบอกเขาั้แ่แรกกันนะ แต่ความสงสัยก็ได้รับความกระจ่างทันที คงแบบว่าแอบชอบ
"อ้าวเจินเจิน วันนี้ก็มาซักผ้าเหมือนกันหรือ ทั้งสองคนรู้จักกันหรือยัง เดี๋ยวจินเย่ว แต่งให้เฟยเทียน ก็จะได้ไปอยู่ใกล้บ้านกันแล้ว อายุใกล้เคียงกัน จะได้เป็เพื่อนกันได้"
ป้าสุ่ยหลิง บอกกับทั้งสองคนอย่างผู้ใหญ่ที่หวังดี แต่ไม่ได้รับรู้เลยสักนิดว่าสร้างความไม่พอใจให้เจินเจินเข้าไปอีก เพราะสิ่งนี้เป็สิ่งที่เธอไม่้าที่สุด ทำไมคนที่ได้แต่งงานกับพี่เฟยเทียนถึงไม่เป็เธอนะ เธออยู่ใกล้กับเขามากกว่าใครทุกคน
แต่หญิงสาวกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน ทำให้ป้าสุ่ยหลิงถึงกับงงกับนิสัยของเด็กสาวคนนี้ ไม่พูดไม่จา และยังทำหน้าไม่พอใจอีกด้วย แล้วจะไม่พอใจเื่อะไรกัน จินเย่ว กลัวว่าป้าสุ่ยหลิง ที่หวังดี จะรู้สึกไม่ดี จึงได้เป็คนพูดขึ้นมาเอง
"ป้าสุ่ยหลิง หนูเป็คนคุยไม่เก่ง อาจจะทำให้พี่สาวรำคาญใจได้ หนูคงไม่ได้ไปคุยกับใครหรอกค่ะ"
"รู้แล้วก็ดี ว่าไม่อยากจะคุยด้วย"
พูดเสร็จก็สะบัดหน้า และถือตะกร้าผ้ากลับบ้านไปทันที ทำให้ทั้งสองคนมองตามด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน ป้าสุ่ยหลิง คิดว่าช่างเป็เด็กที่นิสัยแย่มากเลย ไม่น่าคบหา อย่างนั้น เจินเย่วไม่ไปคบหาด้วยดีที่สุด
ส่วนจินเย่วคิดว่าพี่สาวเจินเจินคงจะแบบว่าแอบชอบพี่ชายข้างบ้านอะไรอย่างนี้ล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำท่าทางอย่างนี้กับเธอ เมื่อพูดถึงเื่แต่งงาน แต่ก็ช่วยไม่ได้ ทางบ้านนั้นเขาไม่ได้เลือกเธอนี่นา จะมาโทษเธอก็ไม่ถูก
เมื่อเห็นว่านานแล้วจึงได้ลาป้าสุ่ยหลิงกับบ้าน ป่านนี้ที่บ้านคงจะยืนรอด่าเธออยู่แล้วล่ะมั้ง แต่ใครจะสนใจกันล่ะ
ทางด้านของผู้ใหญ่บ้านซ่งเสวียน หลังจากที่ได้ทำหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านเสร็จแล้ว จึงได้เดินกลับบ้าน มาด้วยใจที่รู้สึกหดหู่เหลือเกิน เพราะอดที่จะสงสาร จินเย่ว ไม่ได้ เพราะเขาเห็นมาั้แ่เล็กและเป็เด็กดีมาก ชีวิตตอนที่พ่อและแม่อยู่ก็เป็ไปได้ด้วยดี แต่เมื่อไม่เหลือใคร ชีวิตช่างย่ำแย่เหลือเกิน แต่เขาก็เป็เพียงคนนอก ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำได้เพียงสงสารและเอาใจช่วยเท่านั้น
"พ่อไปไหนมาครับ ผมกลับมาก็ไม่เห็นแล้ว" ปกติพ่อไปไหนมักจะบอกเอาไว้ แต่วันนี้คงจะรีบ เลยไม่ได้บอกใคร เขาจึงอดที่จะเป็ห่วงไม่ได้
"ไปบ้านซินมาน่ะ" เขาตอบลูกชายออกไปแค่เพียงเท่านั้น
"จินเย่ว เป็อะไรหรือเปล่าครับ คนบ้านนั้นทำอะไรจินเย่วหรือเปล่า"
เขาถามด้วยความเป็ห่วง คนที่เขามีความรู้สึกดีด้วย แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะสานความสัมพันธ์ เพราะเธอแทบไม่ได้ออกไปไหนเลยนอกจากจะต้องทำงานรับใช้บ้านนั้น
ส่วนคนเป็พ่อก็มองลูกชาย ที่เป็ห่วงจินเย่วจนออกนอกหน้า แต่ตอนนี้คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว และถึงแม้จะชอบก็คงจะผ่านด่านของแม่ไม่ได้เหมือนกัน สู้ให้ตัดใจกันเสียตอนนี้คงจะดีกว่า เพราะน่าจะทำใจได้ง่าย
"ลุงกับป้าของจินเย่ว ้าตัดขาดน่ะ เพราะจินเย่ว จะแต่งงานกับเฟยเทียนอาทิตย์หน้านี้น่ะ"
เมื่อพูดเสร็จเขาเห็นสีหน้าของลูกชายที่ย่ำแย่ทันที เพราะเขายังไม่ได้เริ่มเลย ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว รู้อย่างนี้เขาเข้าไปคุยกับเธอก่อนก็ดี ไม่ใช่ทำแค่แอบมองอยู่ห่างๆ เท่านั้น ทำไมเขาได้ช้าอย่างนี้นะ
"ตัดขาด แต่งงาน หรือครับ ทำไมถึงได้เป็อย่างนี้ไปได้" เขาพูดออกมาเสียงเบา แทบจะเป็เสียงกระซิบ
"ใช่แล้วล่ะลูก อะไรที่มันไม่ได้เริ่มก็ตัดใจเสียเถอะ ถึงแม้ลูกจะชอบกัน แม่ของลูกก็คงจะไม่ยอมหรอก เธอก็คงถูกกดขี่เหมือนที่อยู่บ้านนั้นเหมือนเดิม ลูกก็รู้จักนิสัยแม่ของลูกดีไม่ใช่หรือ อย่าได้คิดเลย ทำใจยอมรับเถอะ"
"พ่อรู้หรือครับ ว่าผมชอบเธอ"
"ทำไมพ่อจะไม่รู้ล่ะ ลูกของพ่อชอบอะไร ไม่ชอบอะไร พ่อก็ต้องใส่ใจอยู่แล้ว"
"อย่างนี้เขาจะจัดงานหรือเปล่าครับ"
"คิดว่าคนพวกนั้นจะยอมเสียเงินหรือยังไง ไม่มีทางเสียหรอก แม้แต่ที่ดินของหลานยังจะเอาเป็ของตัวเองได้ แล้วจะยอมมาเสียเงินกับเื่ของเธอได้ยังไง"
"สงสารเธอจังเลยครับ ถ้าพ่อแม่ยังอยู่ชีวิตเธอคงจะไม่เป็อย่างนี้"
เขาคิดแล้วก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า ถ้าเธอมีพ่อมีแม่ชีวิตเธอก็ต้องดีกว่านี้และเขาก็สามารถที่จะแต่งงานกับเธอได้ โดยที่แม่เขาก็สามารถรับได้ แต่ตอนนี้อย่างที่พ่อบอก เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
"ก็คงจะใช่ แต่มันก็เป็ไปไม่ได้นี่ เพราะตอนนี้พวกเขาไม่อยู่แล้ว"
เขารู้ว่าลูกเขาคิดอะไร แต่มันไม่สามารถเป็ไปได้
"อ้าว คุณกลับมาแล้วหรือ ไปไหนมาล่ะ ไปไหนก็ไม่ยอมบอก แต่ได้ยินคุยเื่ใครแต่งงานหรือ"
"จินเย่วน่ะ"
เมื่อพูดถึงจินเย่ว เธอหันมามองลูกชายทันที ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดใช่ไหม เธอไม่มีวันยอดเด็ดขาด ใครจะเอาลูกสะใภ้ที่ไม่มีอะไรเข้าบ้านกัน เธอคนหนึ่งล่ะ ที่รับไม่ได้ และก็จะไม่ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
"จะแต่งกับใคร" เธอถามเสียงห้วนในทันที เพราะกลัวว่าจะเป็อย่างที่เธอคิด
ซ่งเสวียนมองเมียเขาที่ทำหน้าไม่พอใจทันที เขาก็พอรู้ได้ ว่าคงจะเข้าใจผิด ส่วนซ่งเต๋อซวน ก็มองหน้าแม่ทันทีที่พ่อพูดเื่แต่งงานของจินเย่ว คงจะคิดว่าเป็เขาหรือเปล่าที่จะแต่งงานด้วย
"แต่งงานกับพ่อหม้ายท้ายหมู่บ้านน่ะ"
"แต่งกับหยุนเฟยเทียนหรือ ช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันดี พ่อหม้ายกับลูกกำพร้า"
เมื่อรู้ว่าคนที่จะแต่งงานด้วยไม่ใช่ลูกชายของตัวเอง จากที่มีสีหน้าไม่พอใจ ก็เปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มอย่างพอใจในทันที ยิ่งตอกย้ำคำพูดของพ่อ เมื่อสักครู่ได้ดี ว่าแม่เขาไม่ได้ยินดีแน่ถ้าเขาจะแต่งงานกับจินเย่ว
"คุณจะพูดอะไร ก็ให้มันมีขอบเขตบ้างนะ ผมเป็ถึงผู้ใหญ่บ้านอย่าได้พูดเื่คนอื่นในทางที่ไม่ดีอีก"
"แต่ฉันพูดมามันก็เป็เื่จริงไม่ใช่หรือคะ ทำไมถึงจะพูดไม่ได้ แค่บอกว่าเหมาะสมกันเท่านั้น" ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ทำไมสามีต้องดุเธอด้วยไม่เข้าใจ แต่ใจจริงเธอก็คิดว่านั่นล่ะ
"คุณรู้ดีอยู่แก่ใจ และเมื่อผมเตือนแล้ว นั่นหมายความว่าคุณรับรู้แล้ว แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คุณคอยดูก็แล้วกันว่าผมจะจัดการคุณยังไง"
ซ่งเสวียน บอกภรรยาเสียงนิ่ง แต่ฟังดูก็รู้ว่าเป็คำขู่ไปด้วยในตัว คนที่อยู่ด้วยกันมานานย่อมรู้ว่า ไม่ควรที่จะไปขัด แม้จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากให้มีเื่เช่นเดียวกัน อีกอย่างแค่เด็กสาวคนนั้นแต่งงานไปได้ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าลูกชายของเธอชอบเด็กสาวคนนั้นกัน แต่ดีนะที่ยังไม่ได้เข้าไปสานสัมพันธ์ เธอจึงยังไม่ได้เข้าไปยุ่ง เมื่อได้ยินว่าแต่งงานทำให้เธอสบายใจ ที่จะได้ไม่ต้องมีเื่กับลูกชาย ถ้าเธอเข้าไปขัดขวาง
ส่วนซ่งเต๋อซวนก็คิดว่าการที่เขายังไม่ได้เริ่มสานสัมพันธ์ คงจะดีแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงพาเธอมาเจอปัญหา ไม่จบไม่สิ้น จากที่คิดว่าจะพาเธอออกมาจากบ้านแล้วมีความสุข ก็คงจะพาเธอมาตกนรกเช่นเดิม เขาคงไม่มีวาสนาแล้วจริงๆ
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )