ตอนที่ 35: เปิดโปงพวกขายชาติ
ยามบ่ายคล้อยหลังจากพายุฝนฟ้าคะนองอันบ้าคลั่งพัดผ่านพ้นเทือกเขาไปแล้ว ท้องฟ้าเหนือแนวป่าค่ายป่าไผ่ยังคงมืดครึ้มมัวด้วยหมู่เมฆาสีเทาหม่น ไอเย็นหนาวชื้นแฉะของละอองน้ำรดลงมาตามใบไผ่ดังเปาะแปะเป็นระยะๆ ลานกว้างกลางค่ายป่าไผ่ที่เต็มไปด้วยดินแดงผสมโคลนตมแฉะเปียกชุ่ม บัดนี้กลับคราคร่ำไปด้วยชาวบ้าน ทหารบ้าน เด็กเล็ก และคนเฒ่าคนแก่ที่พากันวิ่งกรูกันออกมารวมตัวล้อมรอบกองเสบียงกระสอบข้าวสาร แป้งธัญพืช ข้าวโพดบด และเนื้อสัตว์ตากแห้งเค็มจำนวนมหาศาลที่เป้าและทหารบ้านพากันขนย้ายกวาดต้อนฝ่าพายุกลับมาได้จากค่ายเสบียงย่อยของข้าศึกเมื่อยามเช้าตรู่
เสียงโห่ร้องยินดีระคนเสียงสะอื้นไห้ด้วยความปิติยินดีระงับความหิวโหยและความกังวลดังระงมเซ็งแซ่ไปทั่วลานกว้าง ชาวบ้านหญิงชราและชายผู้พิการต่างพากันก้มลงกราบไหว้และเยินยอยกย่องเป้าเป็นผู้กอบกู้ชีวิตของพวกเขาอย่างแท้จริง
"พี่เป้าคือวีรบุรุษตัวจริงของพวกเรา! หากไม่ได้พี่เป้าและกลุ่มทหารบ้านฉกรรจ์สิบห้าคนนี้ พวกเราชาวค่ายคงต้องนอนหนาวตายและอดอยากหิวโซจนแห้งตายคาป่าไผ่ไปแล้วเป็นแน่แท้!" เสียงสรรเสริญเยินยอจากปากชาวบ้านดังซ้ำไปซ้ำมาสะท้อนป่าไผ่อย่างไม่ขาดสาย
ทว่า ในจังหวะที่คลื่นความสุขยินดีกำลังแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วค่าย ร่างของชายชราผู้หนึ่งเดินพยุงไม้เท้าก้านหนาก้าวสามขุมออกมาจากหลังแนวทหารบ้านผู้ติดตามด้วยสีหน้าซีดเซียวปนโกรธขึ้ง แววตาฝ้าฟางของผู้ใหญ่บ้านจ้องมองแนวกระสอบเสบียงสลับกับใบหน้าคมเข้มของเป้าด้วยความริษยา หวาดระแวง และแค้นใจอย่างถึงที่สุด ชายชราแผดเสียงประกาศสั่งการทหารบ้านเสียงดังเข้มหมายจะกู้คืนอำนาจคุมเกมที่กำลังจะหมดไป
"หยุดเดี๋ยวนี้! ไอ้พวกชาวบ้านโง่เขลาเบาปัญญา! เสบียงอาหารและข้าวสารเหล่านี้นับเป็นเสบียงของกลางที่แย่งชิงมาได้จากข้าศึก ในฐานะผู้ใหญ่บ้านผู้นำค่ายป่าไผ่แห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว ข้าขอสั่งให้พวกเอ็งรีบขนย้ายเสบียงทั้งหมดนี้เข้าไปเก็บรักษาไว้ในคลังกลางส่วนตัวในเรือนพักของข้าทันที! ข้าจะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรแจกจ่ายตามความเหมาะสมและความปลอดภัยของทุกคนเอง!"
คำสั่งกิริยาเอาแต่ใจและเผด็จการของผู้ใหญ่บ้านทำเอาเสียงยินดีปรีดาของชาวบ้านลานค่ายพลันเงียบกริบลงทันควัน ทุกคนต่างหันมองสบตากันด้วยความสับสนและไม่พอใจอย่างรุนแรง ทว่าเพราะความคุ้นชินในอำนาจเก่า จึงไม่มีชาวบ้านคนใดกล้าเอ่ยปากคัดค้านต่อหน้า
เป้า ขุนศึกหนุ่มที่สะพายดาบโค้งเหล็กของข้าศึกพาดบ่าแกร่ง ยืนตระหง่านอยู่กึ่งกลางลานกว้าง แผงอกสีทองแดงสีเข้มเปลือยเปล่าชื้นแฉะไอเย็นของฝนสะท้อนรอยสะเก็ดแผลสมานตัวอย่างดุดัน แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ เป้าแสยะยิ้มกะล่อนทว่าเหี้ยมเกรียมเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด ชายหนุ่มกวัดแกว่งชูดาบโค้งในมือขึ้นสะบัดปักลงบนดินแดงโคลนตมดัง *ฉึ่ก* ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่บ้านหนอนบ่อนไส้หน้าตาเฉยอย่างไม่ไว้หน้าผู้อาวุโส
เป้าขยับยิ้มกริ่มพกพาสกิลคาถาวาจาอ้อนหญิงที่ปรับกลับทางกลายเป็น "วาจาอ้อนตีน" สรรหาคำพูดเสียดสีด่าทอความเห็นแก่ตัวไร้ยางอายของชายชราอย่างแสบสันต์ดึงอารมณ์กลางลาน
"โถ... ผู้ใหญ่บ้านคนดี ช่างมีหน้ามีตาและปากเก่งมาสั่งการเป็นผู้นำค่ายในเวลานี้เชียวหนาจ๊ะ ยามที่พี่น้องชาวบ้านเราอดอยากปากแห้งและทหารบ้านออกศึกฝ่าลมพายุเอาชีวิตเข้าแลกคมดาบข้าศึก ท่านกบดานหนีหนาวนอนกอดห่มผ้าอุ่นสบายอยู่ในกระท่อมพักส่วนตัว ทว่ายามเสบียงมาถึงกองพูนตรงหน้า ท่านกลับรีบกรูเสนอหน้าออกมาชุบมือเปิบสวมรอยแย่งชิงสิทธิ์เพื่อความอิ่มหนำส่วนตัว... หรือแท้จริงแล้ว ท่านอยากจะเอาเสบียงข้าวสารทั้งหมดนี้ ไปลอบส่งมอบเพื่อประเคนคอยเป็นเครื่องบรรณาการให้พวกทหารพยัคฆ์ทมิฬเพื่อแลกกับเงินทองและยศศักดิ์ขุนนางที่ท่านแอบคบคิดลับๆ กันแน่จ๊ะ?"
คำพูดเสียดสีท้าทายจิกกัดแทงใจดำทำเอาผู้ใหญ่บ้านหน้าถอดสีซีดเผือดทันตาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยโทสะระคนตื่นตระหนก ชายชรากวัดแกว่งไม้เท้าแผดเสียงตวาดลั่นตัวสั่นเทิ้มด้วยความแค้นเคือง
"ไอ้เป้า!... แกพูดจาสามหาวบ้าอันใดกัน! ข้าหรือจะส่งมอบเสบียงให้ข้าศึก แกอย่ามาแต่งเรื่องใส่ความผู้นำค่ายเยี่ยงนี้ หากไม่มีหลักฐานชัดเจน ข้าจะสั่งประหารหัวแกข้อหาทรยศปลุกระดมค่ายเดี๋ยวนี้!"
"หลักฐานรึ? หึๆ... ข้ามีหลักฐานเด่นชัดจนท่านดิ้นไม่หลุดเชียวล่ะจ้ะผู้ใหญ่บ้านคนดี!"
เป้าแสยะยิ้มเฉียบกริบ ชายหนุ่มล้วงเอาม้วนสารกระดาษผูกด้ายแดงประทับตราครั่งสีแดงรูปพยัคฆ์ของแคว้นพยัคฆ์ทมิฬที่มะลิลอบขโมยมาได้เมื่อคืนออกมาชูกางกว้างขยายเด่นชัดสะท้อนต่อสายตาชาวบ้านนับร้อยคู่ในลานกว้าง เป้าขยับยิ้มสะใจพลางแผดเสียงประกาศอ่านข้อตกลงลับทีละข้อเสียงดังลั่นกังวานลานค่ายป่าไผ่
"นี่คือเอกสารสัญญาลับขายค่ายป่าไผ่! ลงนามลายเซ็นและประทับตรานิ้วมือของผู้ใหญ่บ้านอย่างชัดเจนเนื้อความระบุว่า... จะส่งมอบแผนผังเวรยาม จุดคลังปืนไฟ และเปิดประตูด่านทิศตะวันตกให้กองทัพพยัคฆ์ทมิฬลอบเข้ามาเผาทำลายค่าย แลกกับการกวาดต้อนพวกเราพี่น้องชาวค่ายไปเป็นทาสเชลยศึก ส่วนตัวผู้ใหญ่บ้านจะได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนางใหญ่มีที่ดินและเงินทองใช้สุขสบายบั้นปลายชีวิตในเมืองหลวงของข้าศึก! ดูตราประทับและลายเซ็นนี้สิพี่น้องทุกคน!"
คำเปิดโปงฉีกหน้ากากหนอนบ่อนไส้ขายแผ่นดินทำเอาชาวบ้านและทหารบ้านช็อกตกตะลึงอ้าปากค้างกันทั่วหน้า ก่อนที่กระแสอารมณ์ความจริงจะระเบิดเป็นความโกรธแค้น ตะโกนด่าทอประณามสาปแช่งผู้ใหญ่บ้านอย่างดุเดือดลั่นลานค่ายป่าไผ่ดุจเสียงฟ้าถล่ม
"ไอ้คนขายชาติขายค่าย! ไอ้หนอนทรยศ! แกจะส่งพวกเราและลูกหลานไปเป็นทาสเชลยศึกเพื่อเงินทองตัวเองรึ!" เสียงก่นด่าดุดันระงมสะท้อนไปทั่วบริเวณ
ผู้ใหญ่บ้านจนตรอกและโกรธจัดจนสิ้นสติและสับสนบ้าคลั่ง ดวงตาฝ้าฟางแดงก่ำด้วยโทสะระคนกลัวความผิด ชายชราแว้งกัดชักดาบสั้นเล่มบางที่ซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อคลุมกวัดแกว่งพุ่งตัวโผเข้าหาเป้า หมายจะฟันฉีกคอหรือลาดไหล่เป้าเพื่อสังหารปิดปากทันทีกลางลานกว้างอย่างรวดเร็วคุกคาม!
*เป๊ก!*
เสียงคมดาบสั้นสับฟันลงบนบ่าเปลือยสีทองแดงของเป้าอย่างรุนแรงเสียงดังสะท้อนกังวานปานสับโดนก้อนเหล็กไหลทมิฬ ทว่ามีเพียงรอยผิวหนังยุบตัวลงไปเล็กน้อยและเกิดรอยแดงจางๆ เท่านั้น ปราศจากบาดแผลฉีกขาด คราบโลหิต หรือความรู้สึกเจ็บปวดร้าวระบมใดๆ จากตัวเป้า (ยืนยันความถึกทนระดับ 11.0 ชั่งของวิชากายาเหล็กทมิฬ ขั้น 8 และมนต์ลืมเจ็บ) ดาบสั้นเล่มบางของผู้ใหญ่บ้านสะท้อนแรงปะทะหนักจนใบดาบเหล็กหักสะบั้นกระเด็นงอออกจากด้ามหล่นลงดินตมแดงกระดอนไปไกลทันทีต่อหน้าต่อตาทุกคน
เป้าแสยะยิ้มเยือกเย็น คว้าจับข้อมือเหี่ยวย่นของผู้ใหญ่บ้านบีบเน้นเบาๆ จนกระดูกข้อมือลั่นดังกรอบแกรบ ชายชราร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมานปล่อยด้ามดาบสั้นที่เหลือหลุดร่วงลงโคลนแดง
ในห้วงความคิดของเป้า หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีทองพลันเด้งผุดขึ้นมาโชว์ข้อความชื่นชมความเกรียนระดับผู้นำทันทีอย่างกวนประสาท
*“ติ๊ง! เปิดโปงหนอนบ่อนไส้แววตาบ้าคลั่งทำเอาค่ายแทบแตกกระเจิง! ยอดเยี่ยมมากโฮสต์ แผงบ่าเปลือยรับดาบหักกระดอนปานนี้ ช่างเท่บาดใจยิ่งนัก! ได้รับแต้มผู้นำสะสมเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ส่งผลให้แต้มสะสมระบบโบราณรวมพุ่งกระฉูดถึง 2600 แต้มเรียบร้อยแล้วจ้า! (ค่าสถานะคงเดิม: กายาเหล็กทมิฬ ระดับ 2 ขั้นที่ 8 พละกำลัง 11.0 ชั่ง) ลุยล้างบางต่อเลยโฮสต์!”*
เป้าสะบัดมือปล่อยร่างอันทรุดโทรมของผู้ใหญ่บ้านให้ร่วงลงไปกองคุดคูกับดินตมแดงอย่างไม่ใยดี
ทันใดนั้น ร่างระหงของแม่หญิงชงโคก็ก้าวเท้าว่องไวออกมายืนเคียงข้างเป้า ใบหน้าหวานนองไปด้วยน้ำตาอุ่นสะเทือนใจที่เห็นบิดาผู้บังเกิดเกล้าทำเรื่องชั่วร้ายปานนี้ ทว่าแววตาคู่หวานของนางยามนี้กลับแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดอย่างถึงที่สุดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีและชีวิตของคนทั้งค่าย นางยอมตัดสายสัมพันธ์ครอบครัวอย่างเจ็บปวดลึกซึ้ง
"ท่านพ่อ... ท่านทำผิดเกินกว่าข้าจะให้อภัยหรือช่วยเหลือได้อีกต่อไปแล้ว..." ชงโคเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่าปนสะอื้นไห้ ก่อนจะสูดลมหายใจกลั้นน้ำตาหันไปประกาศสั่งการทหารบ้านเสียงดังฉับพลันเฉียบขาด "...ทหารบ้านทุกคน! ปลดผู้ใหญ่บ้านพ้นจากทุกตำแหน่ง และควบคุมตัวจับกุมเขาไว้ในคุกห้องใต้ดินค่ายอย่างแน่นหนา คอยเฝ้าระวังห้ามไม่ให้ใครเข้าพบหรือลอบปล่อยนกพิราบส่งข่าวลวงสารลับได้อีกเด็ดขาด!"
ทหารบ้านและชาวบ้านส่งเสียงรับคำสั่งทันที พวกเขากรูเข้ามารวบตัวหิ้วร่างสะโหลสะเหลของผู้ใหญ่บ้านไปคุมขังทันทีตัดสิทธิ์ทุกช่องทาง
ชงโคโผตัวเข้าหาเป้า สวมกอดซุกใบหน้าร่ำไห้สะอื้นกอดเขาแน่น เป้ากอดปลอบลูบหัวนางเบาๆ กลางลานสายตาของทุกคนด้วยความอบอุ่นปกป้อง ก่อนที่ชาวบ้านและทหารบ้านทั้งหมดจะตบมือและโห่ร้องประกาศก้องยกย่องยกเป้าขึ้นเป็นหัวหน้าค่ายรบป่าไผ่อย่างเป็นทางการและสมเกียรติสูงสุด
"พี่เป้าคือหัวหน้าค่ายรบคนใหม่ของพวกเรา! นำพวกเราสู้ศึกบดขยี้แคว้นข้าศึกพยัคฆ์ทมิฬเถิด!"
เสียงโห่ร้องยินดีต้อนรับผู้นำรบตัวจริงดังก้องสะเทือนขุนเขาป่าไผ่ ค่ำคืนสงครามรับมือทัพหลวงข้าศึก 500 นายพร้อมบุกกำลังจะเปิดฉากขึ้นในไม่ช้า และผู้นำรบคนใหม่... พร้อมที่จะล้างบางพวกข้าศึกให้พินาศสิ้นซากคามือ!
---