เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ที่ดื่มไปไม่รู้เท่าไหร่เริ่มออกฤทธ์แล้วตอนนี้ หัวของฉันมึนไปหมด ภาพที่เห็นตัวเองในกระจกก็พล่ามัว หลังจากทำธุระในห้องน้ำเสร็จ ฉันจึงรวบรวมสติเพื่อกลับไปยังห้องเดิมที่ออกมา แต่เดินไปเรื่อยๆห้องกลับเยอะมากขึ้นจนฉันเริ่มสบสัน คนที่เดินผ่านไปมาต่างมองมาที่ฉันแล้วก็เดินผ่านไป
“ห้อง 301 เจอแล้ว!!!!”
ฉันที่เปิดประตูเข้าไป ด้านในมีเพียงเสียงไฟเหลืองอ่อนๆ และอาหารเครื่องดื่มยังคงวางอยู่บนโต๊ะ แต่ในห้องกลับไม่มีใครเลย
“หายไปไหนกันหมดอ่ะ ปล่อยให้คนอกหักนั่งอยู่คนเดียวได้ยังไงงงงง”
เพลงก็ยังเปิดเล่นไปเรื่อยๆ ฉันจึงเดินประคองตัวเองเข้าไปนั่งที่โซฟา แล้วเอนตัวนอนลง แต่แล้วอยู่ๆได้ยินเสียงประตูที่เปิดออก พร้อมกับเสียงพูดที่กำลังคุยกับใครอีกคนหนึ่งเข้ามา
“ขอผมอยู่เงียบๆคนเดียวสักพักนะ ไม่ต้องตามหาผม เดี่ยวผมกลับไปเอง”
หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นพูดจบ ฉันก็ได้ยินฝีเท้าเดินเข้ามาที่ฉันใกล้ๆตรงที่ฉันนอนฟังอยู่
“ตึก ตึก ตึก”
“เข้ามาผิดห้องไหมคะพี่ชาย”
ฉันรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ จนตัวของฉันชนเข้ากับผู้ชายคนนั้นที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ทันได้คาดคิด ฉันใเซถอยหลังเสียการทรงตัว มือเ้ากรรมดันคว้าเสื้อของผู้ชายตรงหน้าเอาไว้แน่นจนทำให้กระดุมของเสื้อผู้ชายคนนั้นขาดออก โชว์ให้เห็นถึงเนื้อหน้าอกไปจนถึงสะดือที่อยู่ด้านในเสื้อที่ถูกปกปิดเอาไว้ ผู้ชายคนนั้นล่มลงมาทับร่างของฉัน ริมฝีปากของผู้ชายคนนั้นประทับลงมาที่ริมฝีปากของฉันอย่างจัง ဝ__ဝ///// กลิ่นหอมหวานละมุนที่เคยได้กลิ่นเตะจมูกฉันอีกครั้ง ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะดันตัวเองลุกขึ้นและเอามือปิดปากตัวเองอย่างใแล้วเดินไปเปิดไฟทันที
“เธอ…เธอ…เป็ใครอ่ะ เข้ามาห้องฉันได้ยังไง เธออีกแล้วหรอ!”
ฉันที่ยังงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้าอยู่เลย ลุกขึ้นนั่งก่อนจะเพ่งดวงตาที่พร่ามัวมองไปยังผู้ชายที่กำลังโวยวายอยู่ตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปเพื่อมองให้ชัดๆ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโต จมูกโด่งที่เป็สัน ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเป็กระฉับ และมีไฝใต้ตาที่เหมือนเคยเห็นที่ไหน แล้วหน้าตายังคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนอีกด้วย แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก…
“เธอจะทำอะไรนะ ถอยให้ห่างฉันเลยนะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งความข้อหาล่วงละเมิด”
ဝ__ဝ!////
“เราเคยเจอกันหรอ ทำไมนายหน้าคุ้นจังเลย ว่าแต่นายเข้ามาอยู่ในห้องฉ้านได้ยางไงอ่ะ”
“คุณลองมองไปรอบๆก่อน นี้มันห้องของผม คุณเข้าผิดห้องแล้ว ผมจะเรียกรปภ.มาเอาคุณออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“ทำไม ฉันไม่ดีตรงไหนอ่ะ ทำไมรุ่นพี่ซีอ่าวถึงไม่ชอบฉัน ทำไมฉันถึงคิดไปได้ไกลขนาดนี้ ฮือออ ฮืออออ แล้วนายยังมาไล่ฉันไปอีก ฮือออ ฮือออ ฮืออออ”
อยู่ๆบ่อน้ำตาที่อดกลั่นเอาไว้ทั้งนานก็ะเิออก ฉันได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ เอามือเช็ดน้ำตาบนหน้า
“มาไม้นี้อีกแหละ อย่ามาทำเป็ร้องไห้นะ ฉันไม่ใจอ่อนหรอกนะ”
“ฮือออ ฮือออ ฮืออออ ///// T_T”
“โอเคๆก็ได้ๆ ฉันไม่ไล่เธอไปแล้วก็ได้ แต่หยุดร้องไห้ก่อนได้ไหม ฉันไม่ชอบน้ำตาผู้หญิงสักเท่าไหร่”
ผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงกอดอกข้างๆฉัน ปล่อยให้ฉันยังคงบรรเลงเพลงเศร้าด้วยเสียงสะอึกสะอื้นอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะค่อยๆตัดไป
(มหาลัย)
“แก ข้าวฟาง! ข้าวฟางตื่น! ตื่น!!!”
ฉันที่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงสะลึมสะลือพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง หัวยังคงปวดเหมือนจะะเิ สติเริ่มกลับมาใช้งานอีกครั้ง มองไปรอบๆก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่ห้องั้แ่ตอนนี้ก็ไม่รู้ เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นถิงถิงที่กำลังมองมาที่ฉันอย่างโมโห
“เมื่อคืนแกหายไปไหนมา ฉันตามแกซะทั่วเลย บอกแล้วให้ฉันไปด้วยก็ไม่ฟัง โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป ฉันเป็ห่วงจนจะบ้าตายอยู่แล้วนะรู้ไหม”
ถิงถิงบ่นยาวเหยียดเื่ที่เมื่อคืนอยู่ๆฉันก็หายตัวไป
“ฉันกลับมาที่ห้องได้ยังไงอ่ะ”
“ฉันกับตงหยางแบกแกกลับมา เมื่อคืนแกโชคดีมากเลยนะที่มีพี่พนักงานไปบอกที่ห้องพวกฉัน ว่าแกอยู่ที่เคาน์เตอร์ให้ไปรับ ส่วนที่เขารู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ห้องไหนอันนี้ฉันก็ไม่รู้ แกอาจจะบอกเขาไปก็ได้ แต่แกรู้ไหมแกหายไปสามชั่วโมงเลยนะ ฉันนึกว่าแกจะโดนใครฉุดไปซะแล้ว ว่าแต่…แกจำอะไรได้บ้างไหม”
ฉันที่พยายามนึกภาพเมื่อคืนอีกครั้ง แต่พยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออก เหมือนสมองมันโดนรีเซ็ตไปไม่มีข้อมูลใดๆปรากฎ
“ฉันจำได้แค่ ฉันเดินไปเข้าห้อง ขากลับก็เดินออกมาแล้วเข้าห้อง 301 ที่เราอยู่ แต่ก็ไม่เจอใครเลย ฉันก็เลยนอนลงที่โซฟา ก่อนจะได้ยินเสียงใครสักคนเปิดประตูเข้ามา หลังจากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลยอ่ะ”
“เดี่ยวนะ แกบอกว่าแกไปที่ห้อง 301 หรอ แต่เราอยู่ห้อง 103 นะ”
ဝ__ဝ!////
“แล้วฉันเข้าไปห้องใครล่ะ?”
ถิงถิงได้แต่สายหน้าเป็คำตอบให้ฉัน
“ไม่เป็ไร สุดท้ายแกก็ปลอดภัย คนๆนั้นคงเป็คนช่วยแกไว้แหละ ยังดีที่แกเจอคนที่ดี”
“เห้ออออ…..ต่อไปฉันจะไม่กินเหล้าแล้ว อือออออ” T——T
ถิงถิงนั่งลงข้างฉันก่อนจะเริ่มถามคำถามฉันด้วยเสียงที่เบาลง
“ว่าแต่เื่รุ่นพี่ แก……โอเคไหมว่ะ”
“ก็ยังรู้สึกจี๊ดๆอยู่แหละ จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงจะเก่งเกินไป แต่พอลองมาคิดๆดู เขาทั้งสองก็เป็คนที่ฉันแคร์มากๆทั้งคู่เลย ถ้าเขารักกันฉันก็คงต้องยินดีกับเขาแหละ”
“อืม….ก็จริงของแก”
“แล้วแกไม่ได้ถามรุ่นพี่ตงหยางเื่รุ่นพี่ซีอ่าวบ้างเลยหรอ เหมือนรุ่นพี่ตงหยางจะรู้เื่ทั้งหมดเลยนะ”
“ฉันไม่เคยถามเลยนะสิ ก็คิดไปเองว่ารุ่นพี่ซีอ่าวสนใจแกชัดซะขนาดนั้น ก็ไม่คิดว่า…..คดีจะพลิกตอนท้ายอ่ะดิ”
“(ー_ー)”
“Sorry จริงๆเพื่อน”
“ไม่เป็ไร ฉันไม่โทษแกหรอก แต่ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจเรียน!!! ใจน้อยๆดวงนี้จะมีไว้ให้แค่ลี่หยางคนเดียวเท่านั้น”
“(ー_ー)”
เช้าวันใหม่กับอากาศสดใส แสงแดดที่ไม่ได้เห็นหลายวันกลับมาส่องแสงสว่างแจ่มใส อากาศเริ่มอุ่นขึ้นปีหนึ่งเทอมสองของฉันก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่พี่เสี่ยวเหมยเก็บของย้ายออกไปอยู่ใกล้ที่ทำงาน ฉันจึงต้องอยู่คนเดียวจนกว่าจะมีเด็กใหม่ของปีต่อไปย้ายมาอยู่ ถึงแม้ความเจ็บกับเื่ที่พึ่งเกิดขึ้นยังคงอยู่ในใจ แต่มันก็รู้สึกดีใจกับรุ่นพี่ที่ฉันรักทั้งสองคนจากใจจริง ยิ่งได้เห็นพี่เสี่ยวเหมย พี่สาวที่คอยช่วยเหลือและใจดีกับฉันอยู่เสมอมีความสุขฉันก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย ตอนนี้ฉันกลับมาโฟกัสการเรียนอีกครั้ง ฉันใช้เวลาทุกวันอยู่แต่ห้องสมุดเป็ส่วนใหญ่ แล้วก็เข้าร่วมกิจกรรมของมหาลัยมากขึ้น ทำให้ตอนนี้อาจารย์หลายๆคนรู้จัก และจำฉันได้ หลักสูตรเทอมสองเริ่มเข้มข้นเนื้อหาขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าวฟางเราอ่านหนังสือแบบนี้มาเป็ชั่วโมงแล้วนะ ขอพักสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม”
ถิงถิงหันเก้าอี้มาพูดอ่อนวอนกับฉัน ซึ่งตอนนี้พวกเราสองคนกำลังอ่านหนังสือวิชาวรรณกรรมที่เด็กปีหนึ่งทุกคนต้องเรียนอยู่ในห้องของฉัน ฉันไม่เพียงแต่กลายร่างเป็เด็กเรียนคนเดียว แต่ยังบังคับให้ถิงถิง อ่านหนังสือกับฉันทุกวัน จนบางครั้งติดต่อถิงถิงไม่ได้ก็ถือเป็เื่ปกติไปแล้ว
“ก็ได้ๆ พักครึ่งชั่วโมงนะ”
//^—^//
หลังจากพูดจบฉันก็ลุกไปเอนตัวนอนลงบนเตียง แล้วเริ่มสไลด์ดูนั้นดูนี้ในโทรศัพท์ที่ไม่ได้ดูมานาน จนเลื่อนไปเจอเข้ากับอะไรบางอย่าง
(ริมฝีปากที่เตะเข้าหากันอย่างแ่เบาของหญิงชายคู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆรุกหนักขึ้นจนทำให้ทั้งสองคนเกือบรวมร่างกันอยู่แล้ว……)
โฆษณาของละครเื่หนึ่งฉายขึ้นมาตรงหน้าฉัน ทำให้ภาพกระดุมเสื้อที่ถูกมือของฉันดึงออก เผยให้เห็นกล้ามหน้าอก ก่อนริมฝีปากของคนๆหนึ่งจะประกบเข้ามาที่ปากของฉัน อยู่ๆภาพที่ไม่เคยอยู่ในเมมเมอร์รี่ก็ผุดขึ้นมาในหัวฉันเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทำให้ฉันถึงกับใลุกขึ้นนั่ง
“ใอะไรขนาดนั้น เป็อะไร ทำฉันใไปด้วยเลย”
ถิงถิงที่นอนอยู่บนเตียงเก่าของพี่เสี่ยวเหมย เห็นฉันใกับอะไรบางอย่าง จึงลุกขึ้นนั่งแล้วหันมาถามฉัน
“ถิงถิง แย่แล้ว แย่แล้ว ถิงถิง อร๊ายยยย”
ถิงถิงลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งข้างฉันอย่างอดสงสัยกับท่าทางของฉันไม่ได้
“แกเป็อะไร เล่ามา”
“แก เมื่อกี้ฉันดูโฆษณาหนังเื่หนึ่งอ่ะ แล้วอยู่ๆก็มีภาพภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ในวันนั้นที่ฉันเมามากวันนั้นอ่ะ เหมือนฉันจูบอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งเลยอ่ะ มันเหมือนจริง เหมือนจริงมากๆ ว๊ายยตายแล้วตายแล้วๆๆๆๆ ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลย ไอข้าวฟางนะไอข้าว จูบแรกของแกอุตสาเก็บไว้ให้ลี่หยางของฉัน”
ฉันเล่าให้ถิงถิงพร้อมกับเอามือเคาะหัวตัวเองในความสะเพร่าของตัวเอง
ဝ__ဝ!////
“อ่ะ!!!!!! แล้วแกจำอะไรได้อีกไหม ผู้ชายคนนั้นเป็ใคร จำหน้าได้ไหม หน้าตาเป็ยังไง หล่อไหม”
(ー_ー)
“จำไม่ได้อ่ะ ตอนนั้นฉันเมามาก แต่เหมือนจะเคยเห็นที่ไหนอยู่นะ อือออ…. อ้อจำได้แล้ว!!! เหมือนจะเป็ผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นอ่ะที่เจอในห้องสมุด ที่ฉันเล่าให้แกฟังครั้งก่อนนะ จำได้ไหม”
“แล้วไหนบอกว่าภาพเลือนลางไง”
“ก็ฉันเห็นไฝใต้ตาเหมือนกับของผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นเลย น้ำหอมก็กลิ่นเดียวกัน ฉันว่าต้องเป็คนเดียวกันแน่ๆ”
“แล้วแกจะเอายังไงต่อ ไปถามเลยไหม?”
ถิงถิงทำหน้าจริงจังแล้วเข้ามาใกล้ฉัน
“จะบ้าหรอ วันนั้นฉันผิดเต็มๆเลยนะที่เข้าไปในห้องของเขา แล้วยัง………เห้อ…นั้นอีก อีกอย่างดีแค่ไหนที่เขาไม่ทำอะไรฉัน ยังพาฉันออกมาส่งให้พี่พนักงานตามหาแกให้อีก ถือว่าหายกันไปแล้วกัน แต่อย่ามาเจอกันอีกเลยยย สาาาธุ”
ฉันพูดไปยกมือขึ้นมาพนมไหว้
“กลัวว่าไม่อยากได้อะไร จะได้อย่างนั้นสิไม่ว่า”
ถิงถิงลุกขึ้นพูด แล้วไปหยิบข้าวของพร้อมกลับสุดๆ
“กลับห้องก่อนนะ”
“เอ๊าา ไม่อ่านหนังสือเป็เพื่อนฉันแล้วหรอ”
“ไม่เอาแล้วอ่ะ วันนี้พอแค่นี้ ไปล่ะ”
พูดจบถิงถิงก็เดินออกไป ทิ้งให้ฉันนอนครวญครางกับจูบแรกที่พึ่งเสียไปกับภาพเลือนลางของใครคนนั้น
การเรียนที่เข้มข้น กับเวลาที่เดินไปไวมาก ฉันยังคงใช้เวลาส่วนมากไปกับการเรียน ห้องสมุดที่ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั้น ั้แ่จำเื่ราวที่ตัวเองสร้างเอาไว้ได้ ฉันก็ไปที่ห้องสมุดน้อยลงมาก เพราะกลัวจะเจอเข้ากับผู้ชายคนนั้น ฉันทำได้แค่รีบไปแล้วก็รีบกลับเสียเป็ส่วนใหญ่ เพื่อความสบายใจของตัวเอง จนในที่สุดฉันก็พาตัวเองมาเป็รุ่นพี่ปีสองที่มีรุ่นน้องเป็ของตัวเองแล้ว
“อัลโหลแม่ เป็ยังไงบ้าง”
“ก็เหมือนเดิมแหละ แล้วแกอ่ะ เป็ยังไงบ้าง เรียนยากไหม เงินพอใช้ไหม”
“พอจ้าพอ เรียนก็ยากอยู่แหละ ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดอ่ะนะ แต่ก็สบายดีไม่ต้องเป็ห่วง”
ั้แ่มาเรียนที่นี้ได้ปีกว่าๆฉันกับถิงถิงยังไม่ได้กลับบ้านที่ไทยสักครั้งเลย เพราะว่ากลับบ้านครั้งนึงต้องใช้เงินค่อนข้างเยอะ เลยตัดสินใจไม่กลับดีกว่า ถึงแม้ใน่ที่เรียนหนัก จะคงคิดถึงที่บ้านบ้าง แต่ก็ต้องอึดสู้เข้าไว้เพื่ออนาคตของตัวเองและครอบครัว ในการเป็นักศึกษาปีที่สอง ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการทำรายงานวิจัยก็เยอะขึ้น ฉันจึงต้องเข้าหาอาจารย์ที่สนิทเพื่อให้อาจารย์หางานที่ไม่ผิดกฎของมหาลัยให้ฉันทำบ้าง ซึ่งงานส่วนใหญ่ที่ฉันได้ ก็คือครูสอนภาษาไทย (ต้องบอกก่อนนะคะว่าได้การอนุญาติจากทางมหาลัยแล้ว) ฉันเริ่มสอนั้แ่คลาสของเด็กๆที่อาจารย์หามาให้บ้าง แล้วก็สอนพิเศษนักศึกษาที่กำลังศึกษาภาษาไทยอยู่ ฉันจึงได้ค่าจ้างพอให้ฉันได้ใช้จ่ายโดยไม่ต้องขอเงินจากที่บ้าน
ใน่เย็นของวันศุกร์ ฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะตก อยู่ๆก็เทกระหน่ำเหมือนมีพายุเข้า ลมที่พัดประตูและบานหน้าต่างเสียงดังสนั่นไปทั้งห้อง พาให้นักศึกษาหลายๆคนต่างส่งเสียงกรี๊ดลั่นกัน ฉันรีบลุกขึ้นไปปิดประตูและหน้าต่างอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ลมพัดน้ำฝนเข้ามา ก่อนจะกลับไปนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะเหมือนเดิม
“ก็อกๆๆๆ”
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เริ่มอ่าน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูที่ดังรัวๆอยู่หน้าห้อง
“ใครนะ?”
“................”
ฉันที่ะโถามออกไป แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ ฉันจึงเดินไปเปิดประตูออก
“ข้าวฟาง ฮืออออออ ฮืออออ ข้าวฟาง”
ဝ__ဝ!
ยัยถิงถิง ที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าเปียกไปด้วยน้ำฝน กำลังร้องไห้อยู่หน้าห้อง
“เข้ามาๆๆ ไปทำอะไรมาทำไมตัวเปียกแบบนี้ แล้วร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรแก”
ฉันพูดพลางพาถิงถิงไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาให้เพื่อนซับน้ำที่ตัว
“แก ตงหยางอ่ะ ฉันคิดว่าเขานอกใจฉันอ่าาา ฮือออออ ฮือออ”
“อ่ะ! แกใจเย็นๆ แล้วเล่าให้ฉันฟังสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแกถึงบอกว่าตงหยางนอกใจแก”
ถิงถิงเอามือขึ้นมาปาดน้ำตา ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ให้ฉันฟัง
(ถิงถิง)
“เมื่อเช้าผู้หญิงคนนั้นที่รับสายเป็ใครหรอ”
“เพื่อนในห้องนะ วันนั้นฉันกำลังคุยกับอาจารย์อยู่ แล้ววางโทรศัพท์เอาไว้ที่โต๊ะ เขาก็เลยช่วยรับโทรศัพท์ให้”
ตงหยางพูดด้วยน้ำเสียงปกติ เหมือนเป็เื่ธรรมดา
“แน่ใจหรอ เธอคงไม่ได้มีผู้หญิงคนอื่นใช่ไหม ถ้าเธอมีคนอื่น เธอต้องรีบบอกฉันนะ”
“ทำไมเธอพูดแบบนั้นล่ะ เธอไม่เชื่อใจฉันหรอ”
น้ำเสียงของตงหยางเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของถิงถิง
“.............”
ถิงถิงกลับไม่พูดอะไร เอาแต่เงียบใส่
“นั้นก็ได้ นั้น……….ถ้าเธอมั่นใจในเื่ของเราเมื่อไหร่ เธอค่อยติดต่อเรามาแล้วกัน”
หลังจากพูดจบ ตงหยางก็วางสายแล้วหายจากไปจากวงจรชีวิตของฉัน ฉันได้แต่รู้สึกโทษตัวเองที่ปล่อยให้เื่อดีตที่เคยเจอมา ส่งผลต่อคนใหม่ในปัจจุบัน เมื่อก่อนฉันเคยคบกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็ไทยเหมือนกันกับฉัน เราคบกันมาสี่ปีั้แ่มหาลัยปีหนึ่ง จนวันหนึ่งอยู่ๆฉันก็ได้รับข้อความจากการมีตัวตนของผู้หญิงคนที่สอง ซึ่งเธอบอกว่าแฟนเก่าของฉันคนนั้นคบกับเธอมาได้หกปีแล้วั้แ่มัธยม และผู้ชายก็ไปเรียนต่อที่กรุงเทพส่วนเธอก็ยังคงเรียนที่ต่างจังหวัด ตอนแรกเธอก็คิดว่าเขามีแค่เธอคนเดียว เพราะผู้ชายมักจะทำตัวปกติมาก จนเพื่อนของผู้หญิงคนนั้นมาเที่ยวที่กรุงเทพ แล้วบังเอิญเจอฉันที่กำลังเดินจูงมือกันกับแฟนของเพื่อนของเธอ เพื่อนของเธอเลยแอบถ่ายรูปของฉันส่งให้เธอดู เขาเลยรู้เื่การมีอยู่ของฉันั้แ่นั้นเป็ต้นมา แล้วหาช่องทางติดต่อหาฉัน หลังจากที่รู้ความจริงฉันก็เลือกตัดความสัมพันธ์กับผู้ชายคนนั้น เื่นั้นจึงทำให้ฉันจึงไม่กล้าเปิดใจให้ใครอีกเลย จนมาเจอตงหยางฉันจึงค่อยๆเริ่มเปิดใจตัวเองอีกครั้ง ถึงแม้รักครั้งนี้ของฉันจะเป็รักทางไกล ฉันก็คงยังให้โอกาสเขา จนในปีก่อนฉันจึงได้ตัดสินใจมาเรียนต่อเพื่อมาเจอตงหยาง ตงหยางเป็คนที่ใจดี และเป็สุภาพบุรุษ ถึงแม้บางครั้งเขาจะดูเหมือนเฉยชาไปบ้าง หรือไม่ค่อยมีเวลาให้ฉัน แต่ฉันก็เลือกที่จะเข้าใจเขา เพราะเขาเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ ทำให้เวลาส่วนใหญ่ของเขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ จนวันก่อนที่มีการแข่งขันบาสเก็ตบอลครั้งก่อน ผู้หญิงที่เดินมาพูดคุยกับตงหยางในวันนั้นยังคงเป็เื่ที่ยังติดอยู่ในใจของฉัน แต่ฉันก็พยายามที่จะไม่คิดอะไรมาก จนเมื่อวานที่ฉันโทรหาตงหยาง แล้วอยู่ๆคนที่รับโทรศัพท์กลับเป็ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งทำให้ฉันอดคิดในแง่ลบไม่ได้ว่าจะเป็ผู้หญิงคนนั้น จนทำให้เราเริ่มทะเลาะกัน หลังจากวันที่ตงหยางวางสายไป เขาก็ไม่ได้ติดต่อมาหาฉันเป็เวลาสามวันแล้ว ฉันจึงเริ่มรู้สึกว่าฉันอาจจะเป็คนผิดที่คิดระแวงเขาเกินไป และยังพูดจาไม่ดีใส่เขาอีก ฉันเลยตัดสินใจที่ไปง้อเขาที่หอพักนักศึกษาชาย
“ข้าวผัด ซุป ขนมหวาน ผลไม้ พร้อม ตงหยางต้องหายโกรธฉันแน่เลย”
วันนี้ฉันไม่มีเรียน จึงถือโอกาสตื่นแต่เช้าเพื่อซื้อของมาทำอาหารไปง้อตงหยาง ฉันที่ถือกล่องอาหารและดอกไม้หนึ่งดอกกำลังเดินไปที่หอนักศึกษาชาย แต่กลับเจอกับคนจำนวนมากที่กำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่
“ผู้หญิงสวยนะ ผู้ชายก็หล่อ”
“อิจฉาจังเลย”
“ผู้ชายโชคดีจังเลย”
“ผู้หญิงอย่างเท่เลย”
ฉันเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงผู้คนที่มุงดูอะไรบางอย่างจากด้านในพูดคุยกันเสียงดัง ทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของฉันทำงานขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ขอโทษนะคะ ขอโทษนะคะ ขอเข้าไปไปด้านในหน่อยค่ะ”
ฉันที่พยายามกอดกล่องข้าวแล้วแทรกตัวผ่านผู้คนมากมายที่รุมล้อมอยู่เข้าไปด้านในจนได้ และเริ่มกวาดสาตาดูเื่ที่ผู้คนกำลังให้สนใจกันอยู่ และก็เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอยู่ตรงกลางของกลีบดอกกุหลาบที่โรยเอาไว้บนพื้นเป็รูปหัวใจ ผู้หญิงคนนั้นกำลังหันหน้ามาทางฉัน พร้อมถือดอกไม้ช่อใหญ่ไว้ในมือ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ แต่มองไม่ค่อยชัดเพราะผู้ชายที่เธอกำลังขอคบยืนบังอยู่ ปกติเคยเห็นแต่ในซีรีย์ ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสมาอยู่ในสถานการณ์จริง
“ฉันชอบนายนะหยางหยาง ชอบมาั้แ่วันแรกที่ได้เจอกันแล้ว ั้แ่วันแรกฉันก็ไม่เคยคิดกับนายแค่เพื่อนเลยนะ นายพอจะให้โอกาสคบกับฉันได้ไหม?”
“คบกันเลยๆๆๆๆๆ”
เสียงเชียร์จากผู้เฝ้าดูสถานการณ์อยู่เริ่มส่งเสียงเชียร์ พร้อมเสียงปรบมือ ฉันได้แต่ยืนดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ ผู้ชายคนนั้นที่ตอนนี้ฉันมองเห็นเพียงด้านหลัง กำลังเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นแล้วรับช่อดอกไม้ไว้ และเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างกับผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะหันหลังกลับมาทางที่ฉันอยู่ ภาพของผู้ชายคนนั้นที่ฉันเห็นอยู่ตอนนี้กลับทำให้กล่องข้าวที่ฉันถืออยู่เกือบหล่นตกลงบนพื้น ภาพตงหยางที่ถือดอกไม้ช่อใหญ่เดินออกไปพร้อมผู้หญิงคนนั้นที่ฉันนึกขึ้นได้ทีหลังว่าเป็ผู้หญิงคนเดียวกับที่เจอในวันที่เล่นบาสวันนั้น เดินตามเขาไปติดๆด้วยหน้าที่ยิ้มดีใจสุดๆ
ผู้คนต่างทยอยกันแยกย้ายหลังจากจบหน้าที่กามเทพชั่วคราว เหลือเพียงฉันที่ยังคงอึ้งกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว หน้าที่เริ่มชา กับขาที่อยู่ๆกลับไม่มีแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น ในหัวสั่งเพียงให้ฉันหันหลังกลับ แล้วเริ่มเดิน ฉันที่กำลังเดินไปเรื่อยๆ ฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะตก กลับเทกระหน่ำลงมาเหมือนกำลังซ้ำเติมฉัน น้ำตาเริ่มเอ่อล้นไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของฉัน หัวใจของฉันเจ็บจี๊ดและจุกแน่นไปหมด