ซูเจียวเจียวขยับเข้าใกล้ทำให้เซียวหยวนิดีใจมาก ในความมืดนั้นดวงตาเรียวยาวลึกซึ้งของเขาเป็ประกายขึ้นมาหลายส่วนเขารีบหยิบพัดมาพัดให้เธออย่างมีความสุข
อากาศ่นี้ร้อนอบอ้าวเหลือเกิน
ได้ยินมาว่าหมู่บ้านใกล้เมืองหลวงบางแห่งมีไฟฟ้าใช้แล้วแถมยังมีพัดลมไฟฟ้าอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีไฟฟ้าใช้เมื่อไรกันนะ...
พอมีไฟฟ้าใช้เขาจะหาทางซื้อพัดลมไฟฟ้ามาให้ได้
ดูท่าก่อนหน้านั้นคงต้องหาวิธีหาเงินเสียก่อน
ทันใดนั้นเองก็มีความรู้สึกคันยุบยิบที่หู
เซียวหยวนิสะท้านไปทั้งตัวอดไม่ได้ที่จะพลิกตัวลงไปทาบทับเธอ
เขาคิดว่าคืนเข้าหอเมื่อคืนนี้เป็เพราะเธอเมาจึงยอมเขา แต่คืนนี้เธอไม่ได้ดื่มเหล้าและยังคงเป็ฝ่ายเริ่มเองสิ่งนี้ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าเดิม
เจียวเจียวของผมคุณยอมรับผมแล้วจริงๆ!
เพราะนึกถึงว่าพรุ่งนี้เช้าเซียวหยวนิยังต้องตื่นไปทำงานซูเจียวเจียวจึงไม่ปล่อยให้เขาตักตวงมากมายนัก...
เซียวหยวนิตักน้ำอุ่นมาให้เธอเช็ดตัว
หลังจากเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็กอดกันเตรียมตัวเข้านอนอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงหายใจแ่เบาในอ้อมแขนเซียวหยวนิรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนและพึงพอใจเป็ที่สุด
เขาอดไม่ได้ที่จะกระชับอ้อมแขนที่กอดเธอไว้เบาๆการได้กอดเธอไว้ สำหรับเขามันเหมือนกับการได้โลกทั้งใบ
วันรุ่งขึ้นท้องฟ้าเริ่มสว่างรางๆ เซียวหยวนิก็ลุกขึ้นแล้ว
พอเขาขยับตัวเธอก็พลอยตื่นขึ้นมาด้วย
เซียวหยวนิมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน“วันนี้ผมจะช่วยคุณลาพักงานนะ คุณพักอีกสักสองสามวันเถอะ”
ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้หวังให้เจียวเจียวต้องทำอะไรมากมายอยู่ดี
งานของเธอส่วนใหญ่เขาก็เป็คนทำอยู่แล้ว
แต้มคะแนนงานวันละสิบแต้มของเขาก็เพียงพอสำหรับค่ากินค่าอยู่ของเขากับเธอแล้ว
เหตุที่บ้านฐานะยากจนนักเป็เพราะพี่สาวของเขาแต่งงานไปเมื่อปีที่แล้วเขาจึงนำเงินที่เก็บสะสมไว้ทั้งหมดให้พี่สาวเป็สินสอดปีนี้หลานชายตัวน้อยเพิ่งเกิด แต่สุขภาพไม่ค่อยดี เขาจึงช่วยเหลือไปอีกส่วนหนึ่ง
ตอนนี้เขามีครอบครัวเล็กๆของตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องคิดถึงตัวเองกับภรรยาของเขาเสียทีในอนาคตเมื่อพวกเขามีลูก ก็ต้องใช้จ่ายอีกมากมาย
นอกหน้าต่างท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆเซียวหยวนิควรจะไปทำงานแล้ว
เซียวหยวนิลูบไล้เส้นผมของซูเจียวเจียวอย่างแ่เบา“รอผมกลับมาทำอาหารเช้าให้นะ งานแค่นั้นผมทำเสร็จเร็วอยู่แล้ว”
ความอบอุ่นไหลเวียนอยู่ในใจซูเจียวเจียวผู้ชายคนนี้ก็เป็แบบนี้แหละ ไม่ว่าจะลำบากเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนเขาก็ไม่มีทางให้เธอต้องลำบากไปด้วย
ในชาติภพก่อนเธอตัดสินใจผิดมหันต์ไปแล้วจริงๆ
ซูเจียวเจียวจับมือเขาไว้“คุณก็อย่าหักโหมจนเกินไปนะคะ ค่อยๆ ทำงานฉันจะรออยู่ที่บ้านนี่แหละ”
ความห่วงใยของซูเจียวเจียวทำให้รอยยิ้มของเซียวหยวนิสดใสยิ่งขึ้นหัวใจเขาราวกับได้ดื่มน้ำผึ้งหวานฉ่ำเขายิ้มรับคำแล้วเดินตรงไปยังฉางเก็บเสบียงส่วนกลาง
ไม่นานนักซูเจียวเจียวก็ลุกขึ้น เธอลุกขึ้นแต่งตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะไปตักน้ำจากโอ่งมาล้างหน้าล้างตา
ตอนนี้เป็ฤดูร้อนการแปรงฟันและล้างหน้าด้วยน้ำเย็นทำให้สดชื่นมาก
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วเธอก็สำรวจบ้านอีกครั้ง
เมื่อวานเป็วันแต่งงานเธอวุ่นอยู่ทั้งวัน ตอนนี้เมื่อมองไปรอบๆ ในลานบ้านยังคงรกไปหมด ในห้องก็เช่นกัน
แม้ว่าเซียวหยวนิจะทำงานเก่งแต่เื่การจัดการงานบ้าน เขาก็เป็แค่ผู้ชายคนหนึ่งเขาไม่ใส่ใจว่าห้องจะสกปรกแค่ไหน ขอแค่มีที่อยู่ก็พอ
แต่ซูเจียวเจียวเป็คนละเอียดลออชาติที่แล้วเธอและเซียวหยวนิอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ใช้ชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ไม่ว่าข้างนอกจะเป็อย่างไรห้องที่เธออยู่นั้นสะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบเรียบร้อยก็พอ
บ้านหลังนี้เป็โครงสร้างไม้และดินรอยร้าวบนคานไม้ รอยแยกบนผนังดินและสภาพแวดล้อมที่สกปรกยิ่งทำให้บ้านดูเหมือนบ้านพุๆ พังๆ
ซูเจียวเจียวขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางคิดหาวิธีหาเงินในใจ
ชาติที่แล้วเธอเรียนออกแบบเสื้อผ้าและยังได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศอีกสามปีหลังจากกลับมายังประเทศจีนก็ก่อตั้งแบรนด์ของตัวเองขึ้น
ตอนนี้ก็พอจะเดินหน้าในเส้นทางออกแบบเสื้อผ้าได้แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดการค้าส่วนบุคคล
ถ้าตอนนี้ผลิตของไปขายจะถือเป็การเก็งกำไรและถูกจับได้ แถมยังถูกตำหนิอีกด้วย
ซูเจียวเจียวจึงทำได้เพียงระงับความคิดที่จะทำธุรกิจไว้ชั่วคราว
แต่เธอก็นึกถึงอีกเื่หนึ่งได้...ตอนนี้คุณพ่อยังคงส่งพัสดุมาให้เธอที่ตัวอำเภอ ซึ่งมีทั้งเงิน บัตรแลกธัญพืชบัตรแลกน้ำมัน บัตรแลกน้ำตาล และสิ่งของอื่นๆ
แม้จะไม่มากนักแต่ก็เพียงพอสำหรับแก้ปัญหาปากท้องของเธอได้
ทว่าอีกประมาณสามเดือนหลังจากนี้ตอนที่พ่อแม่ทราบว่าเธอแต่งงานกับชาวนาไร้การศึกษาในชนบทโดยไม่ปรึกษาพวกท่านโกรธมาก จึงเลิกส่งพัสดุให้เธอ
ซูเจียวเจียวเร่งมือจัดบ้านพลางคิดว่าบ่ายนี้ต้องรีบไปตัวอำเภอเพื่อรับพัสดุ
หลังจากจัดบ้านอย่างเรียบง่ายซูเจียวเจียวก็ต้มโจ๊กหนึ่งหม้อและทอดไข่หนึ่งจานเล็กๆ
นี่แหละคืออาหารเช้า
เซียวหยวนิบอกว่าเขาจะกลับมาทำอาหารเช้าให้แต่ซูเจียวเจียวไม่มีทางที่จะรอเขาทำอาหารเช้าเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว
เซียวหยวนิกลับจากทำงานก็ได้กลิ่นไข่ทอดหอมฉุย
“ไหนบอกว่าจะรอผมกลับมาทำอาหารเช้าให้ไงครับ” เซียวหยวนิรับชามข้าวและตะเกียบมา
ใบหน้าเขาแดงเล็กน้อยในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ“อะไรกัน ไม่ชอบกินอาหารที่ฉันทำให้หรือคะ?”
“ไม่ ไม่...ไม่ชอบได้ไง ผมชอบมาก ชอบมากจริงๆ” เซียวหยวนิร้อนรน
ซูเจียวเจียวไม่แกล้งเขาแล้วและนั่งลงข้างโต๊ะกับเขา “กินเถอะค่ะคุณทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน เื่เล็กๆ น้อยๆ อย่างทำอาหารก็ให้ฉันจัดการเองเถอะนะฉันไม่ได้บอบบางอย่างที่คุณคิดหรอก”
เซียวหยวนิมองมือเล็กๆขาวๆ นุ่มนิ่มของเธอ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
ซูเจียวเจียวรีบเปลี่ยนเื่“จริงสิคะ บ่ายนี้ฉันจะเข้าเมืองนะ คุณพ่อส่งพัสดุมาให้ถ้าคำนวณวันดูก็น่าจะถึงแล้ว”
เซียวหยวนิพูดอย่างเป็ห่วง“งั้นผมไปเป็เพื่อนคุณนะ”
ซูเจียวเจียวส่ายหน้า“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ค่ารถแพงจะตาย ฉันไปคนเดียวก็พอ”
แววตาของเซียวหยวนิหม่นลงเล็กน้อยเขานึกถึงความไม่พอใจของซูเจียวเจียวในอดีต บางทีนอกเหนือจากเหตุผลเื่ค่ารถแล้วเธอก็คงจะกังวลว่าเขาจะทำให้เธออับอายขายหน้ากระมัง
“อ้อ งั้นคุณก็ระวังตัวด้วยนะ ตอนเย็นผมจะไปรับ” เซียวหยวนิก้มหน้ากินข้าวต้มอย่างรวดเร็ว
ซูเจียวเจียวกำลังคิดคำนวณสภาพการเงินภายในบ้านเงียบๆจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าของเซียวหยวนิเลย
ในเมื่อซูเจียวเจียวไม่อยากให้เขาไปเป็เพื่อนที่ตัวอำเภอเซียวหยวนิจึงตัดสินใจว่า เขาจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว
ตอนนี้เป็่ฤดูร้อนพอดีบนเขามีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ และมีสมุนไพรอยู่ไม่น้อย
บรรพบุรุษของครอบครัวเซียวหยวนิเคยเป็หมอหลวงในราชสำนักเพื่อหลีกหนีา บรรพบุรุษจึงพาผู้สืบสกุลมายังหมู่บ้านแห่งนี้และได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ วิชาแพทย์ได้สืบทอดเรื่อยมาจนถึงรุ่นพ่อของเซียวหยวนิก็แทบจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงตำราโบราณเล่มหนึ่งเท่านั้น
เซียวหยวนิอาศัยตำราโบราณเล่มนี้ศึกษาหลักการแพทย์เบื้องต้นและวิธีจำแนกสมุนไพรด้วยตนเอง
บางครั้งเมื่อเลิกงานเร็วเขาก็จะเข้าป่าไปขุดสมุนไพรแล้วแอบนำไปขายด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถเก็บเงินเป็สินสอดให้พี่สาวได้
หลังอาหารเช้าเซียวหยวนิก็ไม่ได้หยุดพัก เขารีบหยิบเสื้อผ้าไปซักในลานบ้านซูเจียวเจียวเห็นดังนั้นจึงเดินไปช่วย
เมื่อเห็นผู้ชายกำลังตั้งใจขยี้เสื้อผ้าของเธออย่างแข็งขันซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย
ผู้ชายที่ช่วยภรรยาซักเสื้อผ้าอย่างเซียวหยวนินี้มีหนึ่งเดียวในหมู่บ้านจริงๆ!
เธอไม่ใช่ไม่เคยเห็นผู้ชายในหมู่บ้านคนอื่นๆแต่ผู้ชายพวกนั้นมักจะเอาแต่นั่งคุยโวโอ้อวดกันบนม้านั่งหน้าบ้านหลังจากกินข้าวเสร็จ ไม่เคยช่วยผู้หญิงทำงานบ้านเลยสักคน
ในความคิดของพวกเขาพวกเขาคิดว่าการซักเสื้อผ้าและทำอาหารเป็งานของผู้หญิง
ผู้ชายเขาไม่ทำกันหรอก
ผู้ชายทำเื่พวกนี้มันน่าอับอาย
ดังนั้นผู้หญิงนอกจากต้องทำงานนอกบ้านแล้วพอกลับมาบ้านยังต้องคอยซักผ้า ทำอาหาร และเลี้ยงลูกอีกส่วนผู้ชายดูเหมือนจะแค่ทำงานนอกบ้านอย่างเดียวก็พอแล้ว...