เมื่อประมาณสองเดือนก่อนที่นายท่านจะไปปฎิบัติงานได้มอบหมายให้เขาคอยเฝ้าดูฮูหยินคนใหม่ว่านางมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือไม่นายท่านสั่งเพียงให้เฝ้าดูเท่านั้นห้ามยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่เป็เขาเองที่อดไม่ได้หากไม่แล้วป่านนี้ฮูหยินน้อยก็ไม่รู้ว่าต้องตกระกำลำบากอย่างไรบ้าง
เขาคอยเขียนรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ติดตามฮูหยินให้นายท่านอยู่เสมอเห็นว่านางถูกรังแกอย่างไรบ้างก็อดที่จะเพิ่มไข่ใส่สีลงไปในจดหมายอีกนิดหน่อยเพื่อให้นายท่านสงสารฮูหยินน้อยให้มากแต่ดูเหมือนว่าความพยายามของเขาจะสูญเปล่านายท่านไม่ได้มีคำสั่งใหม่ที่ให้คอยช่วยเหลือฮูหยินน้อยแต่อย่างใดยังคงเงียบเฉยอย่างที่เคยเป็มาตลอด
เฮ้ย~ จะทำเช่นไรได้บ้างหนอถึงจะช่วยให้ฮูหยินน้อยไม่ให้ถูกรังแกคงจะต้องเพิ่มความยากลำบากของฮูหยินลงไปในจดหมายอีกสัก
สองสามประโยคแล้วกระมัง
ต้าฉีที่หลบอยู่ในเงามืดคอยมองสำรวจรอบบริเวณเรือนของฮูหยินน้อยเขาอยู่ที่ตรงนี้เป็ประจำหลังจากได้รับคำสั่งให้มาติดตามเฝ้าดูฮูหยินคนใหม่ไม่เคยแสดงตัวตนให้คนในจวนได้รับรู้นอกจากครั้งนั้นที่เขาเผลอวู่วามที่จวนตระกูลฟาง
แสงเทียนภายในห้องนอนของฮูหยินน้อยดับลงเป็สัญญาณว่านางเข้านอนเรียบร้อยแล้วต้าฉีจึงได้ผ่อนคลายลงบ้างเขานั่งอยู่บนกิ่งของต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกอยู่ข้างเรือนหลับตาลงเพื่อพักสายตาแต่หูของเขาก็ยังคงคอยจับเสียงการเคลื่อนไหวโดยรอบอย่างระมัดระวัง
ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนึ่งคู่ที่กำลังจะเดินผ่านมาทางนี้เขามองดูเห็นว่าเป็ร่างเล็กของหญิงสาวก็รู้โดยทันทีว่าเป็ฮูหยินน้อยนั่นเองไม่รู้ว่าค่ำมืดเช่นนี้นางจะไปที่ไหนกันทั้งยังไม่มีโคมไฟสำหรับส่องดูทางและสาวใช้คอยติดตามเขาเดินตามนางออกไปอย่างเงียบเชียบไร้เสียงใดๆ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยุดเดินก็พบว่าฮูหยินน้อยนางเดินมาที่ศาลาริมสระบัวที่อยู่ภายในสวนเห็นนางเดินเข้าไปนั่งภายในศาลาเพียงแค่นั่งลงแล้วทอดมองไปยังสระบัวอย่างเหม่อลอยนั่งอยู่เช่นนี้เป็เวลากว่าครึ่งชั่วยามแล้วจึงกลับเข้าเรือนเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ฮูหยินน้อยกำลังคิดสิ่งใดอยู่แต่ดูจากที่นางเคยปรึกษากับสาวใช้ส่วนตัวของนางเกี่ยวกับการหย่าของนางกับนายท่านแล้วก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงจะเตรียมแผนการไว้แล้วเป็แน่
เื่นี้นายท่านเองก็รับรู้แล้วเช่นกัน แต่ก็ยังไร้ท่าทีจากอีกฝ่ายเฮ้อ~ เื่สามีภรรยาคู่นี้นี่ช่างซับซ้อนเสียจริง ดีนะที่เขายังไม่มีภรรยามิเช่นนั้นก็คงได้ปวดหัวอย่างนายท่านเป็แน่
ฟางซูซินเดินกลับเข้ามาที่ห้องเรียบร้อยแล้วก็ล้มตัวลงนอนอย่างปกตินางมั่นใจแล้วว่าท่านแม่ทัพจะต้องให้คนคอยเฝ้าดูนางอยู่เป็แน่อย่างเมื่อครู่เขาติดตามนางออกมาจากที่ซ่อนเดินตามนางและคอยลอบสังเกตุหากเป็เช่นนี้แสดงว่าท่านแม่ทัพก็รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นภายในจวนหรือแม้กระทั้งว่านางไปทำอะไรที่ไหนบ้างเขาก็รู้ทั้งหมด...ใช่หรือไม่
เขาทำเช่นนี้เพื่ออะไรกัน? หรือเพราะไม่ไว้ใจภรรยาที่แต่งเข้ามาใหม่จึงต้องให้คนมาคอยเฝ้าจับตาดูเอาไว้
หากเป็เช่นนั้นจริงๆ ท่านแม่ทัพผู้นี้ก็คงจะไม่ใช่คนหูเบากระมังฟางซูซินนอนคิดทั้งคืนว่าควรทำอย่างไรต่อไปนางจะต้องวางแผนใหม่เสียแล้วดูเหมือนท่านแม่ทัพจะไม่ได้เป็อย่างที่นางคิดเอาไว้เหมือนก่อนหน้านี้
เช้าวันรุ่งขึ้นฟางซูซินตื่นขึ้นมาด้วยอาการไม่ค่อยจะสดชื่นเท่าไรนักเมื่อคืนนางนอนคิดทั้งคืนว่าจะหาทางออกให้กับชีวิตของตนเองอย่างไรแต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่านางจะไม่สามารถเข้าใจในตัวท่านแม่ทัพได้ทั้งหมดคงจะต้องมาพิจารณาอีกทีในระหว่างที่เขากลับมาอยู่จวนอีกครั้ง
ลี่ซือเข้ามาช่วยฟางซูซินทำกิจวัตรประจำวันอย่างปกติ ก็เห็นว่าที่ชายกระโปรงของนางนั้นเปื้อนคราบดินอยู่เล็กน้อยจึงสงสัยว่าคุณหนูของนางนั้นแอบออกไปที่ไหนมาหรือไม่ลี่ซือกำลังจะถามออกไปแต่ก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านนอกเสียก่อนจึงได้รีบไปเปิดประตูดูว่าใครที่มาแต่เช้าเช่นนี้
ลี่ซือเดินนำอีกฝ่ายเข้ามาเป็ลี่ม่อมอมาหาฟางซูซินแต่เช้านั่นเองบ่าวรับใช้าุโทำความเคารพฮูหยินน้อยตามมารยาทแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า
"เรียนฮูหยินนายท่านให้คนมาแจ้งว่าอีกสี่วันจะเดินทางมาถึงจวนเ้าค่ะบ่าวเลยมาเรียนให้ท่านทราบ" ลี่ม่อมอรายงานตามคำสั่งที่ได้รับมา
"อีกสี่วันหรือ...ข้าเข้าใจแล้วขอบใจท่านมาก"ฟางซูซินกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายในใจก็หวังว่าการกลับมาครั้งนี้ของท่านแม่ทัพจะเป็ผลดีต่อนางด้วยเช่นกัน
ข่าวที่ว่าเ้าของจวนตัวจริงจะกลับมาอีกภายในสี่วันแพร่กระจายไปทั่วทั้งจวนก็ทำให้จวนแม่ทัพนั้นยุ่งวุ่นวายกันน่าดูทั้งบ่าวรับใช้ที่ต้องเตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่ทั้งหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนผู้นั้นก็เตรียมเนื้อเตรียมตัวตนเองเอาไว้เป็อย่างดีทุกคนภายในจวนดูตื่นเต้นกันถ้วนหน้าไม่เว้นแม้แต่ฟางซูซินเองนางก็ได้รับอิทธิพลจากคนในจวนทำให้พลอยตื่นเต้นไปด้วยเช่นกัน
แต่สิ่งที่ทำให้นางตื่นเต้นไม่ใช่การที่จะได้สามีกลับมาแต่เป็ทางเลือกสำหรับอนาคตของนางต่างหาก
สุดท้ายแล้วฟางซูซินก็ยังคงทำตัวเป็ปกติทุกอย่างใช้ชีวิตภายในจวนแม่ทัพอย่างที่เคยทำมาตลอดสองเดือนอย่างไรก็ทำอย่างนั้นเช่นเดิมแล้วก็ผู้ติดตามคนนั้นด้วยที่ยังคงติดตามนางอยู่เช่นเดิม
ฟางซูซินใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ภายในเรือนของตนมีบางครั้งที่จะออกมาเดินเล่นที่สวนดอกไม้บ้างแต่ก็ใช้เวลาไม่นานแล้วก็กลับเข้าเรือนไปวันนี้นางตั้งใจไว้ว่าจะอ่านหนังสือที่ขอยืมมาจากห้องหนังสือของท่านแม่ทัพให้หมดแล้วจะรีบนำกลับไปคืนหนังสือพวกนี้เป็สิ่งที่นางเขียนจดหมายขออนุญาตจากท่านแม่ทัพแล้วแต่นางไม่อยากให้เขาคิดว่านางเข้าไปวุ่นวายกับหนังสือของเขาจนเกินไป
พอถึง่เย็นนางก็อ่านจบครบตามที่ได้ตั้งใจไว้อันที่จริงคิดไว้ว่าจะเอาไปคืนพรุ่งนี้แต่เมื่อคิดอีกทีรีบเอาไปคืนก็คงจะกว่าหากจะต้องเอามาเก็บไว้ที่ตนนานๆเมื่อตัดสินใจได้เช่นนั้นนางก็เตรียมขนหนังสือที่ยืมมาทั้งหมดเอาไปคืนที่เดิมลี่ซือกำลังเตรียมน้ำให้นางอาบจึงไม่สามารถมาช่วยได้ฟางซูซินจึงตัดสินใจขนมันไปคืนด้วยตัวเองทั้งหมด
เมื่อเดินมาถึงห้องหนังสือที่ปกติจะมีคนเฝ้าไว้อยู่เสมอแต่วันนี้กลับหายตัวไปฟางซูซินยืนลังเลอยู่สักครู่ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในนางนำหนังสือวางไว้ที่โต๊ะตัวใหญ่แล้วค่อยๆ หยิบที่ละเล่มเพื่อเก็บเข้าชั้น หนังสือที่นางยืมไปอ่านมีหลากหลายประเภททั้งบันทึกการเดินทางสำรวจของนักพรตหรือแม้กระทั่งการรวบรวมสิ่งของแปลกประหลาดจากทั่วโลกนางจำเป็ต้องเรียนรู้ให้มากก่อนที่จะออกไปเผชิญกับโลกภายนอกที่แสนกว้างใหญ่
ฟางซูซินเก็บหนังสือเข้าที่จนเกือบหมดเปลวเทียนภายในห้องก็วูบไหวขึ้นมาราวกับมีคนเปิดประตูให้ลมผ่านเข้ามาอย่างไรอย่างนั้นนางจึงคิดว่าเป็บ่าวที่คอยเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูแล้วเข้ามาตรวจสอบว่าใครเข้ามาในห้องจึงได้เอ่ยออกไปโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไปมอง
"ข้าเอาหนังสือมาคืนเมื่อครู่ไม่เห็นเ้าเฝ้าที่หน้าประตูจึงได้เดินเข้ามาเองอีกเดี๋ยวก็เก็บเสร็จแล้ว"ฟางซูซินบอกกล่าวอีกฝ่ายไปเช่นนั้นแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับกลับมาจึงได้หันกลับไปมอง
เขาไม่ใช่บ่าวที่คอยเฝ้าอยู่หน้าประตู