ยอดเชฟกระทะเหล็กผจญภัยต่างโลก The Crescent Moon Cafe

    บทที่ 1 : Prologue

    “ป๊ะป๋า... ป๊ะป๋า...”
    พฤกษ์ได้ยินเสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านข้าง เหมือนว่าจะเรียกตนเอง นิ้วของเขาขยับได้ทีละน้อย ในทันใดนั้นก็กระแทกตัวลุกขึ้นอย่างกะทันหัน หลังจากที่กะพริบตาไล่ความงุนงงแล้วก็ตกตะลึง
    ที่นี่ที่ไหน?'พฤกษ์' ยังจำได้ว่าเขากำลังขับรถกลับจากอัดเทปรายการแข่งทำอาหารชิงแชมป์ประเทศไทยที่มีคนมาท้าแข่งด้วยชัยชนะ กำลังดีใจที่รักษาแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 10 ติดต่อกัน เรียกได้ว่าตอนนี้เขากำลังเป็นเชฟอันดับหนึ่งอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะเป็นเชฟขนมหวานจากประเทศเล็กๆ ทางเซาท์อีสเอเชียแต่ก็ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับเชฟจากยุโรปคนไหน เขามีนิสัยเสียที่ชอบทับถมคู่แข่งของเขา มักจะชอบไลฟ์สดวิพากษ์วิจารณ์คู่แข่งอย่างรุนแรง ให้บรรดาแฟนเพจสายบุลลี่ที่ชื่นชอบฝีปากของเขาได้รับรู้อยู่เป็นประจำ แต่ในขณะที่กำลังพูดว่าคู่แข่งที่พ่ายแพ้ในมือเขาอย่างไรอยู่นั่นเอง จู่ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซค์มาขนาบข้าง หลังจากเสียงดังสนั่น ในทันใดภาพข้างหน้าก็ตีลังกา จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับวูบ
    เมื่อตื่นขึ้นมาเขาก็อยู่ในห้องสีทึม ๆ นี้แล้ว และด้านข้างเขาก็มีเด็กผู้หญิงตัวน้อยผมสีน้ำตาลแดงอายุสี่หรือห้าขวบที่มีหูสองข้างใหญ่นุ่มฟูราวกับหูแมว สมองของเขาพลันมีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามานับไม่ถ้วน รู้สึกปวดหัวมึนงงจนต้องล้มลงไปนอนอีกครั้ง
    ชีวิตในอดีตของ 'พฤกษ์' เชฟกระทะเหล็กที่มีผลงานแข่ง 99 ครั้ง ชนะ 90 เสมอ 8 แพ้ 1 แน่นอนว่าครั้งที่เขาแพ้นั้น เป็นเพราะคู่แข่งเล่นตุกติกกับกรรมการ และทุกครั้งที่เขาชนะ จะชอบวิจารณ์อาหารของคู่แข่งอย่างโหดร้าย บางครั้งถึงกับทำให้คู่แข่งของเขาบางคนต้องอำลาวงการณ์ไปเลยทีเดียว
    เขาชอบบอกกับตัวเองว่า'รีวิว'ไปตามความเป็นจริง ตรงไปตรงมา ถึงแม้ว่าจะเน้นข้อบกพร่องเป็นหลัก และคำพูดนั้นดูเกินจริงไปเล็กน้อย ซึ่งมันทำเขาได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ที่ชื่นชอบมากมาย และแน่นอนว่าย่อมมีคอมเม้นท์สาปแช่งบรรดาเจ้าของร้านอาหารทุกวันเช่นกัน ตอนนี้เขาพอจะนึกออกแล้วว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นคงเป็นมือปืนที่ส่งมาฆ่าเขานั่นเองข้อมูลความทรงจำและอารมณ์ส่วนหนึ่งเริ่มผสานเข้ากับเขาอย่างช้า ๆ
    ที่นี่คือโลกแห่งดาบและเวทมนตร์ ที่มี 'ปีศาจ' (Demon) 'ออร์ค' (Orc) 'เอลฟ์' (Elf) 'คนแคระ' (Dwarf) 'มนุษย์' (Human) มนุษย์สัตว์ (Beastmen) ฯลฯ อาศัยอยู่ร่วมกันในทวีป'คาริม' (Kalim Continent) อันกว้างใหญ่ไพศาล แต่ทว่าตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมาเผ่าพันธุ์ทั้งหมดได้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างหลวม ๆ ทำสงครามแห่งความขัดแย้งมาโดยตลอด ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนเริ่มย่ำแย่จนถึงจุดที่ไม่อาจรับเอาไว้ได้อีกต่อไป
    จนถึงเมื่อหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ลงนามในข้อตกลงสงบศึกกับออร์คและปิศาจ และในที่สุดสงครามที่กินเวลานานนับพันปีก็สิ้นสุดลง เผ่าพันธุ์อื่นก็เลยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสันติสุขโดยปริยาย
    อย่างไรก็ตาม ความเกลียดชังนับพันปี ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ย่อมไม่อาจสลายหายไปได้ชั่วข้ามคืน เพียงเพราะแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง การแก้แค้น และความขัดแย้งในท้องถิ่นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง การปล้นชิงตามชายแดนของมนุษย์ยังคงมีอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วยังถือว่าสงบสุขดี เพราะว่าไม่มีสงครามขนาดใหญ่เกิดขึ้นพฤกษ์ ในภพนี้มีชื่อว่า 'อลัน เดอ โมว์เบรย์' (Alan De Mowbray) ทายาทแห่งตระกูล'โมว์เบรย์' ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความทรงพลังและผมสีเทาอ่อนอันแปลกประหลาด พวกเขาเคยเป็นครอบครัวที่ได้รับการยกย่องบนแผ่นดินใหญ่มาหลายร้อยปี เป็นดยุคแห่งป้อมโมว์เบรย์อันลือ ซึ่งเป็นป้อมปราการคอยปกป้องเมืองสตอร์มวินด์ (Stormwind City) พรมแดนทางเหนือของอาณาจักรบริทาเนีย (Britania) ของมนุษย์จากพวกออร์ค พวกเขาไม่เคยปล่อยให้ออร์คตนไหนข้ามเส้นเขตแดนมาได้แม้เพียงครึ่งก้าว

    แต่ทว่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน กลุ่มพันธมิตรออร์คซึ่งร่วมมือกับเผ่าปีศาจได้บุกทำลายป้อมโมว์เบรย์ (Mowbray Fort) จนพินาศ ป้อมปราการไร้พ่ายที่ยืนหยัดมานับพันปีถูกลบชื่อไปพร้อมกับความรุ่งเรืองของตระกูลโมว์เบรย์ มีเพียงตระกูลสาขาเล็ก ๆ ที่เหลือรอด ซึ่งสำหรับอลันในภพนี้มันเป็นเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจของเขาตลอดมา แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม เขามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะนำพาเกียรติยศที่ตระกูลของเขากลับคืนมา
    อลันมีความกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองเป็นพิเศษ เมื่อเขาเข้าร่วม'กองทัพอัศวินกริฟฟ่อนแห่งบริเทน' (Gryphon Knight of Britain) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอาณาจักร'บริทาเนีย' (Britania) ความสามารถทางทหารและความทรงพลังของเขาทำให้เขาได้รับความชื่นชมจากผู้บัญชาการอย่างรวดเร็ว และได้ทำผลงานการสู้รบมากมาย ฆ่าพวกออร์คที่ชอบแอบรุกล้ำอาณาเขตเข้ามาปล้นชิงหมู่บ้านชายแดนตามอำเภอใจไปนับไม่ถ้วน ฝีมือความเก่งกาจและความเป็นผู้นำของเขา สร้างความรู้สึกสงบสุขปลอดภัยให้กับชาวบ้านชายแดน เพียงไม่กี่ปีเขาก็กลายเป็นหัวหน้าหน่วยอัศวินกริฟฟอนที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิในวัยเพียง 23 ปี ชายหนุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอาณาจักรบริทาเนีย เป็นที่รู้จักในหลายชื่อเช่น 'ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของจักรวรรดิ' บ้างก็เรียกเขาว่า 'ประกายแสงแห่งบริทาเนีย (The Lightbringer of Britania) หรือแม้แต่ 'คนรักและว่าที่คู่หมั้นของเจ้าหญิงพริสซิลลา' (Priscilla) องค์หญิงรัชทายาท บุตรีคนโตของกษัตริย์เอราเทรียส (King Eratriest) แห่งราชวงศ์บริทาเนียที่ชื่นชมเขาเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าหากเขาได้แต่งงานกับองค์หญิงก็จะได้เป็นกษัตริย์คนต่อไปอย่างแน่นอน
    แต่พวกออร์คและศัตรูของเขากลับเรียกเขาด้วยความหวาดกลัวว่า 'ไอ้วิญญาณแค้นแห่งโมว์เบรย์' (Vengeful spirit of Mowbray) หรือไม่ก็ 'ไอ้นกบ้า (Mad Bird) 'แห่งสตอร์มวินด์ด้วยความโหดเหี้ยมไร้ปรานีต่อศัตรูของเขาในสนามรบ เกียรติยศของเขาพุ่งทะยาน จนทุกคนคาดคิดว่า เขาจะต้องฟื้นฟูเกียรติภูมิของตระกูลโมว์เบรย์ ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
    หากไม่เกิดเหตุการณ์นั้นเมื่อห้าปีก่อน…
    ในคืนนั้น มนุษย์สัตว์เผ่าหมาป่า (Wolfmen) คนหนึ่งพยายามที่เล็ดลอดข้ามแดนไปเพียงลำพังในช่วงเวลาที่หน่วยของเขาลาดตระเวนอยู่พอดี แม้ว่าลูกน้องคนสนิทของเขาจะเตือนและห้ามปรามแล้วว่า นักรบหมาป่าคนนี้แข็งแกร่งเกินไป แต่ด้วยความมั่นใจเกินไปของอลันจึงได้ขัดขวางแล้วก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ศัตรูแข็งแกร่งอย่างที่เขาไม่เคยพบมาก่อน ตัวเขาและหน่วยของเขาต่อสู้อาบเลือดอย่างสุดชีวิต สุดท้ายถึงแม้ว่าจะได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด แต่ลูกน้องในหน่วยของเขากลับเสียชีวิตทั้งหมด เข่าของเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกกรงเล็บเข้าเป็นแผลใหญ่ลึกแต่ทว่าก่อนที่นักรบหมาป่าคนนั้นจะสิ้นใจนั้นเอง ก็ได้เปิดแผ่นเกราะอกออกแล้วโยนเด็กทารกที่เพิ่งอายุหนึ่งขวบคนหนึ่งมาให้เขาเขาเล่าว่านี่คือลูกของเขากับเจ้าหญิงเผ่า'ซิลเวอร์มูน' (Silvermoon Clan) ซึ่งเป็นเผ่ามนุษย์สัตว์ที่ลึกลับที่สุด แต่ด้วยความไม่ลงรอยกันระหว่างเผ่าพันธุ์เขาถูกทรยศโดยสหายที่ไว้ใจที่สุดจึงได้หนีมาถึงที่นี่เพื่อที่จะข้ามไปยังแดนของพวกออร์ค นักรบหมาป่าขอร้องให้เขาช่วยดูแลลูกสาวคนเดียวของเขา"ไม่ต้องกังวลฉันจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เอง" พฤกษ์หรืออลัน แม้ว่าเขาจะโกรธแค้นเพียงใด แต่ก็ได้ให้สัญญากับนักรบนิรนามคนนั้น เพราะว่าเด็กน้อยที่ไร้เดียงสานั้นไร้ความผิด
    แต่ทันทีที่กลับมาถึงเมือง อลันกลับถูกฟ้องร้องในข้อหาละเลยหน้าที่ ทำให้ลูกน้องตาย และเป็นไส้ศึกคบค้ากับอมนุษย์ แน่นอนว่าเขาถูกตัดสินว่าผิดจริงอย่างน่ากังขา โดนปลดจากตำแหน่ง ถูกริบทรัพย์ และกำลังจะถูกประหารชีวิต บาดแผลที่เข่าของอลันก็ร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะกรงเล็บของนักรบนั้นมี'คำสาปอ่อนแรง' (Curse of Weakness) เคลือบอยู่ เมื่อต้องโทษทัณฑ์ ซ้ำยังไม่สามารถจับดาบต่อสู้ได้อีกต่อไปแล้ว ความหวังและความรุ่งโรจน์ทั้งหมดพลันสูญสลายแค่เคราะห์ดีที่ผู้คุมคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกน้องทหารคนสนิทของอลันเสี่ยงชีวิตช่วยเขาออกมาได้ เขาจึงปลอมตัวเปลี่ยนรูปลักษณ์และพาเด็กคนนั้นหนีมาที่'เมืองกรีนล็อก' (Greenlock) เมืองเล็กๆ อันห่างไกล ชายแดนทางเหนือสุดของอาณาจักรมนุษย์อันหนาวเหน็บ ที่ซึ่งเขาได้ฟื้นขึ้นมาในตอนนี้นั่นเอง...
    อลันพยายามเรียบเรียงความทรงจำในสมองอย่างยากลำบาก ภาพชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัว และคนที่เคยรู้จักทั้งหมดสองภพตีกันจนยุ่งเหยิง อยู่ในหัวของเขา จนแยกแยะไม่ออกว่าชื่อคนไหนที่มาจากโลกก่อน หรือโลกนี้กันแน่ ความรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิดเวลาผ่านไปพักใหญ่จึงได้เริ่มดีขึ้นบ้าง
    เขาเริ่มทำความเข้าใจแล้วว่าเขายังคงเป็น 'พฤกษ์' แต่ก็เป็น'อลัน'ด้วยเช่นกัน ความทรงจำของสองชาติภพผสมผสานอย่างแยกไม่ออก"ในตอนนี้ฉันคืออลันสินะ" พฤกษ์ ระลึกขึ้นในใจ
    ------------------------------------------------------error loadedGryphon Knight Captain of Britania(Alan De Mowbray) and Gryphon Aeolus, Credit Deviantart.com



    ------------------------------------------------------